Reblog 2 # Car Sharing

There’s a new story on Quartz: Daimler and BMW are merging their car-sharing businesses to take on Uber The move reflects how traditional carmakers are under major pressure to get deeper into the shared-mobility market. Relying simply on selling cars is no longer enough. See it here: https://ift.tt/2pLFyqk

via New on Quartz: Daimler and BMW are merging their car-sharing businesses to take on Uber — Focus News Agency

car sharing

ไอเดียเรื่อง Sharing Economy เป็นการวางคอนเซ็ปที่น่าสนใจ แบ่งปันทรัพยากรกันใช้เพื่อให้ทุกคนแบ่งปันค่าใช้จ่ายรวมกันแบบจ่ายน้อยลงแต่ได้ประโยชน์สูงสุดร่วมกัน ตัวอย่างที่ Blog ข้างบนที่นำมา Reblog เป็นคอนเซ็ปของ Car Sharing แบ่งรถกันใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่เลย แต่มันเริ่มเข้าถึงง่ายเมื่อ GM ได้ริเริ่มในการนำเอา Multi-modal on-demand Mobility มาใช้กับบริการ Car sharing และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ผ่าน Application MOVEN  ที่ใช้ในการกระบวนการจองและรับคืนรถไปแล้ว ที่เด่นสุดต้องยกให้ระบบแจ้งศูนย์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งระบบจะสามารถรู้พิกัดได้เอง รวมถึงรู้รายละเอียดของรุ่นรถที่เกิดอุบัติเหตุ โดยที่ผู้ขับเพียงแค่กดปุ่มเดียวทุกอย่างจบปิ๊ง อะไรจะดีเว่อร์ ทำความรู้จักและเข้าใจบริการนี้แบบง่ายๆ ได้  ที่นี่

Capture.PNG

ในละแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ยังคงเป็นพี่ใหญ่นำทัพธุรกิจนี้ไปก่อนหน้าเราเมื่อหลายปีก่อน ภายใต้การนำของ BlueSG ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของ Bollore Group หนึ่งในผู้นำ Car Sharing รายใหญ่ของฝรั่งเศส โดยโปรเจ็คของ BlueSG ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสิงคโปร์อย่างจริงจัง เพราะต้องการลดปริมาณรถยนต์บนถนน ส่งผลให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้วถึง 32 แห่งในปัจจุบัน เพื่อรองรับธุรกิจของ BlueSG ที่เป็นรถ EV (Electrical Vehicle) ทั้งหมด เรียกว่าไปก่อน ไปไกล และไปเร็วมากเสมอสำหรับสิงคโปร์

Capture.PNG

แต่เคสของการ Reblog ครั้งนี้ส่วนตัวให้ความสนใจไปที่ เดิมแต่ละบริษัทรถต่างมี Application ในการให้บริการนี้ ซึ่งหมายความว่า หากเราพึงใจรถค่ายใดก็ต้องเลือกใช้บริการแอพของค่ายนั้น ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของแหล่งรับรถ-คืนรถที่อาจอยู่ไกลเกินไป แต่มันคงจะดีกว่าหากค่ายรถยอมนำรถของตนเองมาเข้าร่วมให้บริการใน Application ของระบบแชร์กันใช้รถส่วนกลางอย่าง UBER อย่างที่เป็นข่าวเกรียวกราวสร้างกระแสความสนใจจากบรรดา Bloggers ให้เข้ามาเขียนถึงแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ของทั้งสองค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่กันอย่างที่เห็นข้างบน

haup.PNG  Capture.PNG

เมืองไทยมีไหมบริการนี้ ? แน่นอนว่ามีอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่แพร่หลาย และผู้นำตลาดเจ้าแรกในไทยก็คือ Haupcar ซึ่งอันนี้เด็ดผู้เช่ารถจ่ายเพียงแค่ค่าเช่าคิดตามนาทีการใช้งาน (กรณีเช่ารายวันจะคิดเหมาเมื่อเช่าใช้งานเกิน 8 ชม.) และระยะทางที่ใช้งาน โดยราคาที่จ่ายครอบคลุมค่าน้ำมันและประกันภัยเรียบร้อยแล้ว อ้อ…มีบริการส่งรถถึงที่ (Delivery) อีกตังหาก เริ่ดดดดดดดดดดดดดดดดดอ่ะ  มองเผินๆ เหมือนเช่ารถขับเที่ยวต่างจังหวัด แต่การเช่ารถแบบนั้นคือเหมาวันจ่าย แต่เคสนี้เราสามารถยืมรถมาใช้เป็นรายชม. ได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นคล่องตัวกว่า และมีจุดบริการรับรถราวๆ 100 จุด อันนี้เยอะกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ แถมมีจุดที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้า ค่อนข้างเยอะ เรียกว่าสะดวกมากๆ เลย อันนี้เป็นตารางราคาค่าเช่าเปรียบเทียบแบบง่าย ตามประเภทรถ และระยะเวลาในการเช่า โดยฝั่งซ้ายเป็นราคาพิเศษสำหรับนักศึกษา และฝั่งขวาเป็นราคาปกติสำหรับบุคคลทั่วไป

haupcar.png

ดูมืออาชีพค่ายแรกไปแล้ว มาดู Start Up น้องใหม่ของประเทศไทยกันบ้าง Drivemate (เป็น Start Up ที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก DTAC)  อันนี้ไม่ใช่แค่แชร์ใช้รถ แต่เป็นการเปิดให้เจ้าของรถเอารถมาปล่อยเช่า  ในช่วงเวลาที่ตัวเองไม่ได้ใช้รถ (ฟิลลิ่งเดียวกับ Airbnb เพียงแต่เปลี่ยนจากบ้านเป็นรถประมาณนั้นเลย)  แต่อันนี้จะแอดว้านซ์ตรงที่เจ้าของรถเป็นผู้กำหนดราคาค่าเช่าเอง Drivemate ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่ตัวกลางประสานงานและวางระบบให้

ผู้บริิหาร Drivemate อธิบายแนวคิดการทำธุรกิจว่า ธุรกิจ Car sharing เป็นธุรกิจให้บริการรถเช่าระยะสั้นทั้งสองรูปแบบเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย เนื่องจากแต่เดิมจะมีเฉพาะธุรกิจที่ดำเนินการในรูปแบบ Business to Consumer เป็นการให้บริการรถเช่าระยะสั้น โดยรถที่ให้เช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซึ่งตรงนี้ทำให้การบริหารจัดการในส่วนของเรื่องเวลาและสถานที่รับคืนรถทำได้สะดวก หากผู้ใช้บริการไม่ประสงค์คืนรถที่จุดเดิม แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้นทุนการบริหารสูงในเรื่องการลงทุนเพื่อให้มีจำนวนรถมากเพียงพอ   มารองรับการให้บริการ ตรงนี้ทำให้เกิดการต่อยอดไปที่รูปแบบ Peer to Peer (P2P) ซึ่งเกิดจากการมองเห็นว่า ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกจอดทิ้งไว้มากกว่าการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการสำรวจพบว่า เวลากว่า 80% ใน 1 วัน รถยนต์มักถูกจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน ทำให้มองเห็นโอกาสในธุรกิจนี้        โดยการเปิดเป็นศูนย์กลางจับคู่เจ้าของรถที่ต้องการหารายได้เสริมด้วยการปล่อยเช่ารถในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานกับสมาชิกที่ต้องการเช่ารถในช่วงเวลาดังกล่าว

Capture

แล้วนอกจากบริษัทที่เป็นค่ายรถยนต์และบริษัทด้านโลจิสติกส์แล้ว ยังมีบริษัทอื่นไหมที่นำเอาไอเดีย      Car sharing มาใช้ในธุรกิจอีก มีสิ … ที่เด็ดกว่านั้นคือ บริษัทที่ทำอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ด้วยนะเอ้อ !!!       ถ้าในทาย เดาว่าคงยากจะทายถูก และคงจะมีเซอร์ไพรส์เมื่อขอเฉลยว่า SIRI ใช่!!! บริษัทที่ทำอสังหาริมทรัพย์รับสร้างบ้านพักที่อยู่อาศัยนั่นล่ะ ว่าแต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์นึกเปรี้ยวอะไรมาทำ Carsharing ถ้ามองกันจริงๆ ในระยะแรกคงไม่สามารถคาดหวังการทำกำไรจากการขยายธุรกิจส่วนนี้ได้เลย หากเหมือนทีมผู้บริหารต้องการนำเสนอและสร้าง Differential ให้กับแบรนด์ เสริมสร้างความรู้สึกของ        การเหนือกว่า ล้ำกว่า ให้กับลูกบ้านในโครงการของแสนสิริ เพราะการเปิดตัวโครงการนี้จำกัดสิทธิการเข้ารับบริการเฉพาะลูกบ้านของแสนสิริเท่านั้น (อย่างน้อยก็ในระยะแรก แต่ในระยะยาวเราก็อาจมีลุ้นได้เห็น        การแตกไลน์มาลุยธุรกิจนี้ก็พอมีหวัง เพราะระยะหลัง SIRI ก็มีแตกไลน์ไปทำ co-working space ไปทำสวนผักออแกนิคส์ให้เห็นมาแล้ว) โดยวางตัวโครงการ Carsharing Smart Move ให้เปิดตัวใช้งานกับ  โปรเจ็ค The Line คอนโดมิเนียมหรูย่านจตุจักรก่อน โดยลูกบ้านที่สนใจใช้บริการ Carsharing ก็ต้องดาวน์โหลด Application SMART MOVE มาเพื่อทำการจองรถ แถมรถที่นำมาใช้ในโครงการเป็นรถยนต์หรู BMW i3 แบบ Electrical Vehicle ไฮโซหว่ะ เล่นเอาอยากเป็นลูกบ้านของแสนสิริเลยวุ้ยยยย

siri.PNG

Reblog 1 # Lemon Tree Hotel IPO น้องใหม่แห่งอินเดีย

 ปี 

Patanjali Govind Keswani is an engineer who wanted to build a small hotel and live off it, playing golf, bridge, and pool. Today, he is in the market with a Rs1,040 crore ($160.5 million) initial public offering (IPO) for Lemon Tree Hotels—a chain that spans 45 properties (owned, leased, and managed) across 28 cities, with…

via How an IIT graduate built one of India’s largest budget hotel chains — Quartz

โพสต์นี้เป็นการ Reblog โพสต์ของชาวบ้าน ซึ่งเห็นว่าเป็นอีกเรื่องราวในโลกการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะมันไม่ง่ายเลยนะ ที่ชายวัยกลางคนที่กำลังท้อแท้กับชะตาชีวิตของตนเอง ที่ในวัย 39 ปี แล้วหากยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเลย

แต่ด้วยความมานะพยายามในที่สุด …. วันนี้ชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นวิศวกรในบริษัทก็ได้ผันตัวเองก้าวสู่การเป็นเจ้าของกิจการได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เขาเป็นเจ้าของธุรกิจให้บริการที่พักในรูปแบบของ Budget Hotel Chains ที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับ 3 ในธุรกิจที่พักแรมในประเทศอินเดีย ไม่เพียงเท่านั้นหากบริษัท Lemon Tree Hotel ของเขากำลังจะเข้าเทรดในฐานะ IPO (Initial Public Offering) น้องใหม่ของตลาดหุ้นอินเดีย (Bombay Stock Exchange : BSE) ในเร็วๆ นี้

นักวิเคราะห์ดูไม่ค่อยให้ราคากับหุ้นน้องใหม่ตัวนี้สักเท่าไหร่ โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า ธุรกิจนี้มีสภาพการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะในภาวะที่ Airbnb และ OYO เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างทุกวันนี้ ถ้ามองกันตรงนี้ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าจริง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ครั้งนึง Lemon Tree Hotel ก็ยืนหยัดสู้กับเบอร์หนึ่งในประเทศอย่างโรงแรมเครือใหญ่ๆ มาได้จนมีวันนี้ ดังนั้นก็ต้องไปตามดูกันลึกๆ ว่า IPO น้องใหม่รายนี้จะเติบโตต่อไปได้อย่างไร โดยเฉพาะในเวลาที่สามารถระดมทุนจากตลาดหุ้นได้แล้ว

ชื่อเครือโรงแรมทำให้อดคิดถึงเพลงนี้ไม่ได้ Lemon Tree เพลงที่บ่นเบื่อหน่าย โดดเดี่ยว คนที่มองไม่เห็นฟ้าสดใสแบบคนอื่น มองเห็นแค่ต้นมะนาว เนื้อเพลงมันก็ทำนองว่า ทุกอย่างมันอยู่ที่เราเลือกเชื่อ เลือกมอง เลือกทำ เกิดทันกันไหมเพลงนี้ 555555 คลิ๊ก ที่นี่

แบบ 246-2 # ตอนที่ 8 ACAP Case Study หุ้นเติบโตดีทำไมขายทิ้ง แถมขายไม่แจ้งอีกตังหาก

ก่อนที่เราจะมาพูดถึงความขี้หลงขี้ลืมของนักลงทุนรายใหญ่ที่ไม่ได้ทำการแจ้งแบบ 246-2 เรามาทำความรู้จักกันหุ้นตัวนี้กันสักหน่อยก่อนแล้วกัน ปกติ ACAP ขึ้นชื่อลือชาในหมู่นักลงทุนถึงความเป็นสายแข็งของผู้บริหาร เพราะทุก Opp Day ของ ACAP จะต้องมีเรื่องฮือฮาในหมู่นักลงทุนเสมอ เริ่มตั้งแต่สไลด์แจกเป้าอนาคตบริษัท (ปกติด้วยธรรมาภิบาลที่ดี ตลาดฯ ได้ควบคุมมิให้ผู้บริหารให้สัมภาษณ์หรือชี้แจงใดๆ ที่เป็นการให้ข้อมูลตัวเลขในเชิงคาดการณ์ราคาหุ้นหรือกำไรของกิจการ) รอบนั้นนักลงทุนที่มีโอกาสได้ฟัง Opp Day ACAPจึงฮือฮากันไปทั้งพารากับราคาที่ผู้บริหารยกขึ้นมานำเสนอในพรีเซนต์เทชั่นรอบนั้น

ก่อนที่ล่าสุด ACAP จะเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งใน Oppday Q4/60 กดดู VDO ที่นี่ เมื่อมีคำถามจากนักลงทุนว่า กิจการดูเติบโตดีแต่ทำไมราคาหุ้นถึงได้สวนทางกับพื้นฐานกิจการขนาดนี้ ผู้บริหาร ACAP คงปรี๊ดๆ ในใจก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านักลงทุนเรียนมาจากไหน อ่านตำราอะไรทำไมถึงขายหุ้นที่เติบโตมาด้วยดีขนาดนี้ ตอนฟังก็ได้แต่หัวเราะขำตามไป มีอบรมนักลงทุนซะด้วยว่า เลือกตำราผิดเล่มนะถึงได้ขายหุ้นดีๆ แบบนี้ทิ้งได้ลงคอ เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 53 ยังตอบคำถามทางบ้านที่ถามว่า หากมีกิจการอื่นสนใจมาเทคบริษัทจะขายให้หรือไม่ ผู้บริหาร ACAP ของเราก็ช่างเปรี้ยวใจตอบกลับไปว่า ใครถามมานั่งอยู่ในห้องไหม อยากจะด่าให้จริงๆ อุต๊ะจะด่านักลงทุนอีกนะท่าน ไม่ธรรมดาจริง Opp Day บริษัทนี้มีอะไรให้ฮือฮาได้ตลอดจริง

Untitled

แต่พอรายชื่อปิดสมุดรอบล่าสุดของ ACAP อัพเดทขึ้นเว็บไซด์ของตลาดฯ (ผ่านมาอีกราว 3-4 วันจากกำหนด Opp Day) ก็เรียกเสียงครื้นเครงจากนักลงทุนกันอีกรอบ เพราะคนที่ผู้บริหารเอ่ยถึงแม้จะไม่ได้พาดพิงชื่อออกมา ก็ดูเหมือนจะเป็นบุคคลภายในครอบครัวของท่านเอง เพราะจากเดิมในปี 2016 ที่เคยถืออยู่ถึง 5.06% ก็ค่อยๆ ทยอยลดลงเหลือ 3.47 และ 2.78% ในปี 2017 (บริษัทนี้ปิดสมุดรายชื่อผู้ถือหุ้นค่อนข้างบ่อยในช่วง 3 ปีหลัง) ก่อนยุบฮวบเหลือแค่ 1.58% ในปี 2018 อ้าว….ผู้ถือหุ้นท่านนี้อ่านตำราเล่มไหนมาล่ะนั่น ถึงได้ขายหุ้นดีๆ แบบนี้ทิ้งได้ลงคอ !!!!!!!! ทำไมไม่เอาตำราดีๆ ให้พี่ท่านเค้าอ่านบ้าง

acap

ว่าแต่เด๋ววววววววน่ะ….. พี่เค้าเคยถือติด 5% ด้วยนะ แต่ไม่เคยเห็นแจ้งฟอร์ม 246-2 เลยอ่ะ อร้ายยยยยยยพี่เป็นญาติผู้บริหารบริษัทเลยนะคะ ทำไมพี่ทำแบบนี้อ่ะคะ แย่ยิ่งกว่าพี่อ่านตำราผิดเล่ม ขายหุ้นดีๆ แบบนี้ทิ้งได้ลงคออีกนะคะ ยังไม่พอแอบเห็นอีกคนนึงก็เคยถือติด 5% แต่รอบปิดสมุดล่าสุดไม่ได้ถือหุ้น ACAP แล้ว แต่พี่ก็ต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 นะคะ ทั้งรอบที่ถือติด 5% และรอบที่ขายทิ้งหลุด 5% แต่เช่นกัน ไม่ได้มีการแจ้งอะไรใดๆ ทั้งสิ้น อ้าวววววววว แล้วแบบนี้กฎกติกาของตลาดฯ มีไว้ทำไม ?!?!?!

acap2

นี่ขนาดเราไม่มีหุ้น ACAP เลยนะ เรายังอดรู้สึกไม่ได้เลยว่า อะไรกันอ่ะ แบบนี้ก็ได้หราาาาา นึกอยากได้หุ้นมาเชยชมก็กวาดไปซะเยอะ นึกจะเบื่อก็เททิ้งหมดยกกะบะโดยไม่ต้องแจ้งไม่ต้องบอกอะไรใดๆ กฎกติกาคืออะไร หาได้เคารพ หาได้สนใจ แล้วแบบนี้เม่าต้องอยู่กันเองแบบสุ่มเสี่ยงต่อการโดนพี่เจ้าหักหลังซิ่งหนีหลังเกมจบไปแบบนี้เรื่อยๆ สินะ Thailand Only

 

 

แบบ 246-2 # ตอนที่ 7 AEC Case Study ถึงเธอผู้เป็นดวงใจ

แย่แว้วววววววววววววว เดี๋ยวมีคนทวงงาน 55555 คนอ่านคงเป็นห่วงว่า แม่นางกาละมัง…ผู้พี่ของแม่นางการะเกดจะลืมสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า จะลองขุดให้ครบ 10 Collections ก่อนสิ้นไตรมาส 1/61 ดีนะว่า ยังเหลือเวลาอีก 5 วัน อีก 4 ตอน ที่ติดค้างไว้ น่าจะทันอยู่เนอะ

Capture

กลับเข้าเรื่องเคสที่ 7 วกกลับมาดูหุ้นที่ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังครื้นเครงบรรเลงเพลงลากจาก 1 บาท ไปจบที่ 10 กว่าบาทได้ (จากนั้นมีเพิ่มทุน 4:1 เป็นครั้งหนึ่งทำให้ราคาไดลูทลงมาเหมือนทำไฮรอบที่ 4.84) รอบนั้นพี่เจ้าใช้เวลาทำการครั้งสำคัญ 10 เด้งในเวลาแค่ 1 ปี ถือว่าโหดใช้ได้เลยทีเดียว แต่หลังจากจบภารกิจพี่เจ้าก็ปล่อยหุ้นเหี่ยวแห้งมาจวบจนวันนี้

aec

แต่เราไม่ได้มาพูดถึงอดีต เรากำลังจะดูว่า รายใหญ่ได้ทำตามกติกาของตลาดในข้อกำหนดให้ต้องแจ้งความเคลื่อนไหวในการถือครองหุ้นผ่านรายงาน 246-2 หรือเปล่า มาดูกันดีกว่า หุ้นเพิ่งปิดสมุดไปเมื่อไม่นานนี้ เราพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มีรายใหญ่ 1 คนที่เข้าข่ายต้องนำแจ้งฟอร์ม 246-2 แต่พี่เบอร์ 3 เค้าไม่ได้ทำ (ดูเทียบสรุปรายงาน 246-2 ด้านล่างจะเห็นว่า พี่เค้าไม่ได้แจ้งการถือครองคร่อม 5% เข้ามาแต่อย่างใด) ทำไมเค้าไม่ทำ ??? เค้าอาจจะ…ลืมไง คำตอบที่สุดแสนจะคลาสสิคและใช้ได้ดีเสมอยังคงถูกนำมาใช้ต่อไป เราก็ดูกันมาตั้งหลายตัวอย่างแล้ว ปกติรายใหญ่เค้ามักขี้ลืมแบบนี้ล่ะ จะอะไรกันหนักกันหนา ลืมกันบ้างไม่ได้รึไง ก็อยากบอกว่า ไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ เม่าแบบเราจะไปทำอะไรได้ จริงไหมล่ะ

aec 246-2.PNG

 

TOP # Block Trade Case Study เมื่อรายใหญ่ใช้เวลา 1 วัน ทำกำไร 16 ล้าน

ถ้าเราจะไม่ได้เป็นนักเล่นหุ้น แต่เป็น “นักลงทุน” งานของเราอาจดูสบายกว่าอาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะในสายตาคนที่ไม่ได้ลงทุน  แต่จริงๆ แล้วตรงกันข้ามกันเลย ช่วงเวลาทำงานแบบ Official Hour ของเรา เราอาจดูนั่งสบายกว่าอาชีพอื่นๆ ใช้นิ้วคีย์จ๊อกแจ๊ก ไม่เห็นต้องใช้สมอง (เฮ้ยยยจริงป่าวว่ะ 5555 อยากบอกว่าไม่จริงนะจ้ะ) นั่งคุยไลน์ เล่นเฟส แชร์ข่าวทั้งวัน หาสาระไม่ได้ (นี่คือสิ่งที่โลกมองเราสินะ)

แต่เอาเข้าจริงๆ คนนอกวงการแทบไม่รู้เลยว่า เวลาทำงานของเราเป็นแบบ Unlimited ไม่ใช่แค่ช่วงที่ตลาดเปิดทำการเท่านั้น แต่…งานของนักลงทุนกลับมาหนักและจริงจังหลังเวลาตลาดปิดทำการด้วยซ้ำไป นักลงทุนต้องทำอะไรบ้างหลังตลาดปิด (จริงอยู่ว่า คนจำนวนมากอาจเลือกไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่เลือกจะทำงานของตัวเองต่อหลังตลาดปิด) หลายคนต้องเช็คข่าวประจำวัน ถอดงบ อ่านบทวิเคราะห์ ดูกราฟ เช็คยอด Biglot  // Block Trade // 59-2 // 246-2 // F6 // ดัชนีตลาดต่างประเทศ ซึ่งก็แปลก งานเลิกแล้ว แต่กลับไม่ยอมเลิกงาน อะไรทำให้นักลงทุนบางคนยอมทำอะไรแบบนี้ ???

ใครที่ทำอยู่ย่อมรู้ว่า การลงแรงทำงานไม่เคยเหนื่อยฟรี … น่าแปลก…ที่ตลาดแห่งนี้มักมีรางวัลให้กับคนที่ทุ่มเทเสมอจริงๆ โอกาสที่เห็นก่อน หรือแอบได้เห็นข้อมูลสำคัญอะไรบางอย่างอยู่แค่ภายในกลุ่ม สิ่งที่ได้จากการลงมือทำงาน ไม่ใช่อินไซด์ฟังวงในมา อะไรสิ่งนี่เองคือ แต้มต่อ…ที่ทำให้คนกลุ่มนี้ยอมทำโอทีล่วงเวลาทุกวัน เกริ่นพอให้รู้ว่า ชีวิตนักลงทุนต้องลงทุนให้สมชื่ออาชีพ แต่ไม่ได้หมายถึงขนเงินมาทุ่มทุน แต่ให้ลงทุนในความรู้ ลงแรงทำการบ้านศึกษาติดตามตลาดนะจ้ะ

กลับเข้าเรื่องกัน การตามดูบิกลอต ทำไปเพื่ออะไร ?  Big Lot คือ กระดานสำคัญอย่างหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจติดตาม มาลองดูกันว่า ดู Big Lot แล้วเห็นร่องรอยอะไรของนักลงทุนรายใหญ่ หรือคนที่เก๋าเกมกันบ้าง ซ้ายคือ Big Lot วันที่ 26/02/2018   ส่วนขวาคือ Big Lot วันที่ 27/02/2018

Biglot.JPG

วันที่ 26 เราได้เห็นการซื้อขายหุ้นบิกลอต TOP จำนวน 5.5 ล้านหุ้น ในราคา 103 บาท และวันที่ 27 เราได้เห็นการซื้อขายหุ้นบิกลอต TOP จำนวน 5.5 ล้านหุ้น ในราคา 102.5 บาท เมื่อเห็นสองรายการนี้ เม่าที่สติยังสมประกอบดี ต่อมเอ๊ะควรจะทำงานบ้าง ถ้าต่อมเอ๊ะนิ่งสนิทนี่ต้องรีบแก้ไข เพราะมันเห็นแววไม่รุ่ง ไม่รอดในตลาดแห่งนี้ เวลาที่ตัวเลขมันซ้ำกันพอดีในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันมากๆ ต่อมเอ๊ะควรสงสัยว่าพี่คนที่กระทำการน่าจะเป็นคนเดียวกัน หรือเป็นพวกๆ กัน จริงไหม …แล้วเค้าทำไปเพื่ออะไร เอออันนี้…ยิ่งน่าต้องสนใจยิ่งขึ้นไปกว่า เค้าเป็นคนเดียวกันไหม แล้วเค้าเล่นเกมนี้ทำไม ?

Untitled.png

นี่ใช่หรือไหม เหตุผลของการเกิด Biglot วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถือข้ามมา 1 วัน เพื่อรับเงินปันผล 3.75 บาท กดเครื่องคิดเลขแปป 5,500,000 x 3.75 = 20,625,000 บาท อัยย่ะ!!!!!!!!

ถ้าเราดูหุ้น TOP มีสถานะภาพรวมของเทรนด์เป็น Sideway down อยู่ ตรงลูกศรสีแดงคือ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ต้องถือหุ้น TOP อยู่ถึงวันนี้จึงจะได้รับเงินปันผล ถ้ามองเผินๆ คนที่ซื้อบิกลอตวันที่ 26 กุมภาแล้วขายบิกลอตออกไปวันที่ 27 กุมภา ก็ดูไม่ฉลาดเลยหรือเปล่า เพราะซื้อมาเพื่อเอาปันผล ราคาเฉลี่ยซื้อคือ 103 บาท แต่ขายคืนที่ราคาเฉลี่ยซื้อ 102.50 บาท แต่อย่าลืมนะ ได้ปันผลไป 3.75 แล้วนะ แหมๆๆๆๆ

Capture.PNG

การหยิบข้อมูลมาดู โดยไม่พยายามเชื่อมโยงข้อมูลที่ดูก็อาจไม่ได้ค่อยจะได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่ (แต่ยังไงก็ดีกว่าไม่ได้ตามดูข้อมูลอะไรเลย) เราลองมาเชื่อมโยงข้อมูลหลายๆ ส่วนเข้าดูกันเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรม Money Game กันดีกว่า เพราะถ้าเราตามไปดูกระดานซื้อขาย SSF  BT ของหลักทรัพย์ TOP เราจะเห็นความเชื่อมโยงในพฤติกรรมของนักลงทุนคนนี้  เพราะพี่เจ้าคนเน้ใช้ Biglot มาเปิดและปิด BT ตรงนี้สิที่น่าสนใจ อันนี้เป็นยอดซื้อขาย SST  BT ของหลักทรัพย์ TOP เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์  โดยไม้ที่เปิดสถานะขึ้นแจ้งมาในระบบตอน 15.22.35 น. ก่อนตลาดปิดประมาณ 1 ชม. จำนวน 1 Transaction ที่ 5,500 สัญญา ยอดพอดีกับยอดบิกลอตพอดิบพอดี จะไม่ให้คิดว่าใช่ก็คงยากจะให้เชื่อ ว่าไหมล่ะ

TOPH18 26.PNG

พอห่อข้ามห้วยมา 1 วัน ตามกติกาตลาดที่ขึ้นป้าย XD Top วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พี่เจ้าก็ได้เงินปันผลไปทันที 3.75 บาท ต่อหุ้น เมื่อได้สิทธิรับปันผลตามกติกาตลาดเรียบร้อยแล้วจะรอช้าอยู่ใยก็ทำการปิดสถานะที่เปิดห่อข้ามมาแต่เมื่อวานซะ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 14.32.08 น. เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ คว้าเงินไปสบายๆ เพียงลงทุนถือหุ้นในรูปของ BT เพียงแค่วันเดียว (ที่สำคัญการเปิดสัญญา BT เมื่อหุ้นขึ้น XD ไปแล้ว เจ้าของสัญญาสามารถรับเงินปันผลทั้งก้อนได้ทันทีเมื่อปิดสัญญา ไม่ต้องรอรับตอน Pay Date ด้วย เจ๋งป่ะล่ะ ตรงนี้โบรกจะแอดว้านซ์เงินปันผลให้ก่อน หู้ววววว เริ่ดดดดดดดดดด)TOPH1827.PNGไปแอบดูกระเป๋าพี่เจ้าต้นทุนเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ อะไรยังไงกัน ถ้าดูตามตารางคำนวณปกติ เคสนี้จะเหมือนว่าพี่เจ้าขาดทุนไป 4,337,486 บาท ดูเหมือนไม่ฉลาดเลย แต่จริงๆ เราต้องไม่ลืมว่าพี่เจ้าลงทุนเพียงแค่ 45,980,000 บาท (เพราะมี Leverage จากการซื้อ BT แทนการซื้อหุ้นจริงๆ ที่ต้องจ่ายเต็มราคามากถึง 566.5 ล้านบาท) ซึ่งสำหรับการลงทุนเท่านี้ในเวลาเพียงแค่ 1 วัน ได้กำไรจากเงินปันผลไปเรียบร้อยแล้วที่ 20,625,000 บาท หักที่เจ๊งตามสถานะคำนวณด้านล่างนี้ คงเหลือกำไรสุทธิ 16,287,514 บาท สบายอุราเลย อิชชี่กันเลยทีเดียว แบบนี้เค้าเรียกว่า เงินต่อเงินของแท้TOP    

Single Stock Future & Block Trade ดูทำไม ทำไมต้องดู ??? (Part 2 SIRI Case study)

ทิ้งท้ายไว้จากตอนที่แล้วว่า รายการ BT ที่มีนัยประจำวันที่ 23 มีนาคม มี 2 หลักทรัพย์ คือ AP (เล่าไปแล้วตอนก่อนหน้า) กับ SIRI

เดี๋ยวขอแทรกนิดนุงเกี่ยวกับเรื่องราวของ BT  โดยปกติตอนเปิดสัญญา โบรคส่วนใหญ่จะเรียกเก็บดอกเบี้ยไว้ก่อนเลย (การเรียกเก็บดอกเบี้ยคำนวณจะคำนวณรวมไปถึงเดือนที่เป็นสัญญาที่เปิด คือเก็บดอกเบี้ยเต็มจำนวนไว้ก่อนแล้วค่อยคืนดอกเบี้ยตามจริงให้หลังปิดสัญญา) ซึ่งปกติ BT ทุกโบรกจะเรียกเก็บดอกเบี้ยตั้งแต่ขาเปิดไว้เลย เพื่อป้องกันลูกค้าแอบไปปิดสัญญากับค่ายอื่นแทน (เป็นการลดความเสี่ยงของโบรกไปในตัว) เพราะฉะนั้นราคาที่เห็นเป็นตัวเลขประหลาดๆ หางทศนิยมยาว 5 ตำแหน่งก็เกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้แล แต่ก็มีพี่เจ้าบางคนที่เส้นใหญ่พอที่จะไม่ยอมให้โบรกเรียกเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้าก่อน เค้าก็เลยสามารถเปิดสัญญาโดยจ่ายราคาหุ้นตามสเปรดจริงๆ ไปก่อนได้ อ้าวแล้วแบบนี้ถ้าพี่เจ้าเบี้ยวพี่โบรกขึ้นมา พี่โบรกไม่ขรี้แตกไส้ทะลุแขนขาดรี ? แน่นอนว่า พี่โบรกมักจะไม่ยอมเสียเปรียบให้เกิดเหตุแบบนี้แน่นอน แต่อะไรทำให้พี่โบรกยอมพี่เจ้า สายสัมพันธ์ความเกรงใจ ? ไม่พอหรอกจ้า มันเสี่ยงเกินไป แต่สิ่งที่โบรกยอมให้เคสแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในกรณีที่พี่เจ้ากับพี่โบรกมีสถานะอื่นต่อกันด้วย คือ เจ้าหนี้-ลูกหนี้ มีการเอาหุ้นบางส่วนมาค้ำประกันไว้ อ่ะแบบนี้ปลอดภัยต่อโบรกแล้ว งั้นก็โอเคพี่เจ้าไม่กล้าเบี้ยวไปปิดสัญญาที่อื่นแน่ๆ

