Advertisements

ปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่ใน 246-2

Capture

ขอเริ่มต้นโพสต์นี้ด้วยการตั้งคำถามจากภาพค่ะ ?  เห็นกระดาษแผ่นนี้แล้วรู้สึกเอ๊ะอะไรบ้างไหม ถ้าไม่… คำถามนี้อาจจะยังกว้างไปสักหน่อย ขอ Scope ให้แคบลงด้วยคำใบ้เพิ่มเติมว่า เห็นกระดาษแผ่นนี้แล้วนึกถึงผู้ชายคนไหน ??? ส่วนตัวเชื่อว่า หลายคนคงด่าอยู่ในใจ มัน Scope ลงตรงไหน 5555555 ถ้าใครยังมีฟิลลิ่งแบบนี้อยู่ ก็อย่าเพิ่งโมโหโกรธาไปคะ เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่า มีคนอ่าน 4-5 คน น่าจะพอเดาคำตอบข้อนี้ได้แล้วจากคำใบ้นี้ แต่ถ้าคุณยังเดาไม่ออก ไม่แม้แต่จะหายงง ก็ไม่ต้องแปลกใจอะไรไป แต่นั่นอาจเพราะประสบการณ์สายมืดของน้องเม่ายังในสนามแกะรอยเจ้าอาจยังต้องการเวลาในการสั่งสมข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อย เท่านั้นเอง ไม่ต้องกังวลอะไรไป ถ้าอย่างนั้นคำใบ้ต่อไปจะเป็นตัวตัดสินว่า ที่ผ่านมาคุณเป็นเม่าสายไหน ระหว่างเม่าสายหุ้นซิ่งพร้อมลุยไฟ หรือเม่าสายนั่งมอง Ticker คำใบ้ที่ว่าคือ ชื่อผู้ได้มาของหุ้น NEWS ทำให้คุณนึกถึงผู้ชายคนไหน โอ้ววววว ชัดซะขนาดเน้แล้วถ้ายังตอบไม่ถูก คุณไม่เหมาะจะเล่นหุ้นปั่น หุ้นซิ่ง ด้วยประการทั้งปวง เพราะคำใบ้หลังสุดได้เฉลยปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่ใน 246-2 ออกมาแล้ว

ปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่ใน 246-2 คืออะไร ????? เกินกว่าครึ่งของคนอ่านยังงง บอกได้เลย แต่คนที่รู้คำตอบแล้วว่า ผู้ชายคนนั้นคือคนไหน น่าจะต้องรู้สึกได้ทันทีว่า รายนามหุ้นทั้งสี่ตัวที่ปรากฎใน 246-2 วันนี้โดยพร้อมเพรียงกันมีเงาของผู้ชายคนนี้ฉายชัดอยู่ในทุกห้วงยาม  แม้ว่าหุ้น 2 ใน 4 ตัวนี้ กลิ่นและเงาของเค้าอาจคลายตัวลงไปมาก แต่…เรื่องราวแต่หนหลังมันทำให้เราต้องสะกิดใจว่า ทำไมต้องเกิดการขยับตัวครั้งใหญ่พร้อมกันของหุ้นที่เคยอยู่ใต้ร่มเงาของชายผู้นี้ เริ่มกันที่หุ้นตัวแรก NEWS โอนกลับมาอยู่ในความครอบครองของศรีภรรยาอีกครั้ง ซึ่งการโอนกลับมาครั้งนี้ก็แค่เปลี่ยนจากในมือน้องมาสู่มือพี่ ไม่ได้ถึงกะแปลกอะไรเท่าไหร่ ขณะที่หุ้นตัวที่สอง EIC คนขายหุ้นก็มีดีกรีเป็นอดีตผู้บริหารฤทธาเหมราช ซี่งสนิทกับมากกับหุ้น MAX ของชายคนนั้น แถมยังมีชื่อเป็นนักลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน PP ของหุ้น AQ ในรอบล่าสุดที่เกรียวกราวไปทั้งตลาดว่าเป็นเกมซื้อรอวันขายที่ดินที่ติดอายัดแบงค์กรุงไทยไว้แทนชายคนนั้น ขณะที่ WIIK แม้ว่าเพลานี้จะลือกันว่า สายสัมพันธ์ดูง่อนแง่นไปจากเดิมมาก แต่คราก่อนภาพเคยฉายชัดว่า ผู้บริหาร WIIK เคยเป็น ดีลเมคเกอร์ ในเกมสำคัญๆ ให้กับ SLC (ชื่อเดิมของ NEWS) มาแล้วจริงไหม ถ้าข่าวลือคือสัมพันธ์จางหาย นี่ก็อาจเป็นดีลมูฟแยกวงหรือเปล่า เอออันนี้ก็น่าคิด

ส่วนตัวบนสุดในกระดาน 246-2 แต่ขอหยิบมาพูดถึงท้ายสุด เพราะเรื่องราวมันล้ำลึกสุดจะหยั่งถึง ถ้าไม่เกาะติดมาโดยตลอดยากที่จะสัมผัสถึงความเกี่ยวพันกับชายคนนั้นได้ เราเริ่มต้นกันที่ 5.02% ของพี่หรั่งตาน้ำข้าวกัน จริงๆ หุ้นตัวนี้ ff เยอะมากเลยนะ พี่เค้าอาจไล่เก็บมากระดานก็ได้ มันก็พอจะเชื่อแบบนั้นได้อยู่หรอกนะ แต่…ขอไม่เชื่อล่ะกัน เป็นคนเชื่อใครยากอ่ะ ชอบเชื่อตัวเอง ว่าแล้วไปดูกันสิ อะไรยังไง ถ้าเราไม่เชื่อว่าเค้าเก็บหุ้นในกระดาน เค้าเอาไปแล้ว 5.02% ใช่ไหม ไหนลองไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ปิดสมุดไปรอบล่าสุดเมื่อพฤษภาคม 2561 หน่อยสิ

Capture

ถ้าเก็บเร็วๆ ผ่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่ สงสัยใครดี เลือกเลยตามสบาย หลายคนบอกสงสัยเบอร์ 1 ล่ะกัน น่าจะเหมาะสุด โดยจำนวนใกล้เคียงสุดเลย แบบนี้ได้ไหม ??? ไม่ได้ !!!!!  อ้าวทำไมล่ะ ก็พี่เค้าเป็น CEO ถ้าเค้าซื้อหรือขายหุ้นเค้าต้องรายงานตลาด ฟอร์ม 59-2 เพราะงั้นลืมพี่เค้าไปได้เลย งั้นสงสัยต่อเบอร์ 2 ล่ะกัน ชื่อยาวเฟื้อยเป็นกิโลเลย แลดูเป็นคนขี้เขิล ใครหนอต้องอำพรางตัว กลัวเม่ารู้จัก กลัวกลต.ได้กลิ่น ขอสงสัยคนนี้ล่ะ เพราะอะไร ??? พวกขี้อาย ขี้เขิลลลล นี่ตัวดีทุกคนบอกเลย ไม่ผิดตัวแน่นอน แต่…เราจะไม่ปรักปรำใครเพียงแค่นี้ มันไม่ดี เราต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า พี่เค้ามีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นนอมินีของชายคนนั้น ทำยังไงดีในการพิสูจน์ ต้องค้นหาที่มาของเค้าก่อน ให้ SET SMART ช่วยละกัน ก็ตามกลิ่นเค้าไปเลย แต่พี่เม่าขี้เกียจเขียนแล้วอ่ะ เพราะต้องเท้าความยาวเฟื้อยเลย เอาเป็นว่าไปตามอ่านความเดิมเอาแล้วกันค่ะ Click ที่นี

เอาล่ะ พออ่านความเดิมจบแล้ว ที่นี่ก็มากลับมาต่อกันที่ว่า มีสิทธิไม่ใช่ของพี่คนนี้ขายให้คนมาใหม่บ้างไหม ขอตอบว่า ค่อนข้างยาก เพราะตัวเลขที่โผล่มาคือ สูงกว่าที่เบอร์ 1 เองมีของอยู่ด้วยซ้ำ จะเป็นการมาแบบไม่บอกกล่าวนัดหมายคงยากมากจริงๆ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้แค่สองเดือน มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในทั้งตัวกรรมการและเลขานุการบริษัท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตรงนั้นก็บอกใบ้เป็นนัยแล้วว่า มี SOMEONE โผล่เข้ามาทำ SOMETHINGS แน่ๆ  โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขการถือครองหุ้นต่างด้าวล่าสุดของเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ก็ยืนยันให้เราเห็นว่า ไอ้ตัวเลข 5.02% เมื่อรวมเข้ากับกองทุนต่างชาติอื่นๆ ก็ดูจะประจวบเหมาะลงล็อคกันอยู่เหมาะเหม็งขนาดเน้ จริงไหมล่ะ สรุปแล้ว ในฟอร์ม 246-2 ของวันที่ 12 ตุลาคม 2561 มันช่างเต็มไปด้วยปริศนาธรรมของชายคนนั้นเสียนี่กระไร ว่าแต่เค้าทำอะไรหน๊อ ปรับพอร์ต หรือกระชับพอร์ต สักอย่างนี่ล่ะนะ ส่วนทำไมต้องทำทีเดียวเลย อันนี้ก็เกินปัญญาพี่เม่าจะเดาออกล่ะคะ

 

 

 

 

 

Advertisements

Big Lot นี่ท่านได้แต่ใดมา ?

Big Lot 9 ตุลาคม 2561

กระดาน Big Lot เป็นกระดานสำคัญที่ชาวเม่าเกือบครึ่งตลาดให้ความสำคัญ ติดตามเฝ้าดู เพื่อมุ่งหวังเห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของรายใหญ่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็มักจะทิ้งร่องรอยไว้ให้บ้างประปรายพอเป็นกระสาย ขึ้นอยู่กับเราจะช่างสังเกตมากพอไหม แต่บางครั้งการแกะรอยจาก Big Lot เองก็ไม่ใช่ว่าง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่ายาก แม้ว่าบางเคสจะยากอยู่พอสมควร อย่างเคสวันนี้ (09/10/2561) เคส Big Lot วันนี้ต้องบอกว่ามีความพิเศษกว่า Big Lot วันอื่นๆ มากกกกก เพราะ… Big Lot วันนี้เยอะมาก ปกติกระดานนี้มีแค่ 1 หน้าโดยเฉลี่ย แต่วันนี้มากถึง 2 หน้า และที่พิเศษกว่านั้นคือ เป็นการ Big Lot หุ้นใน SET 100 เยอะมากแบบเป็นประวัติการณ์ พูดมาถึงตรงนี้ มีใครที่ต่อมเอ๊ะ ยังไม่ทำงานบ้างไหม ถ้าไม่มีแวะไปให้หมอตรวจบ้างนะคะ 5555 อ้ะ ล้อเล่น

ทำไมเราต้องเอ๊ะ เพราะมันทั้งเยอะจำนวนหุ้นและทั้งเป็นหุ้น SET100 น่ะสิ หุ้น SET100 คนมีหุ้นเยอะๆ ถ้าไม่ใช่เจ้าของบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ก็มักเป็น “สถาบัน ไม่ใช่ เม่า” นะสิจ้ะ รายใหญ่ขยับตัว เราต้องสนใจสิคะ  คำถามแรกที่อาจผุดขึ้นมาในใจก่อนคือ ใครหว่ะคนขาย หรือใครซื้อไปหว่ะ ซึ่งตรงนี้ถูกต้องเลย หัดสงสัยใครสักคนจากจำเลยทั้งคู่นี่ล่ะ แล้วเดี๋ยวโจทย์ที่สองมันจะดำเนินต่อไปเอง Big Lot แปลว่าต้องมีเยอะ คนมีเยอะต้องมีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น เพราะงั้นการตามดมต้องเริ่มที่ Big Lot ที่รายการใหญ่ที่สุด “น่าจะ” ง่ายที่สุด งั้นก็ต้องพระเอกแถวหน้าของ SET คนนี้เลย พี่ปอ … PTT มี 4 Transactions

ไม่ว่าจะเป็นเคสไหน ระหว่าง คนซื้อมี 4 คน คนขายมีคนเดียว หรือ คนขายมี 4 คน คนซื้อมีคนเดียว หรือคนซื้อก็ 4 คนขายก็ 4 คน ก็ช่างเหอะ สรุป จำเลยทั้งหมดนี้ต้องเป็นคนมีกะตังค์ เพราะอย่างน้อยพี่จำเลยต้องมีเงินอย่างน้อย 78 ล้านบาทสำหรับดีลนี้ (เคสไม้ 1.5 ล้านหุ้น) จริงไหม ??? ว่าแต่ใครหน๊ออออออ ใครเอ่ย ใครกัน

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ PTT (XM 7 มีนาคม 2561)

แน่นอนว่า ถ้ามีข้อมูลแค่นี้มันยังคงยากไป แต่…สิ่งแรกที่เป็นคีย์ดำๆ ให้เราในระยะแรกไปก่อน คือ จำเลยอยู่ใน 12 ชื่อนี้ จากนั้นไปไล่จำเลยจากหุ้นที่มีวอลุ่มเทรด Big Lot สูงสุดตัวที่สองกัน CBG แต่เมื่อไล่แล้วไม่เจอจำเลย พองั้นข้ามห้วยไปที่กระดาษแผ่นที่สามแทน IRPC อ้ะ อ่ะ เอ๊ะ เอ๊ะ เริ่มเห็นเงานิดๆ ไม่รู้คนอื่นเห็นกันหรือยังนะคะ แต่การเห็นแค่นี้แล้วเออออเลยคงไม่ดีคะ ต้องมากกว่านี้ หลักฐานต้องแน่นกว่านี้อีกสักหน่อย เราไม่ชอบใส่ร้ายใคร ให้ข้อมูลที่มากพอ ชัดพอ เป็นคนตัดสินก็แล้วกันเนอะ

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ IRPC (XD 05 พฤษภาคม 2561)

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ GPSC (XD 29 สิงหาคม 2561)

เอ๋….หรือจะไม่ใช่ พี่เค้า ทำไมแผ่นนี้ไม่เจอหว่า ??? เดี๋ยวเราไล่ไปให้เยอะก่อน เดี๋ยวเฉลยมันจะหลุดออกมาเองนั่นล่ะ ไม่ต้องห่วง ไปดูกระดาษแผ่นต่อไปกัน  อ้าวเฮ้ย พอมาดู MTC เจอจำเลยที่ 1 กับ ที่ 2 คู่กันเลยวุ้ย ยังไงต่อล่ะทีนี้ ยังไม่รุแน่แบบนี้ เอาคิ้วผูกโบว์ไว้ก่อน สงสัยแม่มมมทั้งสองคู่ไปก่อนเลย เป็นศาลต้องยุติธรรมไง อิอิ

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ MTC (XD 30 เมษายน 2561)

ตามต่อกันที่ TMB ต้องให้พี่ทหารช่วยไขปริศนาต่อล่ะแบบเน้ ปรากฎว่า อ้าวเฮ้ย เจอจำเลยทั้งสองคู่อีกแหล่ววววว หรืออีกคู่นี้คือ “แฝดอินจัน” อิอิ ตั้งประเด็นแฝดอินจันไว้ก่อนด้วย ตามดูต่อ เดี๋ยวเราก็ได้เฉลยเอง ไม่ต้องห่วง ฟามลับไม่มีโลก แต่ระหว่างหาความลับมันต้องเหนื่อยยากกันหน่อย เพราะงั้นห้ามอู้ไปต่อกันที่ตัวถัดไป

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ TMB (XD 24 เมษายน 2561)

เดินตามหามาเยอะล่ะ ถ้าเหนื่อยก็นั่งรถพักขากัน เลือก BTS แล้วกัน แอร์เย็นดี อิอิ นั่งไปกางโพยผู้ถือหุ้นใหญ่ไปด้วย ห้ามอู้ๆ แน๊ … เข้าโบกี้ยังไม่ทันได้นั่งเจอ “คู่แฝดอินจัน” อีกล่ะ อิอิ ส่วนตัวบอกเลยว่า ชัดล่ะ แต่เราจะไม่ตัดสินอะไรแค่ Sense และข้อมูลเพียงหยิบมือเดียว ตามดูไปๆ ทุกอย่างที่ลงแรงเหนื่อยยากไป ไม่เคยเสียเปล่า อ่านเข้าไปเยอะๆ ดีเสมอ วันนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่วันหน้าอาจเชื่อมโยงข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ปรากฎว่า GLOBAL เราไม่เจอใคร ข้ามไปต่อกันที่ STEC

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ BTS (XD 02 สิงหาคม 2561)

STEC เจอคนเดียวแฮะ แต่ก็คือเจอไง ไอ้ผิดกลิ่นคงไม่ผิดล่ะ เพราะชื่อนี้ที่ไรเจอทุกตัวที่ไล่ดูมา (ยกเว้น CBG  GLOBAL) ตามไปดูตัวถัดไปต่อกัน

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ STEC (XM 14 มีนาคม 2561)

กลับมาเจอ “แฝดอินจัน” อีกหนที่ RATCH จุดเทียนเวียนวน เรามาสองคนวนเอ้ยวนเวียน (เกิดทันเพลงนี้กันไหมหว่า 55555)

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ RATCH (XD 6 กันยายน 2561)

ไปดูหุ้นลูกครึ่งอินเดียกัน จะเจอไหม DELTA ฮั่นแน่ อินี่ก้อมาเจอ “แฝดอินจัน” อีกเหมือนกันนะนายยยยย

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ DELTA (XM 09 มีนาคม 2561)

เมื่อยแล้วอ่า … ใครแค่นั่งอ่านสบายอ่ะ Blogger นี่ตัดรูป เขียนบรรยาย เมื่อยแล้วอ่ะ เอาเป็นว่า ไปไล่เช็คได้เลยคะ BEC  TISCO  BCP  SCCC TCAP  KKP  TU  SPRC  ROBINS  BPP และ บลา บลา มีพี่แฝดอินจันคู่นี้อยู่หมด คำถามคือ บังเอิญ ???? ไม่ใช่การบังเอิญ แต่นี่คือ หลักการ Diversification ของกองทุนระดับโลก ที่ต้องกระจายความเสี่ยงไว้ในหุ้น SET 100 แล้วทำไมอยู่ๆ วันนี้พี่เค้าสามัคคี Big Lot ขายหุ้นออกมาล่ะ ค่าเงินบาทก็ชวนให้เม่าหวั่นไหวด้วย พี่เค้าขนเงินกลับบ้านรึป่าว ถ้าจะว่ากันจริงๆ สัดส่วนที่ Big Lot วันนี้ถือเป็นส่วนน้อยนิดของ Portforlio ของพี่เค้า แต่ตัวเลขที่ว่าน้อยนั้นก็เป็นเม็ดเงินมหาศาลในสายตาเราเลยทีเดียว ว่าแต่พี่เค้าเอาไปไหนล่ะ ถ้าไม่ได้ขนเงินกลับบ้าน นั่นสิ !