กลับเข้าเรื่องกัน ที่นี้มาต่อกันที่ SIRI

siri 2.png

ส่วน SIRI วันที่ 23 มีนาคม มีเทรดกันหลายซีรี่ส์ตามนี้ SIRIH18 จำนวน 13,855 สัญญา SIRIM18 จำนวน 1,485 สัญญา SIRIZ18 จำนวน 57,000 สัญญา โดยใน SIRIU18 ไม่มียอดเทรดในวันนี้เลย เราตัดมาดูเฉพาะ SIRIZ18 ก่อนเพราะอันนี้ดูง่ายดี แล้วจะเห็นว่าวันนี้ SIRI มี Biglot  รวมทั้งวัน 57 ล้านหุ้น แบ่งเป็น 2 Transaction

BIGLOT AP

โดยไม้แรก 13 ล้านหุ้น ราคา 1.75 บาท และไม้ที่สอง 44 ล้านหุ้น ราคา 1.75 บาท เท่ากัน ทำไมรู้ว่าแยกไม้กันเท่าไหร่ ให้ไปตามดูไม้ย่อยตอนสรุปรายการในแพลทฟอร์มของ Efin Trade Plus อันนี้ตัดมาเฉพาะไม้สอง (ตามภาพด้านล่าง) เนื่องจากวันนี้มีบิกลอตแค่ 2 ไม้ จึงอนุมานส่วนที่เหลือได้ว่า ไม้หนึ่งคือ 13 ล้านหุ้นนั่นเอง ดังนั้นเคส Biglot ของ SIRI วันนี้เกิดขึ้นเพื่อนำมาเปิดสัญญา BT นั่นเอง ดังนั้นคู่สัญญา 1 ฝ่ายในการซื้อขาย Biglot จึงเป็นโบรกอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าเราต้องมาเดากันต่อว่า รอบนี้โบรกเป็นคู่สัญญาให้ฐานะอะไรระหว่าง ผูู้รับซื้อบิกลอต (รายใหญ่เปิดสถานะ SHORT แล้วบิกลอตขายหุ้นให้โบรกคู่สัญญารับไปสาดลงในกระดาน หรือรายใหญ่เปิดสถานะ LONG แต่ก็ทำบิกลอตให้โบรกคู่สัญญาเอาหุ้นไปถือไว้ในมือ ไม่ได้ให้โบรกมาไล่ซื้อหุ้นในกระดานอย่างที่ควรจะเป็น) กับโบรกเป็นผู้ขายบิกลอต (ทำสลับกันกับแบบแรก)

Trade report

โดยไม้ที่มีการบิกลอตนั้นถูกนำมาเปิด BT แน่ๆ เพราะตัวเลขมันพ้องกันมาก ถ้าเราแยกวอลุ่มเทรดออกเป็นภาคเช้า แบ่งเป็น BT 2 ไม้ คือ ไม้แรก 10,000 สัญญา ช่วงเวลา 11.43.57 น. และไม้ที่สอง 3,000 สัญญา ช่วงเวลา 11.44.21 น. (แบ่งไม้ทำไม ขอตอบว่าไม่รู้ อาจเพื่อให้การแบ่งปิดสัญญาทำได้สะดวก อันนี้เดานะจ้ะ) และภาคบ่ายอีก 44,000 สัญญา โดยไม้นี้เป็นไม้ปิดสัญญา ขอเดาว่าเป็นการปิดสถานะ SHORT ทั้งเปิดมาก่อนหน้า (ถ้าใช่ คือ พี่เจ้าจะเลิกทำลายราคาหุ้นแล้ว ถึงได้ปิดสถานะขาลง แล้วกลับมาเปิดสถานะ LONG 13,000 สัญญาแทน ซึ่งได้ทำไปแล้วช่วงเช้า) ดังนั้นสรุปได้ว่า บิกลอตที่เกิดขึ้นในวันนี้ สำหรับไม้ภาคเช้า 13 ล้านหุ้น โบรกคู่สัญญาทำหน้าที่บิกลอตรับซื้อหุ้นจากรายใหญ่ไป (รายใหญ่เปิดสถานะ LONG โบรกไม่ต้องไล่เก็บหุ้นในกระดาน แต่เอาบิกลอตจากรายใหญ่ไปถือเพื่อ Hedge ความเสี่ยงตามราคาหุ้นไป) ก่อนที่โบรกคู่สัญญาจะเปลี่่ยนสถานะมาบิกลอตรับหุ้นรายใหญ่มาสาดลงในกระดาน (รายใหญ่รอปิดสถานะ SHORT เมื่อราคาหุ้นลงมาถึงเป้าหมายที่ต้องการ) แหม… ผู้ชายอ้วนๆ มักใช้วิธีนี้ในการทำราคาหุ้นผ่าน BT แบบไม่ต้องเสียหุ้นในมือไปเลยนะ

ถ้าจะพุดกันจริงๆ คือตอนแรกเดาไม่ออกหรอกนะว่า ไม้เช้าเปิดสถานะไหน ไม้บ่ายเปิดสถานะไหน แต่พอดีตัวเลข OI คงค้างที่ออกมาตอนสิ้นวัน พอไกด์ไลน์ให้คร่าวๆ เราจะเห็นว่า ยอด OI คงค้างวันที่ 22 มีนาคม ที่ 74,500 สัญญา ลดเหลือ 43,500 สัญญา ในวันที่ 23 มีนาคม แสดงให้เห็นว่ามีการลดลงของสัญญาใน Z18 มากถึง 31,000 สัญญา ทั้งๆ ที่วันที่ 23 มีนาคมมีวอลุ่มเทรดสูงถึง 57,000 สัญญา ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่า มีการปิดสัญญาเดิมถึง 44,000 สัญญา และเปิดสัญญาใหม่ 13,000 สัญญา ซึ่งยอดหักกลบลบกันก็จะมี OI คงค้างเหลือ 43,500 สัญญาพอดิบพอดีเลยจ้า (ของเดิมคงค้าง 74,500 – ปิดสัญญาลง 44,000 + เปิดสัญญาใหม่เพิ่ม 13,000 = 43,500 สัญญา) ดูตามตารางด้านนี้

siri 4

และเมื่อเราดูการลดลงของสถานะ SIRIH18 จากเดิมวันที่ 22 มีนา มี OI คงค้างทั้งสิ้น 43,148 สัญญา ก่อนลดลงในวันที่ 23 มีนาคม เหลือ 30,151 สัญญา ทั้งที่วอลุ่มเทรดในวันที่ 23 มีถึง 13,872 สัญญา การลดลงในส่วนนี้ก็คาดว่าจะเป็น “การปิดสถานะ SHORT” ที่เปิดมาเช่นกัน (หลายคนอาจมองว่า เพราะใกล้หมดซี่รี่ส์เลยปิดสัญญาก็อาจเป็นไปได้ อันนี้ก็แล้วแต่จะมอง ซึ่งก็มองได้ แต่ส่วนตัวมองว่าพี่เจ้าปิดสถานะเพื่อกลับตัวมากกว่า มองต่างได้ ไม่ว่ากันแต่ต้องมีคำอธิบายที่รองรับเหตุผลนั้นให้ได้เป็นผล) ตัวเลขที่ลดลงมีจำนวนใกล้เคียงกับไม้ที่เป็นฝั่ง BT อย่างเห็นได้ชัด (ไม้ที่เป็นฝั่ง SSF มีแค่ 17 สัญญา)

SIRIH18

คำถามคือ ที่ผ่านมาราคาหุ้น SIRI เดินหน้าขาลงมาตลอดทาง อยู่ๆ พี่เจ้าปิดสัญญาไป 44,000 สัญญา มันไม่สามารถเชื่อได้เลยนะว่า สถานะ 44,000 สัญญาที่เปิดมาก่อนหน้านี้คือ LONG ไม่งั้นพี่เจ้าหมดตัวโดยบังคับ forced sell หรือไม่ก็โดนเรียกเติมเงินไปนานล่ะ จริงไหม ? เพราะงั้นถ้าพี่เจ้าปิด SHORT เปิด LONG แทนชัดๆ โต้งๆ เหน่งๆ แบบนี้ เราควรต้องทำอะไรดี เปิด SHORT สวนพี่เจ้า หรือแทง PUT แบบว่าข้าแน่ เอางี้เหรอ ไม่ใช่แล้วววว เปิด LONG แทง CALL ซื้อหุ้นตามพี่เจ้าดีกว่าไหม

Untitled.png

 

 

 

 

 

 

 

Single Stock Future & Block Trade ดูทำไม ทำไมต้องดู ??? (Part 1 AP Case study)

SIRIH18.PNG

ภาพหน้าจอที่เห็นข้างบน อาจเป็นภาพที่เม่านักลงทุนไม่คุ้นตาเท่าที่ควร ภาพนี้คืออะไร ดูทำไม และทำไมต้องดู ภาพนี้อาจไม่จำเป็นต้องสนใจเลยสำหรับใครที่ไม่เล่น Single Stock Future (SSF) หรือ Block Trade (BT) หรือใครที่ไม่ได้เล่นหุ้นที่สามารถเปิดซื้อขาย SSF  BT ได้ก็ข้ามไปได้เลย (หมายเหตุ ตลาดฯ จะทำการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่เปิดซื้อขาย SSF BT รวมถึงปรับหลักประกันวงเงินตามรอบระยะเวลาที่ตลาดกำหนด ดังนั้นจึงควรหมั่นติดตามประกาศของตลาดฯ อยู่เสมอ) ภาพด้านล่างเป็นรายชื่อหลักทรัพย์ 93 หลักทรัพย์ที่ตลาดฯ ประกาศให้มีการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าได้ (รายชื่อนี้คือการอัพเดทรอบต้นปี 2018 ควรหมั่นติดตามการประกาศอัพเดทเสมอ)

SSF BT 2018

สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จัก SSF BT มาก่อน แนะนำให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ SSF BT ซึ่งการเรียนรู้ว่า SSF กับ BT คืออะไร จะช่วยให้เราเข้าใจได้ว่า BT ใช้ผ่อนแรงเจ้าในการทำราคาหุ้นได้อย่างไร ? หรือ SFF BT ใช้เป็นตัวเพิ่ม Leverage ให้กับนักลงทุนได้อย่างไร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ก่อน Finnomena ได้สรุปสาระสำคัญแบบง่ายๆ เกี่ยวกับ SSF  BT เอาไว้ให้ กดลิงค์ที่นี่  ส่วนใครที่พอมีความรู้เกี่ยวกับ SSF BT มาบ้างแล้ว เรากระโดดข้ามส่วนนี้ไปต่อเนื้อหาด้านล่างกันเลย) หรือใครอยากอ่านแบบลึกๆ เพิ่มเติมก็ของค่าย ASP กดลิงค์ที่นี่

หลังจากที่เข้าใจ SSF BT เบื้องต้นแล้ว สิ่งที่เม่าต้องทราบก่อนคือ หน้าจอข้างบนที่เห็นคือ รายงานการซื้อขาย SSF BT นั่นเอง ถามว่าหน้าจอนี้เข้าไปดูได้ที่ไหน คำตอบคือดูไม่ได้ ฮ่า…………. อ้าวแล้วแกเอามาดูได้อย่างไร อันนี้เป็นความกรุณาจากน้องมาร์ ที่นี้เห็นหรือยังว่า relationship กับ connection ของเรากับมาร์หรือเพื่อนเม่า มันสำคัญ!!! บางครั้งเราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือบางอย่างจากน้องมาร์และน้องเม่าในวงการ อันนี้ก็เช่นกัน ปกติน้องมาร์ของผึ้งจะส่งการบ้านของเขา (เราแบ่งงานกันทำ น้องบางคนเก็บบทวิเคราะห์เข้าฐานข้อมูลของทีม น้องบางคนกรอง data สำคัญที่มีนัยมาให้ทีม เพื่อเอาไปใช้ทำการบ้านต่อ เช่น เคสนี้ น้องมาร์ช่วยกรองเบื้องต้นมาให้ก่อนจากที่มี SSF BT 92 หลักทรัพย์ แต่สำหรับวันที่ 23/03/2018 น้องมาร์ช่วยกรองข้อมูลตัวที่เห็นว่า มีนัยสำคัญที่เม่าแบบเราต้องสนใจมาให้เหลือ 6 ตัว ตัวไหนบ้างอันนี้ช่างมัน แต่ใน 6 ตัวนี้ สิ่งที่ผึ้งเอามากรองต่อเพราะเห็นว่ามีนัยที่พิเศษกว่าตัวอื่นมี 2 ตัว คือ AP กับ SIRI

SIRIH18

ที่นี้มาดูรายละเอียดของหน้าจอกันก่อนว่า มีอะไรบ้าง ตัวอย่างอันนี้เป็น SIRI  ด้านบนสุดของภาพจะเป็นการสรุปว่า วันนี้ SIRIH18 มียอดซื้อขายรวมทั้งสิ้น 13,872 สัญญา (H คือ ซีรีส์มีนาคม  M คือ ซีรี่ส์มิถุนายน  U คือ ซีรี่ส์กันยายน และ Z คือ ซีรี่ส์ธันวาคม) ซึ่งในเคสนี้ SIRIH18 คือ การเปิดสถานะ SIRI ในซีรี่ส์ที่จะหมดอายุสิ้นเดือนมีนาคมนั่นเอง) โดยยอดซื้อขายทั้งวันของ SIRIH18 ในวันนี้ แบ่งเป็น SSF Buy (เปิดสถานะแต่ไม่รู้ว่าเปิด LONG หรือ SHORT) 5 สัญญา และ SSF Sell (ปิดสถานะแต่ก็ไม่รู้เช่นกันว่า ปิด LONG หรือ SHORT) 12 สัญญา และมีการซื้อขายแบบ BT 13,855 สัญญา (อย่าลืมว่า การซื้อขายแบบ BT เริ่มต้นที่ 20 สัญญาสำหรับหุ้นใหญ่ และ 100 สัญญา สำหรับหุ้นขนาดเล็ก ในเว็บตลาดฯ มีระบุว่าหลักทรัพย์ตัวใดบ้างที่จำเป็นต้องเปิดขั้นต่ำ 20 สัญญา และหลักทรัพย์ใดบ้างที่เปิดขั้นต่ำ 100 สัญญา หรือดูจากตารางข้างบนก็มีแยกให้ดูว่าหลักทรัพย์ตัวไหนอยู่ในกลุ่ม 20 สัญญา และ 100 สัญญา)

APZ18.PNG

เอาละพอเริ่มเข้าใจตารางซื้อขายแล้ว ได้เวลามาดูกันว่า AP กับ SIRI ในวันนี้สะดุดตาเม่าอย่างเราเพราะอะไร ผึ้งขอเริ่มที่ AP ก่อน วันนี้ SSF BT ของ AP เกิดการซื้อขายในซีรี่ส์ Z18 เพียงซีรีส์เดียว ตามภาพข้างล่างนี้ ทั้งหมด 13,200 สัญญา โดยเป็นการซื้อขาย BT ทั้งหมด ไม่มีการซื้อขายในส่วนของ SSF เกิดขึ้นเลย สำหรับผึ้ง เคส AP น่าสนใจมากตรงไหน ตรงที่ยอดเทรดวันนี้ของ SSF BT ที่เราเห็นในกระดานนี้มันมากผิดปกติจากค่าเฉลี่ยการซื้อขาย SSF BT ของ AP ที่เคยเป็นมา ปกติซื้อขายกันเฉลี่ยหลักร้อยหรือหลักพันต้นๆ แต่วันนี้ 13,200 สัญญา !!! แบบนี้เรียกแปลกได้หรือยัง มีนัยไหม ???

AP average.PNG

แต่…..ทุกครั้งที่เข้าโซนปลายเดือนของทุกเดือนของแต่ละซีรี่ส์ (H M U Z) การที่วอลุ่ม BT พีค ให้คิดเสมอก่อนว่า อาจเป็นการ Roll over สัญญาไปซีรีส์ถัดไป  ซึ่งเม่าอย่างเราต้องตั้งคำถามตามไปว่า เราควรต้องเริ่มเดาก่อนได้ว่า จำนวนวอลุ่มที่พีคขึ้นช่วงนี้ใช่การ Roll over สัญญาไหม ? เป็นหน้าที่ของเราต้องเดาแล้วล่ะคะ ว่าแต่เดายังไงล่ะ เดาได้จากอะไรบ้าง ถ้า …. มีการ Roll over เกิดขึ้นจริง ก็ต้องมีตัวเลขซ้ำกันในซีรีส์ถัดไป (แต่ก็ต้องไม่ลืมนะว่า เค้าแบ่งปิดบางส่วนและโรลบางส่วนได้เช่นกัน ดังนั้นตัวเลขอาจไม่ซ้ำกันเป๊ะ แต่มันต้องมีตัวเลขที่พอเห็นว่า เข้าเค้ามีการโรลโอเวอร์เกิดขึ้นจริงไหม) พอคิดถึงเหตุผลข้อนี้ เราก็ต้องฉุกใจได้ทันทีเช่นกันว่า วอลุ่ม Z18 วันนี้ไม่ใช่การโรลโอเวอร์ ถามว่าทำไมล่ะ ก็เพราะวันนี้ยอด BT ของหลักทรัพย์ AP เกิดขึ้นที่ซีรีส์เดียว ไม่มีซีรีส์อื่นเลยน่ะ APZ18 เพียวๆ เพราะฉะนั้นมันคือการเปิดสัญญาใหม่หรือปิดสัญญาเก่าเท่านั้น ตัดเรื่องการโรลโอเวอร์ออกไปได้เลย ฮาไฮ้… เคสนี้ง่ายจริมๆ

แล้วความเป็นจริงทั่วๆไปล่ะ ง่ายแบบนี้ทุกเคสไหม ตอบเลยว่า ….ไม่  เพราะปกติในแต่ละวันไม่ค่อยปรากฎว่ามีการซื้อขายเกิดขึ้นในซีรี่ส์เดียวเท่าไหร่ แต่เกิดขึ้นใน 2 ซี่รีส์เป็นหลัก (ซึ่งมักเป็นซีรี่ส์ใกล้สุดที่กำลังจะหมดอายุ) และบางหลักทรัพย์ยังพบเห็นการเคลื่อนไหวซื้อขายวันละ 3 ซีรี่ส์อยู่ก็มีหลายหลักทรัพย์อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เยอะมากเท่ากับ 2 ซีรี่ส์ ถ้าเจอแบบนี้มันจะไม่ง่ายแบบปอกกล้วยเข้าปากแบบเคส APZ18 วันนี้ล่ะ ถ้าเจอแบบเคลื่อนไหวในหลายซีรี่ส์ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องพยายามใช้ความสามารถในการเดาเพิ่มอ่ะ ปัญหาของเคสนี้คือ เพราะตัวเลขที่พอดีกันมากไป (มีไม้ 6,500 สัญญา 2 ไม้เท่ากันพอดี และไม้ 100 สัญญา 2 ไม้อีกเหมือนกันเลยแฮะ) สิ่งที่เราต้องเอะใจเพิ่มขึ้นคือ มันเดย์เทรดไหมไม้นี้ ซื้อเช้าขายบ่ายอะไรแบบนั้น สิ่งที่จะเฉลยเราได้จริงๆ คือ การรอดูยอด OI คงค้างที่จะอัพเดทช่วง 20.00 น.ของทุกวัน

สิ่งที่เราทำได้ระหว่างวัน คือ เราก็ต้องไปไล่ดูยอด Open Interest (OI คงค้างของสัญญาที่ยังไม่ได้มีการปิดสถานะ) ของแต่ละซีีรี่ส์ของ AP เมื่อวันที่ 22/03/2018 ดูว่า แต่ละซีี่รีส์มี OI คงค้าง ณ วันที่ 22 เท่าไหร่ ซึ่งก็ปรากฎว่า มีตามนี้คือ APH18 จำนวน 1,350 สัญญา APM18 จำนวน 7,317 สัญญา  APU18 จำนวน 24,604 สัญญา และ  APZ18 จำนวน 21,904 สัญญา ระหว่างวันจะยังไม่เห็นตัวเลขอัพเดทของวันที่ 23 มีนาคม จึงต้องคาดการณ์จากยอดคงค้างวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งยังคงมีโอกาสสูงมากที่จะคาดการณ์ผิดพลาด

Untitled

หลังจากรอตัวเลขอัพเดท สิ่งที่เฉลยเราก็คือ ไม้ 6,500 สัญญา พี่เจ้าเค้าเดย์เทรดในวัน จบไปเรียบร้อย ส่วนไม้ 100 สัญญา ทั้งสองไม้เป็นการเปิดเพิ่มและยังไม่ได้ปิดสถานะหรือห่อข้ามมานั้นเอง เพราะเดิม OI คงค้างของวันที่ 22 มีนาคม มียอดคงค้างทั้งสิ้น 21,904 สัญญา หากเปิดใหม่โดยไม่ปิดสถานะในวันที่ 23 มีนาคม เพิ่มมาอีก 13,200 สัญญา ก็ควรต้องมียอดคงค้างเพิ่มเป็น 35,104 สัญญา แต่ตลาดอัพเดทยอด OI คงค้างเพียงแค่ 22,104 สัญญา ดังนั้นไม้ 6,500 สัญญาจึงเป็นการเปิดและปิดสถานะในวัน ทำให้ยอด OI คงค้างของวันที่ 23 เพิ่มขึ้นมาเพียง 200 สัญญา

พอรู้เฉลยก็คือ เสร็จงานแล้วใช่ไหม เม่าทั้งหลายไปนอนได้แบบนั้นหรือเปล่า ไม่ใช่อ่ะ ถ้าพี่เจ้าได้กระทำการเดย์เทรดไม้ 6,500 สัญญาจริงๆ สิ่งที่คิ้วเราต้องผูกโบว์ทันทีคือ อ้ายยยเ….ี้ยยยยย (อย่ามโนว่าเป็นคำหยาบ เจ้าอาจตัวเตี้ย ทำไมถึงไม่คิดว่าเจ้าแค่ตัวเตี้ยบ้างละจ้ะ แหมๆๆๆ) พี่เปิดสัญญาตอน 16.50.42 น. แล้วปิดสัญญาตอน 16.51.37 น. จริงๆ ตามที่ออเดอร์ขึ้นเหรอ ไม่เชื่ออ่ะ นั่นสะท้อนอะไร มันฟ้องเรากลายๆ ว่า การรายงานตัวเลขการซื้อขายนี้ไม่ได้กระทำการตามเวลาเรียลไทม์ไงล่ะ เกิดเป็นรายใหญ่จะทำอะไรก็ด้ายยยย ดีจัง (นี่ประชดนะไม่ได้ชื่นชม แต่นี่คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เราต้องทำใจยอมรับให้ได้) ถ้าเรารู้แบบนี้แล้ว เรามาแอบตามรอยพี่เจ้าดูว่า พี่เจ้าเค้าเสกเงินเข้ากระเป๋าอย่างไร

ตอนนี้เรามีข้อมูลแค่ว่า พี่เจ้าเดย์เทรด 6,500 สัญญา ในเวลาแค่วันเดียว ในซีรี่ส์ Z18 ที่ราคา 8.10 (พอรวมดอกเบี้ยเป็น 8.14) และ  “น่าจะ” ปิดสัญญาที่ราคา 8.35 เด๋วววววววววววววววว ในตารางขึ้นว่า 8.55952 ยูจะทึกทักเอาเองว่า 8.35 หาได้ไหม ออเจ้าทำแบบนี้ไม่เถิกกกกกกกก ข้าจะฟ้องพี่หมื่น !!!  อย่าเพิ่งฟ้องนะ ฟังข้าก่อน เจ้ามาดูตัวเลข Biglot ของวันนี้ดูก่อน AP มีบิกลอตไม้เดียว 6.5 ล้านหุ้น ดูพอดิบพอดีกับ BT ได้ 1 ไม้เลยนะ (6,500 สัญญา x 1000 หุ้น = 6.5 ล้านหุ้นพอดีเลยนะออเจ้า)

BIGLOT AP.jpg

เห็นแบบนี้ออเจ้าห้ามเถียงเราแล้ว เพราะบิกลอตไม้นี้ไม่เข้าเกณฑ์ที่เป็น Biglot off hour ที่ยอมให้ซื้อขายผ่านกระดานใหญ่ในราคาปิด ATC เพราะวันนี้ราคาปิด AP คือ 8.45 บาท และด้วยวอลุ่มเทรดไม้ปิด ATC ที่ไม่ตรงกับยอด Biglot ดังนั้น Biglot ไม้นี้เป็นบิกลอตขายตรง ไม่ผ่านกระดานของตลาดหลักทรัพย์แน่นวลลลลนะออเจ้า

AP ATC.PNG

ถ้าเอายอดวอลุ่มเทรดทั้งวัน หัก Biglot ไม้นี้ออกไป จะมีบิกลอตได้แค่ไม้เดียวเท่านั้น เพราะไม่งั้นยอดเทรดจะเกินวอลุ่มเทรดทั้งวันนั้นเอง ดูในกราฟด้านล่างจะมีแบ่งแยกให้ว่า วอลุ่มรวมทั้งหมดคือ 9,716,300 หุ้น โดยเป็นยอดเทรดในกระดาน 3,216,300 หุ้น อันนี้ดูเทียบภาพบนจะมีช่องแสดงวอลุ่มเทรดผ่านตลาดหลักทรัพย์ เมื่อรวมกับบิกลอตนอกกระดานอีก 6,500,000 ล้านหุ้นก็จะพอดีกันเลย สรุปไม้ปิดสัญญาของพี่เจ้าจึงมีต้นทุนที่ 8.35 ด้วยประการฉะนี้แล แต่เมื่อหักกลบรวมเข้าค่าคอมมิชชั่นและดอกเบี้ยที่โบรกเก็บล่วงหน้าไว้คืนมาให้ด้วยในตอนปิดสัญญาก็เลยเพิ่มมาเป็น 8.55952 (คาดว่าเช่นนั้น) เมื่อเดาแบบนี้ก็ไปแอบดูกระเป๋าตังค์พี่เจ้ากันต่อ ได้กำไรไปเท่าไหร่นิ

AP chart.PNG

เคสนี้เปิด 8.10 ปิด 8.35 (อันนี้คิดแบบปกติ) พี่เจ้าลงทุนแค่ 3.45 ล้านบาท คว้ากำไรไป 1.43 ล้านบาท แหม..อิจฉาจัง วันเดียวเองนะ เห็นพี่เจ้าเทรดกันกำไรง่ายๆ แบบนี้ หนูอิจฉาจนเพลียเลยนะจะบอกให้

8.35.PNG

สรุปการดู Biglot ทุกวัน และการติดตามกระดานซื้อขาย BT รายไม้ ควบคู่กันไป จะช่วยอธิบายให้เราพอเข้าใจเกมการเงินของพี่เจ้ากับรายใหญ่ได้ดีขึ้น ฝึกคิดก่อนว่าพี่เจ้าเค้าทำอะไร และรอดูเฉลยจากยอด OI คงค้างตอนหัวค่ำ โดยเฉพาะถ้าเราถือหุ้นที่ตลาดยอมให้มีการซื้อขาย SSF  BT ได้ และเป็นหุ้นที่เราถือรันเทรนด์ การเรียนรู้เพื่อเข้าใจวิถีทางการทำราคาและการทำรอบของพี่เจ้าย่อมเป็นเรื่องที่เม่าอย่างเราพึงจำเป็นต้องเกาะติด ติดตาม เพื่อให้สามารถเข้าใจและจับจังหวะการทำเกมของพี่เจ้าได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

VNT # Rare Item ทั้งตัวหุ้นและบทวิเคราะห์

ECH.PNG

VNT เป็นหุ้นที่ส่วนตัวผึ้งเริ่มทึกทักเอาเองว่า เป็นหุ้นพื้นฐานดีๆ ราคาไม่ถึงครึ่งร้อยที่หาได้ยาก (คนละความหมายกับหุ้นที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับมูลค่าของมันเองนะจ้ะ) เรียกว่าเป็น rare item ตัวนึงได้เลย แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ VNT คือ บทวิเคราะห์หาอ่านได้ยากแท้ ที่ผ่านมาน่าจะมี Phatra ค่ายเดียวที่ออกบทวิเคราะห์ตัวนี้ แต่พอราคาเริ่มเดินหน้าประกาศศักดาก็เริ่มมีโบรกอื่นขยับมาให้ความสนใจ ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่า ก็ยังมีบทวิเคราะห์ออกมาน้อยอยู่ดี ล่าสุด UOB ออกบทวิเคราะห์ โหลดบทวิเคราะห์ที่นี่ VNT_20180315_UOB

ที่ผ่านมา VNT ถูกจับตามองว่ากลับมาฟื้นคืนชีพเพราะสเปรด PVC กับ Caustic Soda ที่ดีขึ้น แต่แรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักดันรายได้ของ VNT ให้เติบโตต่อเนื่องกำลังจะต้องฝากไว้กับ ECH พลาสติกสายรักษ์โลก ที่กำลังเป็นที่ต้องการของอินเดีย ตัวเลขจากบทวิเคราะห์ของ UOB ทำให้ภาพของ VNT ดูชัดเจนมากขึ้น เมื่อสเปรดของ ECH ทะยานขึ้นไปตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นของอินเดีย โดยมีการคาดการณ์กันว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของสเปรด  5$/Tonne จะส่งผลต่อกำไรที่เพิ่มขึ้นของ VNT ราว 47 ล้านบาท (PVC) และ 46 ล้านบาท (Caustic Soda) ขณะที่การเพิ่มขึ้นของสเปรด ECH  100$/Tonne จะส่งผลต่อกำไรที่เพิ่มขึ้นของ VNT ราว 280 ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบสเปรด Q4/60 กับ Q1/61 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว 300 เหรียญ แหม…หัวใจพองโตกันเลยทีเดียว ว่าแต่ทำไมราคาหุ้นไม่ตอบรับรายได้เลยก็ไม่รู้สิเนอะ สงสัยเพราะบทวิเคราะห์ของทั้งสองโบรกที่ออกมาให้ VNT ล้วนแต่เป็น unpublic ละมั้ง บางทีก็สงสารนักวิเคราะห์อยู่น่ะ เขียนแทบตาย คนอ่านนับหัวได้ เหมือนผลิตงานดีแต่ไร้คนอ่าน น่าเสียดายแรงงานที่ทำลงไปจัง จริงๆ ก็อยากเห็นบทวิเคราะห์ที่ unpublic ลองเปลี่ยนนโยบายเป็น ยอมให้เผยแพร่นอกกลุ่มลูกค้าหลังออกเผยแพร่ไปแล้ว 7 วัน ก็ยังดี ลงแรงเขียนมาแทบตายแต่มีคนอ่านนับหัวได้ มันน่าเสียดายว่าไหม ? 

MONO Big Lot ขาย # มาตามนัด

Untitled

เป็นโพสต์ที่ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ แค่มาอัพเดทว่า MONO Big Lot ขาย  มาตามนัดนะจ้ะ แค่นั้นล่ะ ถามว่า คุณพิชญ์ขาย แบบนี้ดีไหม เอาเป็นว่า ส่วนตัวมองดี เพราะตรงตามที่คาดไว้เมื่อวาน และ ถ้าจะพูดกันจริงๆ สองปีที่ผ่านมา คุณพิชญ์ก็ซื้ออย่างเดียวเป็นหลักเกือบร้อยล้านหุ้น ขอขายบ้างก็อย่าเม้าท์พี่หมื่นพิชญ์ของหนูนักเลยนะจ้ะ ขอบน้ำใจออเจ้าทั้งหลายที่เข้าใจ อิอิ

 

MONO # เจ้าพ่อท้ายตลาด

Capture

เมื่อวานเพิ่งบ่นไปเบาๆ ว่า คุณพิชญ์ก็เป็นจอมเทรดนอกกระดาน (Trade Report) คนนึง ปกติสิ่งที่คุณพิชญ์นิยมทำคือ ฺBig Lot โดยเฉพาะ JAS ทำบ่อยมาก แต่ทำอะไรบ้างนี่ขอละไว้สักคนล่ะนะ ก้อบอกแล้วว่าชีวิตเน้จะอยู่ข้างคุณพิชญ์ เห็นอะไรจะก็เก็บไว้ในใจ ทำเป็นไม่เห็น ฮา…. ไม่แฉ ไม่เล่า อิอิ

แล้วโพสต์นี้มาจะมาทำอะไรล่ะ ถ้าไม่แฉพี่หมื่นนนทบุรีแห่งแจ้งวัฒนะ ?!?

ถ้าจะว่ากันตามทฤษฎี เจ้าส่วนใหญ่นิยมเก็บหุ้นเงียบๆ ก่อนมาเผยตัวปรากฎชื่อในรอบปิดสมุดครั้งใหม่ช่วงปลาย Q1 ของทุกปี หุ้นแสบๆ ตัวจี๊ดทั้งหลายก็เลยมักจะเปลี่ยนโฉมหน้าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตอนต้นเกม ซึ่งปกติหลังบริษัทประกาศ XM ปิดสมุดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (อันนี้สำคัญเพราะมีผลต่อการโหวตในที่ประชุม) ที่ปกติแล้วก็จะใช้เวลา 3 วัน ในการปิดสมุด ซึ่งรอบนี้ MONO ประกาศปิดสมุด XM ไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 ก็จะมีผลให้รายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมาปรากฎอยู่ในรอบปิดสมุดต้องถือหุ้นอยู่จนถึงวันที่ 8 มีนาคม จากนั้นวันที่ 9 มีนาคม บริษัทก็แจ้งขอรับรายชื่อจาก TSD

Capture

ตามปกติก็จะใช้เวลาดำเนินการ 3 วันทำการ บริษัทก็จะอัพเดทรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ล่าสุดเข้าสู่ระบบ ซึ่งเคสของ MONO ก็มาปรากฎในระบบเช้าวันที่ 15 มีนาคมก็คือวันนี้เลย ผลก็ไม่มีอะไรผิดโผ คุณพิชญ์ยังคงถือหุ้นใหญ่สุด มากสุด และสัดส่วนแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง (ลดลงนิดหน่อยจาก 68 เหลือ 66%) scriptless ก็เปลี่ยนแปลงน้อยมาก จาก 39 เพิ่มเป็น 40% ทุกอย่างปกติดีตามคาด มีกองทุนเพิ่มสัดส่วนการถือครองมากขึ้นเล็กน้อย และมี BROOK ที่หายไปเลยทั้งยวง

Capture.PNG

ก็ปกตินะ ถ้าจะว่าไป เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ซึ่งบางครั้งเจ้าจะนิยมทำแบบนี้คือ หายไประหว่างทางแล้วรีบกลับมาให้ทันก่อนปิดสมุดเพื่อให้ทุกอย่างดูดีปกติเหมือนเดิม อันนี้ส่วนตัวไม่มีความเห็นใดๆ เพราะบอกแล้วไม่มีนโยบายทำร้ายคุณพิชญ์ กลับเข้าเรื่องกัน แล้วอะไรคือ เจ้าพ่อท้ายตลาด ประเด็นคือ เจ้าส่วนใหญ่เลือกเปิดเผยตัวในรอบปิดสมุดใหม่ เพื่อเรียกแขก ดึงความสนใจของเม่า ว่าชื่อเจ้ารายใหญ่คนโน้นคนนี้ไปโผล่ที่นั่นที่นี่ แต่นี่ไม่ใช่กับหุ้นของคุณพิชญ์ !!!

คุณพิชญ์เลือกเคลื่อนไหวหลังปิดสมุดแทน เพราะ Biglot ช่วง Trade off ที่ส่งเข้ามาหลังตลาดปิดวันที่ 13 มีนาคม คือ สิ่งที่พี่หมื่นนนทบุรีเลือกทำ รอตลาดปิด เม่าทิ้งจอ มาร์ปิดจอ คำสั่งซื้อขาย Big Lot จำนวน 110 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 4.05 บาท จึงลอยเข้ามาในระบบของตลาดโดยที่เม่าไม่ทันได้เห็นว่ามีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ คุณพิชญ์ Big Lot ให้ใคร 5 Transactions หรือคุณพิชญ์รับซื้อจากใคร ถ้าต้องเดาก็ขอเดาว่า คุณพิชญ์บิกขาย…ไม่ใช่บิกซื้อ ถามว่าเพราะอะไร ถึงรู้ก็ไม่บอก อิอิ  ซึ่งผิดวิสัยที่พี่หมื่นคนนี้เคยทำอย่างมาก เพราะปกติออเดอร์ Big Lot ของคุณพิชญ์จะปรากฎทันทีหลังทำรายการ ในกรณีที่เป็นการบิกลอตขายให้กองทุน หรือหากเป็นบิกลอตส่วนตัวก็จะปรากฎทันทีหลังสิ้นสุดช่วงเวลา ATC ไม่ใช่รอตลาดวายสักพัก แล้วถึงแอบลอยเข้าระบบมาตอนห้าโมงเย็น (Off hour) แบบนี้ต้องถือว่า ผิดแผกไปจากทุกเพลาที่ผ่านมา ทำไมออเจ้าต้องมาก่อการ “ท้ายตลาด” ออเจ้ากลัวผู้ใดล่วงรู้เห็นการเคลื่อนไหวกระนั้นหรือ ???

Capture.PNG

การเลือกเคลื่อนไหวหลังปิดสมุดสื่อถึงอะไร เป็นการบ้านที่ทุกคนต้องหาคำตอบเอง และคาดว่าไม่เย็นวันนี้ก็เย็นวันพรุ่่งนี้ น่าจะมีรายการแจ้งใน 59-2  และ 246-2 ออกมา ซึ่งไม่ว่าจะออกมาเป็นคุณพิชญ์ขายหรือซื้อ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องตกใจอะไรเลย เพราะไม่ว่าจะดูการยืนเรทติ้งที่ 3 ไว้ได้ (แม้คนจะเม้าท์ว่า ได้อานิสงฆ์จากบุพเพสันนิวาสของช่่อง 3 มาช่วยกดเรทติ้งของ WORK ลง แต่อิฉันก็หาได้สนใจให้ราคาไหม จะได้เรทตืิ้งมาเพราะอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าพี่หมื่นนนทบุรียืนที่ 3 ได้ คือจบฮ่ะ อิอิ) กับราคาโฆษณาที่น่าจะได้ปรับขึ้นแน่นอน จะได้เยอะหรือไม่ ก็หาได้วอรี่อันใดไหม เพราะการที่กสทช.ออกมาให้ข่าวผ่อนคลายค่าสัมปทานทีวีดิจิตอลให้ผู้ประกอบการ ล้วนเป็นปัจจัยดีๆ ที่มาเกื้อหนุนราคาให้ MONO ทั้งนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เหนืออื่นใด กราฟที่ยกตัวทันที่ที่ราคากระทบเทรนด์ไลน์ตังหาก ที่ได้ใจเม่าอย่างผึ้ง เพราะมันเป็นการคอมเฟิร์มว่า คุณพิชญ์ยังคงดูแลราคาหุ้นไว้เป็นอย่างดี ให้เดินไปใน uptrend channel ต่อไปเรื่อยๆ แถมวันนี้ปิดซะไฮเลยนะคะเจ้าคุณพี่ เอาใจเม่าอย่างข้าไปเลยนะเจ้าค่ะ เอาเป็นว่า ฝากเจ้าคุณพี่พาไป 5 บาท ไวๆ แล้วกันนะเจ้าค่ะ

Capture.PNG

แล้วข้าเจ้าจะรอดูว่า พี่หมื่นนนทบุรีจะแจ้งรายการซื้อหรือรายการขายเข้ามานะขอรับ ไม่ว่าจะรายการไหน ข้าก็เห็นว่าดี เห็นว่างามไปด้วยทั้งหมด เพราะสำหรับข้าแล้วพี่หมื่นทำอะไรก็ไม่เคยผิด ข้าสัญญา ……………

 

 

 

 

VNT จะถือต่อได้ต้องกินเหล้า เอร้ย อ่านบทวิเคราะห์ย้อมใจกันเลยสินะ

VNT

ความปั่นป่วนของ SET Index ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลต่อการยืนของราคาหุ้นหลายตัว

ไม่เว้นแม้กระท่ังหุ้นพื้นฐานดี แกร่งๆ อย่าง VNT

การปรับตัวลงวันเดียว 8% จริงๆ ก็ไม่ได้ผิดไปจากนิสัยเดิมของ VNT เลยยยยนะจะว่าไป

แต่…ทำไมรอบนี้เรากลับทนกันไม่ได้ หวั่นไหวไปกับ Sentiment ของตลาด

ในเมื่อก็ยังเชื่อในพื้นฐานกิจการเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

วันนี้ได้บทวิเคราะห์ของ PHATRA มาเสียที ออกแต่วันที่ 05/03/2018 ปรับเป้าใหม่เป็น 40 บาท

โหลดบทวิเคราะห์ที่นี่  VNT_20180305_PHATRA

วันนี้เห็นกราฟใจแป้วอีกล่ะเรา ไม่สบายใจเลยกลัวว่าพรุ่งนี้กราฟวีคยืนปิดเหนือ 33 บาท ไม่ได้

จะกลายเป็นแท่ง Dark cloud cover เทกระจาดลงลึกเอา

วันนี้เลยไล่เช็คสเปรด ECH ว่าเด็ดจริง ขึ้นแรงตามบทวิเคราะห์ว่าไหม

แต่…สเปรดฟรีไม่มีในโลก 55555555 สรุปเอาว่ะต้องเชื่อตามบทวิเคราะห์เค้าว่าดีก็คือดีเนอะ

เมื่อหาสเปรดฟรี ECH ดูให้แน่ชัดไม่ได้ ก็ต้องหาความมั่นใจอื่นมาเสริม

สเปรดฟรีที่พอมีให้ดูก็สเปรด caustic soda ผลก็คือ สเปรดพลิกตัวกลับขึ้นมาล่ะ

caustic soda.png

ส่วนจะสบายใจได้จริงๆ ก็คงเป็นรายละเอียดข่าวที่บังเอิญหาเจอ

อย่างที่เรารู้กันว่า VNT ถูกหวยราคาฟื้นตัวแรงก็เพราะปัญหามลภาวะในจีน

ทำให้เกิดการสั่งปิดโรงงานกันอย่างมโหฬารเป็นเหตุให้เกิด Surplus ดันราคาคอมโมดิตี้หลายตัวขึ้นมา

วันนี้หาเจอรายละเอียดของ Green Tax ที่จีนออกมาบังคับใช้ ถือว่าโหดใช้ได้เลย

China Green Tax.PNG

ตรงนี้น่าจะทำให้ต้นทุนของจีนแพงขึ้น จากที่แพงอยู่แล้วจากการที่ถ่านหินเข้าภาวะขาขึ้น

แต่…อีกข่าวที่เจอและเพิ่งอัพเดทล่าสุดคือ ดีมานด์ ECH ของอินเดีย

พีคขึ้น 56% เลยอ่ะ อร้ายยยยยยยยยยยย

ech india.PNG

พื้นฐานทุกอย่างยังเอื้อให้น้องหมีเติบโตพรุ่งนี้

ขอแค่อย่าหลุด 31 และปีนกลับไปยืน 33 ได้

ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง หมายถึงกำลังใจคนถือ 55555555

แบบ 246-2 # ตอนที่ 6 TTCL Case Study เมื่อกองทุนเป็นเสียเอง

ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แทบไม่มีนักลงทุนคนไหนไม่พูดถึง TTCL

เพราะการทิ้งบอมบ์ลงมาของทั้งราคาและวอลุ่มเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ คงต้องใช้คำว่า ล้างบาง

วอลุ่มเทรดเฉพาะวันนี้วันเดียว 101 ล้านหุ้น ทั้งที่ปกติมีวอลุ่มเทรดเฉลี่ยแค่วันละล้านหุ้นเท่านั้น

และที่สำคัญไปกว่านั้น มหกรรมเทขายทุกราคานี้ต้องได้รับการสมยอมจากรายใหญ่

เพราะวอลุ่มเทรดวันเดียวเท่ากับ 20% ของ่จำนวนหุ้นทั้งหมด่ของ TTCL ที่มีอยู่เพียงแค่ 560 ล้านหุ้น

ซึ่งเกิดจากการขายหุ้นทิ้งยกล้อตของ TEC ผู้ถือหุ้นอันดับ 1

(ที่เคยเขียนไปแล้วในตอน TTCL ในม่านหมอกเมฆ ตรงนี้เลยจะไม่ขอกล่าวถึงอีก)

เมื่อมีคนขายย่อมต้องมีคนซื้อ ใครล่ะที่มารับเซ้งช่วงต่อจาก TEC

ซึ่งจากแบบ 246-2 เมื่อวันที่ 12/02/2561 กองทุนกรุงศรีได้มาประกาศตัวเป็นผู้กู้ชาติให้กับ TTCL

โดยการแจ้งซื้อติด 10% ดูเผินๆ ก็ดูดีอ่ะ ทำถูกต้องตามกติกาตลาด

แต่ตอนที่เค้าซื้อติด 5% (เมื่อวันที่ 27/10/2560 เค้าไม่ได้แจ้งเข้ามาที่กลต.ตามกำหนด

หากมาแอบยัดไส้เติมเข้าระบบมาทีหลัง แต่ตรงนี้ไม่อยากทะเลาะด้วย

เพราะพออัพตามหลังเข้าระบบแล้ว ก็ขึ้นมาว่าแจ้งแบบนี้ เราเถียงด้วยก็คงไม่ชนะ

แต่ถ้าใครตามเคส TTCL มาแต่แรก เค้าก็รู้กันทั้งนั้นว่า ตอนเกิดเรื่องวันที่ 12/02/2561

เราไม่เคยเห็นแบบ 246-2 ของวันที่ 27/10/2560 ของกองทุนกรุงศรีอยู่ในระบบ

แต่เพิ่งมาโผล่ขึ้นมาทีหลัง ราวกับขอมดำดิน ตรงนี้เถียงด้วยคงยาก แต่มาดูของเด็ดดีก่า

รอบนี้อยากรุว่า พี่จะเค้าเถียงอย่างไร

เพราะงั้นแคปจอไว้ก่อน เดี๋ยวโผล่ย้อนหลังมาแบบวันที่ 27/10/2560 อีก

อันนี้คือ ที่มีรายงานไว้จนถึง ณ วันที่ 2 มีนาคม 2561

TTCL 2MARCH

แจ้งไว้ล่าสุดนะ ซื้อครบ 10% ไปเมื่อวันที่ 12/02/2561

ถ้าขายหลุด 10% ต้องแจ้งนะเพ่ อย่าเบี้ยวอีกนะเพ่

และแล้ว วันที่ 28/02/2561 ทาง TTCL ได้นำส่งรายงานปิดสมุดผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14/02/2561

ผลปรากฎว่า อิพี่คนที่ซื้อไปเมื่อวันที่ 12/02/2561 ตั้ง 10%

หายแซ่บ หายสอย ไปทั้งก้อน โดย………ไม่รายงานแบบ 246-2 เลยจ้า

เอ้า…………เถียงสิจ้ะ เถียง แน่จริงเถียงมา

TTCL 14FEB.png

ตอนนี้หนูไม่ติดใจเรื่องไม่แจ้งอ่ะ บอกเลย

เพราะนิสัยพี่เป็นแบบนี้ มันแก้กันยาก

แต่ตอนนี้ที่สงสัยคือ ชื่อพี่หายไปได้ยังไง พี่มีตั้ง 50 กว่าล้านหุ้น

ท่องไว้นะ แจ้ง 12/02/2561 มี 10%

แล้ว 13/01/2561 เค้าซื้อขายกันทั้งวันวอลุ่มแค่ 13 ล้านหุ้น  บวกกับ 14/02/2561 ก็อีกแค่ 8 ล้านหุ้น

ต่อให้พี่ขายคนเดียวทั้งสองวัน ยังไม่พอจะให้ชื่อพี่หายไปไม่ติดแม้กระทั่ง 5% เลยจริงไหมคะ

TTCL 13FEB

แต่….นี่หนูไม่เห็นเงาพี่เลยใน 10 อันดับแรก

พี่กับกลต.จะให้หนูคิดยังไงค่ะ ???

พี่เล่นตุกติกอะไรกัน แล้วกลต.ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้จริงๆ เหรอคะ

ถ้าระดับกองทุนยังทำเสียเอง เป็นเสียเอง แล้วกลต.ยังคงเพิกเฉย

เราจะหวังอะไรได้อีกกับนักลงทุนรายบุคคลที่หลบเลี่ยงไม่แจ้ง จริงไหมคะ

 

แบบ 246-2 # ตอนที่ 5 PPM SKY Case Study ไป-มา ไม่เคยบอกกล่าวลาไหว้

ทั้งสองเคส (PPM  SKY) เป็นเรื่องราวของนักลงทุนรายใหญ่คนเดียวกัน

พี่คนนี้ไม่ว่า ขาไป หรือขามา ก็ทำตัวเป็นขอมดำดินตลอด

เข้าทำนอง ไป-มา ไม่เคยลาไหว้ มาให้เงียบเข้าไว้ ไปให้เงียบเข้าว่า

นักลงทุนท่านนี้เคยถือหุ้นอะไรบ้าง ที่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานแบบ 246-2 มาดูกัน

Total

PPM เคยถือติด 20.61 %   PPM-W1 เคยถือติด 6.25%

ว่าแต่พี่เค้าแจ้งตอนไปหรือตอนมาอย่างไรบ้างไปดูกัน

PPM.JPG

ไม่เคยแจ้งอะไรมาก่อนทั้งนั้นเลยจ้า  อ้าวววววววววววว เพ่ค่ะ มันไม่ถูกต้องนะคะเพ่

ไม่ว่าจะการแจ้งซื้อตอนเข้าถือ PPM  20.61 % หรือตอนขายออกเหลือ 19.98% (กรอบสีแดง)

หรือตอนเข้าถือ PPM-W1  6.25% (กรอบสีน้ำเงิน)

แต่แล้ว พี่เค้าก็ทำเหมือนเดิมอีกกับหุ้น SKY ถือติด 8.0% และขายหนีเม่าไปเหลือ 1.88%  (กรอบสีเหลือง)

ก็หาเคยแจ้งใครไหม หายไปแบบขอมดำดินเลยนะจ้ะพี่จ๋า

หาฟอร์มแจ้ง 246-2 ของ SKY ไม่มีเลย อาจจะเพราะ มันเปลี่ยนชื่อมาจาก CCN หรือเปล่า ???

CCn.png

ไปไล่ดูใน CCN ก่อนสิ อาจแจ้งไว้ในนั้นหรือเปล่า

อ้าวเฮ้ยยย ชื่อเดิมก็ไม่มี ชื่อใหม่ก็ไม่ปรากฎ

เพราะนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อใหม่จาก CCN เป็น SKY ก็ยังเคยมีผู้ใดแจ้งฟอร์ม 246-2 แต่อย่างใด

Capture.JPG

ซึ่งพอเหลือบมอง แบบ 246-2 ของ CCN ก็ทำให้คิ้วกระตุกโดยทันใด

รายชื่อที่ปรากฎการแจ้งขายหุ้นแบบสามัคคีล้างบางยกพอร์ตเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน

เป็นการแจ้งขายหุ้นของ 4 ขุนพลผู้ก่อตั้งบริษัท CCN ทั้งสิ้น

ถูกต้องนะคร้าบบบบบบ มันมีการเทคบริษัทเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

โดยมีการแจ้ง Tender Offer ที่ราคา 1.40 บาท จากราคาในกระดานที่ 4.14 บาท

แหม…. 4 ขุนพลนี่ก็ยังจะอุตสาห์ไปขายให้ในราคาเทนเดอร์ซะด้วย ทำไมใจบุญขายถูกซะขนาดเน้

Untitled.png

ซึ่งเรื่องของการเทนเดอร์แบบสมัครใจ ใครอยากจะขายอะไรก็ย่อมทำได้

เราก็ไม่ว่ากัน ถ้าจะใจบุญกันขนาดเน้  เม่าอย่างหนูจะไปทำอะไรพี่ได้ละคะ

นี่ใช่ไหม ที่เค้าเรียกกันว่า เดี๋ยวไปทอนตังค์กันนอกกระดานอีกที แหม….

แล้วใครล่ะคือ ผู้มาใหม่ ที่เข้ามาแทน ชะโงกหน้าไปดูกันหน่อยสิ

Untitled

จากภาพเขียนวิจิตรศิลป์สีเปรอะไปหมดข้างบน สามารถอธิบายเส้นทางของรายใหญ่ได้ดังนี้

กรอบสีแดง เป็นรายนามของกลุ่มเจ้าของเดิมที่ถือหุ้น CCN ในการปิดสมุดปี 2016

ก่อนที่ผู้มาใหม่สำคัญ 2 คน จะปรากฎกายในการปิดสมุดปี มีนาคม 2017 (กรอบสีน้ำเงิน)

โดยผู้มาใหม่ทั้งคู่ ไม่เค๊ย ไม่เคยแจ้งแบบฟอร์ม 246-2 แต่อย่างใด

ผ่านมาอีกเพียงแค่ 3 เดือน มีการปิดสมุดทะเบียนอีกรอบในเดือนมิถุนายน 2017 ทั้งคู่ยังคงอยู่ที่เดิม

แต่สัดส่วนหุ้นเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จาก 96.6 ล้านหุ้น เหลือเพียง 76.6 ล้านหุ้น (กรอบสีส้ม)

สรุปหุ้นลดลง 20 ล้าน แล้วมีตัวละครมาใหม่โผล่ขึ้นมาเบียดที่ 2 เดิมกระเด็นลงไปที่ 3

โดยที่ 2 เป็นกองทุนส่วนบุคคล ที่ถือหุ้นแทนใครสักคน อยู่ 20 ล้านหุ้น (ลูกศรสีเขียว)

แหม…พอดิบพอดีกันเนอะ กองทุนนี้ชื่อก็บอกชัดเจนว่า เป็นสิงคโปเรียน

เราก็ไปส่องเพิ่มใน NVDR สิ ก็เห็นว่ามี สิงคโปเรียน 2 คน รวม 2 คน มีหุ้น 20.443 ล้านหุ้น (ลูกศรสีม่วง)

สรุปมันก็น่าจะเป็นฝรั่งผมทอง (ผมจริงสีดำแต่ย้อมผมมาเป็นสีทอง) คนแรกมี 20 ล้านหุ้น

แล้วฝรั่งน่าจะผมทองจริงๆ อีกคนมี 4.43 แสนหุ้น  เราคงไม่มโนอะไรซี้ซั้วไปใช่ป่ะคะ ?

ถ้าข้อสันนิษฐานนี้ถูกต้อง เบอร์ 1 มีหน้าที่แจ้งโอนออก เพราะการถือครองลดลงจาก 42 เหลือเพียง 33.3%

และเบอร์ 2 มีหน้าที่แจ้งรับโอนเข้า เพราะถือครอง 8%

แต่…ในความเป็นจริง พี่เบอร์ 1-3 ไม่มีใครเคยแจ้งอะไรสักคน ก็แค่นั้นละจ้าาาาาาา ยังไม่ชินกันอีกรึ ?

มาดูการปิดสมุดรอบล่าสุดกันดีก่า รอบนี้ปิดไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2018 นี้เลย

Untitled.png

ดูเหมือนว่า พี่เบอร์ 1 กระทำการ 2 อย่างด้วยกัน คือ ขายหุ้นออกไป

อันนี้แน่นอน เพราะจำนวนหุ้นเหลือน้อยลง จาก 76.6 ล้านหุ้น เหลือ 69.92 ล้านหุ้น (กรอบสีแดง)

แต่เปอร์เซนต์การถือครองลดฮวบเลย จาก 33.3 % เหลือแค่ 17.82 %

อันนี้เพราะมีการแปลง SKY-W1 เข้ามามาทำให้สัดส่วนหุ้นเปลี่ยนแปลงไป

Untitled.png

โดยรอบนี้มีการแปลงวอร์เยอะมาก ถึง 106 กว่าล้านหน่วย จึงมีหุ้นเพิ่มขึ้น 116,285,886 หุ้น

เพราะอัตราการใช้สิทธิเท่ากับ 1 : 1.09 หุ้น

และอย่างที่สอง สิ่งที่อันดับ 1 ทำอีกอย่างนึงนั่นก็คือ น่าจะมีการโอนหุ้นออกไปพักไว้ที่อันดับที่ 2

เพราะอันดับที่ 2 มีหุ้นเพิ่มจาก 20 ล้าน เป็น 24 ล้านหุ้น (บนข้อสันนิษฐานว่า 2 เป็นนอมินี่ของ 1)

ขณะที่อันดับที่ 3 เดิมของรอบก่อน หายไปเยอะ กลายเป็นอันดับที่ 11 แทน

รอบนี้พี่เค้าดำดินหายไปจาก 8%  เหลือ 1.88 % (กรอบสีส้ม)

จริงอยู่ว่า เทียบ % หลังแปลงวอร์จะยึดแบบนี้เลยไม่ได้ แต่ถ้าเราดูจากจำนวนหุ้นพี่เค้าก็หดลงอยู่ดี

จาก 18.4 ล้านหุ้น เหลือแค่ 7.63 ล้านหุ้น สรุปก็หายไปแบบข้าม trigger point อยู่ดีนั่นล่ะ

ไงๆ ก็ต้องแจ้งอยู่ดีตามกฎของกลต. แต่คงเพราะพี่คนนี้น่าจะเป็นเขมรนะ

เลยคอยจะใช้ฤทธานุภาพดำดินเข้ามา-ออกไปแบบเงียบๆ เหมือนเดิมที่เคยทำมา

ส่วนตอนนี้ที่อยากให้สนใจเพิ่มเติม ก็คือ

รอบนี้มีตัวละครใหม่โผล่เข้ามา รั้งผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ถือครองเกิน 5% (กรอบสีน้ำเงิน)

คราวนี้มาในนามของนิติบุคคลต่างประเทศ โดยไม่มีการแจ้งใดเช่นกัน เป็นเหมือนกันทั้งก๊กเลยแฮะ

รวมถึงอยากฝากให้จับตา อันดับที่ 7 (กรอบสีเขียว) ถึงแม้จะถือครองอยู่เพียงแค่ 2.56%

ไม่เข้าเกณฑ์ต้องแจ้งแบบ 246-2 ก็จริง

แต่ความที่ชื่อพี่เค้าก็บ่งบอกว่า เป็นนอมินี่แทนผู้หนึ่งผู้ใด แถมยังสัญชาติสิงคโปเรียนอีก

แบบนี้ก็เลยอดระแวงไม่ได้จริงๆ ว่าใครคนไหนเอาหุ้นไปฝากถือไว้อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้สินะ

ถอดเส้นทางเจ้ามาแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า เหนื่อย !!!!!

ซับซ้อน ฉอฉ้อ ดูไม่โปร่งใส เอาเสียเลย

เพราะคนใหญ่คนโตของที่นี่ ไป-มาไม่เคยบอกกล่าว ลาไหว้ตามธรรมเนียม

แบบนี้พี่แกจะทำอะไร ใครจะไปตามหาร่องรอยเค้าเจอกันละเนี่ย

และนี่ใช่ไหม เหตุผลที่ SKY ถึงลากจากดินมาถึงขอบฟ้าได้สมชื่อสมนามหุ้นซะขนาดเน้ !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถอดงบ UVAN # เหตุเพราะปาล์มต้นนี้โตดีจริงๆ

UVAN1.PNG

งบเห็นแล้ว ตาพองเป็นปลาทองกันเลยทีเดียว โตอะไรเบอร์นั้น !!!

ดูกราฟฟิคแล้วนึกว่า ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าทำกิจการน้ำมันปาล์ม ต้องนึกว่า … ทำกิจการเสาไฟฟ้า

งบหล่อมาก โตทั้ง QoQ  YoY  กินถั่งเช้ามาหรืออย่างไรกัน ?

อยากรู้ต้องไปถอดงบ จริงๆ เหนื่อยนะ ไม่ได้ขยัน แถมหุ้นก็ไม่มีจะลงแรงถอดไปเพื่อการใด ?

ของบางอย่างถ้าไม่ยอมเหนื่อยยากเพื่อให้ได้รู้ ก็จะกลายเป็นเห็นแต่โง่แบบไก่ได้พลอย

ออกแรงหน่อย ถ้าไม่ดีก็แค่เหนื่อย ถ้าดีและจะโตต่อก็จะได้ตังค์ไง

= = = = =

แต่จากประสบการณ์จากรอบก่อน ที่เล่นผิดตัวตอน Soft Commodity มาเมื่อช่วงต้นปี 60

ที่ดันเลือก CPI แทนหุ้นปาล์มตัวอื่นๆ ซึ่งถามว่า CPI ขึ้นไหมก็ขึ้นนะ

แต่ดันลากไม่เยอะ ไม่แรงเท่า VPO  UVAN  ซึ่งรอบนั้นก็ทำให้รู้ว่า

กลุ่มตลาดมีผลต่อการลากราคา เพราะรอบก่อน VPO  UVAN ขึ้นตามแรงเก็งกำไรของ CPO ราคาปาล์มโลก

เพราะสองตัวนี้ เน้นผลิตเพื่อการส่งออกน้ำมันปาล์มและผลปาล์มดิบ

ขณะที่หุ้นตัวอื่นเน้นจำหน่ายในประเทศ โอ๊ยยยย เศร้าใจ เลือกผิดตัว ขึ้นแต่ไม่แรง แอบเพลียปนริษยา

แต่รอบนั้น…ก็ทำให้เราได้เรียนรู้บางอย่างมาตั้งแต่รอบนั้น

ความเปลี่ยนแปลงประการสำคัญอย่างหนึ่งของหุ้นปาล์มในช่วงปี 60 คือ

การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีของสินทรัพย์ชีวภาพ

ที่กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรจะต้องปรับเปลี่ยนมาใช้

ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดขึ้นใหม่

ว่าแต่ … อะไรคือสินทรัพย์ชีวภาพ ?

อะไรให้ง่ายหน่อย คือ สินทรัพย์ในเชิงเกษตรตอนที่ยังไม่ได้ผ่านการแปรรูปภายหลังการเก็บเกี่ยว

เคสนี้ก็คือ ผลปาล์มสด ผลปาล์มดิบ ผลปาล์มติดต้น ไงล่ะ

แต่พอนำไปแปรรูปเป็นน้ำมันปาล์มแล้วก็ไม่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ชีวภาพก็กลายเป็นสินค้าคงเหลือแทน

ดังนั้นตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป หุ้นปาล์มจะต้องบันทึกรายการสินทรัพย์ตรงนี้ใหม่ตามนี้

โดยรายการที่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ชีวภาพประกอบด้วย 3 รายการ คือ

ผลปาล์มบนต้น เมล็ดพันธุ์ปาล์มเพื่อขาย และต้นกล้าปาล์มที่อยู่ระหว่างการเพาะปลูกเพื่อขาย

แต่…ต้นปาล์มที่ปลูกเพื่อต้องการผลผลิตจัดเป็นพืชเพื่อการให้ผลิตผล

จะต้องไปลงรายการในส่วนที่ดินอาคาร และอุปกรณ์แทน !!! โว้ะะะะ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลงรายการนี้

จริงๆ ทั้งต้นปาล์มและผลปาล์มบนต้นมันเคยนับรวมกันไปแต่รอบนี้แยกนับออกจากกัน

ให้เจ้าผลปาล์มที่แม้จะยังอยู่บนต้นโผล่เข้ามาในมาตรฐานบัญชี (ต้องนับด้วย เดิมไม่ได้นับ)

ถือเป็นสินทรัพย์ชีวภาพจนกระทั่งถึงจุดเก็บเกี่ยว

เอาให้ง่ายๆ ก็คือ ถ้าหลุดออกจากต้นเมื่อไหร่ก็แปลงร่างไปลงในรายการสินค้าคงเหลือ

แทนตามมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย ณ จุดเก็บเกี่ยว

ขณะที่การเพาะเมล็ดพันธุ์ปาล์มเพื่อขาย และต้นกล้าปาล์มที่อยู่ระหว่างการเพาะปลูกเพื่อขาย

จะไปรับรู้ โผล่อยู่ในงบกำไรขาดทุนเพิ่มเติมเข้าไป

Capture

ทำให้งบการเงินรวมปีนี้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมนี้งอกออกมา 56 ล้านบาท หูววววว

อันนี้ไม่ใช่กำไรจากการดำเนินงานปกติจริงไหม แต่เป็นเพราะเปลี่ยนแปลงวิธีลงบัญชี

เพราะงั้นเดี๋ยวอย่าลืมเก็บเลขนี้ไว้ในใจ ถอดกำไรปกติออกมาได้เท่าไหร่ต้องเอาไปหักออกด้วยล่ะ

= = = = =

Capture

อย่างที่บอก ไม่มีของอยู่ก่อน ต้องขี้โกงก่อน ไม่อยากเหนื่อยฟรี ไปส่องงบรวมย้อนหลังก่อน

ได้ความว่า เป็นบริษัทที่ดีกิจการหนึ่งเลยทีเดียว เพราะย้อนหลัง 4 ปี ไม่เคยขาดทุน

แม้กำไรจะสวิงเยอะ เอาแน่เอานอนไม่ได้ อารมณ์ว่ากำไรของพี่นี่เป็นฮอร์โมนของวัยรุ่น

แต่นั่นก็เป็นเพราะธุรกิจ Soft Commodity ถูกกำหนดราคาจากตลาดโลกนั้นเอง

ทว่า…ถ้าเรามองในเชิงรายได้ ถือว่ารายได้ต่อเนื่องมีความเสถียรพอสมควร

และที่สำคัญบริษัทนี้หนี้ต่ำมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ถ้าเจอแบบนี้แนะนำให้รีบขี้โกงไปดู กำไรสะสมของกิจการเลย ขอเดาว่าเยอะ

เพราะถ้ามาทรงนี้ต้องเดาไว้ก่อนเลยว่า ผู้บริหารมีความอนุรักษ์นิยมสูงเวอร์ ออกแนวไม่กล้า ไม่ชอบกู้เงิน

ซึ่งพอมีกำไรปุ๊บจะรีบตักเข้าไปสะสมในกำไรสะสมก่อนเพื่อบ่มเพาะความเข้มแข็งของกิจการเป็นลำดับแรก

Capture

มีกำไรสะสมอยู่ 2.6 พันล้าน อุต๊ะ ! เมพขิงๆ ถือเป็นหุ้นดี น่าคบหาเลยว่าไหม

แต่นิสัยตัวนี้นานๆ เล่นที จึงไม่เหมาะเป็นหุ้นเก็งกำไรนะจ้ะ

จะเห็นว่า ที่ผ่านมาเป็นหุ้นที่ถือแล้วแพ้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของตลาดมาโดยตลอด

Capture.JPG

แต่ถ้าจะบอกว่า โลกกำลังจะเปลี่ยนไป และหุ้นทุกตัวย่อมมีรอบของมันล่ะจะเชื่อไหม อิอิ

อยากรู้ว่าจริงไหม มาถอดงบกันต่อ มีอะไรบ้างที่ฟ้องเราว่า บริษัทกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ?

Capture

มีผลปาล์มเท่านั้นที่ลดลง แต่ไปงอกเยอะในรูปของน้ำมันปาล์ม (แปรรูปพร้อมขายแล้ว)

มีผลิตภัณฑ์พลอยได้เพิ่มขึ้นเยอะทีเดียว ถ้าไม่ขยายงานทำอย่างอื่นเพิ่ม

ก็แสดงว่ามีการปรับเทคโนโลยีการผลิตทำให้มีผลพลอยได้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจงอกออกมาเพิ่ม

เมล็ดพันธ์กับต้นกล้าดูพีคมากเพิ่มขึ้นเท่าตัว เหมือนจะรีบขยายเร่งรัดการปลูก

แต่อย่ารีบปักใจมากไป เพราะเค้ามีกิจการขายต้นกล้าพันธุ์ปาล์ม ต้องเผื่อใจไว้บ้าง

พอไปแอบดูไส้งบ ก็พบว่า มีการไปซื้อกิจการอะไรมาสักอย่าง สิริรวม 500 กว่าล้านบาท (กรอบสีแดง)

Untitled.png

กรอบสีน้ำเงินไม่มีอะไร แค่ขีดให้ดูว่า เคสเกษตร ต้นปาล์มเอามาลงงบในส่วนที่ดิน

โดยแยกเป็นปาล์มที่เก็บเกี่ยวได้แล้ว กับยังไม่ให้ผล

มากลับเข้าเรื่องกัน  ว่าแต่….ตกลงพี่เค้าไปซื้อธุรกิจอะไรมา ?