กฎของสถาบันคือ พยายามถือหุ้นดีไว้ก่อน ไอ้หุ้นดี คือ หุ้นแบบไหนล่ะ หุ้นใหญ่ที่ Mkt Cap. มีนัยต่อตลาด หุ้นที่มีปันผลสม่ำเสมอ หุ้นที่ติด SET 100 หุ้น Growth มันต้องอยู่ในสเปคเหล่านี้ แต่ถ้าเราสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่า พี่เค้ากระจายเฉลี่ยการขายหุ้นออกชัดเจน เค้าน่าจะมูฟเงินไปที่หุ้นตัวใหม่ตัวไหนสักตัวที่พี่เค้ายังไม่มีหุ้นอยู่ ตัวไหนล่ะ ??? เอ้อ…. คิดสิคิด หุ้นต้องมีคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งที่บ่นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งไอ้หุ้นพวกนี้พี่เค้าก็มีครบหมดแล้วนิ พี่เค้าแทบจะมีทั้ง SET 100 แล้ว เฮ้ยยยยย…งั้นก็หุ้นนอก SET 100 สินะ ตัวไหนอ่ะ นึกออกอยุ่แค่ 3 ตัว OSP  BCG  TFIFF  กรีสสสสสสสสสสสสสแน่ๆ เลย

อีกไม่กี่วันจะเข้าเทรดแล้ว แต่…เด๋วนะ ใครได้ IPO OSP ต้องจ่ายเงินวันนี้แล้วนิ เฮ้ยยย พี่แฝดเพิ่งขาย เงินยังไม่เข้า อ้าวเฮ้ยยังไง ขายวันนี้ เงินเข้า 11 ตุลาคม ไม่ทันกินล่ะพี่  แต่…จริงเหรอ ไม่แน่น๊า อิอิ กระดาษแผ่นนี้อาจใช่คำตอบหรือเปล่าน๊าาาาา

8 เรื่องน่ารู้ของ OSP โดย Efinance

ส่วนเม็ดเงินที่เหลือก็คือ การเตรียมการไว้สำหรับ BCG และ TFIFF ไม่น่าผิดฝาผิดตัวไหม ถ้าเราเกิดสมัยอยุธยาพร้อมแม่การะเกดกับพี่หมื่น เราคงต้องท่องกลอนบทนี้สินะ

“Big Lot นี้ท่านได้แต่ใดมา
เจ้าพิภพโลกา ท่านให้
ทำชอบสิ่งใดนา วานบอก
เราแบ่งขายหุ้นไป เพื่อย้ายไปเข้า IPO” (แค่นั้นเอร้ง)

ว่าแต่อ่านกันยาวสบายเลย แต่รู้กันไหมคะ ใครคือแฝดอินจัน ??? ลองเดาเข้ามานะ  รางวัลเป็นอะไรดี สิทธิ Meeting BDRM รอบหน้าแล้วกัน 2 รางวัล สำหรับคำตอบที่ถูกต้อง 2 ท่านแรก ปล. กำหนดจัดยังไม่มีนะคะ แต่สัญญาว่าจัดแน่ๆ อดทนรอแล้วกัน สัญญาว่า ถ้าจัดเมื่อไหร่จะทำให้ดีสุดกำลัง

เทรดหุ้นจากข้อมูล Information is POWER

ktc bid offer.PNG

Information is POWER เป็นคำที่แพร่หลายมากในยุคที่ข่าวสารหากันได้แม้นั่งอยู่ในบ้าน จริงอยู่ว่า ข่าวสารที่เยอะมากเหลือเกินจนเป็นมลภาวะทางข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ที่มีทั้งข่าวจริงและข่าวลวง ข่าวสร้าง และข่าวเสริม ทำให้การแยกแยะต้องวินิจฉัยการเลือกใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ แต่…เม่าเองถ้าจะเทรดหุ้นจากข้อมูล เม่าเองก็ต้องเลือกให้เป็นว่า ข่าวสารจากแหล่งใดบ้างที่เชื่อถือได้ และแหล่งใดอ่านเพียงให้รู้เท่าทันความโลภของเม่าแต่เชื่อถืออะไรไม่ได้เลย ถ้าจะบอกว่า โดยส่วนตัวเองก็เทรดหุ้นจากข้อมูลอยู่บ่อยครั้ง แต่ต้องเทรดอย่างมีสติใช้ “สมองและจมูกแทนหู” ในการ “อ่านใจเจ้า” เราทำแบบนั้นได้จริงหรือ ??? อย่าเวอร์น่า มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้ามันง่ายแบบนั้นรวยกันไปหมดแล้ว หลายคนอาจคิดแบบเน้ อันนั้นก็สุดแล้วแต่ สิ่งสำคัญของการเทรดหุ้นจากข้อมูลคือ ต้องช่างสังเกตสักนิดและเชื่อมโยงคิดวิเคราะห์เป็น ถึงจะเป็นการเทรดหุ้นจากข้อมูลโดยไม่ไบแอสทึกทักไปเอง เอ้า…มาลองดูตัวอย่างกันสักนิด

คนในสนาม TFEX  SSF  BT  ย่อมพอทราบว่า Last trade day ของ Series U18 ได้จบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน (27/9/2561) โดยทุกคนที่ต้องการเล่นต่อต้องทำการ Roll over สัญญาไป Series Z18 หรือ Series อื่นๆ แล้วแต่พึงใจ ดังนั้นการ “ถูกบังคับให้โรล” จึงต้องเกิดขึ้นและทำให้เสร็จไปตั้งแต่เมื่อวาน และหากมีการโรลในช่วงวันนี้เกิดขึ้น ย่อมเป็นการ “สมัครใจโรล” สัญญาเอง เพราะตามหลักนักลงทุนย่อมไม่รีบร้อนทำการ Roll over เร็วนัก เพราะอะไรในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ห่างไกลจากปัจจุบันมากนัก ย่อมคาดการณ์ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงได้มากกว่าว่า จะขึ้นหรือจะลง และอีกประการหนึ่งหากโรลไปไกลก็ต้องแบกรักภาระดอกเบี้ยทันทีไปตามจำนวนวันตามอายุสัญญาไปทันทีด้วย ดังนั้นเม่าสติปกติย่อมจะเลือกถือครองในสถานะที่ใกล้ปัจจุบันเป็นหลัก เว้นแต่…เม่าจะคิดอะไรบางอย่างหรือมั่นใจอะไรบางสิ่งในระดับมากๆ จนยอมที่จะโรลไปสัญญาไกลตัวมากๆ บ่นมาเยอะล่ะ ไหนมาดูสิ เทรดหุ้นด้วยข้อมูลมันทำอย่างไรล่ะเนี่ย ???

KTCZ18.PNG

ภาพตัวอย่างที่เห็นคือ  BT KTCZ18X (Series นี้มี X ห้อยท้ายคือ อะไร คือหุ้นมีการแตกพาร์ลงมา ทำให้ตลาดปรับจำนวนสัญญาด้วยการเบิ้ลหุ้นให้แทนจากเดิมที่คูณ 1,000 เป็น คูณด้วย 10,000 หุ้นแทน (เนื่องจากแตกพาร์จากพาร์ 10 เหลือ พาร์ 1) มียอดเทรด 1,422  สัญญา โดยเป็นบลอคเทรดซะ 1,420 สัญญา ซึ่งก็ค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับ OI คงค้าง ณ 27/6/2561 มีอยู่แค่ราว 3,100 สัญญา ซึ่งแค่ตรงนี้เราก็ต้องถือว่า เยอะผิดหูผิดตา แต่………….. มันมีอะไรที่ผิด กลิ่นไปมากกว่านั้นอีกจ้า เพราะถ้าไปไล่ดู Series อื่น เราจะพบการบวมของยอด BT KTCU19 แบบตะลึงตึ่งตึง 14,140 สัญญา โอ้วววววววววววววววว

KTCU19.PNG

ดูแวบแรกอาจจะงงนิดหน่อย เพราะนึกว่า คือการบวมของ BT ระดับฝีแตกหรืออย่างไร? เพิ่มกันมาเป็นหมื่นสัญญา !!! ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ แต่มันเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของ Series ที่จะกลับเข้าสู่โหมดปกติที่ไม่มีตัวเลขอำพรางของการแตกพาร์มาชวนให้งุนงงอีก จำนวนสัญญาจาก Z18X เมื่อกลับเข้าสู่ระยะปกติก็เลยแตกสัญญามาคูณ 10 ทำให้จาก 1,400 สัญญา มาเป็น 14,000 สัญญานั่นเอง ไม่งงกันน๊า…. จากข้อมูลแค่นี้ล่ะ ที่เราสามารถเอาไปเทรดหุ้นตามข้อมูลได้เลย เพราะรายใหญ่ทำการ Roll over สัญญา 1,420 สัญญาของ Z18X มาเป็น U19 แบบด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาบังคับโรลสัญญามาได้เพียงแค่ราตรีเดียว ดังนั้นนี่คือ “การสมัครใจโรล” เป็นแน่แท้ ซึ่งก็แปลว่า คนโรลมองว่า หุ้นกำลังจะไปต่อ จึงต้องรีบโรลเสียก่อนที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะแพงไปกว่านี้ เพราะต้องขยับราคาโรลสัญญาที่ราคาต่ำกว่าราคาฟลอร์ของหุ้นในปัจจุบันนั่นเอง ข้อมูลแค่นี้ก็ทำให้เราเห็นว่า คนที่มีสถานะใน BT KTC เยอะมากถึง 14 ล้านหุ้น (ตีกลมๆ) ยังมองว่าราคาหุ้นควรจะต้องเดินหน้าขึ้นไปต่อ แถมน่าจะเป็นช่วงที่หุ้นกำลังจะออกตัววิ่งแบบแรงๆ อีกครั้งนั่นเอง จึงต้องตัดสินใจรีบ Roll Over เสียตั้งแต่วันนี้ไง ถ้าเจ้าหรือรายใหญ่คนนั้นมองว่าหุ้นจะขึ้นต่อ เราเป็นเม่าควรทำยังไง แทง Put เปิด Short สวนพี่เจ้า อ่ะ..คงไม่ใช่…เด๋วได้ไส้แตกกันพอดี เราก็ตามน้ำไปสิจ้ะ แหมมมมม

ktc chart.PNG

ตอนนี้เข้าใจยังว่า เทรดหุ้นตามข้อมูล (ของเจ้า) ทำยังไง !!! ซึ่งเราจะไม่ทำแค่นี้ เพราะมันเสี่ยงไป เราก็นำข้อมูลที่ได้ไปเชื่อมโยงกับกราฟด้วย ภาพรวมของสายเทคนิคอลของ KTC ณ เวลานี้เป็นอย่างไร เราก็จะได้เห็นการเบรคไฮเก่า 36.0 มาได้ และอยู่ในระยะสะสมะพลังเพื่อมุ่งหน้าเบรคไฮเดิมที่ 36.8 ต่อไป ถ้าเห็นแบบนี้สมองก็ควรเชื่อมโยงทุกข้อมูลเข้าด้วยกันแล้วประเมินว่า KTC กลับมามีพลังอีกครั้ง และน่าจะพร้อมเดินหน้าต่อไปข้างบนได้ เราก็วางแผนดูว่า เราควรจะมี KTC ตามพี่เค้าไปดีไหม ถ้าหลุดเท่าไหร่จะ Stoploss แบบนี้ก็จะถือว่า เป็นการวางแผนเทรดหุ้นตามข้อมูล (ของเจ้าหรือรายใหญ่) นั่นเอง

OCEAN is Blue and so are you

ocean chart

ตำนานศึกชิงมหาสมุทรนั้นลุ่มลึกเกินกว่าพระอภัยมณีจะหยั่งถึง หลายคนอาจจะพอรู้ว่า ประโยคนี้หมายถึงอะไร แต่..ตรงนั้นก็ช่างมันเหอะ เพราะเรื่องราวปมนั้นมันก็จบลงไปแล้ว แน่นอนว่ามวลเม่าบางส่วนล้มตายไปในช้อตทุบสะท้านโลกันตร์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่กดทิ้งดิ่งเกือบติดฟลอร์ ก่อนงัดขึ้นในแค่ไม่กี่อึดใจ ลากๆ พักๆ ตบๆ ทุบๆ สลัดเม่าสายไล่ราคาให้ออกจากเกมไปให้หมด ก่อนจะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์เพื่อเริ่มต้นเส้นทางซึมขึ้นแบบเงียบๆ ช้อตทุบมหาโหดทำให้ OCEAN กลายเป็นมวยการ์ดตกที่สายเทคนิคอลปาของคืน เลิกมองเลิกสนใจและไม่ให้ราคาอีกต่อไป สายงบไม่ต้องเอ่ยถึงงบที่ง่อยแบบเรียกแขกไม่ได้เลย ไหนเลยใครจะสนใจ OCEAN ดังนั้นช่วงหลังฉากทุบสกัดเม่าเรื่อยไปจนถึงระยะช่วงรอยต่อระหว่างรอประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติเพิ่มทุนในวันที่ 27 สิงหาคม จึงเป็นให้อารมณ์ OCEAN is Blue ของจริง เงียบเหงาและเศร้าหมอง ขนาดคนที่รอด้วยความเข้าใจอย่างผึ้งเองยังพอหงอยตาม

แต่แล้ว…เมื่อมติที่ประชุมเพิ่มทุนผ่านฉลุยกุ๋ยแบบไร้เสียงโหวตค้าน มติเอกฉันท์ขาด และภาพผู้ถือหุ้นรายใหญ่สองคนกอดกันหัวเราะร่า ทำให้เม่านั่งมองด้วยความงงงวยแล้วสรุปช้อตทุบโหดสลัดรัสเซียเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม มันคืออะไรหว่ะ ??? แล้วไฉนอยู่ๆ กลับมารักกันหน้าตาเฉยได้ขนาดนี้ แต่ช่างมันเหอะ บทละครมันปรับมันแก้กันได้ถ้านักแสดงยินยอมพร้อมใจจะแสดงให้ เรื่องราวของ OCEAN is Blue ก็เริ่มหายบลู (ที่แปลว่า เศร้า กลับเป็นบลูที่แปลว่า ฟ้าเจิดจรัส กันเสียที) เอาช่วงกลางของการประุชุม EGM นี่ละ ไล่ราคาขึ้นมาแบบครื้นเครงจนนั่งประชุมผู้ถือหุ้นไปก็สงสัยไปว่า ตกลงราคาในกระดานนี่ก็ส่วนหนึ่งของบทละครด้วยสินะ แถมจากนั้นเช้าวันถัดมาก็ลากต่อไปแบบสร้างความหวังให้มวลเม่าทั้งหลายประมาณว่า อาจจะกลับไปทำไฮใหม่ได้ แต่เกมก็ทิ้งกลางอากาศลงมาซะดื้อๆ เหมือนจะเลิกงานพับโต๊ะกลับบ้าน แต่ด้วยความที่นั่งนับหุ้นตามมาตลอดทาง ทำให้คำนวณได้ว่า “หนุ่มน้อยหน้ามนคนนั้น” ยังมีของอยู่อีกเพียบ งานเลี้ยงจะจบลงแค่นี้ไม่ได้แน่ เพราะฉะนั้นก็ต้องทนให้เป็น เย็นให้ได้ ตามเจ้าไป จนกระทั่งมีรายงานแจ้งตลาดว่า 6 กันยายน มีบิกลอต OCEAN 29.76 ล้านหุ้น เราก็นั่งสวดมนต์กันไปว่า คล้อยหลังไปอีก 3 วันตามกติกาตลาด หวังใจว่า OCEAN is  Blue ที่พ่อหน้ามนใครคนนั้นอย่าได้แจ้งขายหุ้นออกมาเชียวนะ ไม่งั้นได้มีวงแตกกันบ้าง แล้วพี่เม่าจะงงหนักมากว่า เกมจะโอเวอร์แค่ตรงนี้จริงๆ เหรอ ซึ่งพอผ่านไปครบกำหนดก็ไม่มีใครคนนั้นแจ้งซื้อขายหุ้น OCEAN ไม้ใหญ่ก้อนนี้ตามหลังมา สรุปว่า OCEAN is still Blue เฮ้อออออออออ ฟ้ายังฟ้าอยู่นะจ้ะเด็กๆ เล่นเอาเม่าน้อยที่แอบตามเกาะกางเกงพี่เจ้ามาโล่งอ๊ก โล่งใจ ไปตามๆ กัน

biglot ocean.PNG

แล้วทุกอย่างก็ซึมๆ เหมือนไม่มีอะไร ยกเว้นแต่ Bollinger Band ที่กลับมาบีบตัวเข้าหากันอีกครั้ง และ..แล้ว  OCEAN ก็มาระเบิดสามเหลี่ยมเอาวันที่ 24 กันยายน แล้วก็กระชากสายโหดเรียกพี่ สายเชี่ยเรียกพ่อกันเลยทีเดียว เพราะใช้เวลา 2 วันติด ในการไล่ทำ All Time High ต่อเนื่อง 2 ครั้ง แบบหักปากกาเซียนสายเทคนิคอลทุกสำนักที่เคยได้สะบั้นรักกันไปเมื่อเดือนก่อนชนิดหมามองเครื่องบินห้ามกระพริบตากันเลยทีเดียว อะไรก็มันก็ดีอยู่นะ จนกระทั่งอยู่เมื่อวันที่ 26 กันยายน ดันมีฟอร์ม 246-2 แจ้งการเข้าถือครองหุ้น OCEAN ของนักลงทุนท่านนึง ซึ่งตอนแรกก็แจ้งว่าซื้อไป 25 ล้านหุ้น (ตัวเลขคุ้นๆ เนอะตรงกับยอดตัวเลข Biglot เมื่อสองปีก่อนเลยให้ตายเหอะโรบิ้นนนน) จากนักลงทุนหญิงคนนึง แบบซื้อขายกันโดยตรง (Biglot) ซึ่งถ้าจริงตัวเลขที่แจ้งก็ไม่ตรงกับยอดบิกลอตวันที่ 6 กันยายน ที่มีแค่ 1 transaction และถ้าใช่ก็คือแจ้งได้ดีเลย์มากกกกกกกกกกกกกกกก พอเราเอ๊ะเข้าให้หน่อย ฟอร์มหน้าเว็บก็หายไปจ้า…………. เหลือให้ดูแค่ฟอร์มของ DNA แบบนี้ก็ได้หราาาาาา  แต่ดีนะ เราเซฟเอาไว้ ใครหาไม่เจอเด๋วดูที่นี่ OCEAN 246-2 เอาเซ่ะๆๆๆ จะปาหี่อะไรก็เอาเหอะพี่ หนูก็พร้อมจะดูภาคต่อ

ocean 26

จากกราฟดูก็รู้ว่าเกมนี้ยังไม่จบแค่ตรงนี้ แต่…เราก็แค่ไม่ชอบอะไรที่มันผลุบๆ โผล่ๆ ไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เด๋วรอติดตามกันต่อไปว่าฟอร์มที่หายไปจะมีฉบับแก้ไขตามหลังมาเมื่อไหร่และมีข้อมูลตรงจุดไหนบ้างที่มีการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ควร  แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะอะไร ??? หรือเพราะใคร ??? ก็ยังยืนยันตรงนี้ บอกได้คำเดียวว่า Money Game ของ OCEAN นี่เป็นมหากาพย์สองปีที่ตื่นเต้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเกมนี้ยังไม่จบแค่ 2 บาทนิดๆ แบบนี้ เพราะมันกระจอกเกินไป ท่องเอาไว้เลย OCEAN is “BLUE” and so are you. 

Welcome Back กับการกลับมาของตำนาน 15 แท่งเขียว +480%

Capture.PNG

หากใครเข้าตลาดหลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี น่าที่จะรู้จักหุ้นตัวนี้ (ขออภัยที่ต้องปิดชื่อและราคาหุ้น เพื่อป้องกันการชี้นำทางราคา) เพราะเขาผู้นี้คือ “เจ้าของตำนาน 15 แท่งเขียว +480% ในเวลาเพียงแค่ 15 วันทำการเท่านั้น” เอ้า…ปรบมือสิคะ รออัลไลลลลลลล มหกรรมพาเหรดยกราคาหุ้นขึ้นดั่งปุยนุ่นแบบนี้ คงจะใช้คำอื่นใดไม่ได้แน่ นอกจากนี่คือ การปั่นราคาหุ้น อย่างแน่แท้ ส่วนใหญ่เรามักชอบพูดกันว่า อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันฉันรักเธอ เอร้ยยย ไม่ใช่ละ อย่าออกทะเล คำว่า “อดีต” ในวงการหุ้นสำคัญเสมอ และสำคัญมากด้วย เพราะในทฤษฎีดาว (Dow’s Theory) ยังมีประโยคคลาสสิคที่ว่า History repeats itself เลยจริงไหม เพราะฉะนั้นอดีตของหุ้นตัวเน้ก็เช่นกัน เพราะคนเรานิสัยก็คือนิสัย มันเปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะว่าไหมล่ะ

วัฎจักรของการทำราคาหุ้น มักต้องเริ่มต้นจากการเก็บหุ้นในระดับถูกๆ ก้นๆ ต่ำๆ เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ดี และที่สำคัญราคาต่ำๆ เรี่ยดินจะเกิดขึ้นเมื่อหุ้นได้นอนเน่าตายมาแล้วสักภพสักชาตินึง เพราะมันนานมากพอให้เม่าเบื่อหน่ายที่จะอดทนรอต่อไป หรือทำให้หมดหวังที่ได้กลับไปขายหุ้นที่ราคาเดิม และเมื่อเจ้ามือหุ้นได้ของไปตุนไว้ในมือมากพอสำหรับก่อการแล้ว เราก็จะเริ่มเห็นการค่อยๆ ยกตัวขึ้นของราคาหุ้น พร้อมกับการปรากฎตัวของขาใหญ่ใครบางคน ซึ่งสิ่งที่เม่าจำเป็นต้องเพ่งพินิจก่อนไปร่วมวุ่นวายมุงแย่งของกับเขาก็คือ สัดส่วนการถือครองหุ้นของขาใหญ่มาใหม่ และสัดส่วนของ Freefloat ในกระดาน ที่ควรจะต้องยุบลดหายไปอย่างน้อย 15-30% ตรงนี้จะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า งานเลี้ยงต้องดำเนินต่อไป เพราะเจ้ามือหุ้นมีของมากพอเกินกว่าจะผละงาน ดังนั้นการเฝ้าติดตามรอดูกำหนดการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะโดยเหตุผลกลใด ทั้งปิดสมุดทะเบียนประชุม AGM ธรรมดา หรือปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดสิทธิ XR  XW  XD ทั้งหลายจึงเป็นกิจวัตรที่เม่าน้อยหอยสังข์พึงต้องหมั่นติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวเหล่านี้ไว้บ้าง และนี่ก็คือ ปิดสมุดทะเบียนเมื่อกาลก่อนของปีที่แล้วของเจ้าของตำนานผู้นี้ ณ 15 กันยายน 2560 มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยสูงถึง 71.23% แล้วถ้าพี่เม่าจะบอกว่า ปิดสมุดรอบใหม่ที่กำลังจะเพิ่งปิดสมุดไปและอยู่ระหว่างการรออัพเดทรายชื่อใหม่ในวันจันทร์นี้มันควรจะมี Freefloat ลดลงเหลือสักราวๆ 35% ล่ะ น้องเม่าทั้งหลายจะว่ายังไง ?

Capture.PNG

ถ้าตัวเลขมาตามนัดที่บอกไว้ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนสัก +-5% ล่ะ เราตื่นเต้นตาพองได้ไหม ก็คงต้องบอกว่า ได้สิหว่ะ มันควรต้องตาพองเป็นปลาทองกันบ้างละงานเน้ ในเมื่อผลงานในอดีตของพี่เค้าก็่ช่างหอมหวลเย้ายวนใจน้องเม่ายิ่งนัก รุนแรงถึงขั้นประทับจิตประทับใจเสียขนาดนั้น เม่าไหนเลยจะลืมความหลังครั้งวันวานยังหวานอยู่ได้ลงคอล่ะจริงไหม โดยเฉพาะเมื่ออยู่ดีไม่ว่าดี เดิมทีมีกรรมการกันอยู่แค่ 7 หน่อ ก็อยู่ๆ ลุกพรวดพราดมาแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน ซะอย่างนั้น ก่อนหน้าจะประกาศวาระการเพิ่มทุนแจกวอร์ แบบนี้ด้วยแล้ว มันผิดกลิ่นอยู่ไม่น้อย แล้วคล้อยหลังการเพิ่มทุนแบบที่เจ้าภาพเดิมใช้สิทธิเพิ่มทุนเกินจำนวนแบบท่วมท้นล้นประมาณ อยากได้หุ้นเยอะๆ ไปทำไมมากมาย ตามด้วยการแจ้งแบบฟอร์มการเข้าถือครองหลักทรัพย์ติดทำเนียบรายใหญ่ของผู้มาใหมผ่านการถือครองในนามนิติบุคคลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีกรรมการนิติบุคคลเป็นบุรุษหนุ่มผู้ลือนามกระฉ่อนไกลในฐานะเจ้ามือปั่นหุ้นที่เพิ่งถูกกลต.ขึ้นบัญชีดำไปไม่นานนี้เองอีกด้วย แบบนี้จะให้พี่เม่าเพิกเฉยดูดาย ไม่ลุกขึ้นมาจัดเวที Welcome Back ปรบมือต้อนรับการกลับมาครั้งนี้ได้อย่างไรกัน โดยเฉพาะเมื่อสบตาพาดผ่านรายนามของ 3 เกลอที่เคยร่วมสำนักร่ำเรียนหนังสือหนังหามาด้วยกันเมื่อครั้งยังเยาว์วัยมาด้วยกันอีกตังหาก ที่อยู่ๆ รอบนี้โคจรกลับมาถือหุ้นร่วมกันแบบพร้อมเพียงกันโดยมิได้นัดหมายด้วยแล้ว พี่เม่าก็ได้แต่ยิ้มบางๆ เอ่ยเบาๆ ว่า Welcome Back AVENGERS Team ก็แล้วกันนะจ้ะๆ

ปล. ใครรู้ว่าเจ้าของตำนาน 15 แท่งเขียวคือหุ้นตัวไหน ก็อย่าได้เสียงดังออกไปเชียวล่ะ เงียบไว้ จุ๊ จุ๊

 

EPCO เพิ่มทุนไปทำไม ???

Capture.PNG

หลังจากโพสต์ล่าสุด เราทิ้งความสงสัยไว้ว่า EPCO เพิ่มทุนผู้ถือหุ้นเดิมไปทำอะไร ? ถ้าเรามีถืออยู่เราควรยอมเพิ่มทุนให้พี่เค้าหรือไม่ ในเมื่อกิจการก็เติบโตไปด้วยดี ส่วนทุนก็ไม่ได้ติดลบหรือง่อนแง่น ทำไมไฉนใยต้องเพิ่มทุน  และแล้ว…ในที่สุด EPCO ก็แจ้งแก้ไขรายละเอียดการเพิ่มทุนครั้งนี้ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเย็นวันนี้ โดยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการใช้เงินว่า จะนำไปลงทุนทั้งสองอย่างตามที่เราคาดเดากันไว้เลยจ้า ทั้งการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างแดน และเข้าซื้อกิจการโรงพิมพ์ เอาเฮ้ย สองอย่างเลยวุ้ย !!! ว่าแล้วเราตามไปดูรายละเอียดคำชี้แจงของพี่เค้ากัน อย่างที่บอกไปแล้ว โดยส่วนตัวชอบ EPCO เพราะดูทำมาหากินมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่เกเรเหลวไหล มีรายได้กลับมาปันผลให้กับนักลงทุนมาโดยตลอด เรียกได้ว่า คบหาต่อไปได้ ฝากผีฝากไข้ได้ประมาณนึง ดังนั้นพอพี่เค้าเอ่ยปากให้เติมเงินเข้ากิจการเพื่อไปขยายการลงทุนต่อ เราก็พอจะมีใจให้ได้ไม่ยาก เพราะผลงานที่ผ่านมาการันตีได้ว่า ผู้บริหารไม่ได้เข้าเงินไปถลุงละลายน้ำที่ไหนแบบนี้เม่าที่ไหนก็พอจะมีใจอยากเติมเงินให้อยู่หรอกนะ

ตามแผนงาน EPCO จะทำการออกหุ้นเพิ่มทุนจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering: RO) มูลค่า 344.86 ล้านบาท โดยแยกเป็นเงินลงทุนโรงไฟฟ้า 310 ล้านบาท และอีก 34.86 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยมีทุนสำรองสำหรับการใช้เงินในอนาคตผ่านการออกวอร์แรนต์ EPCO-W3 หากมีการแปลงวอร์แรนต์ทั้งจำนวนอีกราว 522.52 ล้านบาท เงินก้อนปล่อยผ่านไป เพราะเราวัดอะไรในเชิงมุ่งหมายระยะยาวไม่ได้ แต่สำหรับวงเงินการแปลงวอร์แรนต์นั้นมันพอจะเป็นกุญแจเฉลยความในใจของผู้บริหารได้ระดับหนึ่ง หากว่าระยะเวลาการแปลงวอร์แรนต์ถูกกำหนดขึ้นมาในลักษณะที่สอดคล้องกันกับระยะเวลาในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งระยะเวลาเฉลี่ยที่นิยมใช้ในการดำเนินการคือ 18 เดือน แล้วกำหนดแปลงวอร์แรนต์ EPCO-W3 ล่ะ กำหนดไว้แบบไหน ไปดูกันสักหน่อยสิ เอกสารชี้แจงไว้ว่า วอร์แรนต์มีอายุ 2 ปี กำหนดแปลงทุกสิ้นเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคมของทุกปี ซึ่งก็ดูสอดคล้องกับเงื่อนไขในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพอสมควร อนุมานว่า น่าจะออกวอร์แรนต์มารองรับการขยายงานในส่วนของโรงไฟฟ้าจริงๆ

Capture.PNG

วัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มทุนครั้งนี้จะนำเงินไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนาม รวม 2 โครงการ โดยมีกำลังการผลิตรวม 109.76 MW ภายใต้สัญญาขายไฟ 25 ปี ให้กับการไฟฟ้าของเวียดนาม ในอัตรารับซื้อไฟแบบ Feed in Tariff : FIT ในอัตราหน่วยละ 0.0935 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 3.08 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยน 32.96 บาทต่อ 1 $US) ในเฟสแรกที่กินระยะเวลา 20 ปี และเฟสที่สอง ใน 5 ปีสุดท้ายจะเป็นไปตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนในสินทรัพย์ราว 3 พันล้านบาท (โดยส่วนที่เหลือบริษัทจะหาสินเชื่อหรือผู้ร่วมลงทุนต่อไป) โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนการลงทุนในส่วนทุน (EIRR) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 18 ถ้าเป็นไปตามนี้ได้จริง เรียกว่าฟังดูดี หากหาผู้ร่วมลงทุนได้ อาจฟังดูไม่เร้าใจหากต้องเป็นการหาสินเชื่อ เพราะแปลว่า กิจการจะมีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มไงจ้ะ ถึงกิจการได้มีรายได้เยอะ แต่ถ้าต้องเอาไปจ่ายดอกเบี้ยหมด มันก็เหลือกลับมาถึงนักลงทุนน้อย แบบนี้ความน่าสนใจในการถือลงทุนในระยะ 2-3 ปี ข้างหน้าจึงเป็นอะไรที่ต้องคิดล่ะ