Untitled.png

ไปซื้อโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมานี่เอง ช่วงเดือนพฤษภาคม 2560

ถ้างั้นงบจะเริ่มรับรู้ก็ Q3/2016 ไปให้พี่ @NEWS ช่วยเทียบงบให้สิ โตขึ้นแค่ไหน QoQ 2016

UVAN

ถ้าเทียบ Q3 ย้อนหลัง 3 ปี (ตรงนี้สำคัญนะ เพราะหุ้นพวกนี้มี Seasonal ของการเก็บเกี่ยว)

ก็จะเห็นว่า ค่าเฉลี่ย Q3 เทียบกันคือ ปี 2558  114 ล้าน  ปี 2559  95 ล้าน

(ซึ่งปกติแล้ว Q1-2 เป็น High season ไม่ใช่ Q3-4)

แต่พอเทคกิจการมาเพิ่ม ปี 2560 พุ่งปรื้ดดดดเป็น 143 ล้าน โอ๊ะโอ้ว ทำไมต้องตื่นเต้นเบอร์นี้

อย่าลืมนะว่า ตั้งแต่ปี 2559 โซนเอเชียเข้าสู่ภาวะเอลนิโญ ผลผลิตตกต่ำโดนหางเลขกันหมด

แล้วปี 2560 ก็ยังอยู่ในภาวะเอลนิโญ แต่ผลประกอบการกลับพีคกลับขึ้นมาได้

โดยพีคเกือบจะเทียบเท่าผลประกอบการ Q2 ซึ่งเป็น High Seasonal ของหุ้นกลุ่มนี้เลย

แล้วต่อเนื่องยืนยันหนักแน่นด้วยผลประกอบการที่พีคที่สุดเป็นประวัติการณ์ใน Q4/2017 แบบ Double

(เด่นกว่า Q3 ที่ยังต้องบุ๊ครายจ่ายหักค่าซื้อกิจการไป 500 กว่าล้าน)

แต่….ช้าแต่ นึกว่าโตเพราะไปเทคกิจการมา แต่หาเป็นเช่นนั้นไหม

เพราะหมายเหตุงบระบุว่า งบปี 2017 ทั้งปี ยังไมได้รับรู้กำไรจากกิจการใหม่เลย อ้าววววววววว งงดิ

คำอธิบายงบบอกเราว่า เนื่องจากอยู่ในระหว่างดำเนินการและตกลงส่วนแบ่งสัญญาขายไฟ

อุ้ยยยย จะมีรายได้จากการขายไฟด้วยแฮะ (แน๊ะ มีอะไรให้ฝันหวานเพิ่มได้อิ๊กกกก)

ถ้างั้นก็แปลว่า งบ Q2 ยัน Q4 นี่โตเองเพียวๆ เลยนะ ไม่เกี่ยวกับกิจการที่เทคมา

ซึ่งจะเริ่มรับรู้กำไรในปี 2018 เป็นต้นไปแทน แบบนี้ยิ่งต้องตื่นเต้นใหญ่ ทำไมมันโต (หว่ะ)

แต่สรุปเอาเป็นว่าถึงตอนนี้ ณ ตรงนี้ คือ หายสงสัยได้เลยว่า ดีจริงหรือยัง โตจริงหรือเปล่า

เพราะจะมีแค่กำไรที่ได้ลงไว้จริง เฉพาะแค่ส่วนค่าความนิยม (Good Will) ไว้ 17 ล้านบาท

แปลง่ายๆ คือ ซื้อกิจการที่ดีมาในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น กำไรชัดๆ ประมาณนั้น

ไปดูรายได้เลยจะได้รู้กันไปว่า โตจริงไหม โตแค่ไหน หรือมีบุค One Time Gain อะไรให้ลวงตาหรือเปล่า

สรุปไปเช็ครายได้จากการขาย โตจริงๆ มั่นใจได้ กำไรขั้นต้นก็โดดเด้งงดงาม

นี่ขนาดยังไม่รวมกิจการใหม่ที่ไปเทคมาน่ะ แหม…เด็ดจริงไรจริงตัวเน้

Capture.JPG

 

แต่ไม่ใช่โลกนี้จะสวยงามไปซะหมด มีข้อควรระวังสำหรับการเล่น UVAN อยู่ประเด็นหนึ่ง

คือ ที่ดินที่เช่าทำการเพาะปลูกบางส่วนถูกกรมป่าไม้ฟ้องคดีรุกล้ำ

ตอนนี้ฟ้องร้องกันอยู่อันนี้ก็ต้องระวังเผื่อไว้ด้วย (ศาลแรกยกฟ้อง แต่อยู่ระหว่างอุทธรณ์)

กับบริษัทมีไปลงทุนโรงงานน้ำมันปาล์มในฟิลิิปปินส์ และให้บ.ย่อยดำเนินการกู้เงิน 233 ล้านเปโซ

แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่มีอะไรให้ถึงขั้นต้องกังวล (มั้ง)

แล้วขาดทุนจากการสต๊อกสินค้าในตลาดฟิวเจอร์ล่ะต้องกลัวไหม

ถ้ามาหมัดน๊อคแบบ STA ก็ไม่เอาน่ะ เดี๋ยวหัวใจวายตายกันพอดี (ราคายางโลกพุ่งปรี๊ดดด แต่พี่แกเจ๊งยับ)

ไปไล่เช็คสรุปในบทวิเคราะห์ KSS บอกว่า พี่ UVAN ของเราแกอนุรักษ์นิยมตัวพ่อเลย

เพราะเค้าบอกว่า UVAN จะทำป้องกันความเสี่ยงด้วยการล้อคราคา CPO กับ FFB

ในการทำสัญญากับลูกค้า พร้อมกับทำสัญญากับเกษตร ไปพร้อมกัน เออแบบนี้ดูปลอดภัยดีแฮะ

Untitled.png

ถ้าเห็นแบบนี้ เรียกได้ว่า เล่นตามงบ แบบมั่นใจได้อยู่นะ

ก็ไม่แปลกใจหรอกว่า วอลุ่มของวันศุกร์ที่งบออกทำมาพีคกระโดดซะขนาดนั้น

Capture.JPG

แบบนี้รอให้พักตัวสักหน่อยแล้วเก็บตามไปด้วยน่าจะไม่เสี่ยงจนเกินไป

สำหรับหุ้นที่งบมาต่อเนื่องทั้ง QoQ  YoY แบบที่ไม่มี One Time Gain

แต่มาด้วยผลการดำเนินการเพียวจริงๆ แบบนี้

ต้องถือว่าเป็นหุ้น Growth ที่ต้องจับตามองโดยเฉพาะในคิวถัดไป ซึ่งถือเป็น High Season ของพี่เค้า

 

 

 

 

 

 

 

 

ถอดงบ VNT Q4/2016 # ไฉน YoY ดีขึ้น แต่ QoQ ดรอปลง ต้องกลัวไหมแบบนี้ ?

VNT.png

อย่างแรกคงต้องย้ำก่อนว่า ผึ้งไม่ใช่สายงบแต่ไหนแต่ไร (แล้วแกดันเสนอหน้าจะมาถอดงบนี่น่ะ 5555)

วันนี้ก็แค่อ่านงบพอได้ ไม่ใช่คนเชี่ยวชาญงบ ไม่เก่งพอที่จะมั่นใจว่า

เข้าใจหรือมั่นใจว่าทุกข้อมูลการถอดงบที่จะสรุปข้างล่างถูกต้องทั้งหมด

แต่…เหตุผลที่ตัดสินใจถอดงบ เพราะมันเป็นหน้าที่ของ “เม่ามีของ” ที่ต้องใส่ใจงบตัวเอง

โดยเฉพาะในเวลาที่งบดรอปยิ่งต้องใส่ใจ หาสาเหตุ

ถ้างบสวยยังพอขี้เกียจไม่อ่านได้ (เรื่องแก้ตัวบางทีเราก็ถนัด ฮา………..)

แต่อย่าลืมนะว่า ยิ่งงบสวยยิ่งควรต้องอ่านจะได้รู้ว่า การเติบโตสุดๆ ถึงปลายทางหรือยังเช่นกัน

ที่สำคัญการเรียนรู้ที่ดีคือการลงมือปฏิบัติ ถ้าไม่ฝึกอ่านงบ เมื่อไหร่จะอ่านงบเป็น

และเผื่ออ่านผิด คนอื่นที่อ่านเก่งกว่า หรือเห็นต่างจะได้มาช่วยโต้แย้ง

= = = = =

จริงๆ โดยรวมเห็นแวบแรก คนส่วนใหญ่จะอื้อหือ อู้วหูวตู้วู้วววว …. กับงบปี 2017 ของ VNT

โดยเฉพาะถ้าเราดูงบผ่านแอพของโบรก เพราะบางค่ายไม่ได้รายงานละเอียดมากพอให้เห็นความผิดปกติ

การดูงบไม่ควรดูเพียงแค่ 2 บรรทัดสุดท้ายว่า กำไรสุทธิเท่าไหร่ กับ กำไรต่อหุ้นเท่าไหร่

Untitled

 

ถ้าดูเฉพาะกรอบสีแดงแค่นี้ มันดูงดงามสวยหรู และชวนให้เพ้อฝันมากไปเลยนะ

ได้ข่าวว่า เม่าชอบดูกันแค่นี้เสียด้วยสิ ถึงได้โดนงบเฉือดดัดหลังเวลาเล่นตามงบกันอยู่บ่อยๆ

ทำเป็นพูดดีไป จริงๆ แกก็เคยไม่ใช่เหรอ ก็เคยเป็นนะ

ตอนนี้บอกได้เลยว่า   ว่าแต่เขา อิเหนาไม่เป็นแล้วนะ ถึงกล้ามาบอกว่าอ่านงบกันเหอะ

ถ้าเราเลือกจะขี้เกียจอ่านไปตลอดกาล นั่นก็เป็นความโชคร้ายในอนาคตการลงทุนของเราเอง

เพราะงบ VNT ถ้าดูให้ดีๆ ชัดๆ งบรวมโต 100% ก็จริง แต่งบเฉพาะกิจการลดลงแบบน่าใจหายเลยนะ

สรุปดีไม่ดีล่ะแบบนี้ จะรุได้ยังไงอย่างน้อยที่สุดการดูแบบเทียบ QoQ กับ YoY จะช่วยให้เราฉุกใจคิดว่า

จำเป็นมากน้อยแค่ไหน ที่เราควรต้องไปไล่ดูถอดงบเพื่อหาต้นเหตุนี้หรือเปล่า

ขอยกตัวอย่างจากเคส JWD ให้ดู เพราะจะเห็นได้ชัดเจนดีว่า

การดูเทียบ QoQ กับ YoY มันไกด์ให้ต่อมเอ๊ะเราทำงานได้ยังไง

613750.jpg

ถ้าเราสังเกตตัวเลข YoY  QoQ ของ JWD เราจะสังเกตว่า ค่าเฉลี่ยกำไรของเค้าอยู่ที่หลัก 40-50 ล้านบาท

แล้วงบ Q4/0217 คืออะไร พีคไปไหน 466 ล้านบาท ต่อมเอ๊ะต้องให้การไปว่า

จงตามหา One Time Gain ที่บุ๊คลงใน Q นี้ให้ได้

เพราะมันยากเหลือเกินที่กำไรก้อนนี้จะเกิดการดำเนินงานปกติ เติบโตทีละ 1000% ภายในเวลา 1 ปี

มัน impossible มากๆๆๆ สรุปการไปไล่อ่านไส้ในของงบ

จะทำให้เรารุว่า JWD โตจากการบุ๊คกำไรจากการขายกองรีท AMIREIT นั่นเอง

= = = = =

กลับมาที่น้องหมี VNT ของเรา ตกลงงบเราดีจริงอ่ะ ปลอดภัยจริงป่าว เพ้อหลงไปเองไหม

วิธีที่ผึ้งขอแนะนำคือ ดูรีวิวงบของ Line Official @NEWS เพราะคนนี้ทำรีวิวงบได้ดีสุดแล้ว

เพราะขนาดโบรกใหญ่ๆ ยังเทียบ YoY ให้เราแค่ 2 ปี แต่รายนี้ให้เราดู 3 ปีไปเลย

การเห็นย้อนหลัง 3 ปี จะช่วยให้เห็นความสม่ำเสมอของงบได้ดีขึ้น

ผลการทำงานของต่อมเอ๊ะจะมีประสิทธิภาพขึ้น ผิดพลาดคลาดเคลื่อนน้อยลงไปได้อีกระดับนึง

VNT

ถ้าเราดูย้อนหลัง 3 ปี VNT เหมือนสาวอายุ 50 เป็นสาววัยทองมาก … ที่เลือดจะไปลมจะมาชอบกล

เพราะงบแต่ละ Q ดูไม่เสถียรเอาเสียเลย ถ้าดรอปมากๆ จะระดับ 30 ล้าน (มีบาง Q ติดลบอีกตังหาก)

มีค่าเฉลี่ยเกาะกลุ่มอยู่ 3 ระดับ คือ หลัก 8-9 หมื่น กับ หลัก 3 แสน และ หลัก 7 แสน

ตัวเลขกระโดดมากมายจริงๆ ต่อมเอ๊ะนี่เริ่มเอ๊ะกันไม่ถูกเลย จะไล่หาจากไหนอะไรก่อนดี

วิธีง่ายๆ อันสุดแสนจะขี้โกงที่ผึ้งใช้ประจำ ที่อยากขอแนะนำตามประสาคนเจ้าเล่ห์คือ

ไปแอบดูสรุปงบปีภาพรวมย้อนหลังใน SET ก่อนเลย

Untitled.png

วิธีที่ผึ้งทำประจำคือ ดูรายได้ว่าโตขึ้นหรือหดลง จะได้รู้ว่าควรรักหรือควรชัง

จากนั้นดูว่า รายได้ดี กำไรดีตามไหม (กรอบสีน้ำเงิน)

ถ้ารายได้ดี กำไรไม่ดี มันต้องมีสาเหตุก็แค่มองขึ้นไปที่หนี้สิน (กรอบสีแดง)

บางทีรายได้ดี แต่หนี้เยอะก็อ้วกแตกได้เหมือนกัน (เส้นสีเขียว)

เพราะก็อารมณ์ทำงานแทบตายโดนดอกเบี้ยปล้นไปหมด

ซึ่งอันนี้ถ้าเป็นดอกเบี้ยจากการขยายการลงทุนยังพอทำใจให้อภัยได้

ถ้าเราให้เวลาการดำเนินงานไปสักระยะนึง แล้วพบว่า

หนี้เริ่มลดลง กำไรเริ่มกลับมา เพราะต้นทุนการเงินก็ไอ้ดอกเบี้ยนั่นล่ะ เบาลง แบบนี้แจ่มล่ะ

(กรอบสีชมพู จริงๆ มันเห็นว่าโอเคขึ้นตั้งแต่ปี 58 ก็จริงแต่มีนัยจริงๆ ก็ปี 59)

พอเห็นแบบนี้มีอนาคตใช้ได้ สมควรลงแรงอ่านไส้งบต่อ

แต่ถ้าไม่ใช่แบบนี้เจอขาดทุนซ้ำซากต่อเนื่อง

แล้วงบก็ดรอปลงขาดทุนเพิ่มเรื่อยๆ ไม่ต้องอ่านให้เหนื่อย ขายๆ ทิ้งไปก่อน

พอตกลงใจได้ว่า ควรอ่านไส้ในต่อ ก็ไปดูตัวเลขที่พีคขึ้นมาทั้งทางบวก ทางลบ

ซึ่งจากงบปี 2017 หลังอ่านไส้ก็พบว่า แม้ว่า YoY จะดรอปลงไปพอสมควร

แต่เราพอจะให้อภัยเธอได้ไหม เราต้องมีเหตุผลแห่งการให้อภัยที่เหมาะสมด้วย

ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการไบแอสหลงหุ้นแบบหน้ามืดตามัวไป

สิ่งที่เม่าหัดแกะงบสรุปได้จากการอ่านไส้มีอะไรบ้าง

Q4/2016 มี one time gain เกือบ 120 ล้าน จากเงินชดเชยไฟดับที่ Gecco One จ่ายคืืนมาให้

Q4/2017 รายได้ดีจัด ผู้บริหารเลยเร่งปิดงวดหนี้สินไป 1 โครงการ

ด้วยการไปเจรจาขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้สินระยะยาวที่จะครบกำหนดใน 1 ปี (ปี 2561) ออกไป

โดยจะขอกลับมาจ่ายอีกครั้งเป็นงวดๆ ตามนี้ ก้อนแรกเริ่มกลับมาจ่ายอีกครั้ง มิย. 2562  273.8 ล้านบาท

และจากนั้นจ่ายอีกทุก ธค. มิย. เรื่อยไปจนถึง ธค. 2565 งวดละ 321.4 ล้านบาท

สรุปง่ายๆ ปี 2561 ตัวเบาๆ หน่อย ไม่มีภาระต้องจ่ายหนี้ในปีนี้ ไปรอจ่ายอีกทีปีหน้า

แต่รายได้ Q4/2017 ที่เยอะๆ ทำไมดรอปลงเยอะเมื่อเทียบกับ Q4/2016

ก็มาจาก 2 สาเหตุ เอาสาเหตุหลักก่อนรายได้ที่ได้มา ถูกนำไปตั้งสำรองหนี้สูญ 741 ล้านบาท

มะ มะ แม่เจ้า…. ดูตัวเลขมีตกใจแทบสลบกันเลยนะ คุณภาพลูกหนี้ไม่ดีหรือเปล่าแบบนี้ ?

แต่ถ้าไปถอดงบดูจะเห็นว่า หนี้ก้อนนี้ไม่ได้เกิดจากลูกค้า แล้วมันเกิดจากอิหยังกันหน๊อออออ

หากแต่เกิดจาก “บริษัทย่อยเบี้ยวหนี้” ที่กู้ยืมบริษัทแม่ไปตังหาก เอเมน….

ตรงนี้ผู้บริหารคงเห็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่เคยมีกำไรแต่เดินหน้าขาดทุนมาโดยตลอด

เลยตัดสินใจตัดเนื้อร้ายทิ้ง ด้วยการปิดบริษัทหลังทยอยตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุนมาโดยตลอด

โดยปีนี้ ทยอยตัดด้อยค่าเงินลงทุนใน Q2 218 ล้านบาท  Q3 132 ล้านบาท และ Q4 108 ล้านบาท

สรุปปีนี้ตั้งด้อยค่าไทซิงที่จีนไปทั้งสิ้น 438 ล้านบาท แฮร่…….

เมื่อจะตัดเนื้อร้ายด้วยการยุติการดำเนินงาน

ก็จำใจต้องยกหนี้เงินกู้ที่มันค้างแม่ไว้ให้มันอีกตูมเดียวใน Q4/2017 อีก 741 ล้านบาท อิลูกทรพีจริงๆ ฮ่วย !

พอเห็นแบบนี้ จริงๆ ไม่ชอบใจหรอกนะ ได้มาเยอะแต่ก็ต้องไปจ่ายอะไรแบบนี้ เฮ้อออ

แต่น้องๆ สายงบที่ปกติเค้าจะมองอะไรแบบ conservative กว่าผึ้งเยอะๆ กลับพูดตรงกันว่า

ต้องดีใจ เพราะการที่ผู้บริหารตัดเนื้อร้ายทิ้งๆ ไปให้หมด ต่อไปในอนาคตก็มีแต่จะ Growth ไปเรื่อยๆ

สรุปน้องสั่งให้ดีใจ เอ้า………..ดีใจก็ดีใจ (แอบมองบน เบะปากนิดนุง)

เพราะจริงๆ ต่อให้ไม่มาไล่อ่านไส้งบ แล้วใช้วิธีเจ้าเล่ห์อีกวิธี (ทำไมยัยคนเน้มันถนัดแต่วิธีนี้ล่ะเนี่ย อิอิ)

ก็ไปดูสรุปในคำอธิบายงบเอาเลย เอาตัวเลขมาเทียบกันย้อนหลังสัก 3 ปี

ก็จะเห็นว่า ทุกอย่างดีขึ้นหมด กรอบสีส้มคือ หนี้ก็ถูกต้องดีอยู่แล้วที่ควรเป็นสิ่งเดียวที่ควรลดลง

Untitled.png

เห็นแบบนี้แล้วก็ควรต้องรักน้องหมีต่อไป จริงไหม ?

โดยเฉพาะในภาวะที่ SET ง่อนแง่นเหลือเกินในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่หุ้นตัวนี้ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ขนาดนี้

ก็เพราะมันมีดีในตัวมันเองจริงๆ (อวยหุ้นตัวเองอีกล่ะ ฮ่า……… )

ก็ถ้าตราบใดที่ Net Profit Margin ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ EPS ก็ Growth กันเป็นเด้งแบบนี้

การถือหุ้นแบบนี้มันไม่ดีที่ตรงไหน มองไม่เห็นเหตุผลที่จะมาคัดค้านเลยจริงๆ ไหมล่ะ ^___^

 

 

 

 

 

แบบ 246-2 # ตอนที่ 4 NFC Case Study กับเรื่องราวปุ๋ยที่เม่าต้องรู้ก่อนการกลับเข้าเทรด

ถ้าใครเข้ามาลงทุนในตลาดยังไม่ถึง 10 ปี อาจไม่คุ้นชื่อ NFC หรือน้องปุ๋ย (บริษัททำกิจการเกี่ยวกับปุ๋ย)

เพราะหุ้นตัวนี้ถูกตลาดสั่งให้ออกไปฟื้นฟูกิจการเพราะขาดทุนนานนับสิบปีแล้ว

แต่… ณ เวลานี้ ใกล้เวลาที่โลกจะกลับมาให้ความสนใจกับหุ้นตัวนี้อีกครั้ง

แบบ 246-2 ล่าสุดผ่านเข้ามากระตุกใจเรา เมื่อผู้ถือหุ้นอันดับที่ 3 แจ้งขายหุ้นเกือบทั้งหมดที่ถืออยู่

Capture.JPG

เวลาที่เรารู้ว่า หุ้นดังกล่าวถูกแขวนอยู่นอกตลาด

สิ่งที่สมองเราควรต้องฉุกใจคิด คนมารับซื้อต่อคิดอะไร เห็นอะไร หรือคาดหวังอะไร

โดยเฉพาะชื่อของผู้มาใหม่คนนี้ เคยมีประวัติที่ครอบครัวเคยประกาศเทนเดอร์กิจการอื่นมาก่อนเสียด้วย

แอบไปชะโงกดูงบการเงินเสียหน่อย ภาพที่เห็นทำให้รู้ว่า ผู้มาใหม่คิดอะไรอยู่

Untitled.png

กำไร 3 ปี ติดกันแล้ว และส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ติดลบแล้ว ใช่…มันกำลังได้สิทธิกลับมารีซูมเทรดนั่นเอง !!!

นี่คือ เหตุผลที่ผู้มาใหม่ยอมรับซื้อหุ้นที่ ณ ตอนนี้ยังติดสถานะ NPG (อยู่ระหว่างการฟื้นฟู) ห้ามเทรดอยู่

อ้าว…แล้วผู้ถือหุ้นเดิมที่เป็นคนขายหุ้นออกมาล่ะ ไม่รู้เลยว่ามันกำลังกลับเข้ามาเทรด

คาดว่ารู้ แต่ทำไมยอมขาย ตรงนี้สิที่น่าสนใจ !

ราคาปิดเทรดอยู่ที่ 1.36 บาท แต่ราคาซื้อขายตามที่แจ้งในดีลครั้งนี้คือ 1.25 บาท

ถือมาตั้งนานยอมขายขาดทุนงั้นเหรอ น่าจะยาก น่าจะไม่ใช่

เราลองตามไปหาก่อนว่า ผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ปรากฎตัวครั้งแรกเมื่อไหร่ ถือข้ามมาตั้งแต่ปิดเทรดหรือเปล่า

ซึ่งก็ปรากฎว่าไม่ใช่ เค้าเพิ่งเข้ามาถือหุ้นตัวนี้ได้ไม่นานนี่เอง โดยการซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP

Untitled.png

 

เป็นการซื้อช่วงปลายปี 2558  ในราคา 0.16 บาท จำนวน 750 ล้านหุ้น

สิริรวมจ่ายเงินลงทุนก้อนนี้ไปทั้งสิ้น 120 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับในรายงานแจ้งขายหุ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

มีการแจ้งขายหุ้นออกไป 86 ล้านหุ้น ในราคา 1.25 บาท ได้ 107.5 ล้านบาท

ถ้าฟังเผินๆ แค่นี้ โหวกำไรท่วมท้นเลยสินะ เพราะยังเหลือหุ้นอีกเพียบ

แต่จริงๆ ก็ไม่ขนาดนั้น เพราะถ้าติดตามข่าวบริษัทนี้จริงๆ

เราจะเห็นว่า หลังการเข้าถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นอันดับ 3 เมื่อปี 2558

บริษัทได้มีการปรับพาร์หุ้น 3 ครั้ง ตามนี้

ครั้งแรก รวมพาร์จาก 0.16 เป็น 0.50 บาท (จาก 750 ล้านหุ้น จะเหลือหุ้น 240 ล้านหุ้น)

ครั้งที่สอง รวมพาร์จาก 0.50 เป็น 1.25 บาท (จาก 240 ล้านหุ้น จะเหลือหุ้น 96 ล้านหุ้น)

ครั้งที่สาม แตกพาร์จาก 1.25 เป็น 0.75 บาท (จาก 96 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 160 ล้านหุ้น)

ซึ่งจากการปิดสมุดทะเบียนก็จะเห็นการอัพเดทตามนี้

Untitled

Untitled.png

ซึ่งจะเห็นว่า หลังการปรับพาร์ครั้งที่ 2 เป็น 1.25 บาท และครั้งที่ 3 เหลือ 0.75 บาท ยังไม่มีการปิดสมุดใหม่

แต่ด้วยสัดส่วนจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ก็จะต้องคงเหลือ ณ ราคาพาร์ปัจจุบัน

ที่ 160 ล้านหุ้น ที่ราคาพาร์ 0.75 บาท แต่จากรายงานที่แจ้งกลต. ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์

ปรากฎว่า ก่อนขายมีหุ้นสุทธิ 98.56 ล้านหุ้น โดยขายออก 86 ล้านหุ้น

Capture

ก็แสดงว่า ตอนขายจาก 160 ล้านหุ้น เหลือ 98.56 ล้านหุ้น (ซึ่งผ่านจุด trigger point 10%)

ไม่ได้แจ้งอ่ะ !!!!!!!!  สงสัยว่าจะลืมค่ะ (ห้ามมองบน แค่ยิ้มอ่อนนนนนนนนนนนน ก็พอนะคะ)

ถ้าคนเราขี้หลงหนึ่งได้ ก็ชอบขี้ลิมสองได้

เพราะตอนขายหลุด 10 % พี่เค้าก็ลืมแจ้ง ตอนขายรอบนี้เค้าก็แจ้งแค่ 264-2 แต่ลืมแจ้งในกระดานบิกลอต

Untitled.png

เพราะถึง NFC จะไม่สามารถซื้อขายในกระดานได้ แต่การซื้อขาย Big Lot ก็ยังต้องแจ้งตามกฎตลาดอยู่ด้วย

แต่เมื่อเราย้อนไปดูสถิติยอดการซื้อขาย Big Lot วันที่ 19 กุมภาพันธ์ (ตามที่พี่เค้าแจ้งว่ากระทำการวันนั้น)

ก็ไม่พบว่ามีรายการ NFC แจ้งเข้ามาแต่อย่างใด

biglot.JPG

แต่ตรงนี้ไม่อะไรเท่าไหร่นัก เพราะอย่างน้อยการแจ้งแบบ 246-2 ก็ยังถือได้ว่า ไม่ได้มีเจตนาหลบเลี่ยง

ถึงจะลืมแจ้งไปรอบนึงก็ตาม เพราะใครๆ ก็ขี้ลืมกันได้นิหน่า

สรุปใครจะเล่น NFC ตอนกลับเข้ามารีซูมเทรด ก็ต้องรู้เอาไว้ด้วยนะว่า

พี่ปุ๋ยแห่งนี้ เค้าเคยปรับพาร์มาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง

ในช่่วงที่เค้าถูกอัปเปหิออกไปนอกตลาด เพราะเมื่อราคาพาร์เปลี่ยนแปลงไป

เราจะเอาสถิติราคาหุ้นวันปิดเทรดเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมาใช้เป็นฐานคำนวณราคาหุ้นคงไม่ได้

และนี่คือสิ่งที่น้องเม่าต้องรู้ก่อนคิดจะลงสนามเทรด NFC

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบบ 246-2 # ตอนที่ 3 EFORL CASE STUDY หนูไม่รู้จริงๆ

EFORL เป็นหุ้นอีกตัวในตลาดที่ถือว่าเป็นตำนานค้างฟ้าในทางลบ

เคยจุดพลุวิ่งปรอทแตกจาก All Time Low ที่ 0.04 บาท ไปทำ All Time High ที่ 1.98 บาท

แต่…ราคาในวันนี้ม้วนกลับลงมากองที่เดิมพอดิบพอดี 0.04 บาท Again !!!!!

สตอรี่หุ้นตัวนี้ถ้าจะเล่ากันคงต้องเล่ากันเป็นวัน เพราะซับซ้อนล้ำลึกไม่เบาทีเดียว

แต่วันนี้เราจะไม่ไปนั่งรำลึกอดีต แม้ว่าอดีตจะมีไว้เพื่อเรียนรู้ก็ตาม

เพราะเรามีพันธกิจแค่ตามล่า 10 ตำนานความขี้ลืม (แจ้ง) ของรายใหญ่

ตามที่ประกาศไว้ให้ครบ 10 ตัวอย่างก่อนจบไตรมาสแรกของปีนี้

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

จากรายชื่อการปิดสมุดทะเบียนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 พบรายนามสำคัญตามนี้

Capture

จากรายนามข้างต้น มีบุคคลที่เข้าข่ายมีหน้าที่ต้องแจ้งแบบ 246-2 จำนวน 2 คน

คือ ผู้ถือหุ้นอันดับที่ 1 และ อันดับที่ 2  ว่าแต่…คิดว่าเค้าเคยแจ้งหรือเปล่า ? ให้ทายๆ

ถูกต้อง คิดว่าไม่น่ามีใครเดาผิด ไม่เคยแจ้งเลยไม่ว่าจะเคยเคลื่อนไหวซื้อขายไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยแจ้ง

Capture

อันนี้หมายถึงเคสผู้ถือหุ้นอันดับที่ 1 นะ เพราะผู้ถือหุ้นอันดับที่ 2 โดยสถานะเป็นกรรมการของบริษัท

จึงเข้าข่ายต้องแจ้งแบบ 59-2 (แทน 246-2) ซึ่งเมื่อตามไปดูก็พบว่า อ้าวววววววววววววเฮ้ยยยยยยยพอกัน

ไม่เคยแจ้ง เหมือนกันเรยยยยยยยยยยยยยย

Capture

มาตามดูผู้ถือหุ้นอันดับที่ 1 กันก่อน พี่เค้าเริ่มเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

ปรากฎกายครั้งแรกเมื่อปี 2556 เข้ามาปุ๊บถือเกิน 5% ปั๋บ

แต่อยู่มาจนถึงปัจจุบันก็สี่ซ้าห้าปี ก็ไม่เคยมีการแจ้งแต่อย่างใด

จะมีก็แต่การเคลื่อนไหวของจำนวนหุ้นบ้างเล็กน้อย ก็อาจจะทั้งจากการซื้อ-ขายในกระดาน

หรือการแปลงวอร์เป็นหุ้นแม่ก็อาจจะได้ เพราะจำนวนวอร์แรนต์ที่ถืออยู่ก็พอจะเข้าเค้าอยู่บ้าง

Capture

ทีนี้มาดูผู้ถือหุ้นอันดับ 2 กันบ้าง เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

สรุปจะเห็นความคล้ายคลึงกันบางอย่าง นั่นคือ จุดเริ่มต้นของการเข้ามาถือหุ้นมาพร้อมๆ กัน

ส่วนจะนัดกันเข้ามาหรือเปล่า ยังไม่อาจฟันธงลงไปได้ ยกประโยชน์ให้จำเลยไปก่อน อย่าไปปรักปรำ

Capture.JPG

เพียงแต่สิ่งที่ต่างออกไป คือ ผู้ถือหุ้นอันดับที่ 2 เข้ามาครั้งแรกในสัดส่วนที่ไม่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานเพิ่งจะมาเข้าเกณฑ์ต้องรายงานก็ในจังหวะที่แปลงวอร์แรนต์เป็นหุ้นแม่ เมื่อช่วงต้นปีที่แล้วแต่ก็ไม่ได้มีการรายงานให้ถูกต้อง ซึ่งก็น่ะ เป็นเรื่องที่เราต้องทำใจเพราะสองคนนี้ดูอายุอานามก็พอสมควร อาจเป็นแฟนเพลง “หนูไม่รู้” ก็เป็นได้เนื้อเพลงเค้าร้องว่าไงนะหนูไม่รู้ จริงจริง ว่าทำไมพี่ไม่ยอมแจ้งขอโทษที โทษที โทษที ที่ไปจี้เอาผิดพี่เค้าขอโทษที ที่ไปทวงถามหาถ้าไม่ท้วงเห็นจะแย่แน่เรา

แบบ 246-2 # ตอนที่ 2 FER Case Study แอบรอเธอแจ้งอยู่นะจ้ะ

บางทีแบบฟอร์ม 246-2 ก็เป็นอะไรที่เกินจะคาดเดา

กติกาตลาดให้แจ้งภายใน 3 วันทำการ หลังจากวันที่มีการซื้อหรือขาย คร่อม trigger point

ปกติเรามักจะพบเห็นร่องรอยพี่เจ้าหรือรายใหญ่ได้ก่อนการแจ้ง 246-2 อยู่เหมือนกัน

ผ่านทางไหนนะหรือ ก็ผ่านทางกระดาน Big Lot นี่ไง

ปกติทุกสิ้นวัน กลต.จะมีการแจ้งสรุปรายการ Big Lot ว่าแต่เคยดูกันหรือเปล่าน๊า

พอเราเห็นรายการบิกลอตไหนที่มีนัยในเชิงจำนวนเมื่อเทียบตามสัดส่วนหุ้นทั้งหมดแล้ว

ตามปกติ หลายๆ เคสเราก็นั่งเฝ้ารอเลยว่า อีก 3 วันทำการ

เราจะได้รู้กันว่า พี่คนไหนจากเราไป และพี่คนไหนเข้ามารับช่วงต่อ

biglot.png

อย่างเช่น BIG LOT เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เราเห็นการแจ้งซื้อขายบิกลอตหุ้น FER  จำนวน 250 ล้านหุ้น (ราว 10%)

โดยเกิดเป็นรายการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 8 transactions ที่ราคาเฉลี่ย 0.60 บาท

ถ้าเป็นปกตินะ ก็จะเงียบๆ ไปไม่มีอะไร ถ้าไม่แจ้ง 246-2 ก็เงียบหายไปไม่มีใครติดตามทวงถาม

แต่…เคสนี้แปลกดี เพราะแค่ตกเย็นสิ้นวัน CEO ของบริษัทก็ส่งจม.แจ้งตลาดทันทีว่า

อันตัวเรานั้นยังไม่ทราบเช่นกันว่า รายใหญ่คนใดซื้อขาย

FER

เดี๋ยวทราบเมื่อไหร่จะรีบแจ้งตลาดอีกที แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการแจ้งเข้ามาเลยนะ ว่าอะไรยังไง

เป็นไปได้หรือไม่ว่า ทุกคนเลือกที่จะเงียบให้โลกลืมไปเองว่า เคยมีบิกลอตถึง 10%

ถ้าจะไม่มีการเคลื่อนไหวแบบข้าม trigger point จากการบิกลอตครั้งนี้ได้หรือเปล่า ?????

จริงๆ มันก็เป็นไปได้ แต่ตรงนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง

โลกนี้มันก็ไม่ได้ยากอะไร ถ้าจะตรวจสอบ ถ้าคิดจะทำน๋ะ

โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นกรรมการบริษัทเข้าดำเนินการตรวจสอบเอง

เพราะกรรมการบริษัทมีอำนาจขอปิดสมุดทะเบียนเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นได้อยู่แล้ว

ใช้เวลาดำเนินการแค่ 3 วันทำการก็จะสามารถทราบได้เลยว่า มีใครเข้ามาถือหุ้นบริษัทมากน้อยเท่าไหร่

แต่….จนบัดนี้ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน ยังไม่มีการแจ้งใดๆ จากบริษัท

และ กลต.เองก็ไม่ได้ทำอะไรเช่นกัน เผลอๆ ไม่รู้ด้วยว่ามีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นถึง 10%

เรามาลองสมมติความเป็นไปได้ของเหตุการณ์บิกลอตนี้ดูกันดีกว่า

Capture.JPG

จากปิดสมุดทะเบียนเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

FER มีการเคลื่อนไหวที่แจ้งตลาดอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นแค่ 2 ครั้ง

คือ การขายหุ้นทั้งหมดออกไปเกือบทั้งหมดของผู้ถือหุ้นลำดับที่ 2 (เหลือถือหุ้นเพียงแค่ 25 ล้านหุ้น)

กับการแจ้งการได้หุ้นมาจากการแปลงสภาพ FER-W3 เป็นหุ้นแม่ของผู้ถือหุ้นรายใหม่หนึ่งท่าน

Capture.JPG

ดังนั้น จาก 8 Transactions ที่เกิดขึ้นในการบิกลอตเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีความเป็นไปได้อะไรบ้าง ?

ความเป็นไปได้แบบที่ 1 คือ ผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ซึ่งเดิมถืออยู่ 10.07% ขายหุ้นออกไป

แต่อย่าลืมนะว่า …หากจะขายทั้งหมดยังไม่ครบตรงตามจำนวนบิกลอต ที่แจ้งเข้ามาทั้งสิ้น 250 ล้านหุ้น

เว้นแต่ว่า ถ้าผู้ถือหุ้นอันดับ 1 และ 2 รวมกันขายจะได้ตัวเลขที่เข้าข่ายทำดีลนี้ได้ทันที

โดยกรณีนี้หมายความว่า ผู้รับซื้อหุ้นไป มีอย่างน้อย 8 คน จึงเกิดเป็น 8 transactions

(แต่ก็เป็นไปได้เช่นกัน ที่ผู้รับซื้อมีไม่ถึง 8 คน แต่ผู้ขายแบ่งรอบตัดขายเป็น 8 ครั้งเอง แต่ก็มองว่ายากเคสนี้)

ซึ่งหากเป็นเคสนี้ ผู้ถือหุ้นอันดับ 1 มีหน้าที่ต้องรายงานแบบ 246-2

(ขณะที่ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ไม่ต้องรายงานแล้วเพราะไม่เข้าเกณฑ์)

หากเป็นเคสนี้จริง … มีการหลบเลี่ยงหรือลืมหลงลืมไม่แจ้ง อย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่ที่น่าสนใจคือ พี่เบอร์ 1 รอบตอนซื้อติด 10% พี่เค้าก็ไม่ได้แจ้งแบบ 246-2 ด้วยนะเออ

สงสัยไม่รู้กฎระเบียบ ไม่ก็เป็นคนขี้ลืม สักอย่างๆๆๆ นี่ล่ะน่ะ

ความเป็นไปได้แบบที่สอง คือ ผู้ถือหุ้นอันดับ 9-17 รวมตัวกันนัดขายหุ้น

(แบบว่าใกล้วันมาฆะบูชาแล้วจึงอยากขายหุ้นพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย ว่าแต่มันใช่เหรอว่ะ 5555)

เพราะจำนวนที่รวมกันเป็นไซส์ที่สามารถทำให้เกิดรายการบิกลอตตรงตามจำนวน 250 ล้านหุ้นได้

หากเป็นเคสนี้ ทั้ง 9 คนนี้ไม่เข้าข่ายต้องแจ้งแบบ 246-2

ขณะที่ฝั่งคนซื้อหากมีไม่ถึง 3 ราย จะเข้าข่ายต้องแจ้งแบบ 246-2 เพราะถือครองเกิน 5%

ซึ่งเคสนี้ก็ดูจะมีความเป็นไปได้พอสมควรเช่นกัน แต่ก็ดูจะยากกว่าเคสแรกอยู่มาก จริงไหมเธอ

เพราะด้วยจำนวนที่แจ้งมามีเพียง 8 transactions ซึ่งหากจะให้จำนวนหุ้นครบจำนวน 250 ล้านหุ้น

ก็จะได้ครบถ้ามีแค่ 8 transactions ย่อมไม่ครบ เพราะควรต้องมีอย่างน้อย 9 transactions นั่นเอง

อาจมีคำถามย้อนแย้งว่า แล้วทำไมไม่คิดว่าผู้ขายอาจเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 3-5 รวมตัวกันขายออกไปล่ะ

เพราะ 3 ลำดับนี้ รวมกันถือครองอยู่ 300 ล้านหุ้น ก็เพียงพอต่อดีลนี้ได้เช่นกัน

ถามว่า เป็นไปได้ไหม…ก็ได้เหมือนกัน แต่น้ำหนักมันดูเบาไปนิดนึง

อย่าลืมว่า นักลงทุนทั้งสามท่านนี้เข้ามาถือหุ้นด้วยการซื้อ PP ที่ราคาหุ้นละ 1 บาท

การตัดช่องน้อยขายบิกลอตคืนที่ราคา 0.60 บาท  ก็ดูไม่ค่อยจะ “ฉลาด” สักเท่าไหร่ จริงไหม ?

(แม้ว่าบางครั้งอาจเป็นไปได้ หากพวกเค้ามีการตกลงทอนเงินนอกกระดานกันในรูปแบบอื่น)

แต่สำหรับเคสนี้มองว่า ความเป็นไปได้ที่สามนี้ค่อนข้างยาก

และที่สำคัญถ้าจะเกิดขึ้นจริง เบื่อรอหุ้น ผิดหวังการลงทุนหรืออะไรก็ตาม เลยตัดสินใจยอมขายขาดทุนก็ได้

ก็น่าที่จะเคลียร์ของหมดมือ ทั้ง 300 ล้านหุ้น แทนการขายครึ่งๆ กลางๆ เก็บไว้ขยักขย่อน อีก 50 ล้านหุ้น

ดังนั้น … โดยส่วนตัวมองว่าควรเป็นเคสแรกมากที่สุด และถ้าใช่ ! ควรมีการแจ้งแบบ 246-2

ซึ่งก็น่าแปลกใจที่จนบัดนี้ CEO ของบริษัทก็ไม่ได้รายงานความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับบิกลอตชุดนี้

ทั้งๆ ที่แรกเริ่มเดิมทีเป็นคนแจ้งตลาดเองด้วยซ้ำ

ก็ให้รู้สึกแปลกๆ ดี ที่ลุกขึ้นมาเขี่ยขี้เถ้าเองแท้ๆ แต่กลับไม่ติดตามให้กระจ่างชัด

หรือจะน้ำท่วมปากอยู่ก็ไม่แน่ใจนัก สรุปจนถึงตอนนี้ทุกอย่างจึงยังคงเงียบงัน

= = = = =

อยากเปิดเพลง .. คุ้กกี้เสี่ยงทาย … ให้ฟังจังเลย

แอบรอเธอ “แจ้ง” อยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย
แอบส่งใจให้นิดนิดแต่ดูเธอช่างเฉยเมย
เอาหละเตรียมใจไว้หน่อยมันคงจะลักไก่ไม่แจ้งเหมือนเคย
Yeah Yeah Yeah

 

 

 

แบบ 246-2 # ตอนที่ 1 MAJOR กับ SF Case Study

บอกไม่ถูกว่า การไม่นำส่งรายงานแบบฟอร์ม 246-2 มันเป็นการสามัคคีกันลืมแบบหมู่คณะ

หรือมันเป็นความฉ้อฉลของผู้มีหน้าที่ต้องรายงานกันแน่

เพราะมันเยอะ และบ่อย แถมเกิดขึ้นซ้ำซาก

โดยเฉพาะการรายงานไม่ครบถ้วนในสาระสำคัญ

จนยากที่จะบอกตัวเองให้เชื่อว่า … พี่เค้า “ไม่ได้ตั้งใจ”

มันเยอะขนาดนั้นเลยจริงๆ หรือ ???  คิดไปเองหรือเปล่าว่า …เยอะ

เดี๋ยวมาลองจับสถิติกันสักหน่อยล่ะกัน ถ้าเจอปุ๊บจะมาลงไว้ให้ตามดูกัน

กล้าบอกเลยว่า เขียนเฉพาะเรื่องนี้ได้เป็น 10 ตอนก่อนจบไตรมาสแรกของปีนี้ เชื่อไหมล่ะ

= = = = =

เรามาเริ่มกันที่ กรณีการไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ SF ของ บริษัท MAJOR

เมื่อปี 2016  การปิดสมุดทะเบียนระบุว่า MAJOR ถือครองหลักทรัพย์ SF 24.89%

แต่พอมาปี 2017 ยอดปิดสมุดทะเบียนแจ้งว่า เพิ่มการถือครองเป็น 25.19%

Untitled.jpg

ตามระเบียบกลต. ต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 ถูกต้องไหม เพราะข้าม trigger point 25%

แต่…ไม่มีการแจ้งแต่อย่างใด ดูได้จากการค้นหา 246-2 ย้อนหลังของหลักทรัพย์ SF

Capture

อ้าววววววววว มันไม่ถูกต้องนะคะพี่  ว่าแต่  ลืมใช่ป่าวคะ มองโลกในแง่ดีไว้นะคะเด็กๆ

ทำผิดครั้งแรก เราควรให้อภัย ให้โอกาสกลับตัว อาจหลงลืมกันได้

แต่…แล้วนี่มันคือ อะไร … ???

หมายเหตุงบการเงิน Q4/2560 หน้า 46 ระบุว่า บริษัท MAJOR ได้ทำการซื้อ และขาย เงินลงทุนในหุ้น SF

Untitled.png

ดูตัวเลขรายงานในหมายเหตุงบบอกว่า ตอนนี้เหลือ 25.65%

ซึ่งไม่ตรงกับรอบปิดสมุดมีนาคมที่แจ้งไว้ 25.19%

เพราะเกิดการซื้อและขายในรอบปี 2560 สรุปน่าจะมีการซื้ออย่างน้อย 1 ครั้ง และ ขายอย่างน้อย 1 ครั้งแต่…ไม่มีการรายงานแจ้งฟอร์ม 246-2 เลยยยยยยยยยยยยยสรุปพี่เค้าเป็นคนขี้ลืมนั่นเอง และ กลต.ก็เป็นคนที่ไม่เคยรู้อะไรเหมือนเดิมนั่นเองแล้วทุกอย่างก็เงียบๆ หายไปเหมือนเช่นที่เคยเป็นมา นี่ล่ะ ตลาดหุ้นประเทศไทย

TTCL ในม่านหมอกเมฆดำกับความไม่โปร่งใสของแบบฟอร์ม 246-2

toyo eng.png

ตามกฎหมายระบุให้ กรรมการบริษัท และนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือหุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกิน 5%

ต้องทำรายงานแจ้งตลาดหลักทรัพย์ตามประเภท กรณีกรรมการบริษัทให้แจ้งฟอร์ม 59-2

(เคสกรรมการแจ้งทุกครั้งที่ทำการซื้อขาย ไม่สนใจจำนวนเปอร์เซนต์การถือครอง)

กรณีนักลงทุนให้แจ้งฟอร์ม 246-2 ซึ่งส่วนใหญ่ก็แจ้งกันเรียบร้อยดี (จริงหรือ ????)

แต่ … ก็มีไม่น้อยที่ไม่แจ้ง และน่าจะเป็นเจตนาหลบเลี่ยงไม่แจ้งเสียด้วย

แถมคนที่แจ้ง ก็แค่แจ้งๆ ไปตามกฎเกณฑ์

ส่วนแจ้งครบสาระสำคัญไหม จนท.รับแจ้งก็ไม่ได้ใส่ใจจะตรวจสอบ

เลยกลายเป็นช่องโหว่ของโจรสวมสูทกระทำการเอาเปรียบเจตนาอำพรางข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญ

(ตอนนี้เห็นรายใหญ่ไม่เคยแจ้งอยู่อีกคน 2 เคสแล้วนะ ทำงานสายการเงินด้วยนะ จะบอกไม่รู้ก็ฟังไม่ขึ้นน่ะ

กำลังคิดอยู่ว่าอยากจะช่วยแจ้งให้ แต่โดยส่วนตัวก็อยากแก่ตายอยู่น่ะ เลยยังไม่ช่วยแจ้งเข้าไปให้ 55555 )

= = = = = =

แต่ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ที่พบเห็นก็คือ ไม่แจ้งให้ครบในสาระสำคัญ

โดยเฉพาะราคาซื้อขายหลักทรัพย์  ชื่อคู่กรณีที่ซื้อขาย  บริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย

วันที่ที่กระทำการให้มีผลต่อปฏิบัติตามเงื่อนไขแจ้งฟอร์ม

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อพฤติกรรมราคาหลักทรัพย์ทั้งในช่วงกระทำการและหลังกระทำการทั้งสิ้น

แต่กลับไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่อให้มีการรายงานให้ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

แบบนี้เอาผิดเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่เสียได้น่ะ

เพราะการละเว้นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นอย่างร้ายแรงได้

แต่…โดยรวมยังถือว่า แจ้งเว้าๆ แหว่งๆ ก็ยังดีกว่าไม่แจ้ง

เพราะอย่างน้อยนักลงทุนยังพอได้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวในการถือครองหลักทรัพย์

ถ้ามองว่าการเว้าๆ แหว่งๆ มีแนวโน้มไม่สุจริต ไม่โปร่งใส นักลงทุนอาจตัดสินใจหลีกเลี่ยงการลงทุนได้

ซึ่งหากผู้ใดแจ้งโดยหลบเลี่ยงไม่แจ้งในบางข้อมูล

ก็อยากให้พึงสังวรณ์ระวังบาปกรรมแห่งความไม่สุจริตจะทำให้ชาติหน้า

เกิดมา “ปากแหว่งเพดานโหว่” กันด้วยล่ะกัน

ขณะที่การหลบเลี่ยง ไม่แจ้งใดๆ เลยทั้งๆ ที่กระทำการเข้าข่ายเกณฑ์ต้องรายงาน

แบบนี้สิ น่ากลัว เพราะมีเจตนาทุจริต หลบเลี่ยง ซ่อนเร้นโดยชัด

= = = = = =

กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า มหกรรมเทกระจาดของราคาหุ้น TTCL ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก็ดูเหมือนจะส่อเค้าลางไม่โปร่งใส ไม่โปร่งแสง จากเคสนี้ด้วยเหมือนกัน

เริ่มตั้งแต่ TEC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ลงประกาศในหน้าเว็บไซด์ของตัวเองเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์

ย้ำว่า วันที่ 6 กุมภา แจ้งอย่างเปิดเผยชัดเจนว่า ได้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ออกไป

และจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมด “2.4 พันล้านเยน” (เค้าระบุตัวเลขชัดเจนเลยนะ)

ลงบุ๊คเป็นกำไรพิเศษในงบรอบสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ดูรายละเอียดเอกสาร คลิ๊กที่ลิงค์นี้


140120180206465587

การระบุตัวเลขได้แล้วว่า มีรายรับพิเศษก้อนนี้เท่าไหร่ มันควรแปลว่าอะไร

การซื้อขายได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่หรือไหมในเชิงราคาซื้อขาย

เพราะไม่อย่างนั้นจะรู้ตัวเลขสุทธิได้อย่างไร !!!!

แต่…สิ่งที่ TEC รายงานต่อกลต. ในฟอร์ม 246-2 รอบแรก คือ ขาย Big Lot ไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์

แต่เมื่อกลต. ถามหาการซื้อแจ้งว่า ขายให้กับใคร เพราะการลง Unknown เป็นเรื่องที่ไม่สมควร

เพราะเป็นการซื้อขายก้อนใหญ่ จะปฎิเสธว่าไม่ทราบว่าผู้ซื้อที่ตนเองขายให้นั้นเป็นใคร จะเป็นไปได้หรือ ?

พี่เค้าไปซื้อขายกันในถ้ำเมื่อหลายล้านปีก่อนหรืออย่างไร

ขายกัน 56 ล้านหุ้นเชียวนะ จะไม่ถามชื่อแซ่บ้านอยู่ไหนกันไว้สักหน่อยเชียวหรือ

และหากเป็นการซื้อขาย Big Lot จริง เท่ากับว่า TEC ฝ่าฝืนระเบียบของกลต. ไม่นำแจ้งบิกลอต

เพราะระยะเวลาที่ผ่านไม่ปรากฎมีการซื้อขายบิกลอตจำนวนดังกล่าวรายงานให้ตลาดทราบแต่อย่างใด

อ้ะๆ อย่าเถียง เดี๋ยวนี้น้องเม่าเค้าก็มีเรคคอร์ดสถิติการ Big Lot เก็บไว้เหมือนกันนะ

อย่าริจะมาเถียงว่าเคยแจ้งเชียว เดี๋ยวเค้างัดหลักฐานมาค้านจะหน้าหงายเอาได้

Capture

จากนั้นเมื่อกลต.ทักท้วงขอให้ชี้แจงใหม่

สิ่งที่ TEC ทำคือ แก้รายการจากการซื้อขายบิกลอตเป็นซื้อขายในกระดาน (ง่ายๆ แบบนี้เลยนะคะพี่)

ระบุเพียงแค่ว่า ขายในกระดาน ผ่านหลักทรัพย์ CNS ที่ฮ่องกง

toyo eng.jpg

คำถามที่ขอถามคือ หากทำการขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 7 ตามที่ TEC กล่าวอ้าง

ไฉนสามารถรู้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาว่า มีรายรับสุทธิจากการขายหุ้นเป็นเท่าไหร่ … ได้อย่างไร

มหัศจรรย์ วันเดอร์ฟูล ยิ่งนัก !!!!!

ที่จริงแล้ว เคสแบบนี้กลต.ควรดำเนินการตรวจสอบ transaction ของธุรกรรมนี้ของ TEC

ว่า ขายให้ใคร ทางวิธีการใดกันแน่ ซึ่งกลต.ทำได้ และพึงกระทำ

เพราะการขายหุ้นทิ้งทั้งหมดของผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ย่อมมีนัยสำคัญต่อการดำรงอยู่ความเชื่อมั่นในกิจการ

และโดยเฉพาะในกรณีที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงแบบทิ้งดิ่งภายในวันเดียวแบบนี้

แต่กลต.ก็ทำได้เพียงแค่ ทักท้วงเรื่องผู้ซื้อปลายทาง ซึ่งพอได้รับแจ้งใหม่ก็ปล่อยผ่านไป

โดยไม่ได้ไตร่ตรองครุ่นคิดว่า มันควรจะเป็นเช่นตามที่ได้รับแจ้งได้จริงๆ หรือ

จากนั้น วันที่ 13 กุมภาพันธ์ กองทุนกรุงศรีก็นำส่งรายงานแจ้งตลาดว่า ได้เข้าลงทุนหุ้น TTCL เกิน10%

โดยวันที่กระทำการให้มีผลคร่อมจุด Trigger point ให้ต้องรายงานคือ วันที่ 12 กุมภาพันธ์

ก็ปรากฎว่า ลิงค์แบบฟอร์มที่แจ้งก็ล่มไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้

เดือดร้อนอิเม่าขี้สงสัยอย่างเรา ให้ต้องให้ติดตามสอบถามเข้าไป

จึงได้มีการแก้ไขลิงค์ให้สามารถใช้การณ์ได้ เมื่อบ่ายวันนี้เองนะจ้ะ แหมๆๆๆ

ตรงนี้ขอไม่ติดใจอะไร “อาจเป็นข้อขัดข้องทางเทคนิคโดยมิได้ตั้งใจจริงๆ ” ก็เป็นได้

แต่…เมื่อลิงค์ได้รับการแก้ไขให้สามารถเข้าถึงได้

สิ่งมหัศจรรย์ก็พลันประจักษ์ว่า กองทุนผู้ดูเหมือนมากู้ชาติให้กับ TTCL นี่จริงใจจริงหรือ

จากการปิดสมุดครั้งล่าสุดของ TTCL เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 กองทุนกรุงศรีทั้งหมด ยังถือไม่ติด 5%

Untitled.jpg

(ในภาพการปิดสมุดขอตัดรายชื่อลำดับ 4-18 ออกเพราะจะทำให้ภาพใหญ่เกินไป)

ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 เพราะไม่เข้าเกณฑ์ถือครองเกิน 5%

แต่ช้า แต่…เค้าแหกตามา พอถึง 10% เค้าถึงวางยายลง (เอ๊ะ เค้าร้องกันแบบนี้ป่าว อิอิ)

เพราะใน 246-2 ที่กองทุนกรุงศรีแจ้งซื้อระบุว่า สัดส่วนการถือครองล่าสุดก่อนการซื้อเพิ่มในวันที่ 12

จนต้องเข้าเกณฑ์ต้องรายงาน คือ ซื้อเพิ่มแค่  0.21% มีของเก่าก่อนอยู่ 9.95% แน๊ะ !อ้าวววววแบบนี้ต้องที่พี่ซื้อคร่อม trigger point 5%  พี่ไม่ได้แจ้งกลต. ตามระเบียบข้อบังคับใช่อ่ะป่่าววววพี่เป็นกองทุนนะคะ พี่อย่าบอกว่า พี่ไม่รู้กฎระเบียบข้อนี้และพี่อย่าอ้างว่าพี่ลืมแจ้งค่ะ  นักลงทุนเค้ากินข้าว  ไม่ได้กินหญ้านะคะS__60801347= = = = =ถ้ามีหน้าที่ต้องรายงาน 246-2 แต่ไม่ปฎิบัติ มีความผิดอย่างไร ?ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับเพิ่มเติมวันละ 1 หมื่นบาทในกรณีเมื่อทราบแล้วยังไม่ดำเนินการรายงานให้ถูกต้องจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องแต่ปัญหาคือ การลงโทษจะดูจากเจตนาของผู้มีหน้าที่ต้องรายงานซึ่งแน่นอนว่า เป็นเหตุให้ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะมักอ้างว่า ไม่ทราบหรือเข้าใจผิดว่าไม่ต้องรายงานเป็นเหตุให้ผลลัพธ์การดำเนินการออกมาในรูปของการปรับ แถมค่าปรับก็น่าเอ็นดู เมื่อเทียบกับสัดส่วนเม็ดเงินที่ได้กระทำการลงไปคำถามคือ เราคนนอกคิดว่าเค้าไม่รุจริงๆ หรือเค้าแกล้งไม่รุ ?????อย่าลืมนะคะ ว่าพี่เป็นกองทุน การอ้างว่าไม่รู้ น่าจะยากค่ะแต่ถ้าพี่จะอ้างว่า พี่ลืมแจ้ง พี่ก็ทำได้ค่ะ ไปแก้ตัวกับกลต.เอานะคะส่วนเม่าขอบอกว่า เม่าขอย้ำกับพี่อีกทีนะคะถ้าพี่คิดจะอ้างว่าพี่ลืม เพราะถ้าพี่ลืมจริงๆ ฟังดูมันดิสเครดิตตัวเองนะคะคนทำงานระดับนี้ เรื่องแค่นี้ยังดูแลรับผิดชอบไม่ได้ เรื่องใหญ่ถ้ามีอะไรขึ้นมาจะดูแลไหวเหรอค่ะพี่แล้วแบบนี้นักลงทุนเค้าจะกล้าฝากเงินเค้าให้พี่ดูแลต่อไปดีไหม น่าคิดๆ 

May I introduce A.Stotz ?

จั่วหัวเรื่องไว้แบบนี้่ล่ะ

ถึงแม้ว่าเอาเข้าจริงๆ ผึ้งเองแทบจะยังไม่รุจัก A.Stotz สักเท่าไหร่เช่นกัน !!!

อ้าวเฮ้ยยยย …. แบบนี้ก็ได้หราาา 55555

เดี๋ยวลองมาฟังกันก่อนคะ ใจเย็นๆ นะสหายชาวเม่า

ปกติผึ้งพยายามบอกทีมว่า จงทำสิ่งที่ควรทำ วันที่ลงมือทำเราอาจไม่เห็นประโยชน์อะไร

แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะนึง เราจะพบว่า สิ่งที่ลงแรงไป ไม่มีคำว่าสูญเปล่า

ทีมน้องเม่าของผึ้ง เราช่วยกันสะสมรวบรวมบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามหุ้น

แน่นอนผึ้งเองก็ต้องทำงานตรงนี้เหมือนน้องๆ

แต่เมื่อก้าวขามาเป็นนักลงทุน นอกจากลงแรงเก็บข้อมูล เราต้องช่างสังเกตและวิเคราะห์ข้อมูลตามไปด้วย

เมื่อสองวีคก่อน ผึ้งเปิดการบ้านข้อใหม่ไว้ให้ห้อง Check Up เข้ามาช่วยกันตรวจสุขภาพหุ้น HTC

บรรยากาศการถกมันจะตันๆ หน่อย เพราะตัวนี้เรามีข้อมูลน้อยมากในการถกเถียง

เพราะ HTC เป็นหุ้นนอกกระแส นอกสายตา นอกความสนใจ

ที่นักลงทุนก่อนหน้านี้แทบไม่สนใจ เลยพาให้ไม่มีโบรกไหนจัดทำบทวิเคราะห์

แต่สำหรับเม่าสายกราฟ ฐานราคาที่เริ่มฟอร์มตัวมา กับวอลุ่มที่พร้อมใจกันมาแบบที่ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อน

บอกผึ้งว่า ตรงนี้ถึงจะมองว่ามาไกลแล้ว ถึงจะคิดเองว่าแพงแล้ว แต่ก็ต้องยอมไล่ราคาก่อนที่จะตกรถ

(พอดีถูกสอนมาว่า ถ้าเจอการเบรคเอาท์พร้อม double volume อย่ากลัว ให้กล้าและบ้าเข้าไว้)

ส่องกราฟดูราคาเป้าหมายในทางเทคนิคอล รู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะ HTC ก็ไล่ราคามาพอสมควรแล้ว

แต่…ราคาที่เห็นทำให้รู้สึกว่า อัพไซด์มันยังได้อยู่ในระดับที่มากและน่าสนใจ

เพียงให้การถือเกิดความมั่นใจและกล้ารับเพิ่มถ้ามีจังหวะการย่อตัวทุบสลัดเม่า

การพึ่งพาบทวิเคราะห์จึงจำเป็น ไปไล่ดูบทวิเคราะห์ไม่มีเลยใน database

อ้าว…จบเห่ไร้ที่พึ่ง

แต่…พอไปทำงานตามหน้าที่เพิ่ออัพบทวิเคราะห์รายวันเก็บเข้าฐานข้อมูล

เจอเลยจ้า มาพร้อมกัน 2 โบรค โดยมิพักต้องนัดหมาย

ต่อมเอ๊ะกระตุกทันที อ่านของ KSS ก่อนในฐานะไว้ใจและเชื่อมือนักวิเคราะห์คนเน้เป็นการส่วนตัว

คุณสุนทร ทองทิพย์ ปกติจะเน้นวิเคราะห์พวกเครื่องดื่มบรรจุขวดอยู่แล้ว

ข้อมูลในบทวิเคราะห์ทำให้เข้าใจการพลิกฟื้นของอุตสาหกรรมและแรงส่งเร่งดวนของ HTC

เมื่อเข้าใจที่มาที่ไปของราคา การเติมของจึงเป็นเรื่องง่าย

แต่ที่พูดมาทั้งหมดวันนี้ไม่ได้จะพูดถึง KSS อ้าววววววววววววววว….

เกริ่นนานเลย แต่เพราะต้องเชื่อมโยงที่มาที่ไปก่อนเพื่อให้เข้าใจ

เพราะ Topic วันนี้จะขอพูดถึงบทวิเคราะห์ในรูปแบบของ Iniatial Coverage ของ CGS

สิ่งที่กระทบความรู้สึกและสมองถูกสั่งงานให้ต่อมเอ๊ะเชื่อมโยงข้อมูลก็คือ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่บทวิเคราะห์ initial coverage เอ่ยถึงหุ้นแล้วหุ้นมา หุ้นวิ่ง

เพราะถ้าเราอ่านบทวิเคราะห์ทุกวัน ถ้าวันไหนหุ้นที่เราอ่านแล้วมันวิ่งเลย

เราจะบอกตัวเองว่า โบรกนั้นเชียร์ หุ้นเลยมา ซึ่งก็ดูปกติดี แต่ไม่ใช่กับ CGS

เพราะอย่างที่บอก เรากำลังพูดถึง Initial Coverage ของเค้า

ที่มีแค่ข้อสรุปสั้นๆ 4-5 ประโยคว่า ธุรกิจมีดีอะไร ยังไม่มีตัวเลขใดๆ มายืนยันสมมติฐานด้วยซ้ำไป

อ้าวววเฮ้ยยย แล้วทำไมหุ้นมา ?????