ส่วนการขยายการลงทุนอีกอย่างที่บริษัทเล็งไว้ก็คือ จะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์อยู่แล้ว แต่ EPCO เองก็ชี้แจงมาชัดเจนว่า เหมือนธุรกิจอับแสงที่พ่ายให้กับสื่อยุคใหม่ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เลยตั้งใจว่าจะใช้สถานที่ของโรงพิมพ์แห่งนี้ไปทำ “กิจการกล่องลูกฟูก ซึ่งเป็นกิจการแขนงหนึ่งอยู่แล้วของโรงพิมพ์แห่งนี้โดยมีประสบการณ์ในด้านนี้มาแล้วยาวนานถึง 20 ปี” เนื่องจากมองเห็นว่ามีแนวโน้มเติบโตได้ดีกับธุรกิจโลจิสติกส์ โดยอยู่ระหว่างการทำ Due Diligent ที่ได้มีการวางมัดจำไปแล้ว 2 ล้านบาท แต่หากตกลงกันไม่ได้ ยังคงได้รับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวนว่างั้น โดยมีกำหนดจะเข้าซื้อในเดือนพฤศจิกายน 2561 หลังได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นแล้ว คำถามที่ตามมาก็คือ ตกลงซื้อเอาที่ดินมาใช้เป็นที่ตั้งกิจการโรงงานกล่องว่างั้น โดยเป็นการซื้อผ่านการเข้าถือหุ้นกิจการ ตรงนี้ที่แหม่งๆ นิดหน่อย เพราะราคาเองก็ยังไม่ชัดเจน (เพราะเค้าแจ้งว่าอยู่ระหว่างทำดีล) แต่ราคาการเข้าซื้อควรต้องชัดเจนในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในรอบนี้ ซึ่งผู้ถือหุ้นเองก็จำเป็นต้องไปซักไซ้ไล่เรียงให้กระจ่างแจ้งว่า โรงพิมพ์อะไร เจ้าของเดิมคือใครหนอ (อันนี้ล่ะโคตรของโคตรสำคัญเลย) มูลค่าการเข้าลงทุนเป็นเม็ดเงินเท่าไหร่ วางโครงการเงินลงทุนหมุนเวียนไว้เท่าไหร่ มีฐานลูกค้าหรือตลาดรองรับไว้แค่ไหน จะคืนทุนได้ในกี่ปี ซึ่งตรงนี้อยากบอกว่า กิจการโรงงานกล่องลูกฟูกฟังดูดีและสอดคล้องกับเทรนด์ธุรกิจ แต่วงเงินเข้าลงทุนยังคงเป็นคีย์สำคัญที่จะทำให้เราพยักหน้าว่าดี หรือ ส่ายหน้าแล้วร้องยี้แพงไปไม่สมเหตุผล ตรงนี้เลยที่ต้องรอความชัดเจน เพราะข้อมูลตรงนี้จะทำให้เราแยกออกได้ทันทีว่า EPCO กำลังจะลงทุนจริงๆ หรือแค่ทอนเงินกันนอกกระดานให้กับผู้หนึ่งผู้ใด

แล้วถ้าจะถามกันต่อไปว่า ไอ้โรงพิมพ์ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อแซ่ อ้างแต่ว่าอยู่ระหว่างการทำ Due Deligent นั่นล่ะ น่าจะเป็นที่ไหนกันหน๊ออออออ ถ้าจะบอกว่า ขอเดาว่า เป็น SPACK ไปเลยล่ะจะได้ไหม ?????  SPACK ชื่อเน้ถ้าไม่ใช่สายหุ้นซิ่งอาจมีทำหน้างงกันเลยทีเดียว แต่ถ้าสายหุ้นซิ่งรับรองว่า ร้องอ๋อกันทุกคน เพราะ SPACK ขึ้นชื่อว่าเป็น หุ้นซิ่งร้อนฉ่าที่มีเงาของใครคนนึงเด่นชัดอยู่เสมอเวลาที่หุ้นตัวนี้วิ่งแบบร้อนแรงในหน้าจอ Ticker เพราะมันต้องทั้งซิ่งและร้อนฉ่าให้สมราคาของ หุ้นพ่อมดทางการเงิน จริงไหมล่ะ ! จะใช่ SPACK หรือไม่ใช่อดใจรอสักประเดี๋ยวอีกสองเดือนก็ได้รู้กันว่า Trick or Treat ?

Capture.PNG

 

 

 

 

 

 

EPCO # Volume Bird Know

โดยปกติเม่าจะมองเห็นการขึ้นรัวๆ สีเขียว พอๆ กับการลงพรวดๆ สีแดง ผ่านหน้าจอ Ticker เหตุการณ์ในกระดานของวันที่ 10/09/2018 เม่าทั้งหลายน่าจะได้เห็นการลงพรวดๆ แดงยาวๆ แท่งลึกของหุ้น EPCO ผ่านตากันไปบ้าง การที่หุ้นสักตัวจะแดงในภาวะตลาด Sideway Down ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การลงพรวดพราดแบบมีวอลุ่มจึงเป็นเรื่องที่เม่าต้องให้ความสนใจ การทิ้งตัวลงมักถูกถามหาข่าวเกิดอะไรขึ้น ซึ่งบางครั้งแท่งแพนิคนั้นอาจมีคำอธิบายในวัน แต่กับหุ้นบางตัวมันอาจลงไปแบบไร้คำอธิบายในวัน หากแต่ต้องรอการเฉลยหลังจากตลาดปิดไปแล้วอีกสักใหญ่ และดูเหมือน EPCO จะเป็นเคสหลังที่การปรับตัวลงเมื่อวานปราศจากคำเฉลย จนกระทั่งเย็นวันที่ 11/09/2018 หลังตลาดปิด คำเฉลยของ Volume Bird Know ที่ทิ้งบอมบ์ถล่มลงมาจึงได้ฤกษ์เฉลยออกมา EPCO ประกาศเพิ่มทุนแจกวอร์ให้ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ในอัตราส่วน 8:1 ที่ราคา 3.30 บาท โดยทุกคนที่เพิ่มทุนจะได้รับวอร์แรนต์ EPCO-W3 เป็นของกำนัลในอัตรา 1:1 พอรู้คำเฉลยแบบเน้ ถามว่า Volume 23 ล้านหุ้นเมื่อวานนั้น เม่าบังเอิญพร้อมใจกันขาย หรือใครบางคนที่เป็น Bird Know ตั้งใจเทของลงมา ???

ทำไมถามอะไรแบบเน้ ??? ไปสงสัยอะไรแบบนั้น !!! ลองถามตัวเองดูว่า ถามแบบนี้น่าเกลียดไปจริงๆ หรือ ในเมื่อบอร์ดมีประชุม 11 กันยายน เวลาเราเป็นกรรมการบริหารเราต้องคิดวางแผนอะไรล่วงหน้ามาก่อนไหม โดยเฉพาะเรื่องใหญ่แบบเพิ่มทุน หรือมานั่งปรึกษากันเอาในห้องประชุมวันนี้ เดี๋ยวนี้ และตกลงกันเลยแบบปุบปับ ก็อาจมีบ้าง ก็อาจเป็นได้ แต่ความน่าจะเป็นมันค่อนข้างต่ำที่จะเป็นเคสนี้หรือเปล่า ถ้างั้นถามต่อ…วอลุ่มที่สาดลงมาบังเอิญอีกไหม หรือใครบางคนหรือหลายคนตกลงอะไรกันมา ก่อนมาบอกเม่าๆ อย่างเรา เออ…น่าคิดแฮะ

ทำไม EPCO ต้องเพิ่มทุน ??? ดีหรือไม่ดี ปกติบริษัทที่เพิ่มทุน “มักจะเป็นบริษัทที่ผลประกอบการร่อแร่ เจียนหมดลมหายใจ” EPCO นี่น่ะ ไม่ใช่นิหน่า ตัวนี้ถือเป็นบริษัทลูกยอดกตัญญูที่สุดด้วยซ้ำไป เพราะทำให้หุ้นอย่าง AQUA มีปันผลมาแจกเม่าดอยนะเอ้ออ ไม่เชื่อสิท่า ไปแกะงบ AQUA ดูสิจ้ะ จะเห็นว่ารายได้จากเงินปันผลที่ AQUA ไปถือหุ้น EPCO ไว้คือ ที่มาของเงินปันผลนั่นเอง ตกลงงบ EPCO ดีหรือไม่ดี อะไรยังไงไปแอบส่องกันหน่อยดีกว่า

ที่ผ่านมา EPCO ไม่ได้เพิ่มทุนแบบขอเงินผู้ถือหุ้นมาเติมมาก่อน แต่ที่ส่วนทุนเรียกชำระแล้วเพิ่มขึ้น (กรอบสีน้ำเงิน) เกิดจากการที่ผู้ถือหุ้นทำการแปลงวอร์แรนต์มาเป็นหุ้นแม่นะจ้ะ ในแ่ง่ของรายได้ การ COD โรงไฟฟ้าทำให้รายได้ของ EPCO เติบโตเพิ่มขึ้นชัดเจนในปีที่แล้ว กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เห็นหรือยังว่า เป็นบุตรที่แสนดีของ AQUA จริงๆ (ชีวิตจริงในตลาดจะสลับฉากกับชีวิตความเป็นจริงนิดหน่อย เพราะคุณยุทธ ชินสุภัค ผู้บริหาร EPCO มีสถานะเป็นบิดาของคุณฉาย บุนนาค ซึ่งเราต่างก็รู้กันดีว่า มีเงาของคุณฉายชัดเจนในทุกเหลี่ยมมุมของ AQUA) อ้าวเฮ้ยงบก็ดูดี แล้วทำไมไฉนจึงมาเพิ่มทุน RO ซะงั้น

จากการค้นข่าวที่ลือกันมา (ยังไม่มีการแจ้งตลาดอย่างเป็นทางการ) สำนักข่าวอ้างว่า ผู้บริหารแจ้งว่า Q3/61 จะมีการ COD โครงการโซลาร์ฟาร์ม Kurihara ที่ญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีก 11.68 MW อันนี้ก็ถือเป็นข่าวดีที่จะมาเสริมการเติบโตของกิจการ แล้วก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องเพิ่มทุนเลยว่าไหม แถมยังมีข่าวดีจ่อนำเข้าบริษัทลูก Eastern Power Group เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เหมือนจะได้เงินทุนหมุนเวียนเข้ามาเพิ่มแล้วใช่ไหมแบบเน้ แล้วทำไมยังจะต้องเพิ่มทุนอีก ??? ถ้างั้นข่าวสุดท้ายล่ะมีสิทธิไหม ? EPCO มีแผนจะเข้าซื้อกิจการโรงพิมพ์มูลค่า 500 ล้านบาท ห๊ะ…. เด๋วววววว ตัวเลขนี้คือ ครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งปีของบริษัทเลยนะ !!!! ถ้าเอาจริงก็เกินตัวไป เพราะจะทำให้บริษัทเสียสภาพคล่องไปกับการจ่ายเงินก้อนนี้ไปพอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้า… เพิ่มทุน 8:1 โดยอัตราจองสิทธิ 3.30 ก็จะได้เงินจากการเพิ่มทุนราวๆ 350 ล้านบาท ค่อนข้างใกล้เคียงกับตัวเลขที่เป็นข่าวอยู่พอสมควร

แต่ข่าวก็คือข่าว จริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้ แต่ถ้าเราอ่านงบเป็น เราจะพอรู้ว่า EPCO น่าจะมีแผนการลงทุนอะไรบางอย่างรอเค้าอยู่ และผู้บริหารต้องการเงินก้อนนี้เพื่อนำไปลงทุนมากกว่าไปถลุงล้างผลาญแบบที่บริษัทอื่นๆ เค้านิยมเพิ่มทุนกันอยู่ โดยส่วนตัวมองว่า การเพิ่มทุนของ EPCO ให้ภาพบวกมากกว่าภาพลบ ส่วนราคาจะไปทางไหน อันนี้พี่เม่าไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพียงแต่อยากจะวิพากษ์ไว้สักหน่อยว่า หากเป็นการนำไปลงทุนในกิจการโรงพิมพ์จริงๆ พี่เม่าเวียนเฮดแทน กิจการโรงพิมพ์ตอนนี้เราก็รู้กันอยู่ว่า IRR ต่ำและน่าจะใช้เวลาคืนทุนนานพอสมควร EPCO น่าจะไปทำอะไรที่ตัวเองถนัดอีกแล้วดีกว่า คือ ลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านต่อไป อย่างที่มีอีกกระแสข่าวบอกว่า EPCO สนใจบุกไปทำที่ลาวกับฟิลิปปินส์อะไรแบบนี้น่าจะดีและชัวร์กว่า หากเงินลงทุนที่ EPCO วางแผนไว้เป็นเคสหลัง พี่เม่าก็จะเห็นดีเห็นงามเอาใจช่วยไปด้วยคน แต่ถ้าผู้บริหารเลือกโรงพิมพ์ พี่เม่าก็หวั่นใจว่า จะเป็นการย้ายเงินในกระเป๋าเม่าไปใส่กระเป๋าใครหว่าก็ไม่รุสินะ เม่าอย่างเราก็ต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปว่า EPCO จะนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไร ใครมีอยู่ก็ติดตามข่าวมาหน่อย ไป EGM ด้วยจะได้ไปซักถามให้กระ่จ่างแจ้งก่อนร่วมใส่เงินให้เขาไปนะจ้ะ

 

เมื่อเม่า VI ไวไว ไปฟัง VI ของจริง

โพสต์นี้เป็นการสรุปไอเดียจากงานสัมมนา VI 101 เมื่อวันที่ 26/08/2561 ที่( อดีต)พี่เม่าสายซนซื้อไวขายไว อยากลองเปิดใจให้ VI อีกสักนิด ด้วยการไปฟังนักลงทุนสาย VI พูดถึงแนวทางการลงทุน ฟังแล้วน่าสนใจอย่างเรื่องเลยสรุปมาแชร์แบ่งปันให้คนที่ไม่ได้ไปฟังแล้วกันนะคะ

Part 1 financial planning (กิตติศักด์ โภคา)

– ใช้ financial calculator (search ใน google เลย) จะช่วยคำนวนระยะเวลาการออมกับจำนวนเงินที่ต้องออม สำหรับการวางแผนการเก็บออมเพื่อเป้าหมายสั้น กลาง ยาว

– การทำประกัน ถ้าเราคือเสาหลักของครอบครัวแต่รายได้ไม่มาก กับกลุ่ม first jobber เพิ่งเริ่มมีรายได้ไม่มากให้ทำประกันแบบ term (จำกัดระยะเวลาจ่ายกี่ปี คุ้มครองกี่ปี)

– ประกันแบบ whole life เมื่อการงานรายได้มากพอ ควรขยับมาทำแบบนี้เพื่อความมั่นคงระยะยาว เบี้ยจะแพงกว่าแบบ term

– ถ้าวางแผนการเงินเป็นแล้ว และลงทุนเป็นพอสมควร ไม่จำเป็นต้องทำแบบสะสมทรัพย์ แม้จะเอาไปใช้ประโยชน์เพื่อลดหย่อนภาษี ถ้าจะลดหย่อนให้ไปซื้อ LTF RFM ไปเลยจะดีกว่า

– ทุนประกันควรเท่าไหร่ ? 5เท่าของรายได้ต่อปี (หรือเคสที่มีคนเบื้องหลังรอบตัวเยอะอาจตั้งจากค่าใช้จ่ายจำเป็นของคนรอบข้างสำหรับเวลา 2ปี)

– ใครลงทุนหุ้นต่างประเทศ ขอแนะนำให้อย่าผลีผลามโอนกำไรกลับเข้าประเทศ การรอข้ามปีภาษีจะทำให้ไม่ต้องเสียภาษี (ตามหลักแหล่งพำนักกับหลักรายได้ในรอบปี)