อ่านมาถึงตรงนี้ ได้สงสัยและตั้งคำถามนี้บ้างไหม

วันที่อ่าน HTC ผึ้งก็สงสัยนะ คนอื่นสงสัยไหม ไม่รุสิ

ความสงสัยทำให้กลับไปไล่หาคำตอบ (อย่าแค่สงสัยเป็น เพราะมันไม่ช่วยอะไร)

ผลการค้นหา ผึ้งพบว่า หุ้นที่ CGS หยิบมาประกาศตัวว่าจะเริ่มติดตามวิเคราะห์ (Initial Coverage) แล้วน๊า

ถึงมีการขับเคลื่อนราคาขึ้นไปแทบจะทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น WICE   WINNER   HTC  ARROW

บังเอิญมั้ง บางคนอาจบอกแบบนี้

ก็ตลาดเป็นขาขึ้นไม่เห็นน่าอะไรป่ะ ก็ขึ้นตามกันทั้งตลาดไหม บางคนอาจคิดแบบนี้

อันนี้ก็ไม่บังคับใจกัน เอาที่สบายใจจะคิด

แต่สิ่งที่ผึ้งคิด มันไม่ได้บังเอิญ!!!  เมื่อเราบอกตัวเองแบบนี้ มันก็ควรต้องมีเหตุผลของความไม่บังเอิญ

และคำตอบที่ผึ้งทึกทักเอาเองว่า คือ ต้นเหตุก็น่าจะเป็น A.Stotz

นั่นก็เพราะว่า ถ้าเป็นบทวิเคราะห์อื่นของ CGS ก็ปกติดีไม่มีอะไร

แต่พอเป็น Initial Coverage ให้ลองสังเกตมุมบนซ้ายของบทวิเคราะห์ดู

เราจะเห็นคำว่า A.Stotz Investment Research

Capture

A.Stotz Investment Research คืออะไร อากู๋เท่านั้นที่จะ่ช่วยเม่าซื่อบื้ออย่างเราได้

ลิงค์ของอากู๋ ได้พาเราไปทำความรู้จักกับ A.Stotz Investment Research

ในฐานะบริษัทที่ให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย

Capture.JPG

จากขอบเขตงานของเค้า ขอเดาว่าบริษัทจะทำวิจัยเพื่อจัดอันดับความน่าลงทุน

โดยการวิเคราะห์โครงสร้างทางการเงินของกิจการ เพื่อประเมินมูลค่าของกิจการ

ซึ่งน่าจะมีการวางเงื่อนไขจุดเข้าลงทุนต้นรอบเอาไว้ เพื่อโครงสร้างทางการเงินผ่านเกณฑ์ครบทุกเงื่อนไข

ระบบน่าจะมีการสกรีนแจ้งเตือนว่า หุ้นบริษัทนี้ควรค่าแก่การเข้าลงทุนแล้ว

แน่นอนว่า ลูกค้าของ A.Stotz ไม่น่าใช่เม่าอย่างเรา

แต่น่าจะเป็นพวกกองทุน สถาบันการเงิน หรือบริษัทหลักทรัพย์

และ CGS น่าจะเป็น 1 ในลูกค้าของ A.Stotz อันนี้ผึ้งมโนของผึ้งเองนะจ้ะ ไม่รับประกันความถูกต้อง

ดังนั้น…เมื่อเราจับทริคนี้ได้ แม้เราจะไม่ได้จ่ายตังค์เป็นสมาชิกผู้รับบริการของ A.Stotz

เราก็แอบลอกการบ้านลดงานของเราเองผ่าน CGS ไงจ้ะ แหม…จะอะไรล่ะ ของดีและฟรีย่อมต้องรับไว้

ว่าแต่…วันนี้กระดิ่งดังมีแจ้งว่า Initial Coverage ของ CGS ออกมา 1 ฉบับ

หุ้นอะไรกันละเนี่ย ได้ข่าวว่าเป็นหุ้นกิ๊กเก่าซะด้วย เด๋วต้องจับตาดูหน่อยละ

จะมาจริงไหม อัพไซด์ที่บทวิเคราะห์ให้ไว้ก็ไม่เลวนะ ในภาวะที่ตลาด -40 จุดเข้าไปแล้วแบบวันนี้

ลองจับตาดูกันคะ ว่าตัวละครใหม่ที่พามาแนะนำให้รู้จัก

A.Stotz Investment Research มีดีพอให้เชื่อใจและไว้ใจได้ไหม

 

 

 

 

 

 

Update VNT

Untitled

มีคนสอบถามเรื่อง Spread PVC มา

เลยมาอัพเดทให้ ปกติ commodity บ้านเราโบรกจะอัพเดทให้แค่อาทิตย์ละครั้ง

ส่วนบทวิเคราะห์ VNT หาอ่านยากจริง เพราะมีแค่ PHATRA ที่ออกบทวิเคราะห์

แปะไฟล์บทวิเคราะห์ให้ไป VNT_20180109_PHATRA ลองดีดๆ ตัวเลขกันดู

เราเพ้อไปคนเดียว หรือมีคนอื่นพร้อมจะเพ้อไปกับเรา

 

 

อัพเดทบทวิเคราะห์ TREIT

ปกติพวกกองทุนรีท มักไม่ค่อยมีโบรกไหนออกบทวิเคราะห์

พอดีเจอเลยเอามาแปะไว้ให้ รายละเอียดค่อนข้างดีเลย

สำหรับใครที่ถือ TREIT น่าจะลองตามอ่านดูค่ะ

https://drive.google.com/open?id=13LBp0Elqd8mWGX4wFsFS-oFJg80jS7qs

ATP30 ตามหาเหตุผลของการคลอดบุตร

Capture

กระดาษแผ่นนี้ทำให้ผึ้งสนใจ ATP30

เพราะยังจำภาพกราฟการเปิดแก๊ปลงของ ATP30 ในวันก่อนได้ติดตา

ข่าวการแจกวอร์แรนต์ ATP30-W1 ทำให้ราคาหุ้นแม่ถูกทิ้งบอมบ์ลงมา

เม่าที่อยู่ในสังเวียนเลือดวันนั้นหลังไมค์ถามผึ้งว่า แนวรับอยู่หนใด จะได้รอถัว

พอตอบน้องไป น้องบอกว่า โหดไปไหม 1.60 ก็ได้แต่บอกน้องไปว่า

มันเป็น M Pattern (Double Top) อ่ะ แล้วทรงมันชัดเจนเลยว่า

มันเป็นคนขายาวมว๊ากกกกกกกกกกกก

แล้วมันก็มาถึงตรงนั้นจริงๆ แถมทะลุลงไปอีกนิดหน่อย

สรุปว่า การเข้าใจ Price Pattern เรื่องเบสิคง่ายๆ ก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญเหมือนเดิม

ตัดฉากกลับมาเมื่อวาน จดหมายแจ้งตลาดของ ATP30 เมื่อวาน

ตัวเลขที่เห็นในเอกสารคือ ยังไม่มีการนำเงินไปใช้อะไรเลย

อ้าวเฮ้ยยย ผิดกลิ่น เพราะปกติการแจกวอร์แรนต์คือเกมการเงิน

คือการเพิ่มทุนแบบนุ่มนวลละมุนละม่อม ไม่ทำร้ายผู้ถือหุ้นให้ตื่นตระหนกตกใจ

แต่…นี่คืออะไร เพิ่มทุนไว้แต่ยังไม่ได้เอาไปใช้ทำไร

มันเหมือนว่า มีใครบางคนต้องการหุ้นเพิ่มแบบไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหุ้น

สมองสั่งให้ต้องทำงาน ไปดูกราฟ ไปหาข้อมูล จนกว่าจะเจอ key นั้นในใจของผู้บริหาร

ความบังเอิญที่โจทย์มีทติ้งรอบนี้ของผึ้งเป็นเรื่อง EEC กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

ข้อมูลที่อยู่ระหว่างอ่านทำให้เห็นว่า กำลังมีการเพิ่มขึ้นของนิคมในพื้นที่ EEC อีกเยอะมาก

และตัวเลขที่พาดพิงเรื่องการจัดการที่พักอาศัย และการเดินทางของพนักงานในนิคม

ทำให้ชื่อของ ATP30 โผล่มาในข้อมูลที่อ่าน คิ้วผูกโบว์ทันทีจะ Growth ไปตาม EEC สินะ ?

ใช่หรือไม่ใช่ ต้องรีบรู้ให้ได้ ก่อนรถออก เพราะกราฟเองมีอาการจะระเบิดตัวชัดเจน

ชะโงกดูงบก่อน มีอะไรน่าสยองบ้างหรือเปล่า ?

Capture

รวมๆ ดูดี ค่อนข้างคลีนด้วย เพราะกำไรต่อเนื่อง และการเติบโตสม่ำเสมอ

แต่สิ่งที่สะดุดตาคือ CFO นี่หล่อระดับพระเอก ส่งผลให้ GPM ดีขึ้นชัดเจน

เพราะ Q3 จะเคลียร์ค่าเสื่อมรถที่เหลือแล้วจะหมดส่วนนี้ไม่เป็นภาระอีก

ฉะนั้นเทียบ YoY อาจดูไม่สวย แต่ถ้ามองภาพใหญ่จบงบปี น่าจะดูเห็นการเติบโตในทางที่ดีขึ้น

Capture

อะไรทำให้มันพลิกตัวเร็วแบบนี้ ไปไล่หาดูถึงเจอว่า ปรับ Business Model มา

จากเดิมซื้อรถมาให้บริการรับส่งพนักงาน ตอนหลังเปลี่ยนเป็นเช่ารถแทน

ซึ่งทำให้ต้นทุนการเงินไม่โหลด และไม่ต้องมาแบกรับค่าเสื่อมและค่าปรับปรุงรถเมื่อครบระยะ

Capture

ตรงนี้เคยเป็นตัวฉุดกำไรเมื่อ Q1/60 ไปแล้วรอบใหญ่

พอเห็นแบบนี้ ชอบเลย ไปไล่ตามเช็คลูกค้าฐานลูกค้าเดิมเหนียวแน่น

และเพิ่งได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม SCCC เป็นรถบัส 7 คัน เริ่ม Q4/60

BSTMT เป็นรถบัส 5 คัน มินิบัส 1 คัน เริ่ม Q1/61

IRPC เป็นมินิบัส 6 คัน เริ่ม Q2/61

TOP เป็นรถบัส 8 คัน เริ่ม Q2/61

รถล้อตใหม่ที่เช่ามา ก็ทำให้ต้นทุนฟิกคงที่ แต่รายได้เพิ่มทำให้ GPM พุ่งนี่เอง

แต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะต้นทุนค่าดำเนินการยังเป็นปัญหาถ่วงตุ้มได้ เพราะตอนนี้น้ำมันพุ่งนะจ้ะอย่าลืม

แถมพี่แกก็เน้นทำสัญญาให้บริการระยะยาว 3-5 ปี ทั้งหมด

แต่ในรายงาน 56-1 บอกว่า ตรงนี้ don’t worry, be happy

เพราะเริ่มปรับสัญญาใหม่มาตลอด ตอนนี้สัดส่วนสัญญาเป็นแบบคงที่ 55%

แต่สัญญาใหม่ๆ เริ่มทำเป็นแบบแปรผันตามราคาน้ำมัน 45%

เออเฮ้ยย ไม่เลวๆ เรียนรู้ที่จะปกป้องความเสี่ยงด้านต้นทุน

ที่ผู้รับบริการต้องแบ่งรับความเสี่ยงตรงนี้ไปด้วยกัน

ใน opp day มีคนถามด้วยว่า ทำไมทำแบบคงที่ ไม่เสี่ยงไปเหรอ เพราะสัญญาระยะยาวด้วย

ผู้บริหารชี้แจงตรงนี้เพิ่มไว้ด้วยว่า แบบคงที่จะมีเงื่อนไขควบคุมไว้

ถ้าราคาน้ำมันปรับเกิน 10% ของราคาฐานวันทำสัญญาจะปรับค่าบริการตามส่วนที่เพิ่ม

ถือว่าปลอดภัยระดับนึง ง่ายๆ สัญญาเก่าอาจไม่กำไร แต่ไม่เจ๊ง ว่างั้น

ภาพรวมที่ดูเลยคิดว่า ค่อนข้างปลอดภัย เติบโตเรื่อยๆ

แต่ทั้งรายได้และกำไรควรจะต้องเห็น All time high ใน Q2/61

และควรจะต้องเดินหน้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จากการมี EEC เป็น Key Growth

เพราะจุดแข็งของ ATP30 คือ การเป็นผู้นำด้านบริการรับส่งในพื้นที่นี้อยู่แต่แรกเริ่ม

ที่สำคัญมีคอนเนคชั่นกับนิคม AMATA ชัดเจน (ดูรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะเห็นชัด)

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมผู้บริหารถึงออกวอร์แรนต์มารอท่าไว้

แม้โดยทางทฤษฎีจะถือว่าเป็นการวางแผนสำรองการใช้เงินลงทุนในอนาคตก็ตาม

แต่อย่างลืมว่า ถ้าบริษัทไม่ได้เร่งรีบหรือมีภาระต้องใช้เงินลงทุนด่วน

การออกข่าวแจกวอร์ย่อมกระทบกับความรู้สึกของนักลงทุนในแง่ของการไดรูทราคาหุ้นแม่

มันเลยชัดเจนว่า ความจำเป็นใช้เงินเร่งด่วนไม่มี

แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่อยากได้หุ้นเพิ่มผ่านวอร์แรนต์ที่ออกมาใหม่

กับต้องการเก็บหุ้นแม่เพิ่มในราคามิตรภาพชัดๆ

โดยเฉพาะเมื่อเราเห็นชัดๆ ว่า บริษัทกำลังเติบโตไปด้วยดี งบที่น่าจะ All time high

เราเป็นเม่า เรายังอยากซื้อ

แล้วผู้บริหารที่เค้ารู้ว่ากิจการเค้ากำลังจะโตไปได้ดี เค้าจะอยากเก็บหุ้นเพิ่มไหม

นี่ใช่ไหม ที่มาของการคลอดวอร์แรนต์ ATP30-W1 แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้มีความต้องการใช้เงิน !!!

 

 

 

Big Lot ดูแล้วได้อะไร (ภาคสอง)

stockจริงๆ ก็เคยเขียนไปทีแล้วเรื่อง Big Lot

แต่วันก่อนบังเอิญน้องเม่าในห้อง HW Alumni เค้ามาถามเพิ่ม

ว่าเราต้องดูยังไงว่า Big Lot แบบนี้ผิดปกติ

จริงๆ ก็ตอบยากเหมือนกัน เพราะไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่จำนวนเยอะคือผิดปกติ

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ทุกครั้งที่มีบิกลอตคือผิดปกติ

แล้วแบบนี้สังเกตยังไง ?

ต้องบอกว่า ต้องอาศัยประสบการณ์ในการสะสมองค์ความรู้เกี่ยวกับหุ้น

การจดจำจำนวนหุ้นทั้งหมดของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้

การรู้ว่าหุ้นตัวไหน Free Float ต่ำๆ

การจดจำในสองประเด็นนี้จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงภาพความสัมพันธ์ของหุ้นได้

ที่จะกระตุกให้ต่อมเอ๊ะเริ่มทำงาน เริ่มเห็นความผิดปกติ เริ่มสัมผัสได้กลิ่นเจ้า

ถ้าระยะแรกมันยังทำให้ต่อมทำงานเองไม่ได้ ก็อาศัยดูแหลกไปก่อนก็ได้

เพราะการดูแหลกไปก่อน ถึงแม้ว่าจะชวนให้เหนื่อยเปลืองพลังงานไปสักหน่อย

แต่…อย่าลืมว่า มันคือวิถีทางเก็บสะสมความรู้แบบเร่งด่วน

พรสวรรค์ของคนอาจไม่เท่ากัน

แต่ความพยายามของเราสร้างความขึ้นมาให้เท่าเพื่อนได้

มาดูกันสักตัวอย่าง

วันที่ 20 ธันวา 60 มีบิกลอตรายการนึงที่เตะตา

เกิดปัญหาละสิว่า พี่เค้าพูดถึงตัวไหน วันนึงบิกลอตมีเป็นสิบๆ รายการ

ถ้าเราเก็บ Database Big Lot ไว้ ก็หาง่ายเลย

แต่ปัญหาคือ เคยเก็บกันหรือเปล่า แต่ถึงไม่เคยเก็บรุวันที่แล้วก็หาในกูเกิ้ลได้อยู่นะ

ลองหาดูคะ แล้วมาเดาไปด้วยกัน ว่าเคสที่จะเล่าหมายถึงบิกลอตหุ้นตัวไหน ?

ทำไมบิกลอตตัวนี้ถึงน่าสนใจในสายตาของผึ้ง

หุ้นตัวนี้มีจำนวนหุ้นทั้งหมด 900 กว่าล้านหุ้น

ปิดสมุดครั้งล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลงอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่

เบอร์สองเบียดแซงเบอร์สาม (ซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นเดิม)

จริงอยู่ว่า โดยสัดส่วนไม่ได้ต่างกันมาก

แต่ถามว่า ถ้าเป็นบริษัทของเรา เราจะย่อมให้เกิดเรื่องแบบนี้ไหม

ทำไมคนเดิมยอมให้คนใหม่เข้ามา น่าจะมีการตกลงอะไรกันไว้ไหม ?

 

ถ้าต่อมเอ๊ะยังไม่ตื่นอีก ก็ขอบอกว่า

สถานการณ์ตอนนี้รายใหญ่คนนี้เบียดขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดแทน

ย่อมแปลว่า มีอำนาจควบคุมสั่งการมากกว่า อยู่ๆ เค้าโผล่มาที่นี่ทำไม

อยากดัง คงไม่น่าใช่ น่าจะอยากทำกำไร คิดว่าแบบนั้น

อ้าวเฮ้ยยยยยยยย No matter what someone gets stock

อย่าตกใจว่าใครโค่นเจ้า แต่ให้ตกใจว่าใครที่มาแทนที่ อิอิ

จากวันนั้นผ่านมาถึงวันนี้เดือนนิดๆ

(อย่าลืมว่า เวลาเก็บหุ้นเจ้าเก็บกันเป็นเดือนไม่ใช่แค่ 2-3 วัน)

ราคาหุ้นเริ่มมีการกระตุกฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ

ในสายกราฟถือเป็นการสะสมหุ้นแบบเงียบๆ

รอเวลาที่ผู้มาใหม่จะจุดพลุพาราคาขึ้นไป

ว่าแต่ … หุ้นตัวไหนล่ะเนี่ย หาไม่ยากหรอก วันที่ก็บอก จำนวนหุ้นก็ใบ้

ที่สำคัญคือ มันแอบมาติดกระดานเล็ก F6 เมื่อสองวันก่อน

นี่คือสัญญาณบอกเราว่า เกมกำลังจะเปิดฉากอดใจรอได้เลยไม่เกินวีคนี้

พี่เค้า ….เอาแน่

= = = = =

ปล. ขอไม่บอกชื่อหุ้น แต่มันไม่ยากที่จะค้นหาคำตอบออกมา

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น โบราณเค้าว่าไว้แบบเน้

 

 

Shopee #Marketing แบบรุกฆาต

หลังทดลองเปิดร้านขายของใน Shopee มาได้ 19 วัน

บนเงื่อนไขที่ต้องการพิสูจน์ว่า ถ้าไม่มีคอนเนคชั่นจากเพื่อนฝูงเลย

การตลาดออนไลน์จะทำได้จริงไหม มีโอกาสที่คนจะรู้จักและเห็นเรา (ได้เอง) หรือเปล่า?

พบว่า …ยากมากกกกกกกกกกกกก ถ้าต้องเราแบบวันแมนโชว์นะ

แต่…….ชีวิตไม่ได้สิ้นหวังขนาดนั้น เพราะจริงๆ แล้วการตลาดของทาง Shopee เองก็ต้องยอมรับว่า

ทุ่มเทมากมาย และเป็นการตลาดเชิง Active Help & Support ฝั่งผู้ขายมากๆ จริง

ไม่ต้องนับในส่วนของ Active Give & Sales ฝั่งผู้ซื้อเลยนะ

ยังต้องถือได้ว่า เป็นการตลาดที่รุกฆาตมากๆ เลยเกิดมาเพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ขายแบบสุดตัว

ตรงนี้จะขอพูดถึงเฉพาะฝั่งผู้ขายเป็นหลัก  Shopee เอื้อให้เกิดการขายได้ยังไงมาดูกัน

= = = = =

หลังลงสินค้าชิ้นแรกสำเร็จ Shopee จะมีปุ่มให้กดโปรโมตสินค้าทันที

โดยกลยุทธ์นี้ระบบจะทำการโปรโมทสินค้าเข้าหน้ากลางของ Categories นั้นๆ

พร้อมขึ้นป้ายแสดงเป็น สินค้ามาใหม่ เพื่อให้เตะตาลูกค้านั่นเอง

กำหนดเวลาการโปรโมทให้ 4 ชม. ลูกค้าที่มองหาสินค้านั้นๆ เมื่อเข้ามาเสิร์ชคีย์เวิร์ดนั้น

ก็จะเจอสินค้าเราหมุนขึ้นมาให้ไล่ดู ถ้าถูกใจก็กดสั่งซื้อกันไป

ตรงนี้เป็นกลยุทธ์ที่เริ่ดมากเพราะมองดูเหมือนช่วยเอื้อการขายให้ผู้ขาย

แต่จริงๆ มันเอื้อภาพการตลาดรวมของ Shopee เอง

promote

แน่นอนว่า พอครบระยะเวลาโปรโมทถ้าไม่มากดโปรโมทต่อ สินค้าก็จะไม่ขึ้นไปหมุนเวียน

มันเลยกลายเป็นการบังคับให้พ่อค้าแม่ขาย เดินเข้าสู่โหมด Active หน้าร้านแบบกลายๆ

(หน้าเว็บจะแสดงว่า เจ้าของร้านอัพเดทร้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ กี่นาทีที่ผ่านมา)

แน่นอนว่า มันทำให้คนขายเฝ้าหน้าร้านตัวเองอยู่เรื่อย ซึ่งเป็นผลดีต่อความสบายใจของลูกค้า

ว่าร้านนี้ไม่ใช่ป่าช้านะจ้ะนายจ๋า และส่งผลต่อความรวดเร็วในการตอบกลับของแม่ค้า

เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ที่ตั้งใจทำมาหากินใน Shopee ก็จะไม่ทิ้งหน้าร้านตัวเองไว้นานนั่นเอง

สรุป Win-Win กันทุกฝ่าย เว็บสื่อกลาง – ลูกค้า – แม่ค้า

= = = = =

กลยุทธ์แบบวิน-วิน 3 ฝ่าย ยังมีอะไรอีกบ้าง ก็มี Spin & Win

อันนี้เป็นการกระตุ้นควบทั้งสองฝ่ายไปพร้อมๆ กัน

สมมติเราเป็นคนซื้อ เราอาจแอบชอบสินค้าบางอย่าง แต่ด้วยราคาแพงไปนิดในสายตาเรา

การกดซื้อยังไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีการโปรโมตมากระตุ้นเราด้วยการให้ส่วนลด

ความอยากของเราอาจหลับใหลหายไปกับสายลม แต่ทีมการตลาดของ Shopee ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น

เลยเข็นวงล้อส่วนลดออกมากระตุ้นให้ความอยากกลับมาอยู่เหนือเหตุผล

ด้วยการให้สิทธิหมุนวงล้อรับเหรียญ (Shopee Coins) เป็นส่วนลด

1 เหรียญเท่ากับส่วนลด 1 บาท

ฟังดูไม่เยอะ แต่สิทธินี้ให้เราทุกวัน เราก็ตื่นมาหมุนสะสมไปทุกวัน

วันไหนเฮงรับไป 20 เหรียญ ถ้าพอมีโชคก็ 10 เหรียญ

ถ้าชิลล์ๆ ก็ได้ไป 5 เหรียญ ถ้าวาสนาน้อยก็รับไป 3 เหรียญ

เค้าบอกกันว่า ของฟรีย่อมรับไว้ ก็เข้าไปหมุนเก็บมาตุนไว้

เพื่อสบตาสินค้าตัวไหนก็เอามาเป็นส่วนลดเงินสดได้เลย ดีจริงๆ ว่าป่ะ

เพราะมันก็กระตุ้นให้เกิดการเพิ่มโอกาสขายสินค้าทางอ้อมให้กับร้านค้านั่นเอง

ยังไม่พอนะ วันไหนเราเป็นลูกค้าช้อปครบ 100 บาท

เค้าให้สิทธิหมุนวงล้อเพิ่มอีก 1 สิทธิ ก็ฟินน์กันไปเลยนะสิ

พร้อมๆ กับได้สิทธิรับ shopee coins เพิ่มอีก 1 เหรียญ ทุกการช้อปครบ 100 บาท

ทว่า… จะให้เฉพาะการช้อปจากร้านที่ติดอันดับร้านค้าแนะนำเท่านั้นนะ

แต่กติกาตรงนี้จะไม่ได้ให้สิทธิแบบรวมยอดต่อร้านค้า แต่จะให้สิทธิเป็นรายชิ้น

ยกตัวอย่าง ซื้อสินค้าร้าน A  2 ราคา ชิ้นแรกราคา 120 บาท ได้รับ 1 เหรียญ

ชิ้นที่สอง ราคา 380 บาท ได้รับ 3 เหรียญ สรุปจ่ายให้ร้าน A 500 บาทก็จริง แต่ได้แค่ 4 เหรียญนะจ้ะ

สรุปลด แลก แจก แถม ทุกลมหายใจจริงๆ

ใครหลงเข้าวังวนของ shopee แล้วจะตกเป็นทาสการซื้อขายเอาง่ายๆ เลย ก็โปรการตลาดเค้าทำได้ดีจริงๆ

= = = = =

ถัดมา Section สินค้ายอดนิยม ถ้าได้ขึ้นท้อปชาร์ตหน้านี้ก็แสดงว่า

สินค้ารายการนั้นๆ เป็นสินค้ายอดนิยมขายดีมาก ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอยู่ล่ะ

และการได้เห็นก่อน โดยไม่ต้องคีย์เสิร์ชหาให้ถูกต้องตามหมวด หรือตาม Hashtag ที่แม่ค้าติดไว้

ตรงนี้ก็สำคัญนะ เพราะบางทีแม่ค้าก็พิมพ์ผิดในส่วน Hashtag ลูกค้าก็จะคีย์หากันไม่เจอ

หรืออย่างบางคำที่เป็นคำทับศัพท์อันนี้แค่สะกดถอดเสียงไม่ตรงกันก็หากันไม่เจอแล้วเหมือนกัน

อย่างเช่น กระเป๋าคลัทช์  กระเป๋าคลัทซ์ ถ้าแม่ค้ากับลูกค้าสะกดต่างกันแค่ตัวท้าย ช.ช้าง กับ ซ.โซ่

ก็พลาดเป้า หากันทั้งชาติยังหาไม่เจอ เพราะงั้นตรงนี้ก็อย่าลืมระมัดระวังกันให้ดี

หรือจะให้ดีก็ Hashtag ภาษาอังกฤษตามต้นฉบับลงไปด้วย เอาให้ครบ เพื่อโอกาสในการพบเห็น

Capture1.JPG

ตรงนี้ก็อยากให้แม่ค้ามือใหม่ทั้งหลาย ลองเข้าไปกดดูสินค้าของเค้า

เพื่อเรียนรู้นะจ้ะ ไม่ได้ให้ไปหาสินค้ามาขายแข่งกับเค้า

การตลาดที่ดี คือ เรียนรู้เพื่อต่อยอดและอยู่ได้ยืนในระยะยาว

ไม่ใช่เกิดมาเพื่อลอก เพื่อก๊อปปี้ผู้ชนะ แบบนี้ไม่สนับสนุุนน้า

เราเข้าไปกดดูเพื่อเรียนรู้อะไร ตรงนี้ขอแยกเป็น 2 แนว

แบบแรก สินค้าเดียวกับที่เราขาย ไปดูว่า คนที่เค้าขายดีติดอันดับเราลงขายยังไงให้ยอดขายดี

ภาพสวยไหม ถ่ายยังไง องค์ประกอบภาพแบบไหน ที่ดึงดูดใจ

ถ้อยคำโฆษณาใช้ภาษาแบบไหน ให้รายละเอียดสินค้าอะไรที่เราตกหล่นไปไหม

หรือ Hashtag ที่ดี คือ คำไหน ตรงนี้สำคัญมาก เข้าไปศึกษาดูนะจ้ะ

แบบที่สอง คนละสินค้ากับเรา ก็เข้าไปดูเพื่อเรียนรู้ว่า อะไรที่กำลังเป็นเทรนด์ของสินค้า

โทนสียอดนิยมของสินค้าแต่ละหมวดเองก็ย่อมต่างกัน

เราจะได้เรียนรู้สำหรับเอาไปปรับใช้ เลือกสินค้ารายการอื่นในอนาคต

อย่าลืมว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่เด็กผู้ชายสีฟ้า และเด็กผู้หญิงสีชมพู ฮา……..

ที่สำคัญได้เรียนรู้กลยุทธ์การขายแบบเทพๆ ซึ่งจากที่สัมผัสมา

จะมีแม่ค้าบางคน ใช้ราคาต่ำสุดมาดันร้านค้าตัวเองให้ติดหน้าแรก ลองดูตัวอย่างกันจะได้เข้าใจง่ายขึ้น

ราคา

มองเผินๆ มันก็ดูปกติดีว่าไหม แต่..ถ้าเราเอะใจสักนิด กางเกงวอร์มไรว่ะ ตัวละ 10 บาท

อย่าลืมนะ ทุกรายการในตัวอย่าง ค่าส่งฟรี มันเป็นไปได้จริงเหรอ ตัวละ 10 บาท

บ้านเป็นโรงงานเย็บยังไม่แน่ใจว่าทำได้ไหมเลย งั้นลองกดคลิ๊กเค้าไปศึกษาดู เค้าขายได้ยังไง 10 บาท

10-230

สรุปว่า 10 เป็นกลยุทธ์ให้ต่ำสุดในโลกหล้า แต่ราคาขายจริงคือ 260 นาจา

แต่ส่วนตัวไม่แนะนำให้ทำแบบนี้นะ มันประสบความสำเร็จในการทำลูกค้าได้เห็นเราก็จริง

แล้วยอดขายจริงล่ะ ประสบความสำเร็จตามไปด้วยไหม ลูกค้าบางคนเค้าอาจพาลไม่ชอบเราอีกด้วย

แต่อันนี้แค่หยิบมาให้ดูว่า ถ้าเราเป็็นแม่ค้านั่งอยู่แต่ในร้านเราเองไม่ศึกษาร้านอื่น

เราจะทำการตลาดสู้เค้าไม่ได้ ดังนั้นการไปเรียนรู้จากร้านค้าที่ขายดี ย่อมเป็นการเปิดโลกให้เราไปในตัว

= = = = =

จากนั้นถ้าเมื่อไหร่ร้านเราติดอันดับเป็นร้านค้าแนะนำและยอดขายเราดีมากๆ

เราจะติดเรดาร์แสกนของทาง Shopee เอง ประมาณว่าเข้าตากรรมการ

ทีมงานจะติดต่อร้านค้าเพื่อให้เสนอสินค้าเข้าแคมเปญ Flash Sale

ซึ่งแคมเปญนี้ จะติดหน้ากลางแบบรวมสินค้ายอดนิยมขายดีทุกประเภทมาลดราคา

โดยแต่ละรอบของ Flash Sale จะมีระยะเวลาเซลล์ 6 ชม.

แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา 12.00-18.00 น.  18.00-00.00 น.

และรอบราตรี รอบนี้จะให้ไทม์มิ่งยาวนานกว่ารอบปกติหน่อย คือ 12 ชม. 00.00-06.00 น.

flash sale

ถ้าสังเกตจะเห็นเวลาแจ้งว่า ระยะเวลาแกรนด์เซลล์เหลืออีกนานแค่ไหน

และเหลือสินค้าอีกเท่าไหร่จากจำนวนที่นำมาเซลล์ทั้งหมด

ก็เร้าใจดี กระตุ้นให้รีบตัดสินใจใช้ตังค์กันซะก่อนของหมดนั่นเอง

= = = = =

ส่วนร้านไหนเปิดร้านมาหงอยๆ ยังไม่มีลูกค้า เค้าก็สร้างช่องทางเร้าใจลูกค้าให้มาซื้อ

ด้วยการให้ร้านค้าสร้างโปรโมชั่นของตัวเอง เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า

เข้าไปกำหนดลดราคาตามต้องการ ระบบจะให้ผู้ขายกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการลดราคา

ราคาที่ยอมลดให้ จำนวนชิ้นที่ยอมลดให้ แล้วตัดปิดยอดการลดราคาเมื่อเวลาสิ้นสุดลงอัตโนมัติ

ป้ายลดที่โผล่มาแปะอยู่หน้าสินค้าย่อมร่ายมนต์ใส่คนซื้อได้ไม่มากก็น้อยล่ะน้า

บางตัวก็ลดจนงง ลดเยอะไปไหมพี่ ซื้อมาจะใช้ได้ไหม ลดกันที 90% ฮา…………

90.JPG

แต่ที่เด็ดกว่านั้น คือ กลยุทธ์สร้างประสบการณ์ช้อปครั้งแรกกับทางร้าน

โปรนี้จะส่งตรงหลังบ้านถึงเจ้าของร้าน พร้อมระบุรหัสโค้ดส่วนลดให้กับทางร้าน

เช่น ลดกี่บาท ใช้ได้ภายในกี่วัน ใช้ได้เฉพาะกับลูกค้าที่ยังไม่เคยซื้อสินค้าร้านนั้นมาก่อนเท่านั้น

first

สมมติว่า สินค้าราคา 230 บาท (ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของทาง Shopee) ได้สิทธิลด 130 บาท

ลูกค้ากรอก code ไป ลดจาก 230 เหลือ 100 บาท แบบนี้ลูกค้าฟินน์แน่ แม่ค้าก็ฟินน์ตาม

Win-Win กันทุกฝ่าย ฮิ้วววววววววววว

ปล.ตรงนี้ร้านค้าไม่ต้องห่วงนะ ได้รับเงินเต็ม 230 เพราะส่วนลด 130 บาท

Shopee เค้าออกให้ลูกค้าเอง เราก็ลอยตัวไป ไม่ได้กระทบกระเทือนรายได้แต่อย่างใด

เอาใจร้านค้ากันไปเรยยยยยย

= = = = =

เรื่องค่าจัดส่งทีมการตลาดก็ไม่ทอดทิ้ง สร้างโปรโมชั่นช่วยเหลือผู้ขายมาแบบอึ้งย้งจ้า

ปกติมนุษย์ออนไลน์แพ้คำว่า ค่าส่ง EMS เพราะรู้สึกได้ทั่วกันว่า แพง

แต่ส่งลงทะเบียนก็ไม่ทันใจ ต้องรีบใช้ ไฟลท์บังคับมัดมือชกต้องส่ง EMS จึงเกิดขึ้นแบบไม่มีใครเต็มใจ

Shopee บอกไม่เป็นรายๆ อั้วช่วยลื้อออกส่วนนึง เครป่ะๆ

F888A334-6E1A-4E5A-8221-D9B56E3F9539.jpg

ไม่เคยเจอที่ไหนช่วยออกค่าส่ง ใจปล้ำสุดๆ ไปเลย

แม้ว่าของค่าย Lazada จะไม่มีค่าส่ง (แต่อย่าลืมว่าเค้าคิดมาในราคาสินค้าแล้ว)

แต่ตรงนี้ แม่ค้าจะใช้สิทธิได้ก็ต้องทำตามเงื่อนไขซึ่งเค้าก็มีรายละเอียดแจ้งขั้นตอนกระบวนการไว้

ก็ทำให้ตรงตามเงื่อนไขเท่านั้นก็จะได้คนมาช่วยออกค่าส่งให้ล่ะ สบายแฮ…

Free.JPG

อันนี้แค่ส่วนหนึ่งของการตลาดแบบรุกฆาตของ Shopee ที่ถือได้ว่า

สอบผ่าน มาแรง พร้อมต่อกรกับรุ่นใหญ่กว่าอย่าง Lazada

ช่วงแรกที่ทีมผู้บริหาร Shopee ต้องยอมเจ็บตัว ควักเนื้อ  เพื่อดันตัวเองขึ้นแข่งกับรุ่นใหญ่ไฟกระพริบ

ต้องรอดูว่า ทีมการตลาดยังคงผลักดันสร้างสรรค์กลยุทธ์เจ๋งๆ ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องแค่ไหน

แต่จากรูปการณ์หลังทดลองใช้งานมาแค่ 19 วัน ส่วนตัวมองว่า

ทีมการตลาดของ Shopee อยู่ในเกณฑ์สอบผ่านได้คะแนนสูงเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

TREIT SHREIT 2 กองรีท น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์

เมื่อวานมีกองรีทน้องใหม่เปิดตัว SHREIT กองนี้เปิดต่ำจอง

เล่นเอางงเป็นไก่ตาแตก เพราะจากที่อ่าน Executive Summary แอบทึกทักเอาเองว่าน่าจะดี

พอเปิดต่ำจองแถมไหลลง ที่แอบคิดว่าจะห่อข้ามปีเลยสตั้นท์ไป

แต่…เผลอมาอีกวัน ยกกลับจ้า จังหวะที่เห็นก็ละล้าละลัง

กว่าจะคว้าไม้แรกมาได้ ก็เล่นเอาเกือบไฮของวัน ไม่เข้าใจตัวเอง ความมั่นใจหายไปไหนหมด

ส่วนตัวมองว่า อัตราปันผลที่ราว 7% ต่อปี น่าจะโอเค และกองนี้ไม่น่าสวิงแรง

เพราะเป็นกองรีทที่ฉีกแนวจากกองอื่นๆ ถึงจะเป็นกองสิทธิการเช่าโรงแรมแต่ก็เป็นโรงแรมต่างแดนล้วนๆ

แต่อัตราจองห้องพักที่ราว 80% ของพลูแมนอินโด ถือว่าเจ๋ง เพราะเรทค่าห้องเกรดนี้ได้ราคาดี

แม้ว่าอัตราจองห้องพักของไอบิสกับคาปรีที่เวียดนามจะยังทำได้แค่ครึ่งเดียว

แต่ตรงนี้ส่วนตัวมองได้ 2 อย่าง คือเป็น growth ที่เหลือให้ได้ลุ้นการเติบโตของรายได้

แม้บางคนอาจมองเป็นจุดด้อยหรือความเสี่ยงก็แล้วแต่จะเลือกมอง

นี่คือสมมติฐานแบบหาอะไรปลอดภัยไว้ถือ มีปันผลที่ดูน่าจะเก๋ไก๋ เพื่อนไม่ด่า 55555

ทุกอย่างคล้ายๆ ว่าจะดีและลงตัวตามเน้ จนกระทั่งหลังหวดมาแล้ว

เรดาร์ที่ประสิทธิภาพกลับมาทำงานสมบูรณ์หลังกระพร่องกระแพร่งมาตลอดวัน

ทำไมกองรีท กองอสังหา วิ่งผ่านตาเอา ผ่านตาเอา CPNREIT  CPTPF  TREIT

พอไปกดเช็คดู impact sector กองพวกนี้ที่มีผลดันปู่เป็นอันดับสองของวัน

รู้สึกทันทีว่า มันแหม่งๆ ไล่เช็คกราฟดู ทำไมทุกตัวสามัคคีดีดกันหมดวันนี้

นี่คือเหตุผลให้ SHREIT พลิกกลับตัวด้วยใช่ไหม ?