– การขอเครดิตภาษีคืนจากเงินปันผลจะมีประโยชน์เฉพาะกลุ่มที่ฐานภาษี 10-15 เท่านั้น

– นักลงทุนบช. Cash อาจใช้กองทุนตลาดเงินสำหรับพักเงินแทนการนอนนิ่งในบช.ธนาคาร เพราะการตัดยอดเงินเวลาเคาะซื้อหุ้น т+2 จะยังทันกับรอบการสั่งขายกองตลาดเงิน т+1 ส่วนบช. Cash balance โอเคอยุ่แล้วเงินนอนในบช.เทรด ดอกเบี้ยยังดีกว่ากองทุนตลาดเงินอยุ่จ้ะ

– วลีเด็ด “การลงทุนในตลาดหุ้นอาจไม่ใช่ทางของทุกคน” หากลองไปสัก 3ปี แล้วยังไม่ชนะตลาด ควรเลิกเปลี่ยนไปซื้อกองดัชนีแทน

– หนังสือเพื่อการวางแผนการเงินที่แนะนำให้อ่าน คนไทยฉลาดการเงิน (เล่มนี้ย้ำหนักมาก) กองทุนรวมฉบับพื้นฐาน บ้านเช่าหลังแรก (หากจะลงทุนให้เช่าอสังหา) เพาะหุ้นเป็นเห็นผลยั่งยืน (มีเขินกันเลย เพราะยังไม่เคยอ่านสักเล่ม 🙄)

Part 2 หุ้นไทยครึ่งปีหลัง (นวค กลยุทธ์ Tisco)

– อ่านบทวิเคราะห์ Tisco ช่วงเดือนกรกฎาคม มีพูดถึง Fund Flow ของฝรั่ง เม็ดเงินที่ต่างชาติยังขายออกได้อีก คือ 4-5 หมื่นล้าน (อิง market cap) หรือ 6-8 หมื่นล้าน (อิง paid up capital)

– แรงขายที่ออกไปมากแล้ว ทำให้คนคุมเกมในตลาดกลายเป็นสถาบันแทนต่างชาติ ประกอบกับแรงขายที่ขายไปมากแล้วทำให้เชื่อว่า ตลาดจะไม่ลงเยอะกว่านี้มาก อยุ่ช่วงหา bottom out ของรอบ และเพราะกำลังจะมีเลือกตั้งในปีหน้า ทิสโก้จึงค่อนข้างมีมุมมองบวกต่อตลาด

Part 3 หลักการลงทุนสไตล์ VI (มานะชัย ตันติกาญจนากุล)

– ให้เปลี่ยนแผนการใช้เงินจาก เหลือเท่าไหร่ออมเท่านั้น เป็น กำหนดไปเลยว่า ออมเท่าไหร่ เหลือแค่ไหนให้ใช้จ่ายได้แค่นั้น

– คนลงทุนแล้วไปต่อได้ หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะมีนิสัยรักการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้

– เลือกครูให้ถูกคน การลงทุนมีหลายแนว แต่การเลือกครู (ทั้งในแง่คนที่เป็นไอดอลและหนังสือที่อ่านแล้วให้ความรู้การลงทุน) มีความสำคัญมาก เพราะการเลือกครูสำคัญกว่าการเลือกหุ้น

– หนังสือแนะนำให้อ่าน ตีแตก กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนอย่างวอร์เรนบัฟเฟต เหนือกว่าวอลล์สตรีท กุญแจของการลงทุน ลงทุนสวนกระแสอย่างโทนี่โบลตัน นักลงทุนดันโด แกนการลงทุนแบบเน้นคุณค่า

– Value investment ซื้อในสิ่งที่มีคุณค่าสูงกว่าราคาที่จ่ายไป (การประเมินมุลค่าหรือ valuation จึงสำคัญมาก

– VI style Benjamin Graham ซื้อหุ้นราคาถูก คุณภาพปานกลาง พิจารณาจาก financial ratio เป็นหลัก ขายเมื่อราคาเกินมูลค่าหุ้น

– VI Style Warren Buffet ซื้อหุ้น Super Stock ถ้าพื้นฐานยังดีถือไปไม่ต้องขาย จนกว่าพื้นฐานจะเปลี่ยน

– หุ้น Super stock ดูยังไง กึ่งผูกขาด เลียนแบบได้ไม่เหมือน มีรายได้ต่อเนื่อง เติบโตระยะยาว ไม่ถูกคุกคามจาก disruptive technology ผู้บริหารเก่ง เชื่อถือได้ ไม่เจ๊งใน10 ปีข้างหน้า และราคาต้องไม่แพงเกินไป (ประเมินจาก valuation)

– หนังสือช่วยขุด super stock หุ้นสามัญกำไรไม่สามัญ หุ้นดีต้องมีปราการ หลักคิดเรื่องกลยุทธ์และการแข่งขัน

– ทำไมต้องหัดอ่านงบ เพื่อเข้าใจธุรกิจหรือสังเกตเห็นถึงความผิดปกติได้ และใช้เป็นฐานในการประเมินอนาคตของกิจการ

– หนังสือหัดอ่านงบที่แนะนำ วิธีอ่านงบการเงินในหุ้น วิเคราะห์งบการเงิน คัดหุ้นทำกำไร ก้าวแรกอ่านงบการเงิน วัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวคุณเอง การลงทุนแบบเน้นคุณค่า หลักสูตรม.โคลัมเบีย

– VI เลือกและตัดสินใจซื้อ-ขายหุ้นด้วยข้อมูลไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก

– VI ต่างจาก mainstream financer ตรงที่กระจายพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการเข้าไม่ถึงข้อมูลบางอย่างหรือภาวะที่ไม่คาดคิด (tail risk) ไม่ใช่เพื่อผลตอบแทนสูงสุด

– ระวังอคติจาก over confidence anchoring

– -หนังสือจิตวิทยาการลงทุนที่แนะนำให้อ่าน thinking fast and slow mistake were made but not by me จิตวิทยาการลงทุน แค่คิดก็ผิดแล้ว เล่นหุ้นอย่างไรไม่ให้ลำเอียง ที่เราแย่เพราะโชคร้าย เขาสบายเพราะโชคดี

– ถ้ามีภาวะขี้เกียจ ไม่อยากอ่าน ไม่อยากค้นคว้า เราจะทำไง ถ้ายังอยากมีอิสรภาพทางการเงิน กลับบ้านนอนชิลทุกอย่างย่อมเหมือนเดิม เปลีายนเป้าหมายให้ง่ายลง เพื่อให้มีโอกาสสำเร็จทำได้มากขึ้น (ไม่มีอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง แต่อาจเกษียณแบบไม่ลำบาก) และ “เปลี่ยนทัศนคติและวิธีการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้”

– Henry Ford กล่าวไว้ว่า “wheather you think you can, or think you can’t. You’re right. (แล้วแต่เอ็งเลือกเชื่อ. ว่างั้น)

– วิทยากรจบได้ดีมาก ภาพของ Bill Gates ที่ยอมทิ้งชีวิตวัยรุ่นเบนเข็มมาลุยงานเต็มตัว กับภาพออฟฟิค Amazon ช่วงแรกๆ ที่ดูซอมซ่อและ Jeff Bezos นั่งทำงานอย่างหนักเพื่อพาตัวเองมาสู่การประสบความสำเร็จ วิทยากรบอกว่าเราเห็นแต่ภาพสวยหรูตอนพวกเขาประสบความสำเร็จ แต่ระหว่างทางที่ยากและแสนโหดร้าย เขาต้องเจอกับความล้มเหลวมากมาย แต่เพราะเค้าไม่ท้อและศึกษาเพื่อเติมมุ่งมั่นเพื่อเรียนรู้และต่อสู้กับปัญหา ภาพนี้คือชีวิตจริงของคนประสบความสำเร็จที่เราไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น จาก belief ร่วมกับ value จะนำพาเราไปยัง goal โดยต้องมี passion ที่หนักแน่น Action อย่างจริงจัง focus ในสิ่งสำคัญ แบบมี strategy ผ่าน failure นับร้อยพันครั้ง แต่กระบวนการเรียนรู้ใน process ทั้งหมดจะพาเราไปสู่ success ในที่สุด (จงอย่าหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ ถ้ายังทำตัวเหมือนเดิม เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือ 20 ปีก่อน แต่เมื่อย้อนเวลาไม่ได้ ช่วงเวลาดีสุดรองลงมา คือ จงลงมือปลูกเสียแต่ตอนนี้)

Q&A

– เพื่อนรอบตัวคนสำคัญ 5 คนแรกของเราจะเป็นตัวช่วยและตัวกำหนดวิถีการลงทุนของเรา

– กิจวัตรที่ดีของ VI คืออ่านบวค ฟัง opp day ติดตามข้อมุลข่าวสาร และแลกเปลี่ยนเพื่อต่อยอด

KTC ขบวนการเตะสกัดขัดขารายใหญ่

KTC9.PNG

ถ้าใครได้ดูคลิปที่คุณธวัชชัยมาพูดถึงเกมทุบ KTC ติดฟลอร์ (ดูคลิป ที่นี่) คงจะพอเข้าใจว่า มันมี “ขบวนการเตะสกัดขัดขารายใหญ่” เพราะราคาระดับ KTC แค่ใครสักคนจะขย่มลงคงไม่ง่าย แต่ถ้าหลายๆ มือพร้อมกันมารวมพลสกรัมมโหรีปี่พาทย์ย่อมดังสนั่นได้อย่างที่เห็น วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 กระแสหุ้นของ KTC กลายเป็น Talk of the Town ไปในทันที เมื่อ KTC กลายเป็นหุ้น SET50 ตัวที่สองถัดจาก BEAUTY ที่หล่นไปกระแทกฟลอร์ หากเป็นเมื่อปีก่อนเราพูดว่า หุ้น SET50 คาฟลอร์มันดูเป็นเรื่องตลก เพราะมันยากที่จะเกิดขึ้น แต่ในปีนี้ ในวันที่สนามการลงทุนเต็มไปด้วยเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ Block Trade ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Leverage สูงมาก ยิ่งทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ !!!

จากข้อมูลในคลิปถ้าเราย้อนรอยการพุ่งขึ้นของราคาหุ้น KTC ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 61 เราจะพบว่า ณ วันที่ 01/02/61 ราคาหุ้น (ในโพสต์นี้จะขอเทียบราคาเป็นราคาหลังแตกพาร์แล้วทั้งหมดเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ) ทำ Low 23.6 High 24.2 มี OI คงค้าง 2,300 สัญญา ก่อนที่จะเปิดฉากลากราคา (ผ่านการใช้เครื่องมือ Block Trade : BT) อย่างจริงจังครั้งแรกในวันที่ 08/02/61 ซึ่งเป็นการเปิดสัญญา BT รวมทั้งสิ้นในวันนี้ 649 สัญญา ทำให้ OI กระโดดเพิ่มเป็น 2,738 สัญญา โดยราคาหุ้นในกระดานทำ Low 24.3 High 26.1  จากนั้นอีกแค่อึดใจเดียวก็มีการกระทุ้งเพิ่มอีก 428 สัญญา ในวันที่ 16/02/61 โดยราคา Low 26.1  High 29.7 แต่เป็นการ Day trade ส่วนหนึ่ง เพราะ OI คงค้างเพิ่มขึ้นแค่ครึ่งเดียวจาก Volume BT ทั้งหมด คือ ขยับจาก 3,074 เป็น 3,250 สัญญา โดยโพสต์นี้จะขอโฟกัสเฉพาะวันที่มีการลากทำราคาหุ้นขึ้นไปโดยผ่าน BT เท่านั้น เนื่องจากเป็นวันที่จำนวน Volume ฺBT มีผลต่อการสวิงของราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ktc1.png

จากนั้นเราจะเห็นช่วงที่มีการพักตัวของราคาหุ้นร่วม 2 สัปดาห์ (19/02/61 – 09/03/61) ซึ่งช่วงนี้น่าสนใจมากเพราะเป็นช่วงทุบหุ้นที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แต่ยอด OI คงค้างกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 3,250 เป็น 3,702 สัญญา (โดยมีจังหวะพีคสุดวันที่ 02/03/61 ก่อนค่อยๆ ลดลงเหลือ 3,381 สัญญาในวันที่ 07/03/61) ก่อนที่ราคาจะเปิดกระโดดอีกครั้งในวันที่ 09/03/61 โดยที่ OI กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งจนถึงช่วงวันที่ 23/03/61 ซึ่งเป็นช่วงปลายซีรี่ส์ทำให้เกิดการทยอย Roll Over สัญญาไปยังซี่รีส์ถัดไป ทำให้ Volume BT วันนี้มีความบวมเกิดขึ้น 1,249 สัญญา โดยที่ Previous OI จาก 4,515 สัญญา ขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาที่ 4,664 สัญญา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการโรลที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนที่ซีรี่ส์นั้นๆ กำลังจะหมดอายุลง

ktc2.png

แต่…เพียงแค่อึดใจเดียว ก็เกิดการรีบร้อนด่วน Roll Over อีกครั้งในวันที่ 05/04/61  ทำไมจึงบอกว่าเป็นการรีบร้อน Roll Over ก็เพราะว่า เพิ่งจะเริ่มต้น Series ใหม่ได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว พี่เค้าจะรีบโรลไปไหน ตอนแรกเม่าก็สุดงง แต่เมื่องง… แล้วไม่ตามไปค้นหา มันก็จะงงไม่สิ้นสุด ไม่เลิกรา เพราะฉะนั้นเมื่อสงสัยจึงต้องไปตามหาคำตอบจากผู้รู้ ซึ่งในที่สุดก็ได้ความว่า การที่ 2 วันก่อนหน้าที่มีการรีบร้อนโรลในวันที่ 05/04/61 นั้น มีมหกรรมทุบหุ้นอย่างรวดเร็วรุนแรงในเวลาเพียงแค่ 2 วัน โดย Low ของช้อตนี้อยู่ที่ 26.1 ก่อนที่หุ้นจะดีดกลับตัวอย่างรุนแรงเช่นกันในวันที่ 05/04/61 โดยราคา Low 27.8  High 32.9 ทำให้เจ้าของ BT ต้องรีบตัดสินใจโรลก่อนเวลา ก่อนที่ต้นทุนการโรลสัญญาจะแพงไปกว่านี้ (เคสการ Roll Over หากต้นทุนของสัญญาเดิมต่ำกว่าราคาฟลอร์ของหุ้นในวันนั้นจะถูกบังคับให้โรลที่ราคาฟลอร์ของวันนั้น ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่ระบบการคีย์ Combination จะยอมให้โรลได้นั่นเอง) ซึ่ง ณ วันที่ 05/04/61 ราคาฟลอร์ของ KTC อยู่ที่ 22.8  ดังนั้นต้นทุนของเจ้ามือที่ทำการโรลก้อนใหญ่ในวันนี้จึงอนุมานต้นทุนเจ้าได้คร่าวๆ จากราคาฟลอร์นี่เอง ซึ่งภาวะรีบร้อน Roll Over ตรงนี้กลายเป็นการเปิดต้นทุนให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นและสามารถคาดการณ์โซนต้นทุนเจ้าของ BT ไม้นั้นได้คร่าวๆ ว่าควรมีต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่)  ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าวันนี้ Volume BT 1,633 สัญญา แต่ OI เพิ่มขึ้นราวๆ ครึ่งเดียวเท่านั้น จาก 4,742 เป็น 5,480 จึงเป็นตัวยืนยันได้ว่า มีการเปิดสัญญาใหม่ร่วมกับการโรลซีรี่ส์ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งนั่นเอง จากนั้น KTC ก็ยังคงเดินหน้าราคาพุ่งต่อไป จนทำให้ช่วงก่อนปิดสงกรานต์มีการทยอยโรลอีกชุด เนื่องจาก Volume BT พอสมควรแต่ OI คงค้างขยับเพิ่มไม่มากนัก

ktc3.png

ช่วงหลังสงกรานต์ราคา KTC ยังคงขึ้นต่อเนื่องจนกระทั่งทำ ATH ไว้สูงสุดที่ราคา 38.2 เมื่อวันที่ 14/05/61 ซึ่งเป็นวันที่แจ้งผลประกอบการ Q1/61 ให้ตลาดรับทราบ พร้อมกับแจ้งมติที่ประชุมเสนอให้มีการปรับพาร์จาก 10 เป็น 1  แน่นอนว่าตัวเลขผลประกอบการของ KTC ทำให้เม่าน้อยฝันหวานว่า เช้าวันที่ 18/5/61 ตลาดควรตอบสนองงบที่สุดแสนจะอแร่มแช่มช้อยของ KTC กันบ้าง แต่…ถ้าใครเป็นแฟนคลับ KTC ก็จะพอจำกันได้ว่า หลังงบดีออกราคาก็ไม่ได้ตอบสนองสักเท่าไหร่ รอบนี้ก็เช่นกันจนเม่าขาประจำก็เลยไม่ทันระแวงว่า ทำไมช่วงนี้ราคาเริ่มกลับมาซึมลงอีกครั้ง แต่กระนั้นเม่าก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนักเพราะมองว่า ก่อนถึงกำหนดปรับพาร์ใหม่ที่จะเริ่มใช้บังคับในวันที่ 13/07/61 ราคาหุ้น KTC ควรจะต้องกลับมาเหาะเหินเดินอากาศบินได้เหมือนกับช่วงก่อน PTT แตกพาร์อย่างแน่นอน

KTC5.PNG

จากนั้นเพียงแค่ไม่กี่วัน KTC ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตัวเอง ในวันที่ 18/05/61 ด้วยการมี Volume BT พีคที่สุดในประวัติการณ์ 7,749 สัญญา เช่นเดียวกันในวันนี้เองเป็นวันที่ OI คงค้างของ KTC สูงที่สุดเช่นกัน ที่ระดับ 6,502 สัญญา ถ้าตามปกติมันคงไม่แปลกใจอะไรหาก OI คงค้างจะปรับขึ้นให้มีสัดส่วนที่สอดคล้องกับสักนิด แต่…นี่อะไร OI Previous 6,499 สัญญา เพิ่มขึ้นมาเป็น OI Today ที่ 6,502 สัญญา ห๊ะ…..อะไรนะ Volume BT พีคสุดๆ 7,749 สัญญา แต่ OI เพิ่มขึ้นแค่ 3 สัญญา !!!!

KTC6.png

What ?!?!?!?!?!?!??!!!???? มันเป็นไปได้ไง มันเกิดอะไรขึ้น อย่าว่าแต่….เม่าต้องการคำอธิบายเช่นกัน พี่เม่าเองก็งงจ้า และว้อนท์คำอธิบายเช่นกัน แต่ก็นั่นแระ คนเดินเกมใครเค้าจะมานั่งอธิบายให้ฟังว่าเค้ากำลังทำอะไร เป็นหน้าที่เราตังหาก ถ้าอยากรู้ก็ต้องหาคำตอบเอาเอง หรือว่ารายใหญ่จะรีบร้อน Roll Over เป็นไปได้ไหม แบบเมื่อวันที่ 05/04/61 ไง ไหนไปดูสิ ใช่หรือไม่ใช่ ? อะไรที่พอจะเป็นคำตอบให้เราได้ ก็การแยกดูรายซีรี่ส์เพื่อให้เห็น movement ของจำนวน BT เมื่อเทียบเป็นรายซีรี่ส์และเทียบระหว่าง Previous OI กับ Today OI และเราก็เห็นว่าภาพออกมาตามนี้ !!!

KTC7.PNG

เราจะอนุมานอะไรได้บ้างจากภาพนี้ น่า่จะไม่ใช่การ Roll Over สัญญาจาก M18 ไป U18 เสียแล้ว หลายคนอาจมองว่า Roll สิ ตัวเลข Volume BT มันสอดคล้องกันออกขนาดนี้ 3,871 ของ M18 มาโผล่ 3,878 ใน U18 ถ้ามองแค่นี้ก็ดูเหมือนจะใช่ ดูเหมือนจะมีการโรล แต่ถ้ามองเทียบกับ Previous OI และ Today OI ด้วยแล้ว มันไม่น่าจะใช่ได้นะสิ !!!! จำนวน OI ใน M18 หายไป 2,563 สัญญา ขณะที่จำนวน OI ใน U18 เพิ่มขึ้น 2,580 สัญญา ตัวเลขมันพอจะได้กันอยู่นะ โรลแน่ๆ จริงๆ จะมองแบบนี้ก็พอได้นะ แต่คำถามคือ รายใหญ่จำเป็นต้องโรลทีเดียว 3 พันกว่าสัญญาในรอบเดียวเลยหรือ (Volume BT 7 พันกว่าสัญญา ถ้าโรลจริงคือ ปิด M15  มาเปิด U18 ก็หารครึ่งก็เหลือราวๆ 3 พันกว่าสัญญา ไม่งงนะจ้ะ)  จำเป็นขนาดนั้นเลยไหม อย่าลืมนะว่า ….ทุกๆ การ Roll Over มีต้นทุนดอกเบี้ยของซีรี่ส์ใหม่ที่คนโรลต้องแบกรับไปเลยทันที  เอาดอกถูกๆ เลยแบบต่ำสุดที่โบรกคู่สัญญายอมคือ 6% ทำไมต้องรีบร้อนสร้างภาระดอกเบี้ยในวันเดียว ลองคิดประเด็นนี้ด้วยล่ะ ถามตัวเราดู ถ้าเราเป็นรายใหญ่เค้าอย่าต้องรีบร้อนทำขนาดนี้เลยไหม แบ่งทยอยโรลก็ได้ไหม ต้องก้อนเดียวเปรี้ยวใจขนาดเน้เลยไหม น่าคิดน่ะ แล้วอย่าตอบว่า รายใหญ่ไม่ซีเรียสหรอกกะดอกแค่นี้ แหม…คนที่เค้ารวยมากๆ ได้ เค้าคิดถึงต้นทุนและความเสี่ยงเสมอนะจ้ะ

ถ้ามองว่ามุมนี้ไม่ใช่ แล้วมองสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไหนได้อีก สมมติฐานที่อาจเป็นไปได้อีกมุมหนึ่ง ลองคิดตามดูนะ 3,000 สัญญา ตีกลมๆ  เทียบเท่ากับหุ้นในกระดาน 3 ล้านหุ้น ซึ่งวันที่ 18/05/61 มี Volume เทรดในกระดาน 16 ล้านหุ้น ถ้าคนที่มีเปิดสถานะ Long BT มาตัดสินใจ Close Short สถานะเดิมที่มีอยู่ใน M18 แล้วหันมาเปิด Open Short ใน U18 แทนล่ะ เป็นไปได้ไหม ???  หลายคนน่าจะเออเฮ้ยยยย แคนแค๊นนน นิหว่า เพราะอย่าลืมนะว่า วันนี้ราคาในกระดาน Low 35.4 (อันนี้ adjusted ราคาหลังปรับพาร์นะ อย่าลืม ของเดิมก่อนปรับพาร์คือ 354 ไม่ต้องเถียงว่า สเปรดตรงนี้ราคาจะเป็น 35.4 ได้ไง ต้อง 35.5 สิ ขอย้ำอีกรอบโพสต์นี้ใช้ราคาเทียบหลังปรับพาร์มาแล้ว เพื่อจะได้ไม่งงหลักกันนะจ้ะ) โดยที่ราคา High อยู่ที่ 37.0 ถ้า…มีการโยนหุ้นทิ้งเพื่อสวิทสถานะและซีรี่ส์โดยให้โบรคคู่สัญญาไปตั้งบิดรอรับราคาไว้ก็ย่อมได้นะ หรือต่อให้ไม่ทำแบบนี้เลย อาจมีคนเถียงว่าตลาดจะไม่ยอมให้วางสถานะที่ตั้งซื้อและขายในหุ้นตัวเดียวกันไว้ไม่ได้นิ โอเคไม่มโนแบบนี้ก็ได้ แต่ถามใหม่ว่า งั้นตั้งขายก่อนทยอยรินแล้วค่อยมาตั้งรับเพื่อเปิดสัญญา Open Short ให้ลูกค้าก็น่าจะทันนะ เพราะถ้า Volume เทรดทั้งวัน 16 ล้านหุ้น การตัดขายออกมา 3 ล้านหุ้นนี่เม่าไม่ทันได้แพนิคหรอกจริงป่ะ เอาเป็นว่า เคสนี้เป็นไปได้น่าจะมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมองกราฟตามมา เพราะหลังจากนั้นราคาหุ้นก็ค่อยๆ ซึมลงต่อเนื่อง แต่เม่าทั้งตลาดก็ยังประสานเสียงกันว่า เกมยังไม่จบ รายใหญ่ยังอยู่และวอลุ่มออกของก็ยังไม่มีให้เห็นให้กังวล และสำคัญที่สุด KTC มีประเด็นรอกำหนดแตกพาร์รออยู่ สบายๆ เด๋วไปต่อ ตรงนี้หุ้น 354 บาท (35.4) แพงไป ลากต่อยาก ต้องให้ปรับพาร์ก่อนเกมจะร้อนฉ่าขึ้นอีกที นั่นคือ สิ่งที่เม่าคิด แต่ความจริงคืออะไร ??? ตามไปดูกัน

นับจากวันนั้น OI คงค้างไม่เคยกลับไปพีคที่เดิมได้อีกเลย และค่อยๆ ทยอยลดลง เพราะอะไร มันก็เป็นไปได้ที่รายยุ่ยที่บังอาจหาญห้าวเปิดสถานะ BT ตามรายใหญ่ได้ อาจทนภาวะราคาไหลลงไม่ไหว แล้วถอดตัวจากเกมไป ก็คงมีบ้าง แต่จำไว้ว่า เกมจะยังคงไม่มีทางเปลี่ยนทิศ หุ้นจะไม่มีทางเปลี่ยนเทรนด์ ตราบใดที่รายใหญ่ “ที่สุด” ยังคงไม่ถอนตัวจากเกม   แต่คำถามตอนนี้คือ รายใหญ่ที่สุดที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่เราเห็นในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายใหญ่ที่เราเชื่อกันว่าคือรายใหญ่ของเกมนี้ อาจไม่ได้ใหญ่ที่สุดจริงๆ แม้ว่าโดยสัดส่วนการถือครองมากที่สุดนะ…อาจใช่ !!! แต่ยังไม่มากพอที่จะกำหนดเกม โดยเฉพาะถ้ามี “รายเกือบๆ ใหญ่หลายๆ คน” มาจับมือกันก่อการอะไรที่สวนทาง คนกลุ่มหลังอาจเป็น “รายใหญ่ที่แท้จริง” ของเกมนี้ก็ได้ โดยเฉพาะถ้าบังเอิญเค้าสามารถคำนวนต้นทุนและหน้าตักของรายใหญ่ได้ วิธีคำนวณต้นทุนรายใหญ่เราอธิบายไปแล้วก่อนหน้านี้ เค้าอาจไม่ได้รู้ระดับต้นทุนแบบเป๊ะๆ แต่โซนของต้นทุนที่เป็นไปได้ อันนี้คำนวณได้แน่ๆ ตามที่ได้เล่าไปก่อนหน้าแล้ว เมื่อกฎของ BT คือ การใช้ Leverage ในการทำกำไร คนเทรด TFEX ย่อมรู้ทุกคนว่า การถูกบังคับให้เติมเงินจะต้องเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นหลุดไปถึงโซนไหน จริงอยู่ว่า ไม่มีใครรู้ว่า รายใหญ่วางหน้าตักไว้เท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่า การรวมกันขย่มกระตุกหนวดเสือในรอบนี้ไม่มีอะไรต้องเสีย ถ้าหน้าตักเค้ากว้างพอเติมเงินได้ก็ให้เค้าเติมไป แต่ถ้าไม่พอเค้าก็ต้องขายออกก่อนโดน Force Sell ในขณะที่กลุ่มก่อการก็ยังได้กำไรไปถ้วนหน้าจากการ Short หุ้นลงมาอยู่ดี ไม่ว่ารายใหญ่จะมีความสามารถในการรักษาสถานะ BT ไว้ได้หรือไม่

แน่นอนว่า อาจมีคนสงสัยว่า ถ้าอีกกลุ่มที่เดากันย้ายไปเปิดสถานะ Open Short จริง แค่ 3 พันกว่าสัญญา จะไปทำอะไรได้ มันก็ถูกต้องอีก แต่ปัญหาคือ เกมนี้มันไม่ได้มีแค่การ Short Sell หุ้น KTC ลงมา ถึงแม้ว่าตัวเลขการ Short Sell ในช่วงนั้นจะถือว่าเยอะกว่าช่วงที่ผ่านมาไปบ้างก็ตาม แต่……อย่าลืมว่า Volume เทรดในกระดานวันที่ KTC ทิ้งบอมบ์ลงฟลอร์มันสูงถึง 94 ล้านหุ้นเชียวนะ  และที่สำคัญเราต้องไม่ลืมว่า Effective Date ของการแตกพาร์คือ วันที่ 13/07/61 ได้ส่งผลอะไรต่อ BT เอาๆ ไปดูกันๆ ประกาศตลาดฯ ได้ชี้แจงประเด็นนี้ไว้ตามนี้เลย

ktc margin.PNG

ใช่แล้วววววว ตลาดเลือกใช้การปรับจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นให้แทนการเบิ้ลจำนวนสัญญาให้ ดังนั้นสเกลของ BT จะถูกคำนวณด้วย 1 สัญญา = 10,000 หุ้น แทน 1 = 1,000 หุ้น (จากการปรับพาร์ 10 เหลือ พาร์ 1) ดังนั้น 3 พันสัญญาที่มีอยู่เดิม จะเท่ากับ 30 ล้านหุ้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับ Volume เทรดในกระดานวันที่ 16/07/61 ที่ 92 ล้านหุ้น ดังนั้นจำนวนสัญญาในมือของคนที่เลือกแล้วที่จะไม่อยู่ข้างเดียวกับรายใหญ่จึงสามารถเปิดเกมกระหน่ำหุ้นให้ลงมาที่ราคาฟลอร์ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีกองหนุนจากโบรกเกอร์ที่เปิดขาย KTC Call ที่ต้องทำการ Rebalancing ตามหุ้นอ้างอิง ซึ่งเคสแบบ KTC ซึ่งเป็นหุ้นใน SET50 การสวิงของราคาหุ้นแม่เพียง 3-5% ย่อมมีผลให้โบรกเกอร์ต้องเทขายหุ้นแม่ทิ้งตามน้ำลงมา กลายเป็น Snowball ที่กลิ้งทับกันกดทับราคาหุ้นแม่ให้ยับเยินเป็นผุยผงได้ ไม่นับ Naked Short ที่มีการร่ำลือกันว่า เป็นเครื่องมือสำคัญของเกมในวันนี้ที่สถาบันบางแห่งถูกยืมมือให้เข้ามาร่วมก่อการเตะสกัดขัดขารายใหญ่ในวันนี้  ซึ่งการก่อการในวันนี้สร้างปรากฎการณ์ฮือฮาไปทั้งตลาดหุ้น เพราะการล่วงรู้ต้นทุนรายใหญ่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถบีบให้รายใหญ่ต้องปิดสถานะ Close Short ไม้ที่ทุนสูงเพื่อหนีตายออกมาเช่นกัน หิมะก้อนนี้จึงไม่ได้ใช่เพียงฝ่่ายก่อการช่วยกันปั้น แต่ยังบีบให้รายใหญ่ต้องมาช่วยปั้นหิมะก้อนให้ใหญ่ขึ้นแบบที่รายใหญ่เองก็ไม่เต็มใจเช่นกัน จนต้องเรียกว่าเป็น “โคตรของโครต Snowball” ของแท้ เพราะสามารถทำให้ KTC เป็นหุ้นตัวที่สองใน SET50 หล่นกระแทกฟลอร์ได้สำเร็จตามหลัง BEAUTY คล้อยหลังกันเพียงแค่อาทิตย์เดียว แบบชนิดหักปากกาเซียนกระตุกหนวดเจ้ากันเลยทีเดียว

แต่ผลประกอบการที่ประกาศออกมาเย็นวันเดียวกับที่หุ้นโดนทุบติดฟลอร์ ก็ทำให้เม่าทั้งตลาดพร้อมจะตอบรับการดีดกลับของราคา หรืออย่างน้อยก็เชื่อกันว่า ต้องมีจังหวะรีบาวน์จากการ cover short ในระดับนึง เราจึงเห็นปรากฎการณ์การเปิดกระโดดของหุ้นขึ้นไปที่ราคา 27.5 (Low 24.2 High 30.0 Close 29.5) ด้วย Volume มหาศาล 149 ล้านหุ้น แน่นอนว่า มีมหกรรมการพีคของ Volume BT ปนอยู่ในนั้นด้วยเช่นกันที่ 1,931 สัญญา และเป็นช่วงเวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น หากแต่ OI คงค้างมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 6,254 ลดลงเหลือ 5,385) ซึ่งสะท้อนให้เห็นการหนีออกจากเกมที่สถานการณ์กำลังอึมครึมนั่นเอง