แต่ก็ยังงง…ไม่หาย จนกระทั่งมาเจอเฉลยใน F6 กระดานใหญ่

Capture

TREIT เข้าเทรดวันแรก !!!!!!!!!!!!!!!!!!! พลาดหนักมาก

ลืมสนิท…แน่นอนว่า พรุ่งนี้เตรียมสวิท SHREIT กลับไป TREIT เลยนะ 5555555 ทำไมต้องสวิท ?  TREIT ดีกว่าหรือเหนือกว่าตรงไหน ตอบว่า ตรงเจ้าของได้ไหม นี่ถ้าจะว่าไปกองนี้ของเสี่ยเจริญทางอ้อมไงล่ะ อุ้ย ฟังดูไม่ดี เหตุผลอ่อนไป เอาใหม่

เหนือกว่าตรงทรัพย์สิน ทั้งในแง่ของขนาดกองที่ใหญ่มากกกกกกกกกกกก ก. 29 ตัว นับไป

กับในแง่ของความเสถียรของความสม่ำเสมอของรายได้จากค่าเช่า

เพราะ TREIT (Ticon Estate Investment Trust) เป็นกองที่เกิดจากการ convert

แปลงสภาพแบบมัดรวมยกเข่งกองอสังหาเดิม 3 ตัว (TFUND  TGROWTH  TLOGIS) เข้าด้วยกัน

ซึ่งการยกเข่งส่งผลให้กองรีทใหม่มีขนาดทรัพย์สินใหญ่โตขึ้นเป็น 3.2 หมื่นล้านบาท

โดยผู้บริหารกอง ก็คือ TICON ทำหน้าที่เป็นผจก.กองทรัสต์ BBLS เป็นทรัสตี PHATRA เป็น FA

ตามแผนงานระบุว่า มีแผนลงทุนโดยการซื้อโกดังจาก TICON 1.2 ล้านตรม.

แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ในส่วน EEC ด้วยงบลงทุน 3.5 พันล้านบาท

นอนรอรายได้ค่าเช่า 2,385 ล้านบาท (แบ่งสัดส่วนรายได้จากส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ 69% สิทธิการเช่า 31%)

โดยอายุสิทธิการเช่าคงเหลือ 26 ปี เป็นพื้นที่ในส่วนคลังสินค้า 192 ยูนิต และอาคารโรงงาน 300 ยูนิต

ที่ผ่านมา สถิติการจ่ายปันผลของแต่ละกองอยู่ที่ TFUND 5.72%  TLOGIS  6.14%  TGROWTH 6.77%

ซึ่งตามรายงานที่ปรึกษาการเงินระบุว่า หลังควบรวม IRR จะปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 9.38 เป็น 9.63%

ฟังดูดีก่า 7% ของ SHREIT เว้ยยยเฮ้ยยย เด๋วย้ายๆ อิอิ ช่างเป็นการลงทุนระยะฟ้าผ่ามาก

ซื้อตะกี้ ขายพรุ่งนี้ สวิทกองแบบสายฟ้าแลบมาก 555555555555

ซึ่งปันผลที่ FA ดีดมาให้นี้ยังไม่รวมแผนงานโกอินเตอร์ที่คาดว่าจะทำในปีหน้า

โดยผู้บริหารวางแผนไปลงทุนกับพันธมิตร Mitsui

ในรูปแบบของคลังสินค้าแบบ Built to Suitในเวียดนามและอินโดนิเซีย รวม 3 โครงการ

ตรงนี้เรายังไม่คิด เพราะทุกอย่างยังจับต้องไม่ได้ว่าแต่…เล่นกองรีทจะช้าไหม ?

ก็อาจจะนะแต่แผนที่ตั้งใจไว้คือ ถือไป 4 เดือนรับปันผลเมษา ก็ยังเป็นระยะหวังผลเดิมได้อยู่

แต่เอาเข้าจริงๆ สาบานได้ว่า ไม่เกิน 1 เดือน

เราน่าจะได้ 10% จาก capital gain แล้วชิ่งออกก่อนเลยได้

ทำไมกล้าละเมอแบบนั้น ไปนับหุ้นเจ้าดูดี หลังควบรวม ฟรีโฟลตเหลือ 30 %

ถ้าจะมีช้อตลากสักนิด ก็ไม่ได้ยากที่จะน้อคทาร์เก็ตที่บอก

โดยเฉพาะในเวลาที่ปีนมายืนสเปรด 10 ตังค์ด้วยแล้วแบบนี้ น่าจะวิ่งได้ไว

KTC … More than I can say

Capture.JPG

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับหุ้น KTC ที่สามารถทุบแรงๆ ลากเร็วๆ ในวัน

พื้นฐานไม่ต้องถาม ปกติงบสาย bank กับ non bank ไม่เคยจะเข้าหัว

ตามไปฟัง opp day ก็ยังงง

เมื่อเกิด panic buy รอบสอง ช่วงทุบจาก 162 ไป 144 ก่อนยกกลับมาปิด 158

แค่นี้ก็ทำให้รุว่า เกมยังไม่จบ แต่อะไรจะทำให้ต้องยอมเสี่ยงเข้าไปตรงราคาแบบนี้

ในเมื่อ upside กับ risk มันดูพอๆ กัน

แต่วันนี้เมื่อเกิดช้อตทุบอีกรอบจาก 179 กดลงไป 172.5

เมื่อเห็นโอกาสต้องคว้าเอาไว้ ความกลัวไม่ได้หายไป มันแค่จางลง

อะไรทำให้มันจางลง ก้อหลายอย่างอยู่ จังหวะที่ทุบลงกระทบแนวรับแล้วอยู่

เป้าไฟโปที่ตีไว้ในกราฟเดือน ที่เห็นว่า มันควรต้องไปให้ถึงสิ

แต่ไอ้ข้อมูลเชิงกราฟ มันไม่ช่วยในเชิงความมั่นใจอะไรหนักหรอก

เพราะกราฟสมัยนี้ก็สร้างกันได้ อย่างที่รู้ๆ กัน

แล้วอะไรที่ทำให้ความกลัวว่า ตรงนี้แพงไปจางลง

กลิ่นเจ้ามั้ง  อันนี้กลิ่นอย่างเป็นทางการ

Capture

ส่วนอันนี้กลิ่นอย่างไม่เป็นทางการ ที่บังเอิญเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบมีนัยบางอย่าง

จากรอบปิดสมุดอย่างเป็นทางการที่อัพบนเว็บตลาดหลักทรัพย์

Untitled

พอมาดูเทียบกับรอบปิดสมุดแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้อัพขึ้นหน้าเว็บตลาด แต่ปรากฎในหน้าเว็บบริษัท

เราเห็นการเก็บของเพิ่มขึ้นของ Big Hand รายเดิม ทั้งสองคน

พร้อมกับๆ ที่ได้เห็นการเข้ามาของ Big Hand 2 ราย คนนึงเป็นบุคคลธรรมดา อีกรายเป็นไพรเวทฟันด์

Untitled.png

พื้นฐานรวมๆ ดีแน่ แต่ดีไปได้ถึงขนาดไหน ต้องให้สายพื้นฐานตอบ

แต่ถ้าถามว่า เก็งกำไรได้ไหม ก็ยังพอได้ เพราะกราฟที่มีแรงตวัดยกหุ้นขึ้นลงภายในวันเดียวได้แบบนี้

ก็ยังพอมีอัพไซด์ให้อยู่บ้าง ไม่บ่อยที่เราจะเจอหุ้นที่สวยในระดับ TF Month

Capture.JPG

เพียงแต่หุ้นที่ Strong Bullish Uptrend จัดๆ แบบนี้ ต้องหาจังหวะทุนดีๆ

ไม่งั้นเด๋วแรงเหวี่ยงจะเมาเอาได้ และพาลไปไม่ถึงปลายทาง

สรุป ไม่รุจะพูดอะไร ร้องเพลงดีก่า

Whoa, whoa, Yeah, yeah

I love you more than I can say

I’ll love you twice as much tomorrow

Whoa-oh  … KTC … Love you more than I can say

 

 

 

 

MILL อัศวินม้าเหล็ก

ถ้าเป็นปกติ ถ้ารอบเหล็กมา สิ่งที่เราต้องแยกให้ออกก่อนคือ

รอบนี้หวยออกที่ใคร ระหว่าง กลุ่มโรงเหล็กแปรรูป หรือกลุ่มเทรดดิ้งเหล็ก

ถ้าช่วงปิดเหมืองกลุ่มโรงถลุงเหล็กกับกลุ่มเหล็กแปรรูปก็ซวยไป เพราะต้นทุนแพง

บ้านเราไม่มีโรงถลุงเหล็ก เพราะไม่มีเหมืองเหล็กเอง เพราะงั้นกลุ่มโรงเหล็กแปรรูปก็รับเคราะห์ไปลำพัง

กลุ่มโรงเหล็กแปรรูปในตลาดบ้านเราก็มีหลัก SSI  MILL  TSTH  BSBM

ขณะที่กลุ่มเทรดดิ้งก็สบายไป เพราะมีกำไรจาก Stock Gain

กลุ่มนี้ก็พวก AMC  PERM  PAP  2S  RWI  TYCN  และอีกเพียบ

แต่….รอบนี้รัฐบาลจีนประกาศลดกำลังการผลิต (ควบคุมการเปิด-ปิดของโรงงานแปรรูปเหล็ก) ลง 50 %

ในเขตอุตสาหกรรมภาคเหนือและตะวันออกเพิ่มลดปริมาณการใช้ถ่านหินในช่วงฤดูหนาว

เพื่อควบคุมปัญหามลพิษในอากาศ ซึ่งการออกประกาศรอบนี้กำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 15 พย. -15 มีนา

ซึ่งตรงนี้ไม่เกินความคาดหมาย มีการคาดการณ์กันมาล่วงหน้าอยู่แล้ว

แต่พอรัฐบาลสั่งปิดเพิ่มใน 3 เมืองที่เป็นที่ตั้งของโรงงานแปรรูปใหญ่คือ Anhui Jiangsu  Shanxi

หลังออกประกาศเพิ่มราคาเหล็ก Rebar พุ่งขึ้นทันที แบบปรี๊ดด ปรี๊ดดดดดดด

rebar

โดยจะเห็นได้ว่า ราคาเหล็กในตลาด Dalian Commodity Exchange ปรับตัวเพิ่มขึ้น

13% ในช่วงเพียงแค่ 20 พย. – 5 ธค. ชนิดที่กราฟพีคเป็นเส้นตรงแนวตั้งกันเลยทีเดียว

แล้วแบบนี้ ธุรกิจเหล็กในบ้านเราใครจะได้รับอานิสงฆ์ถูกหวยส้มหล่นรอบนี้ไปมาดูกัน

SSI ได้อานิสงฆ์แน่นอนในฐานะพี่เบิ้มใหญ่สุดในตลาดหุ้นบ้านเรา

แต่…….มัน SP อยู่จะเทรดยังไงล่ะคู้นนนนน

มองหาอัศวินคนใหม่ ต้องเลือกระหว่าง 3 พี่น้อง MILL  TSTH   BSBM

ถ้าวัดด้วยชื่อชั้น ในเชิงกำลังการผลิต เราจะรับรู้มาตลอดว่า TSTH เป็นพี่รองจาก SSI

แต่…หลังจาก MILL เปลี่ยนสเต็ปการลงทุนใหม่ ด้วยการไปลงทุนในบ.ย่อยกับ Kobelco Steel

ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและเริ่มเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้น

โดยเฉพาะสิ่งที่ MILL ไปลงทุนมีความเป็นสตอรี่ที่น่าสนใจตรงที่

เลือกลงทุนในการผลิตและพัฒนาเหล็กเกรดพิเศษ ซึ่งมีมาร์จิ้นดีก่าเหล็กเกรดปกติ

โดยมีมาร์จิ้นราว 20% (3 เท่าของปกติ) โดยปีหน้าจะเริ่มรับรู้รายได้หลังจากอยู่ช่วงลงทุน

และตั้งสำรองด้อยค่ามาโดยตลอด คล้ายๆ ปีหน้าฟ้าใหม่ผ่องใสเสียที

ขณะที่สตอรี่ของ TSTH ยังไม่เน้นการสร้าง new product มีเพียงแค่การคาดหวัง

รายได้แบบ one time gain จากการขายเครื่องจักรเก่าให้อินเดีย

มีการเคาะตัวเลขกันว่า ราวๆ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ด้วยจำนวนหุ้นที่หนักกว่า MILL เท่าตัว

เฉลี่ยต่อหุ้นก็เหลือไม่เท่าไหร่ เรียกว่าอัพไซด์จาก one time บางเฉียบไม่เร้าใจ

แต่…ก็อย่าโลกสวยมองบวก ติเตียนคนอื่นลบ TSTH เด่นกว่า MILL ชัดๆ ก็ตรง DE ต่ำ 0.15

ขณะที่ MILL ซัดตูมไป 2.12 เพราะหนี้เพียบ เพียบถึงขนาดผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตไว้ทุกไตรมาสว่า

พี่มิลล์มีหนี้สินเยอะกว่าสินทรัพย์อีกนะจ้ะเธอจ๋า

โดยให้สังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 2 ระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2560
กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 4,009 ล้านบาท
ซึ่งหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นจาก
ตั๋วสัญญาใช้เงิน และทรัสต์รีซีต/เลตเตอร์ออฟเครดิต
ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ยังมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 2,278 ล้านบาท
คือ เหมือนเตรียมวงเงินไว้เบิกใช้เพิ่มอีกตังหาก นอกจากหนี้เดิมที่มีอยู่แล้ว ฟังแล้วก็แข้งขาอ่อน
เพราะถ้าตามไปดูต้นทุนการเงินของ MILL ยังหนักโขอยู่มากหากเทียบกับ TSTH

ก้อแล้วยังงี้ยังมาชวนว่า MILL ดูเป็นอัศวินม้าเหล็กรอบนี้ได้ยังไง ?

ก็อย่างที่เคยบอก หุ้นทุกตัวมันมีรอบ มีวัฎจักรของมัน

ซึ่งคำว่าวัฎจักรคือ สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดการขึ้นลงของราคา

แต่…คำว่ารอบของมัน เจ้าเป็นคนกำหนดราคา

ตอนนี้เราเห็นแล้วว่า วัฎจักรของเหล็กกำลังเริ่มต้นอีกครั้งจากนโยบายของรัฐบาลจีน

ส่วนรอบของหุ้นมันก็ควรมีเจ้าเข้ามากำหนดราคา

ถ้าเราตามไปดูเจ้า MILL เราเห็นเงาเจ้าหรือยัง

จากรายงานข่าว แบงก์กรุงเทพปล่อยกู้ 2.2 พันล้านแก่สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล

เพื่อทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนจากผู้ถือหุ้นของมิลล์คอน สตีล รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,215,919,539 หุ้น

หรือคิดเป็นไม่เกิน 29.99% ของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่จำหน่วยแล้วทั้งหมดของบริษัท

อยู่ๆ ผู้ถือหุ้นเบอร์สอง ประสงค์จะมีหุ้นเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 19% เป็น 40% แปลว่า อะไร?

ธุรกิจน่าจะมีอะไรดีๆ หรือกำลังนอนรอความตาย ?

ที่สำคัญยอมจ่ายราคาเทนเดอร์แพงกว่าราคาในกระดานด้วย (เทนเดอร์ราคา 1.80 ราคากระดาน 1.74)

โดยกำหนดระยะเวลารับซื้อ 29 มิย. – 4 สค. 60 ผลปรากฎว่า เม่าขายคืนให้น้อยมาก ตามนี้

Capture.JPG

สรุปสิทธิชัยสามารถดูสภาพคล่องในตลาดหายไปอีกประมาณ 20%

แบบนี้ FF ก็จะเหลือราวๆ 30% จากหุ้นทั้งหมด 3.8 พันล้านหุ้น

ซึ่งถือว่าเบากว่า TSTH เยอะ เพราะทางโน้นมีหุ้นเยอะถึง 8.4 พันล้านหุ้น

ฟังแล้วรู้สึกว่า เห็นเงาเจ้า ได้กลิ่นเจ้าอยู่ลางๆ รู้สึกอุ่นใจพอประมาณ

ไปดูกราฟกันดีก่า TF Week สวยเลยบีบแล้วระเบิดออก เบรค 52 Week High อย่างต่อเนื่อง

Capture.JPG

กราฟบุตรก็สวย ลองไปดูเอา มีสวยมากระดับนางงามเลย ไปไล่ดูเอาว่าบุตรคนไหน อิอิ

ถ้า……. ปีหน้าที่ Kobelco Steel เริ่มทำรายได้ให้กับ MILL ได้

จากที่เคยตั้งสำรองขาดทุนเงินลงทุน จะเริ่มกลับมาหนุนทบให้กำไรของ MILL ฟูขึ้น

เพราะถ้าเทียบกันในส่วนของ EBIT margin  MILL เองก็นำโด่งเหนือทุกบริษัทมาตลอด

หากเมื่อไหร่ที่สามารถหยุดตัวเลขขาดทุนที่เคยถูก Kobelco ฉุดไว้ได้

งบ MILL น่าจะหล่อได้โล่ เป็นอัศวินม้าเหล็กได้สบายๆ ล่ะน๊า

 

 

 

 

In the Name of Chart # BJC

bjc

การเบรค High 52 Week ขึ้นมาได้เมื่อวีคก่อน

ทำให้ BJC กลับเข้าสู่ความสนใจของชาวโลกอีกครั้ง

จริงๆ ถ้าเราตามอ่านพื้นฐานของ BJC เราอาจเกิดฟิลลิ่งว่า

ยังไม่ดีแบบเต็มสูบ แค่ทุกอย่างผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

รอการฟื้นตัวกลับมาของตัวเลขสวยๆ ในอีกหลายๆ อย่าง

ไม่ว่าจะเรื่องการกลับภาษีควบรวมกับ Big C ที่ยังคงไม่ทันในปีนี้

ตัวเลข SSSG ที่เพิ่งเริ่มฟื้น กับ Capacity ใหม่ของส่วนบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่เพิ่งเริ่มเปิดเตาใหม่

แต่…การไล่เก็บหุ้นและบิกลอต BJC ที่ต่อเนื่องยาวนานทำให้สายกราฟบอกตัวเองว่า

ภารกิจนี้อีกยาวไกล ไม่ใช่เฉพาะแต่เวลาที่ต้องใช้รอ แต่เป็นเป้าราคาที่อยากไปถึง

วันที่ BJC เบรคไฮปีสำเร็จ ณ ราคานั้นคือ ราคาที่บทวิเคราะห์ของทุกค่ายให้ไว้

แต่คนที่มีเคมีจากสำนักฮาโลเจน เราต่างรู้ดีว่า นี่คือสัญญาณแรกที่จะบอกเม่าว่า

การเบรคไฮปีได้ คือ จุดเริ่มต้นของการพุ่งทะยานขึ้นต่อ

เพื่อให้เทรดได้อย่างมั่นใจ สายกราฟต้องใช้ Tf Week มาเพื่อคอนเฟิร์มการกลับตัวรอบนี้อีกที

bjc week

สิ่งที่เห็นในกราฟวีค เป็นยิ่งกว่าการคอนเฟิร์ม เพราะเราได้เห็นทั้งการกลับตัวของ EMA พัดคลี่

ได้พบเจอ Price Pattern  Inverted Head & Shoulder สมองสั่งการให้วัดเป้า

เป้าที่ได้ใกล้เคียงกับแนวต้านตาม Fibo เท่านี้ก็พอจะทำให้จมูกไม่ผิดกลิ่น

เพราะอย่างน้อยงบที่ฟื้นขึ้นมาแล้วในไตรมาส 3 ก็ให้ตัวเลขที่ไม่ขัดแย้งกับความเป็นไปได้ของกราฟ

ก่อนที่ ….เมื่อวาน CS จะออกโรงเป็นสำนักแรกที่ปรับเป้า BJC พรวดเดียวไป 67 บาท

S__106356876.jpg

พร้อมกันกับ SCBS ที่ปรับเป้าใหม่ประมาณเดียวกัน ที่ 68 บาท

(ในใจเริ่มทำหมายเหตุไว้ว่า ….SCBS เป็นโบรคแรกที่ปรับเป้าหุ้นใหญ่ได้…เร็วสุดและเป๊ะสุด…เลยนะ

จำได้ใหม่ IVL SCBS ก็เป็นโบรกแรกที่ปรับนำก่อนเพื่อน)

ก่อนที่วันนี้ ฝั่ง MBKET กับ KTBST จะตามน้ำปรับเป้าขึ้นเป็น 68 เช่นกัน

มาติดตามกันว่า พี่ใหญ่ของวงการจะกลับมาทวงบัลลังก์หุ้น

เหมือนสมัยเมื่อ 3 ปีก่อนที่ชาวเม่าต้องกล่าวขานและให้ความสนใจกันได้แล้วหรือยัง

ใครที่ดอย BJC อยู่ข้างบน ก็หาจังหวะถัวและอดทนอีกสักหน่อย

คืนวันเก่าๆ อันแสนยิ่งใหญ่ของ BJC กำลังจะกลับมา ……………

Big Lot ดูไว้ไม่เสียหลาย

เจ้าบางคน … เป็นคนขี้อาย

ไม่ชอบซื้อขายกับรายย่อย แต่เลือกซื้อขายกับขาใหญ่ด้วยกันเอง

แถมบางคนขี้อายมาก ซื้อกี่โมงไม่รุ แต่กว่าจะแจ้งซื้อขายต้องรอสิ้นวัน

ให้ชาวบ้านเลิกงานปิดจอกันไปก่อน ถึงส่งคำสั่งแจ้งซื้อขายลอยตามหลังมา

ดังนั้น การจะดู Big Lot ก็ควรรอสัก 17.00 น. ค่อยมาตรวจสอบรอบสุดท้าย

จะได้ไม่พลาดรายการขี้อายทั้งหลายแหล่

ถ้าดูเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน ใครตดไว้ ต้องมีกลิ่นจางๆ ทิ้งไว้บ้างไม่มากก็น้อย

อย่างเช่น พี่คนเน้ VGI  Big Lot รัวๆ 4 วันติด

เป็นการ Big Lot DW Call เสียด้วย อะไรยังไงไปดูกัน

เหตุเกิดที่ VGI23C1911A (พ่อแก้วแม่แก้วออกอายุยาวไป 2 ปี)

แถมเพิ่งคลอดมาสดๆ ร้อนๆ เทรดวันแรก 22/11/2017 ด้วยจำนวน dw 120 ล้านหน่วย

ชะโงกไปดูของค่ายอื่น เค้าออกกันราว 30 ล้านหน่วยเอง

ดูของพี่รุ่มรวยของเยอะกว่าใครเพื่อนชอบกล

แถมออกมาวันแรกก็มีคนมาขอบิกลอตไปเลยทันที 4 วันติด มาแบบรัวๆ งานด่วนอะไรเบอร์นั้น

22/11/2017   26.5 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 0.99 บาท

23/11/2017   23.149 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 0.99 บาท

24/11/2017   26.25 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 1.00 บาท

27/11/2017   1.94 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 0.99 บาท

 

vgi23

vgi23

 

vgi27.pngvgi24.png

คือ มารัวๆ แบบนี้ ก็อดแปลกใจไม่ได้

พอมาย้อนดูที่มาที่ไป เพิ่งเข้าเทรดเองด้วย

vgi

แถมชุดก่อนหน้า ที่ออกไป ก็ VGI23C1905A ก็ยังไม่หมดอายุ

แต่ไฉนต้องเข็นชุดใหม่มาเสริมทัพ

ถ้าไปเช็คเพิ่มจะเจอว่า พี่เค้าเหมาเรียบวุธเกือบหมดแล้ว

ถึงต้องออกชุดใหม่ เดือน 11 มารอท่า

ครั้นพี่ของใหม่ที่เพิ่งคลอดก็ขายไปแล้ว 77%

แอบนึกสนุกๆ ว่า ถ้าคนออกขายของหมดมือแล้วก็พ้นภาระต้องทำหน้าที่เป็น MM โดยเสรี

แล้วถ้าเกิดหุ้นแม่วิ่งพรวดพราดขึ้นมา ซึ่งก็พอลุ้นว่าจะเป็นไปได้

vgi chart

เพราะราคาก็จ่อเบรคอยู่รอมร่อ แล้วแบบนี้ใครจะเป็นกำหนดราคาซื้อขายของคอลน้อยกันดีล่ะ

ถ้าไม่ใช่….. คนที่อุตสาห์มาเหมาเข่งไป

แถมไปส่องดู ยอด Block Trade ก็เพิ่งปิดสัญญาจน Oi ลดลง แม้ว่าจะมี Volume ในวันเยอะ

แบบนี้เหมือนเตรียมจะก่อการในเชิงสวนทางอยู่…น่าจะได้เหมือนกัน

ตามส่องกันไป ชำเลืองมองไปแอบเห็นหุ้นญาติผู้พี่ก็มีอากัปอาการคล้ายกัน

เปิดคอลอายุยาวข้ามภพข้ามชาติมา จำนวนมากมายมหาศาล 330 ล้านหุ้น

ส่วนจะเป็นตัวไหน ไม่เฉลย ใบ้ขนาดนี้แล้วยังไม่รุว่า

ใครเป็นญาติใครก็อาจมาเล่นหุ้นเครือข่ายกันสองตัวเน้เลย เด๋วโดนทุบซะป่าวๆ

= = = = =

Target Expected รันไปตามนี้ 6.8 ป้ายแรก และยาวๆ ไป 10.3

VGI Week.JPG

กาลครั้งนึง…ก่อนตัดพ้อ

คืนหลังวันมีทติ้งชาริตี้

ผึ้งจำได้ว่า น้องใหม่คนนึงทีี่ผึ้งชวนไปมีทติ้งด้วยกัน

หลังไมค์มาบอกว่า สิ่งที่ได้ฟัง ทำให้ผมรู้ว่า

การเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนไม่ได้ยากจนเกินไป

เนื้อหาในวันนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า พวกพี่ทำอะไรกันบ้างก่อนลงสนามจริง

ผมคิดว่า จริงๆ มันไม่ได้ยากที่จะทำตาม และผมจะพยายามทำให้ได้คับ

ความรู้สึกแรกคือ หัวใจมันฟูนิดๆ เหมือนเทียนที่เราจุด กำลังหมดแท่ง

 

แล้วมีคนมาบอกเราว่า มีเทียนอีกแท่งและอยากลองจุดดู

คล้อยหลังได้ไม่นาน โค้ชชลฝากชมสไลด์ทีม Lotto War ว่าทำดีมาก

ฝากให้กำลังๆ ทีมงานด้วย แหม…ที่เหนื่อยยากกันมา หายเป็นปลิดทิ้ง

ส่วนน้องทีมสามหลังไมค์มาบอกว่า

พี่คนนึงมาขอสไลด์ไปบอกว่าอยากเอากลับไปให้คนที่บ้านดู

เพราะมันชวยเปิดโลกการลงทุนในแง่มุมที่เค้าไม่เคยรู้มาก่อน

มันเหมือนสิ่งที่เราลงแรงทำไป มันเป็นประโยชน์กับคนอื่นอย่างแท้จริง

น้องบอกภูมิใจมาก ดีใจมาก ….มาถึงตรงนี้ หัวใจพองกันเลยทีเดียว

สรุปเป็นความภาคภูมิใจของกำเนิดห้อง 13 แบบเกินคาดฝัน

= = = = =

และแล้ว…เมื่อสองวันก่อนโค้ชยะก็พยายามตื้อว่า ช่วยรับศิษย์พี่ของเขาเพิ่มสักคน

เอาไปไว้ห้องไหนก็ได้ เพราะห้อง 13 อาจไม่เหมาะ เพราะไฟที่เดี๋ยวมอดเดี๋ยวติดเอาแน่นอนยังไม่ได้

(ไม่รุว่าคนฝากฝังไม่แน่ใจ หรือไม่ก็พอรุระดับนึงว่า เคมีคนที่ฝากฝังมาน่าจะยังไม่ผ่านเกณฑ์ห้อง 13

เลยมาต่อรองว่า เอาไปแปะไว้ที่ ห้อง 14 From Poll หรือห้องไหนก่อนก็ได้

เพราะเหมือนรอบนี้เค้าอยากจะกลับมาลงสนามอีกรอบจริงๆ

ก็ได้แต่ฟังไป ไม่ได้รับปากอะไร เพราะในใจไม่ได้คิดว่า

คุณสมบัติที่เจ้าตัวมีอยู่จะเหมาะกับที่แห่งหนไหนเลยสักแห่ง

เสียงเบาๆ ในสายลมที่ดังอยู่เฉพาะในโสตประสาทคือ

เมื่อศิษย์พร้อม อาจารย์ย่อมปรากฎ

วลีนี้อาจเป็นแค่คำกล่าวขาน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ถ้าศิษย์ยังพยายามไม่มากพอ

= = = = =

บางครั้งเราอาจนั่งท้อแท้ว่า เราพยายามขนาดเน้แล้วแต่ไม่เคยชนะ

การคิดแบบนี้มีแต่จะฉุดรั้งให้เราท้อถอย

แต่จะมีสักครั้งไหม ที่เราแอบมองคนรอบตัวเราอย่างจริงจังว่า

สิ่งที่เราทำ มันเทียบได้ประมาณไหนกับสิ่งที่คนอื่นทำ

ที่มาที่ไปของห้อง 13 เกิดขึ้นจากสองเหตุผล

อย่างแรก อยากตอบแทนน้ำใจน้อง ที่พร้อมจะทำเพื่อส่วนร่วม

ผึ้งยังเชื่อว่า “ทีมที่ดี…เราสร้างได้” ขอแค่…เราเชื่อและลงมือทำ !!!

กับอยากมอบสิ่งดีๆ คืนกลับให้น้องๆ ที่มีน้ำใจช่วยเหลือและเชื่อมั่นในพลังของคำว่า “ทีม”

กาลครั้งนึงก่อนตัดพ้อ มาแอบดูกันไหมว่า เด็กห้อง 13 เค้าทำอะไรกันบ้าง

= = = = =

ทีม 13 ตกลงกันว่า เราจะช่วยกันสร้างฐานข้อมูลของเราให้เข้มแข้ง

(ฐานข้อมูลเป็นความพยายามที่เกิดขึ้นนานแล้ว แต่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะขาดความต่อเนื่องและซึมลงๆ)

เราหวังที่จะสร้างข้อมูลที่หลากหลาย ทันการณ์ แ่ละเป็นระบบ

หลังจากที่ฐานข้อมูลของเราลุ่มๆ ดอนๆ เพราะทำกันไปตามอารมณ์และความสะดวก

เราตกลงว่า เราจะรักษาวินัยทำให้สม่ำเสมอ

เราเลยได้เห็นทุกคนในทีมอัพบทวิเคราะห์โบรกที่ตัวเองรับผิดชอบทุกวัน

และข้อตกลงร่วมกันคือ เราจะอ่านบทวิเคราะห์ที่เราเป็นคนอัพขึ้นระบบเองอย่างน้อยวันละ 1 บท

(จำนวนไม่ใช่ประเด็น เราขอความสม่ำเสมอ ทำให้ได้…ทุกวัน

แล้วเราจะเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงของตัวเราเองในวันข้างหน้า)

เราตกลงกันว่า ถ้าบทวิเคราะห์มีการอัพเป้าเพิ่มกะทันหันอย่างมีนัยทั้งในเชิงวันเวลาและราคา

เราทุกคนจะต้องมาถกกันแล้วว่า มันเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น

หรือถ้าอยู่ๆ มีบทวิเคราะห์หน้าใหม่โผล่ทะลุขึ้นมากลางป้อง

เราต้องฝึกต่อมเอ๊ะของเราให้ทำงาน ทำไมๆๆๆๆ ไฉนจึงมีบทวิเคราะห์บ.แห่งนี้โผล่มา

นักวิเคราะห์พบเจออะไรที่เป็นนัยแห่งการเติบโตถึงได้หวนมาสนใจ หรือใครจ้างให้เขียนเชียร์

ประสบการณ์การอ่านที่มากพอจะแยกแยะและบอกกล่าวเราเอง

เวลาผ่านมา 5 เดือน ฐานข้อมูลบทวิเคราะห์เราเข้มแข็ง่ขึ้น มีเกือบครบทุกโบรก

และอัพเดทขึ้นระบบแบบทันท่วงที ไม่มีการทิ้งกองไว้ให้เกิดปัญหามาไม่ทันกิน

แม้ว่า…บางวันในช่วงงบออก บทวิเคราะห์ในความรับผิดชอบของบางคนอาจมีถึงวันละ 50 กว่าบท

แต่…ความตั้งใจและความรับผิดชอบที่ต้องเห็นแก่หน้าที่ในส่วนที่รับผิดชอบ

ก็ควบคุมให้ทุกคนอัพขึ้นตามหน้าที่ ไม่มีบ่น ไม่มีท้อ ไม่มีขาดตกบกพร่อง

เห็นแล้ว รู้สึกชื่นใจและอยากบอกว่า “ขอบคุณอย่างที่สุด”

= = = = =

ผ่านไปสักพัก เราก็พบว่า การนั่งเฝ้า Bid Offer ในหุ้นตัวที่เรามีจนเราคุ้นชิน

จะทำให้เรารู้ว่า การเปิดฉากลากราคาควรเกิดขึ้นเมื่อหน้าตา Bid Offer เปลี่ยนไปแบบไหน

เลยกลายเป็นที่มาของการพยายามหาโปรแกรม cap หน้าจอ Bid Offer

เพื่อเก็บเป็น Case Study มานั่งศึกษากันหลังตลาดปิด

(หลายคนทำงานประจำไม่ว่างเฝ้าจอพอที่จะได้เห็นการเปิดศึก เปิดเกมของเจ้า จะได้มาตามศึกษากัน)

แล้วสายเก็บดาต้าก็เสนอให้อัพโหลดวีดีโอ Bid Offer Case Study ขึ้นเฟสเป็นกลุ่มปิด

ไว้มานั่งตามดูไล่หลังสำหรับคนที่สนใจเคสไหนเป็นพิเศษ

เราก็เลยมีช้อตมหกรรมลาก ช้อตทุบจมฟลอร์ของหุ้นดังๆ ในช่วงนาทีประวัติศาสตร์หลายๆ ตัวเก็บไว้ดูเล่น

= = = = =

ผ่านไปอีกสักพัก เราก็ประชุมกันว่า เราจะสแกนการบ้านหุ้นของแต่ละตัวมาเพื่อประชุมนำเสนอว่า

ช่วงนี้เราควรต้องสงสัยหุ้นตัวไหนเพราะอะไร ดีเด่นในอินดิเคเตอร์ไหนอย่างไร

เราก็มีสายระบบในทีมหลักๆ แค่ 2 คน ก็ปรับจูนระบบสแกนให้ตามที่สมาชิกในห้องร้องขอ

ปรับเปลี่ยนและลองสุ่มใช้งานจนคล้ายๆ จะเข้าที่เข้าทางในระดับที่น่าพอใจ

เกิดเป็นชุดสแกนชื่อเก๋ไก๋ ที่เราตั้งกันเอง ว่า

สแกนพี่หรั่ง สแกนหัวเกรียน สแกนน้ำผุด สแกนต้นน้ำ ให้เลือกเทรดตามสไตล์ของแต่ละคน

จากนั้นคนในทีมก็ทยอยรวบรวมเก็บชุดแสกนอัพขึ้นเฟส รวมไว้กับ Bid Offer Case Study

เพื่อให้ทุกคนไว้สืบค้นเทียบเคียงย้อนหลังได้ถ้าต้องการ

(สังเกตได้ว่าเคมีของเป็นสายบ้าเก็บดาต้าเริ่มเช้าสิง 5555)

= = = = =

เมื่อสแกนหุ้นเข้าที่ เราก็เลยเถิดไปถึงอยากให้ทีมระบบรวบรวม Big lot ใส่ลงในฐานข้อมูลไว้ด้วย

เพื่อใช้ประโยชน์ไล่หาสืบค้นย้อนหลังได้ ก็เลยได้ database ในส่วนของ Biglot เพิ่มเข้ามา

ก่อนขยับไปเก็บดาต้าของ Block Trade  SSF   ช่วงแรกๆ ตั้งแค่ไว้ตามดูย้อนหลัง

แต่ทำไปทำมาผุดไอเดียพัฒนาไปดูการทำรอบของพี่เจ้า

บนสมมติฐานว่า ทุกคนมีตังค์จำกัด เจ้าก็เช่นกัน

เลยพยายามปรับจูนระบบเพื่อกรองหาสเต๊ปการหมุนทำรอบของเจ้า

ผลงานออกมาน่าพอใจ แต่ยังไม่ดี แต่ช่วงนั้นยังไม่มีเวลาปรับปรุงเพิ่มเติม

เลยตกลงกันว่าจะพักค้างไว้แบบนี้ก่อน (เรื่องของเรื่องสไลด์มีทติ้งทับหัวกันอยู่ 5555)

= = = = =

แล้วเราก็ขยับมามองหาข้อมูลสายพื้นฐานเพื่อเติมเต็มส่วนที่เป็นจุดอ่อนของห้อง

การเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารเลยเกิดขึ้น

มีการเก็บสรุปตัดข่าว จากทันหุ้น ข่าวหุ้น หุ้นอินไซด์ และนสพ.ธุรกิจอื่นๆ ตามหมวดหุ้น

แยกเป็นไฟล์อย่างชัดเจน มีไม่เว้นแม้กระทั่งคอลัมน์ซุบซิปนินทาหุ้น แบบเจ๊เยลเลน แม่นางโมนิก้า

เรื่อยไปจนถึงการเก็บสรุป Opp Day รายไตรมาส  ที่รวบรวมเอาจากน้องๆ นอกห้องในห้อง

ก่อนลากยาวไปลุยเก็บ Opp Day มาได้ครบ 1 ไตรมาส เริ่มเห็นโอกาสการลงทุนจากการไปเยี่ยมชมกิจการ

เลยงอกต่อยอดมาขอเก็บข้อมูล CV เพิ่ม และบานปลายไปจนถึง AGM

ซึ่งจริงๆ ทีมเราแทบไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย แต่เป็นน้ำใจจากน้องๆ สายตรง

ที่มีเรคคอร์ดข่าวสารเก็บไว้อยู่แล้ว กับกลุ่มที่สนใจถอดเทปสรุปออฟเดย์

กับสายตรงเยี่ยมชมกิจการที่จดสรุปมาให้เสร็จสรรพ

ทีมเก็บข้อมูลก็สบายไป แค่จัดหน้าเซฟไฟล์แล้วอัพขึ้นระบบ…สบายแฮไป

ด้วยน้ำใจและการทำเพื่อส่วนรวม ทีมเราเลยมีข้อมูลที่พร้อมระดับนึงสำหรับการทำการบ้านอย่างเป็นระบบ

ที่เราแน่ใจว่า การบ้านเราจริงจังกว่าแบบฝึกหัดท้ายชม.ของใครบางคน

และนี่คือ เรื่องเล่า ….กาลครั้งนึงก่อนตัดพ้อ

คุณภาพของการบ้านที่ต่างกันย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกัน

การทำการบ้านจะไม่เหนื่อยยาก หากฝึกทำสม่ำเสมอ และทำพร้อมกันเป็นทีม

ทีมที่ดีสร้างได้ … ขอแค่เราเชื่อและลงมือทำ

เพราะสิ่งที่เล่ามาทั้งหมดเป็นสิ่งที่ลงมือทำจริงจังเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว

จากการร่วมมือกันของสมาชิกแค่ 11 คน ที่มีใจเกินร้อยให้กับคำว่า…ทีม

= = = =

การร่วมหัวจมท้ายลงแรงกันของห้อง 13 (ทีี่มีแค่ 11 คน) ผ่านมาได้สักพัก

มีคนขอลาออก 2 คงทนไม่ไหว บ้าไม่ถึงขั้นจะอยู่ร่วมห้องหายใจเป็นหุ้นไปด้วยกัน)

พิสูจน์ตัวมันเองแล้วว่า เคมีแบบนี้ที่เราต้องการให้คนในทีมมี

เกิดมาพร้อมจะทำเพื่อผู้อื่น เกิดมาพร้อมจะเป็นผู้ให้ก่อน

เกิดมาบ้าพอที่จะลงแรงทำในสิ่งที่ตอนนี้ยังไม่เห็นค่า ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์

(อย่าลืมว่าคนทำเป็นสายกราฟแทบทุกคน แต่…กำลังนั่งเก็บดาต้าสายพื้นฐาน)

เกิดมาเพื่อทำโดยไม่ต้องคิดว่า เราทำมากกว่าใคร …ใครทำน้อยกว่าเรา …ใครไม่ทำอะไรเลย

เพราะการคิดแบบนี้ รั้งแต่ปิดกั้นให้เราหาข้ออ้างที่จะไม่ทำ และเริ่มตัวทำตัวเป็นหินถ่วงกลุ่ม

ก่อนที่จะนั่งบ่นท้อแท้ว่า ทำไมคนอื่นอย่างนั้น คนนี้อย่างงี้ ทำไมเราไม่เคยมี Big Shot แบบเค้าเลย

ให้ถามตัวเองก่อนว่า ที่เราทำอยู่คือ การบ้านหรือแค่แบบฝึกหัดท้ายชัั่วโมง

และเรามีทีมที่ดีพอที่จะช่วยผลักดันให้เราเดินไปข้างหน้าแล้วหรือยัง

ถ้ายัง… อย่าเสียเวลาหา แต่ลงมือสร้างมันขึ้นมา

#ทีมที่ดีอยู่ที่เราเชื่อและลงมือทำ

 

 

 

 

TOA เสน่ห์แรงดึงดูด Cornerstone Investor

Capture

แรกเริ่มเดิมทีผึ้งไม่สนใจ TOA เลยนะ ด้วยไซส์ราคา IPO ที่ค่อนข้างแพง 24 บาท

ก้อวันแรกเลยได้แต่นั่งมองเหงาปนเฉา มองเค้าเปิดเกมกันสนุกสนานลากไปทำไฮที่่ราคา 33

ก่อนย่อตัวลงมาปิดที่ราคา 32.50 บาท โอ้โฮแฮะ เก่งไปเปล่าว่ะ

จากที่เหล่ตามองตอนเช้าที่เปิดกระโดดมา 28 บาท เลยต้องกลายมาเป็นหรี่ตามองด้วยความสงสัย

มีไรดีฟร่ะ หุ้นออกใหญ่ ราคาออกหนัก มาแรงมาก

ตัดสินใจไปรื้อบทวิเคราะห์มาอ่าน ว้ายต๊ายตาย ตกรถอย่างแรง

เพราะ TOA เป็นหุ้นตัวที่สองของตลาดที่มีการเปิดขาย Cornerstone Placing Agreement

(ตัวแรกคือ BPP ที่การันตีผลงานไปแล้วว่า ขึ้นเร็ววิ่งแรง)

(TPIPP ทำท่าจะเปิดขายแต่ไปๆ มาๆ ไม่รุติดขัดอะไรเลยล้มแผนไป แล้วราคาหุ้นก็ลุ่มๆ ดอนๆ)

ประวัติศาสตร์การวิ่งขึ้นของ BPP ในความทรงจำ ทำให้เกิดอาการตาพอง

ไล่หาบทวิเคราะห์ของทุกสำนักมากางเทียบ เพื่อหา Consensus Valuation

(แน่นอนทำเองไม่เป็นนิหว่า ยากไป ลอกโบรกแล้วมาไล่ตรวจย่อมง่ายกว่า อิอิ)

ปรากฎว่า ไม่มีตัวเลขเป้าราคา คงเพราะไม่มี PE ในรายธุรกิจเดียวกันให้เทียบ

ส่วน PE กลุ่มก็ราว 40 แต่ก็อาจดูเทียบแล้วไม่เหมาะกับตัััวธุรกิจแบบแท้จริง

คนทำบทวิเคราะห์ก็เลยเลี่ยงไปใช้วิธี DCF ซึ่งงงจ้า ไม่เคยเรียน

แต่โดยสรุปจากความเข้าใจอันน้อยนิดทางงบ ตัวเลขประมาณการมาร์เก็ตแคปที่ได้

ราคาน่าจะอยู่โซน 40 บาท อุ่ยยยย ดูยังมีอัพไซด์

แต่น่าแน่นอนว่า เราซึ่งไม่เข้าใจ DCF จึงไม่รุว่าเราควรเชื่อใจตัวเลขนี้แค่ไหน

Capture.JPG

ขอเคาะราคาหยาบๆ แบบ PE Forecast ในภาคผึ้งน้อยขามั่วดูก่อน

เอา EPS 3 ปีย้อนหลังมาเฉลี่ย 1.24 + 1.04 +0.65 = 0.97

(เทียบกับ EPS Q1/60  0.20 ถือว่า โอเคพอเชื่อถือได้ไม่เบี่ยงเบนมาก)

เคาะตัวเลขอิง PE เฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่ 40 ได้ราคา 38 อู้ยยย

จริงๆ โบรคให้ PE เฉลี่ยที่ 50 ด้วย เพราะในกลุ่มนี้มันกระจัดกระจายวายวอด

ตัวถ่วงกลุ่มนี่ PE 100+ แทบทั้งนั้น ถ้าเคาะด้วย 50 ก็ได้เป้าครึ่งร้อย

ดูเพ้อไปหน่อย แต่ส่วนตัวมองว่าใช้ PE 40-50 ไม่ถึงกะเกินงาม

เพราะเราหารเฉลี่ย EPS 3 ปี ย้อนหลัง

ทั้งๆ ที่จริงๆ จะไม่เวทเลย เอาปีล่าสุดมาคิดเลยก็ไม่ถึงกะน่าเกลียด (รึป่าว)

แน่นอนว่า เห็นเป้าแล้วความกล้าไล่ราคาย่อมมี

แต่ถ้าเป้ามันปีหน้าละจะรอไหม  ก็ไม่ไหวนะ นานไปล่ะ จริตไม่ได้

เพราะฉะนั้นประเด็น Cornerstone Investment จึงเป็นตัวตัดสินใจในเกมนี้ของเรา

มันจี๊ดจ๊าดตรงไหน ทำไมเราต้องสนใจมัน

คำว่า Cornerstone Investor กลต.ใช้คำว่า ผู้ลงทุนหลักเฉพาะเจาะจง

(อ่านแล้ว งงเนอะ ขอเรียกเองแบบบ้านๆว่า ผู้ได้สิทธิจองซื้อเป็นกรณีพิเศษ ล่ะกัน)

Cornerstone Investor เป็นรูปแบบการลงทุนใหม่ที่เปิดช่องให้รายใหญ่ที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา

เข้าลงทุนจองซื้อหุ้น IPO ได้บนข้อยกเว้นพิเศษที่ให้เอกสิทธิเยอะแยะเพื่อแลกกับ “จงจองซื้อเยอะๆ”

อาทิเช่น มีสิทธิและได้รับประโยชน์ทางกฎหมายเท่าเทียมกับหุ้นสามัญทุกประการ

และให้นับจำนวนหุ้นในส่วนนี้เป็นการถือครองหุ้นสามัญรายย่อย (Free Float)

อันแปลว่าได้ ขายได้เลยในวันแรกของการ IPO ไม่ต้องติด Silent Period

เพียงแต่คนจะจองซื้อในรูปลักษณ์ของ Cornerstone Placing Agreement นี้ได้

ต้อง…ห้ามส่งตัวแทนเข้าไปนั่งบริหารบริษัท

(แปลง่ายๆ ว่า การถือหุ้นเยอะจะโหวตตัวเองมานั่งบริหารไม่ได้นะจ้ะ)

และต้องไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท (ห้ามขายให้พวกพ้องของกรรมการนั่นเอง)

เพื่อแลกกับการให้สิทธิจองซื้อหุ้น IPO ลอตใหญ๋ได้

แถมการทำสัญญานี้เป็นการผูกมัดแบบยังไม่ต้องวางตังค์ แหม…ดีวุ้ย

เคยซื้อหุ้นนอกตลาดก่อน IPO ป่ะหล่ะ ถ้าเคยคือ เราต้องซวยรับความเสี่ยงจ่ายตังค์ไปก่อนไง

ยังไม่รุเลยว่า ไอ้บ.นี้จะยื่นไฟลิ่งผ่านไหม ถ้าไม่ผ่านจะอะไรยังไง ก็ไปวัดวาวัดดวงเอาเองนะ

แต่กรณีจองหุ้น Cornerstone Placing Agreement เป็นสัญญาที่ตกลงจะจองซื้อ

โดยมีผลผุกพันให้สิทธิซื้อแต่ยังไม่ต้องจ่ายตังค์ (ก็แน่ล่ะ ยังไม่รุราคา IPO ไงล่ะ)

ถ้าบ.ยื่นไฟลิ่งผ่านก็ค่อยมาจ่ายตังค์ตามราคา IPO

ดีอ่ะ ไม่เสี่ยง ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องประสาทกินถ้าไฟลิ่งไม่ผ่าน

เพราะงั้นการที่ TOA มีสัญญาขายหุ้นให้ผู้จองซื้อพิเศษแบบนี้ 105 ล้านหุ้น

ให้กับผู้ได้สิทธิของซื้อเป็นกรณีพิเศษ รวม 7 ราย

(กองทุนบัวหลวง กองกสิกร กองไทยพาณิชย์ กองอเบอร์ดีน กอง AIA

กับกองต่างชาติที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Hill House อีก 2 กอง คือ

Goaling Fund กับ YHG Investment)

ซึ่งแน่นอนว่า กลต.บังคับให้ขายให้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนเท่านั้น

มันก็เลยเหมือนเป็นการการันตีว่า TOA น่าจะดี เพราะสถาบันให้ความสนใจจองซื้อ

(การอยู่กับกองทุนย่อมดีก่าเม่าอยู่กันลำพัง ถูกไหมล่ะจ้ะ)

ตอนนี้ใช้ 100 tick จับไปก่อน เพราะดูเห็นแนวเวฟได้ชัดสุด

ก็หวังที่ 37 บาทก่อน ใกล้เคียงกับเป้าที่เคาะด้วย PE 40

ถ้ายืนได้ก็มองป้ายหน้าไปทีละสเต็ป 41  49  (งานมโนไว้ใจเรา อิอิ)

Capture

 

 

 

 

Ross Intelligence # AI Legal Assistant

นักลงทุนอย่างเราๆ เริ่มได้ยินการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence (AI)

ผ่านการโปรโมทของโบรค ที่นำเสนอระบบเทรดด้วยหุ่นยนต์ เพื่อตัดปัญหาการไร้วินัยในการเทรด

การไม่มีเวลาเฝ้าจอ การไม่สามารถหาจุดซื้อ-ขายที่เหมาะสมได้ แล้วแต่จะโฆษณาชวนเชื่อให้ฟัง

จะว่าไป ระบบย่อมน่าจะเทรดได้ดีกว่ามนุษย์ ส่วนตัวก็เชื่อแบบนั้น

เพราะความสามารถในการประมวลผลของ AI ที่น่าเหนือกว่าสมองจริงของมนุษย์

โดยเฉพาะถ้าต้องแข่งขันกันในเชิงเวลาและแรงกดดัน

แต่วันนี้ไม่ได้จะมาเขียนถึง AI ในโลกการลงทุน แต่เป็น AI ในสายกฎหมาย

ไม่น่าเชื่อว่า โลกมันก้าวไปไกลและเร็วมาก

มนุษย์กำลังจะมีที่ปรึกษากฎหมายเป็น AI และแน่นอนว่า ในอนาคตทนายของเราอาจเป็น AI

= = = = =

วันนี้พอดีตั้งใจจะค้นเกี่ยวกับที่ปรึกษากฎหมายแห่งหนึ่งของบริษัทในตลาดหุ้นบ้านเรานี่ล่ะ

แต่ดันจับพลัดจับผลูไปเจอที่ปรึกษากฎหมายอื่นที่น่าสนใจเข้า

เจอใครล่ะนั่น ถ้าเจอคนก็คงเฉยๆ แต่บังเอิญดันไปเจอที่ปรึกษากฎหมาย AI ในนาม ROSS Intelligence

อึ้งเลยทีเดียว เพราะ ROSS เป็น AI ทางด้านกฎหมายที่พัฒนาขึ้นจากซอฟท์แวร์ของ IBM

กดลิงค์นี้ดู VDO Presentation ที่นี่

 

Andrew Arruda  CEO ของ ROSS Intelligence อธิบายคอนเซปการทำงานของ ROSS

ไว้ในเวทีสัมมนาของ Clio Cloud Conference

(จริงๆ เค้าไปพูดให้ TED Talk ด้วยแต่มันสั้นไปดูแล้วสู้เวทีนี้ไม่ได้ เพราะมีวีดีโอพรีเซนต์ประกอบง่ายกว่า)

ผู้บริหารบอกว่า ROSS is not ROBOT

หากแต่เป็น an umbrella term ของ 4 ส่วนประกอบด้วยกันคือ

1) Learning อันนี้เค้าบอกว่าระบบจะทำหน้าที่คล้ายเป็นเครื่องจักรแห่งการเรียนรู้

ที่สะสมข้อมูลเพิ่มไปเรื่อยๆ ถ้ามีตัวบทกม.ใหม่ๆ ออกมาหรือมีคำพิพากษาใหม่ออกมา

ระบบก็จะรวบรวมข้อมูลไปใช้ประมวลผลต่อไปแบบเพิ่มพูน

2) Speech เค้าโม้เลยว่าเราเน้นให้ ROSS มีคุณลักษณะการโต้ตอบด้วย

ภาษาพูดเหมือนคนให้มากที่สุด คล้ายเราพูดกับ SIRI ในโทรศัพท์

(เราสามารถพูดภาษาบ้านๆ ได้ แต่ ROSS ประมวลผลเป็นความเข้าใจด้านภาษากฎหมายได้เอง)

3) Vision แน่นอนว่า ปัญญาประดิษฐ์ย่อมต้องอาศัยสเต็ปในการพัฒนาในก้าวเท่ามนุษย์

ช่วงแรกด้อยกว่ามนุษย์ แล้วค่อยๆ ทันมนุษย์ และล้ำขึ้นแซงหน้ามนุษย์ (อันนี้เติมเอง เค้ายังไม่บอก)

โดยระบบจะออกแบบให้มีลักษณะเป็น Cognitive computing ประมวลผลอัจฉริยะ

และด้วยความชาญฉลาดของมัน มันเลยมาขัดปัญหาเรื่อง Technophobia

ให้กับคนที่มารับการปรึกษาที่มีปัญหากลัวการใช้เทคโนโลยีด้วย

ประมาณว่า ใช้ง่ายจริงๆ นะจ้ะๆ เหมือนนั่งคุยกับคนจริงๆ

4) Language รองรับหลากหลายภาษา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขึ้นศาลประเทศอะไร สบายๆ

ตอนนี้ ROSS ยังมีสโคปเฉพาะแค่สายงานกฎหมายล้มละลายเท่านั้น

อันนี้เป็นเฟสระยะเริ่มต้น ที่ได้รับการตอบรับจากสำนักงานกฎหมายเข้าใช้งานแล้ว

แน่นอน เฟสต่อไปของ ROSS Intelligence น่าจะขยายออกไปครอบคลุมทุกด้าน

อีกหน่อย เจ้ามือในตลาดหุ้นไทย อาจต้องเรียกใช้บริการ ROSS

แทนสำนักงานกฎหมายที่เราแอบส่องวันนี้อยู่ก็ได้ใครจะรุ หุหุ

HANA # ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน ยิลด์ปันผลก้อท่าจะดี

hana graph.JPG

HANA ถ้าเจ้าเป็นสายกราฟ ก็ต้องบอกเลยว่า

เป็นสายกราฟที่ชอบแกล้งผึ้งตลอด

รอบไหนรอบนั้น เข้าปุ๊บมันต้องตบลงให้ดอยก่อนตลอด รอบนี้ก็เหมือนกัน

รอบนี้สะดุดตา HANA จากบทวิเคราะห์ที่หลายโบรคแห่แหนออกมาพร้อมๆ กัน

เริ่มตั้งแต่ KTBST 05/10/2017 (ไฟล์บทวิเคราะห์กดที่นี่ HANA 20171005 KTBST )

อ่านรอบแรกก็อื้อหือ แต่เห็นกราฟแล้วยังไม่กล้าซื้อ

ตั้งหน้าตั้งตาลงแหงๆ แท่ง Bearish Engulfing ซะขนาดเน้

ผ่านไปได้แปปนึง  KGI ออกตามหลังมา 19/10/2017 (ไฟล์บทวิเคราะห์กดที่นี่ HANA_20171019_KGI )

ตอนแรกที่อ่านก็แค่หายโง่ขึ้นมานิดหน่อย

ได้รุว่า ชิ้นส่วนของ IPHONE X  พี่ดอกไม้เป็นคนผลิตกะเค้าซะด้วย

(HANA ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ดอกไม้ ที่กลายเป็นชื่อเล่นของชาวหุ้นใช้เรียก HANA)

จนกระทั่งมาอ่านบทวิเคราะห์รายอุตสาหกรรมของกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคของ Trinity ถึงได้เห็น

(ไฟล์บทวิเคราะห์กดที่นี่ ETRON_20171024_TRINITY )

มาร์เก็ตแชร์ของ Ios เทียบกับ Android 15:85

ถ้ามองผ่านๆ น้อยเนอะ แต่ถ้าลองคิดดูว่า Android คือ การใช้แพลทฟอร์มรวมกันของผู้ผลิตมือถือกี่ยี่ห้อ

แล้วพอย้อนกลับมาดูแอปเปิ้ล เริ่มหล่อขึ้นมานิดๆ เนอะ 1/7 คิดง่ายๆ ของมือถือทั้งหมด

Capture

แต่ที่เด็ดคือ บทวิเคราะห์อ้างอิงผลสำรวจของ KPMG ที่ระบุว่า เทรนด์ของโลกจะพุ่งไปทางไหน

ปรากฎว่า Fuel Electric Vehicles กับ Market Growth in Emerging Market

ซึ่งเป็นไลน์การผลิตที่ HANA เก่งกาจ ยังคงเป็นเทรนด์หลักสำดับที่ 3 และ 5

อันแปลได้ว่า เป็นกิจการที่ยังมีอนาคตในช่วงอีก 8 ปีข้างหน้า อ่านแล้วคิดว่าไง

เป็นบวกต่อ HANA แหงแซะแบบเน้

Capture

แต่…ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ซื้อนะ แค่เริ่มแอบมอง กราฟไรแว้วว พักลึกแดงยาว

จนกระทั่งอยู่ๆ โบรกก็แห่มาออกบทวิเคราะห์ HANA  รัวๆ พร้อมกัน ตามประสารีวิวก่อนงบออก

เริ่มต้นจาก AIRA (ไฟล์บทวิเคราะห์กดที่นี่ HANA_20171024_AIRA )

ค่ายนี้เร้าใจเม่าด้วยประเด็น PCB กลับมาเติบโตต่อเนื่องหลังซบเซามานาน

Capture

SCBS (ไฟล์บทวิเคราะห์กดที่นี่ HANA_20171024_SCBS )

ฟาก SCBS โน้มน้าวเม่าด้วยประเด็นที่ว่า ยอดขายเซมิคอนดักส์ จากรายงานของ SIA พุ่งปรี๊ดดด

แถมบริษัทคู่แข่งก็ติดขัดผลิตไม่ทัน เลยได้ยอดสั่งซื้อเพิ่มมา เร่งให้ยอดขายของ HANA พีคหนักขึ้น

KSS (ไฟล์บทวิเคราะห์กดที่นี่ HANA_20171024_KSS )

ฝั่งกรุงศรีเอาตัวเลขกำไรคาดการณ์มาล่อ บอกเม่าว่า 770 ล้านเชียวนะกำไรอ่ะเธอ

บิ้วด์เพิ่มให้ฮือฮาว่า โตจากยอดขาย 170 ล้านเหรียญ แถมกำไร FX อีก 125 ล้านเหรียญ

โอ้ววว แม่เจ้า ไม่มีหุ้นจะดีหรือ ?  ถ้าได้ยินซะขนาดเน้….

เท่านั้นไม่พอ ขู่เราอีกว่า ผบห.กำลังเจรจากับลูกค้าใหม่

เพราะ Utilization ของโรงงานที่ลำพูนยังเหลือรันได้อีก 40%

ถ้าได้งานนี้มา เห็นท่าปีหน้าปันได้หุ้นละ 2 บาท อู้วหู้วววว ตู้วู้วววว มั่กๆๆๆ

กลัวเม่าตกรถไม่เข้าใจ เลยแนบตารางเทียบให้ดู ย้ำว่า ยิลด์พี่ดอกนี่ดีสุดในกลุ่มเลยนะเอ้อ

Capture

พออ่านหลายๆ เปเปอร์เข้า ข้อมูลมันก็เยอะขึ้น แต่ละโบรกก็เชียร์ขึ้นคล้ายๆ กัน

เพียงแต่…แต่ละเปเปอร์ก็มีตัวเลขและข้อมูลเชิงลึกมาประกอบต่างกันไป

แต่เม่าอย่างเราก็ย่อยข้อมูลตามไป ก่อนประมวลสรุปได้ว่า งบน่าจะไฮเป็นประวัติกาลตามโบรคว่า

พอไปเหลือบดูกราฟ ก็ม้วนๆ ตัวแถวๆ Lower Band รุสึกได้ว่า Stop ต่ำดีน่าลุ้น

ไปชะโงกดู EMA อ่ะดีเลย ดูทรงไม่น่าหลุด EMA 144

(ผึ้งใช้ EMA ด้วยเลข Fibonacci  13  34  89  144  เส้นสีเทาคือ 144)

Capture.JPG

เลยคิดว่า น้องๆ ควรสนใจ HANA ก็ไปบอกห้อง 13 ว่า อ่านบทวิเคราะห์ HANA ซะ

สรุปคนอื่นอ่านไหม ไม่รุ แต่มีน้องแอนอ่านและสรุปมา 1 คน

น้องจับประเด็นได้ถูกต้อง ผึ้งก็พึมพำไปเบาๆ ว่า หา DW Call ซะ

แน่นอนว่า วันที่ 25 มันไม่ไปไหน

วนเวียนอยู่แถวเดิม ขึ้นแล้วย่อ กวนตามประสานังดอกไม้สไตล์เดิม

เราก็มีหงุดหงิดนิดหน่อย (หรือมากหว่ะ 5555)

จนกระทั่งเปิดมาวันนี้ ก็ได้ฤกษ์ลากราคาขึ้นมาจริงจัง

Capture

หุ้นตัวนี้เวลาลาก เจ้าจะลากที่ละ 8-10 ช่อง เป็นสายเอาจริง ไม่เหยาะแหยะ

เรียกว่า ได้ใจเม่าขาคอลกันเลยทีเดียว

โดยเฉพาะเป้าราคา 57 นี่อัพไซด์บานเลยนะ (บทวิเคราะห์หมายถึง 2018 น่ะ)

เวอร์ไปไหม 57 ก็คิดว่าไม่น่ะ เพราะอะไรนะเหรอ ?

ใครๆ ก็รู้ว่า ชะตากรรมของ HANA ผูกพันอิงแอบอยู่กับรายงานสรุปของ SIA แต่ไหนแต่ไร ชะม้ั้ยยยยยล่ะ

(SIA : Semiconductor Industry Association)

แล้วดู KTBST เค้าเขียนสรุปไว้สิ แหมอ่านแล้วใครจะใจแข็งไม่เคาะดอกไม้มาดมได้ล่ะเนี่ย

 

Capture.JPG

สรุป … เรามาฝึกตัวเองให้อ่านบทวิเคราะห์กันนะ วันละ 1 บริษัทก็ได้

2 เดือน เราจะรุสึกได้เองว่า เรามีมุมมองใหม่ๆ ต่อหุ้น ต่อตลาด

และที่สำคัญที่สุด…ต่อการกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุนของเราที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ลองดูนะ ไม่มีอะไรที่เราลงแรงไปแล้ว ไม่เกิดประโยชน์

อ่านวันแรกๆ ตีความไม่ออก แยกแยะย่อยข้อมูลยังไม่ได้ อันนี้ปกติมาก

อ่านสะสมความรู้ไปเรื่อยๆ เด๋วจะเริ่มตกผลึกได้เอง

Quote of the Day : อ่านเยอะไม่ตาย อ่านน้อยตามเพื่อนไม่ทัน ^___^

 

 

 