KTC8.png

เกมนับจากนี้ควรเป็นเช่นไร ไม่มีใครกล้าฟันธง แม้ว่าผลประกอบการ Q2/61 ของ KTC จะออกมาอลังการระดับ Higher than Expected ของทุกโบรก แต่พลังของผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมนั้นยังไม่อาจพาราคาหุ้นกลับขึ้นไปยืนให้แข็งแกร่งได้ คำถามคือ เพราะอะไร ??? หุ้นดีไม่จริงอย่างนั้นหรือ ? คำตอบคือไม่ใช่ แต่เพราะเม่าต่างรับรู้กันไปแล้วทั้งตลาดว่า นี่คือเกมเช็คบิลรายใหญ่ที่มีผู้ร่วมก่อการและพร้อมใจกันมาก่อการแบบนี้ สนามนี้จึงยังไม่ที่เล่นของเม่ากระจอกแบบเรา เพราะสงครามรอบนี้จะไม่จบลงแค่วันที่ 16/07/61 เพราะการที่รายใหญ่มีหุ้นอยู่ในมืออีกมากมาย แถมยังมีสถานะ BT เหลืออยู่มากพอให้อีกฝ่ายกลับมาทำสงครามประสาทและสงครามราคาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ โดยเฉพาะในสภาวะที่เกมครั้งก่อนฝ่ายที่ชนะทำกำไรมากโขไป ขณะที่ฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำเองก็สูญเสีย wealth ลงไปในระดับที่ต้องใช้คำว่า “มหาศาล” ในพริบตา และถ้าเราสังเกตเทียบกันในช่วงเวลาแค่ “สองวันอลเวง” เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า เหตุการณ์วันที่ 16/7/61 ส่งผลกระทบต่อระดับความเชื่อมั่นในการถือสถานะ BT ต่อไปอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเกมวันที่ 17/7/61 เปิดฉากจากแรงกระเพื่อมของผลประกอบการที่ประกาศออกมาช่วงเย็นหลังตลาดปิดวันที่ 16/7/61 เจ้าของสถานะ BT ไม้ที่ทุนสูงเลือกใช้จังหวะเด้งแรงของวันที่ 17/7/61 ในการพาตัวเองออกจากเกมที่ถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว  เพราะเพียงแค่สองวันสถานะ OI คงค้างหายไปถึง 1,076 สัญญา

KTC10.PNG

ดังนั้นแม้ใน Opportunity Day ที่เพิ่งผ่านไป (Click ที่นี่) ผู้บริหาร KTC จะยืนยันตัวเลขกำไรสุทธิของทั้งปีว่า ต้องเห็นหลัก 5 พันล้านบาทก็ตาม แต่สถานะของการเป็นหุ้นดี ณ เวลาที่เมฆหมอกอึมครึมเช่นนี้ ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้รายใหญ่กัดฟันถือสถานะไว้แบบมั่นใจได้อีกต่อไป เพราะรายใหญ่เองก็รู้ดีว่า การที่หุ้น KTC ไปไมได้ถึงฝั่งฝันในวันนี้ไม่ได้เกิดจากการบริหารงานของกิจการ หากแต่เกิดจาก KTC ถูกใช้เป็นสังเวียน Money Game ในการเตะสกัดขัดขารายใหญ่โดยแท้  ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า หลังการพยายามสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริหารที่ให้คำมั่นกับนักลงทุนอย่างชัดเจนว่า กำไรสุทธิทั้งปีจะยังคงสูงกว่าที่นักลงทุนคาดไว้อย่างแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นเราเถอะนะ  แต่ทว่า…เสียงของผู้บริหารแม้จะพยายามพูดให้ดังฟังให้ชัด ก็ยังไม่สามารถทำให้ทั้งเม่าและรายใหญ่คลายกังวลได้อย่างแท้จริง โดยจะเห็นได้จากการที่ยอด OI คงค้างยังคงทยอยลดลง ในขณะที่ราคาในกระดานยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนหยัดเหนือราคา 30 บาทได้ ซึ่งก็เป็นเพราะสงครามประสาทอาจก่อตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปซีรี่ส์ใหม่ในช่วงปลายเดือนหน้า ที่รายใหญ่จะต้องโรลสัญญาใน U18X (ที่ยังคงค้างอยู่อีกราวๆ เกือบ 2 พันสัญญา) ไปยัง Z18X ซึ่ง ณ ตอนนี้ถ้ายังเชื่อมั่นในกิจการอยู่ สิ่งที่รายใหญ่ต้องทำคือ การทยอยโรลสัญญาหรือทยอยปิดสถานะ U18X ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในเกมที่ยากเกินกว่าจะควบคุมและรับมือได้ไหว เพราะกฎการลงทุนข้อสำคัญที่เม่าทุกคนรวมทั้งรายใหญ่เองก็รู้ดีคือ “ทุกอย่างล้วนมีความเสี่ยง และจงถอนตัวออกมาจากความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา”  

SPORT กับอนาคตที่วังเวงของสโนไวท์แม่ลูกดก

sport1.PNG

นักลงทุนมักถูกสอนต่อๆ กันมา ว่าอย่าถือหุ้นหลายตัวจนเกินไป เพราะจะไม่มีเวลาดูแลหรือติดตามความเป็นไปของหุ้นให้ดีพอหรือทั่วถึง มันก็คล้ายๆ คำสอนของคนรุ่นใหม่ที่มักให้เหตุผลกับการมีลูกให้น้อยลงกว่าสมัยคนรุ่นพ่อแม่เรา ด้วยการพูดถึง การมีลูกแต่น้อยแต่พอดีจะช่วยให้การเลี้ยงดูลูกเป็นไปอย่างมีคุณภาพมากขึ้น แต่คำสอนเหล่านี้เหมือนจะไม่ได้ผ่านเข้าไปในหูของ SPORT แต่อย่างใด เพราะหากไม่นับ CIG แล้ว SPORT น่าจะเป็นหุ้นที่ลูกดกมากที่สุดตัวหนึ่งในตลาดหุ้น เพราะวันนี้ SPORT แจ้งตลาดฯ ว่า ขอ (อนุญาต) เพิ่มทุนแบบ Right Offering (RO) ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมด้วยอัตราส่วน RO 3:1 แต่เราจะแจกวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นที่ (ยอม) เพิ่มทุนกับเราเท่านั้นนะ ด้วยอัตราส่วน 1:1  พูดง่ายพร้อมจะทำคลอดบุตรคนที่ 7 แล้วนั่นเอง แหม……….ให้อารมณ์สโนไวท์แม่ลูกดกเสียนี่กระไร ว่าแต่… เม่าที่ดอย SPORT อยู่ควรจะดีใจดีไหมละเนี่ยยยย ???

สิ่งที่เม่าพึงจำไว้เสมอว่า คำว่า แจกหลักทรัพย์แปลงสภาพ (วอร์แรนต์)” โดยเนื้อแท้ลึกๆ มันก็คือ การเพิ่มทุนประเภทหนึ่งอยู่แล้ว เพียงแต่คำว่า “แจก” มันลวงให้ลืมเฉลียวใจฉุกคิด เพราะมันให้อารมณ์ของคำว่า “ฟรีไม่มีต้นทุน” แต่จริงหรือ ???  ขอตอบว่า …ไม่จริงนะจ้ะ เพราะทุกครั้งที่ออกวอร์แรนต์ย่อมเกิด Dillute Effect ต่อราคาในกระดานเสมอ เพราะฉะนั้นเมื่อการออกวอร์แรนต์ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนรูปแบบหนึ่งอยู่แล้ว ใยยังต้องเพิ่มทุน Right Offering อีกละจ้ะ ?!?!  ก็ต้องขอตอบตามตรงแบบไม่อ้อมค้อมไม่เห็นแก่หน้าพี่เจ้าว่า ก็ถังแตกกรอบแดกเต็มที่แล้วก็แค่นั้นล่ะจ้ะ ถ้าไม่เพิ่มทุนหาเงินมาเติมให้บริษัท ก็เห็นทีจะอยู่หายใจต่อไปไม่ไหวแล้วนั่นเอง เฮ้ยยยย จริงรึนั่น !!! ไหนไปดูสิสัญญาณชีพหุ้นตัวนี้มันเข้าเกณฑ์โคม่าขนาดไหน

sport3.png

น่าตกใจเลยทีเดียว สัญญาณชีพแผ่วมาก นี่ขนาดใช้เครื่องช่วยหายใจแปลงวอร์เพิ่มทุนปีที่แล้วไปรอบนึงแล้วนะ แต่ยังไม่มีวี่แววจะฟื้น แถมทำท่าชีพจรจะดับอีก ส่วนผู้ถือหุ้นลดลงตลอด 4 ปี และเข้าสู่ภาวะส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบไปเรียบร้อยแล้วในไตรมาส 1 ปีนี้ ไม่ปรากฎการทำกำไรเลยในรอบ 4 ปี ที่ผ่านมา มิหนำซ้ำภาวะขาดทุนพุ่งสูงขึ้น หลายคนอาจสบตากันแล้วถอนหายใจก่อนเอ่ยปากว่า กลุ่มมีเดียเป็นธุรกิจขาลงที่พระอาทิตย์กำลังตกดินแล้ว ก็คงจริงนะ ดูอย่าง NINE  NMG  GRAMMY SMM แต่นั่นไม่ใช่เงื่อนไขที่จะทำให้เม่าอย่างเราต้องสงสาร SPORT แล้วหลับหูหลับตาช่วยมันเพิ่มทุนเติมเงินเข้าบริษัทเชียวนะ เพราะสื่อสิ่งพิมพ์ที่หันมาทำสื่อทีวีค่ายอื่นๆ เค้าก็ดิ้นรนต่อสู้ประคับประคองตัวเองมาได้ก็มี อย่าง AMARIN ถึงแม้จะส่วนหนึ่งเพราะเสี่ยเจริญมาอุ้มสมค้ำชูก็ตามนะ แต่ผลประกอบการเค้าก็ฟื้นได้เพราะเรทติ้งเริ่มมี ดังนั้นเม่าก็ไม่ควรจะผ่อนปรนกัดฟันให้อภัยเพียงเพราะ SPORT อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Sunset

ไปดูกราฟราคาหุ้น SPORT กันบ้าง งบแบบนี้ราคาหุ้นคงจิ้มลิ้มพริ้มเพราน่าดูชม เนื่องจากตั้งหน้าตั้งตาราคาไหลลงมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ราคาย่อมเป็นไปตามผลประกอบการ) ดังนั้นใช้กราฟเดย์อาจเห็นกราฟแท่งเท่ามด เลยต้องปรับเป็นกราฟเดือนเพื่อให้เห็นภาพรวมของราคาหุ้นและเทรนด์ของหุ้น ซึ่งชัดเจนว่า เป็น strong downtrend ชัดเจนมาก คือ ลงอย่างเดียว ซึ่งเราจะเห็นการพยายามทิ้งทวนของเจ้ามือที่ปั่นราคาขึ้นไปเพื่อออกของในปี 2016 ก่อนเลี้ยงตัวออกข้างแน่นอนว่า ของเยอะจำเป็นต้องค่อยๆ ริน เพื่อรักษาระดับราคา ก่อนที่จะทิ้งบอมบ์สั่งลาเมื่อภารกิจปล่อยของเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว จากนั้นราคาก็ไหลลงแบบไม่มีวอลุ่มปูดให้เห็นอีก แต่เป็นการที่เม่าค่อยๆ กัดลิ้นลาตายไปทีละคน

sport4.PNG

แต่เมื่อมาถึงจุดที่บริษัทเดินต่อไปไม่ไหว มหกรรมเพิ่มทุนจึงเป็นวาระแห่งชาติ  ณ ตอนนี้ก็คงจะหารายใหญ่ใจหาญห้าวมารับเพิ่มทุนแบบ PP ก็ยากเต็มทน เลยต้องมาฝากผีฝากไข้กับเม่าจรหมอนหมิ่น ที่ต้องเอาวอร์ 7 มาล่อใจกัน น้องเม่าพึงจำกฎข้อนึงไว้ตลอดกาล หุ้นที่แจกวอร์แรนต์บนเงื่อนไขการต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มทุนแลกไป คือ หุ้นที่กำลังจะใกล้ถึงกาลอวสานในไม่ช้าไม่นาน (เรียกได้ว่า แทบจะทั้งหมดของหุ้นที่มีเงื่อนไขแบบนี้แทบทุกตัว ต้องโดนตลาดเฉดหัวออกไปห้ามเทรดในเวลาไม่นานเกิน 2-3 ปีข้างหน้า) ดังนั้นเกมนี้ไม่ต้องทายเลยว่า จะออกมารูปแบบไหน !!! สาบานแทนเจ้ามือว่า ต้องลากกันสุดพลัง เพื่อปล่อยของใส่เม่าให้มากที่สุด และให้เม่ารับภาระการเพิ่มทุนไปแทน เห็นราคาหุ้นกระจอกแบบนี้นี่ละ ปั่นง่ายดีแท้ แล้วอย่าลืมตามไปดูมาร์จิ้นของโบรคที่เราเทรดหุ้นอยู่ด้วยนะ ว่ามีโบรคไหนใจปล้ำให้วงเงินมาร์จิ้นหุ้นตัวนี้เป็นกรณีพิเศษบ้างไหม ยิ่งถ้ามีและถ้าเจอเกมนี้ก็เล่นแบบเก็งกำไรสั้นๆ หัดรักตัวกลัวตายกันไว้บ้าง ถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าดอยคอยเวลาตายตามหุ้นไป

รูปการณ์ที่เล่ามาทั้งหมด เม่าที่ไม่ได้ดอย SPORT อยู่ก็เตรียมรวยหวยออกตอนเจ้าลากได้เลย ลากแน่นอนแต่จะสนั่นลั่นทุ่งขนาดไหนนั้นก็ตอบยาก แต่คิดว่ามากโขแน่ๆ แต่พอฟังแบบนี้ก็ไม่ได้ให้ขายบ้าน ขายรถ มาอัดเต็มแม็กซะล่ะ ที่สำคัญเล่นได้แต่อย่าให้เลยเถิดเพลิดเพลินเกินพอดีไปล่ะ เพราะทั้งโบราณและปัจจุบันเค้าก็ยอมรับกันทั่วแล้วว่า พ่อแม่ที่ดีไม่ควรมีลูกหลายคน SPORT-W7 แหมคลอดกันถี่ยังกับแม่เป็นสโนไวท์ซะขนาดนี้ แม่พันธุ์จะไม่บอบช้ำเลยคงไม่ไหวจริงไหมล่ะคุณผู้ชมมมมม

กลิ่นเสือดำเริ่มจางหายไป…แต่กลิ่นเจ้า “หมดรัก” หุ้นตัวเองเริ่มโชยมา

วันนี้ BDRM Blog ขอเปิดพื้นที่ให้ Tony น้องเม่าฝึกดม มาลองตามกลิ่นเจ้ามือ Special Author ของเราในวันนี้เริ่มจากการเป็นน้องเม่าสายเทคนิคอลที่นั่งเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของรายงาน 59-2  246-2  Biglot มาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากฝึกตามดมมาระยะนึง น้องเม่าก็เริ่มฉายแววความจมูกดี หูตาว่องไวขึ้นมา และนี่ไม่ใช่เคสแรกของการบ้านของเม่าคนนี้ แต่เป็นเคสที่สองซึ่งทำให้ BDRM เห็นว่า การบ้านตลอด 2 ปี ที่สั่งสมมา มันได้ออกดอกผลผลิบานในที่สุด ขอพื้นที่วันนี้ให้โอกาสน้องเม่าเล่าให้เราฟังว่า เค้าเจอใครและร่องรอยอะไรกันบ้าง ส่งเวทีให้น้องตรงนี้นะคะ ใครอ่านแล้วแวะมาทิ้งคอมเมนท์ให้กำลังใจ Special Author คนแรกของ BDRM Blog กันด้วยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ


 

panther
ข่าวเสือดำที่ถูกยิงตาย…เริ่มเลือนหายไปจากการรายงานข่าวของทุกสำนัก ไม่มีการพาดหัวมาหลายเดือนแล้ว เรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำขวด…เอ๊ยตำรวจเค้าสืบสาวราวเรื่องกันไป

ปกติผมเดินมาชะโงกดู 59-2 ที่เป็นข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร ดูมันอยู่ทุกวันแหละ..ตามดูมันไปงั้นๆ เหรอ…เปล่าๆ (เสียงสูง) ดูจนเป็นกิจวัตรประจำวัน….จนกลิ่นตัวใครบางคนเริ่มมาแตะจมูกเม่าอย่างผม

ตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. – ส.ค. 2561 ผมเห็นความ(ผิด)ปกติ ของการแจ้งขายหุ้น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บมจ. (ITD) …..เห็นแรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร ดูไปแบบผ่านๆ แต่พอเห็นแจ้งขาย 3 วันติดเริ่มเอ๊ะใจว่ามันแจ้งผิดหรือเปล่า (นี่ยังจะคิดในแง่ดีอยู่นะ) แต่เอ๊ะที่ 2 มันไม่ใช่นี่หว่า เริ่มถี่

เริ่มมีกลิ่นที่ดูแปลกๆ ก็เพราะคนที่ขายออกมาเรื่อยๆ นั้นคือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูต และ ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 2 นางนิจพร จรณะจิตต์ ของ ITD  (พี่สาวนายเปรมชัย) ที่ขายออกมาเหมือนกับการสาดกระสุนที่ยิงเสือดำ

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ จากหน้า Web ของ SET
https://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=ITD&ssoPageId=6&language=th&country=TH

itd-1

ที่นี้ก็เริ่มย้อนรอย…ตามกลิ่นกันสิ เริ่มที่จำนวนหุ้นทั้งหมดของ ITD มีอยู่คือ 5,279,840,848 (ห้าพันสองร้อยล้านหุ้นโดยประมาณ)

กลิ่นการขาย…!!!

ขอเริ่มย้อนรอยการขายหุ้น ITD ของ คุณเปรมชัย และคุณนิจพร ตั้งแต่ปี 2559
ข้อมูลการขายหุ้นของทั้ง 2 คนนี้ ตั้งแต่ปี 2559-ปัจจุบัน (14/05/2561) ซึ่งผมรวบรวมมาจากข้อมูล 59-2 ย้อนหลัง (ซึ่งย้อนหลังได้แค่ 3 ปี)
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fin/find59.php

เข้…..รายงานการขายหุ้นยาวเป็นหางเสือเลยยยย

itd-2มีแปลกตาหน่อยตรงที่รายการที่ 4-5 ที่เป็นการแจ้งขาย หลังการขายเกิดขึ้นไปแล้วเป็นปี อันนี้คาดว่า น่าจะถูก กลต. ให้แจ้งย้อนหลังเข้ามา

itd-3

จับข้อมูลมายำใส่ Excel แล้วรวมเป็นแต่ละปีได้ตัวเลขมาตามตารางนี้

itd-4

รวมแล้ว 2 คนนี้ขายไปแล้วประมาณ 187 ล้านหุ้น ก็ถือว่าไม่เยอะเมื่อเทียบกับระยะเวลา 3 ปี และจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด…..แต่การที่ไม่เคยซื้อหุ้นกลับเลยตลอดช่วงเวลา 3 ปี เช่นกันนี่สิ มันทำให้เม่าอย่างเราระแวงเหมือนกันนะ

กลิ่นจากปิดสมุดผู้ถือหุ้น…!!!

ขอย้อนรอยกลับไปดูผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ปิดสมุดผู้ถือหุ้น วันที่ 25/03/2559
คุณเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ 826,956,226 = 15.66%  และคุณนิจพร ถือหุ้นอยู่ 377,703,340 = 7.15%

itd-5

ปิดสมุดผู้ถือหุ้น วันที่ 31/03/2560
คุณเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ 785,494,526= 14.88%  และคุณนิจพร ถือหุ้นอยู่ 371,698,140 = 7.04%

itd-6

ปิดสมุดผู้ถือหุ้น วันที่ 30/03/2561
คุณเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ 714,479,026= 13.53%  และคุณนิจพร ถือหุ้นอยู่ 367,913,140 = 6.97%
เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

itd-7

สรุปมาเป็นตารางให้แบบนี้ก็แล้วกัน…..มีแต่ลดไม่มีเพิ่มสินะ มันจะเป็นไปได้อย่างไงถ้ากิจการดี ใครเค้าจะขายหุ้นออกมาล่ะ ของดีเค้าก็ต้องซื้อเพิ่มเซ่ลวกเพ่….

itd-8

แต่เท่าที่ไล่ดูมาคุณเปรมชัย...น่าจะมีการขายหุ้นก่อนปิดสมุดปี 2560 อีก 10,010,000 หุ้น  แต่ไม่ได้แจ้ง ก็ไม่แปลกใจเพราะขายเยอะหลายไม้ก็อาจจะหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง (ลองเอาข้อมูลการขายหุ้นไปหักลบจากจำนวนหุ้นที่ปิดสมุดดูก็จะเห็นตัวเลข 10 ล้านหุ้นนั้น)

เดี๋ยวๆ แบบฟอร์ม 246-2 ล่ะคุณผู้ชมมมมมมมมมม

คุณเปรมชัยเป็นคนทำตามกฎกติกามารยาทมาก…ขายปุ๊บแจ้ง กลต. ปั๊บ ไม่เกิน 3 วันเงินโอนเข้าบัญชี…สบายไป !!!  แต่เฮ๊ย…59-2 จบ แต่ 246-2 ยังไม่จบนะคุณเปรมมมมมมมชายยยยยยยย (ลากเสียงหน่อย)

แบบฟอร์ม 246-2 เค้ามีไว้ให้ผู้ถือหุ้นมีหน้าที่แจ้งกับ กลต. เมื่อถือหุ้นมากหรือน้อยกว่า 5% 10% 15% 20% ไม่ว่าจะตรง Ticker point ที่กี่เปอร์เซนต์ก็แล้วแต่

แล้วปี 2560 คุณเปรมชัยถือหุ้นเหลือแค่ 14.88% ไม่แจ้งคิดจะแจ้ง 246-2 เลยรึ….ฮึฮึ
เราดูย้อนหลังก็ไม่เห็นมีนะจ๊ะ กลิ่นเริ่มแรงอ่ะ

itd-9

ตามมาด้วยเรื่องธรรมาภิบาล….บานเลย

ถือว่าสั่นคลอนในเรื่องจริยธรรมของผู้นำองค์กร เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ปกติแล้วบริษัทเค้าต้องออกประกาศ Blackout Period เพื่อห้ามซื้อขายหุ้นของบริษัทก่อนงบออก 2 สัปดาห์ เป็นอย่างน้อย จริงอยู่ว่า ITD อาจไม่ได้กำหนดระยะเวลา Blackout Period ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ แต่ในสาระสำคัญว่าด้วยการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในก็มีระบุไว้ว่า อะไรที่ผู้บริหารและพนักงานไม่พึงกระทำ …..แต่รอบนี้ Q2/2561 งบออกวันที่ 14/ส.ค./2561 คุณเปรมชัย และคุณนิจพร ขายตั้งแต่ 19/07/2561 มาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 09/ส.ค./2561 … อะไรคือ “จริยธรรมและธรรมาภิบาล” ….เข้เอ๊ย  ซึ่งหากงบออกมาดี แล้วขายก่อนงบออกมันก็ไม่ติดใจอะไรหรอกนะ แต่การชิงขายออกก่อนงบออกมาไม่ดี นี่…เม่าจะรู้สึกกันเช่นไร จริงไหม ???

itd-10

นี่ไงล่ะ งบ Q2/2561
ขอบคุณภาพงบ ITD จาก Line ID : @NewsBlock

itd-11

ทิ้งท้ายด้วยข่าวแจ้งตลาด

 ITD แจ้งข่าวกับ กลต. เรื่อง ความคืบหน้าในการเรียกชำระคืนลูกหนี้การค้า สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561

ใครที่มี ITD ก็ตามอ่านหน่อยล่ะกัน….6 หน้า แต่ชัดเจน (มันอาจจะเป็นเรื่องสยองหน่อยนะ)

https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=15304879103141&language=th&country=TH

สุดท้ายนี้ จริงๆ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรถ้าเค้าจะขายหุ้น ผมไม่ได้มีหุ้น ITD ในมือ ก็แค่เดินผ่านมาแล้วผมก็จะเดินผ่านมันไป แต่…แค่คิดว่าเค้าจะขายไปเรื่อยๆ แบบนี้จนจะหมดสิทธิ์ในการบริหารงานหรือขายจนสูญเสียความเป็นเจ้าของเลยรึ มันคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะอย่าลืมว่า บริษัทนี้เป็นกิจการของครอบครัวที่คุณพ่อของคุณเปรมชัยก่อร่างสร้างตัวมา … เพียงแต่พฤติการณ์ตลอดช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาที่ทั้งสองผู้บริหารเทขายหุ้นมาตลอดทาง มันสะท้อนหรือกำลังจะบอกใบ้อะไรกลายๆ กับเม่าหรือเปล่าว่า กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรภายในบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศที่มีประวัติอันยาวนาน 60 กว่าปี ถ้ากลิ่น (หรือข้อมูล) มันไปแตะจมูกใคร ก็ขออภัยด้วย มันแค่เตะจมูก ไม่ได้ไปเหยียบหน้าใครนะ 5555+

กลิ่นซากเสือดำเริ่มจางหายไป…แต่กลิ่นใครสักคนเริ่มโชยออกมาชัดมาก แถมกลิ่นที่ชัดมากนี้แล้วมันก็ชวนให้หนักใจ เพราะกลิ่นมันฟ้องว่า เจ้ากำลัง “หมดรักหุ้นตัวเอง” ชอบกล !!!

Biglot แบบที่มีนัย ดูยังไง ?

วันนี้เป็นวันที่กระดาน Biglot ยาวเป็นวา จากที่ปกติจะยาวแค่คืบเดียว เจอยาวเป็นวาแบบนี้ น้องเม่ามักงงว่า ละลานตาไปหมดเลยดูยังว่า Biglot ตัวไหนที่มีนัย ตัวไหนไม่มีอะไร ???? เออนั่นสิ คำถามนี้จริงๆ ถือเป็นคำถามคลาสสิคนิดๆ เลยนะ เจอคนถามแบบนี้บ่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ว่างอธิบายอะไรยืดยาวสักที พอวันนี้เจอคำถามนี้อีกในห้อง ก็เลยคิดว่า เวลาเจอสถานการณ์ที่กระดาน Biglot ยาวเเฟื้อยแบบวันนี้แถมแต่ละตัวก็ดูมีวอลุ่มพอสมควรในระดับกระแทกตาแทบทั้งนั้น แล้วแบบนี้ตัวไหนล่ะที่เรียกว่า มีนัย ??? ต้องบอกว่ามันยากหน่อยๆ สำหรับเม่าน้องใหม่ที่เพิ่งฝึกดมกลิ่นรายใหญ่เลยจริงๆ

Untitled.png

ภาพจะบูดๆ เบี้ยวๆ หน่อยนะคะ วันนี้กระดานยาวมากจนต้องตัดภาพมาต่อกัน แต่เอาเป็นว่า เรากลับมาสนใจวิธีเลือก วิธีคิด วิธีมอง วิธีสังเกตกันดีกว่า สำหรับตัวเองแล้วถ้าวันนี้กระดาน Biglot หน้าตาประมาณนี้ ขอสนใจใครบ้าง ไม่สนใจไม่ได้เลย TRUE 30 ล้านหุ้น ยังไงก็ต้องสนใจวอลุ่มเยอะขนาดเน้แล้ว แต่เวลาเจอตัวที่เยอะจัดแบบนี้มันง่ายไง เพราะงั้นตัวนี้ข้ามไปไม่ขออธิบาย เพราะวอลุ่มเตะตาชัดเจนอยู่แล้ว แถมไม้เดียว (1 transaction) ด้วยคนซื้อ-คนขายย่อมไม่ใช่ตาสีตาสา แต่เป็นคนของเจ้าแน่นอน อ้อ…เคสที่จะพูดถึงวันนี้ขอตัด DW ออกจากการศึกษาวันนี้นะคะ เพราะ DW Biglot เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องปกติของขาใหญ่ที่เข้าเก็งกำไรระยะสั้นผ่าน DW ไปล่ะ

DOD 10 ล้านหุ้น แต่ความที่พี่เจ้าของรีบออกมาแจ้งตลาดว่า ตัวเรานั้นขายหุ้น Biglot ให้พันธมิตรคู่ค้าทางธุรกิจของเราเองนะ ที่สำคัญซื้อขายกันในราคากระดาน แบบนี้โดยส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องที่ไม่ต้องติดตามดมกลิ่นอะไร เพราะเค้าเปิดเผยชัดเจนราคาก็ยุติธรรม ซื้อขายกันตามราคากระดานวันนี้ แต่มีหุ้นอีก 3 ตัว ที่โดยส่วนตัวมองว่า นี่ล่ะที่เค้าเรียกกันว่า มีนัย ก็พี่ TU 8.5 ล้านหุ้น (2 transactions) ตามด้วยพี่ ERW 8.25 ล้านหุ้น (1 transaction) กับ พี่ BTS 5 ล้านหุ้น (1 transaction) นี่ละ ที่เซนส์มันบอกว่าไม่ธรรมดาจ้า……

ขอเริ่มต้นด้วยเคส TU ซื้อ-ขายแบบมีจำนวน ในราคาใกล้เคียงกับราคากระดานวันนี้ เมื่อดูยอดซื้อขายทั้งวันนี่ cover จำนวนหุ้นที่คนซื้ออยากซื้อเลย เพราะวอลุ่มเทรดทั้งวัน 11 ล้าน เยอะกว่าจำนวนที่มีการ Biglot กันที่ 8 ล้าน แต่ปัญหาคือ ถ้าไล่รวบในกระดาน เม่าจะแตกตื่นกันไหม ยกหายยกหายแบบเน้ ที่สำคัญคนซื้อได้ราคาแพง เพราะต้องไล่ในกระดาน แถมเสี่ยงโดนเม่าตาดีมาแย่งของไประหว่างรวบของ เพราะฉะนั้นไปดีลกันหลังบ้านง่ายกว่า

Capture.PNG

เช่นเดีียวกันกับพี่ BTS ซื้อขายแบบมีจำนวน ในราคาใกล้เคียงกับราคาตลาด  แต่…………ช้าก่อน เคสนี้ไม่เหมือนพี่ TU นะ ไม่เหมือนตรงไหน ในเมื่อวอลุ่มเทรดทั้งวันก็ Cover จำนวนหุ้นที่คนซื้ออยากซื้อเลย แต่มันต่างกันจริงๆ นะ ลองดู Offer ของพี่เค้าก่อน ถ้าคนซื้อจะซื้อจริงๆ เค้ายกแค่ 2 ช่องก็ได้ของครบแล้วนะ เม่ายังไม่ทันได้เห็น ได้ตกใจ ได้ไล่ตามเลย แต่ทำไม…พี่เค้าไม่เคาะในกระดานล่ะ นั่นสิๆๆๆ คิดสิคิด คิดๆๆๆ ทำไมอยู่ๆ ต้องไปดีลกันหลังบ้าน แล้วแบบนี้แปลแบบนี้ได้ไหมว่า พี่เค้ารุจักกับคุณขุนเขาแห่งรถไฟ ต้องสิ ไม่รุจักจะติดต่อซื้อขายกันยังไงล่ะจ้ะเธอจ๋า เคสอย่าง BTS คือมีดีลที่คนซื้อกับคนขายตกลงที่จะทำอะไรสักอย่างร่วมกันนั่นไง Biglot แบบนี้ล่ะ ที่บอกว่ามีนัย ต้องสนใจ ต้องคิดตาม พี่เจ้าเค้านัดจะทำอะไรกันหน๊อออ

Capture.PNG

จากไอเดียที่ให้ไป 2 เคสข้างบน ตอนนี้พอเดาได้หรือยังว่า ทำไมเคส ERW ต้องทำ Biglot แพงกว่าราคา High ของวันในกระดานไปถึง 80 ตังค์ ทำมายยยยยยยยยยยยยยยยยย ถามว่าทำไมพี่เค้าต้องทำแบบนี้ เจ้าหรือรายใหญ่เค้าไม่ได้โง่และก็ไม่ได้บ้าด้วยนะ แต่สิ่งที่เราต้องคิดตามก็คือ วอลุ่มเทรดทั้งวันเท่าไหร่ 5 ล้านกว่าเอง ถ้าต้องรวบเองในกระดานต้องยกขึ้นไปกี่ช่อง แล้วได้หุ้นครบไหม เคสนี้ไม่ครบนะถึงจะไล่รวบไปทั้งหมดชนราคาที่ 8.00 ก็ยังได้หุ้นไม่ครบ 8.25 ล้านนะ เพราะ Offer มันบางมาก นี่ละเหตุผลของการซื้อแพงกว่ากระดานมากๆ รายใหญ่เค้าไม่ได้โง่นะจ้ะ

Capture.PNG

พอเก็ทขึ้นบ้างหรือยัง แยกยังไง อะไรต้องเอ๊ะ อะไรต้องสนใจ อะไรที่ผิดกลิ่น อะไรที่ไม่สะดวกทำในกระดานหลัก มันมีเหตุผลของมันเสมอ เพียงแต่เป็นหน้าที่ของเราต้องหาให้เจอ เวลาสงสัยหรือได้กลิ่นอะไรแล้ว อย่าลืมไปเช็คกราฟและวางแผนก่อนเทรดนะจ้ะ

ปล. หลังโพสต์นี้อาจหายไปแวบนึงนะคะ มีภารกิจเพื่อชาติต้องไปจัดการนิดหน่อยค่ะ

 

 

 

 

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: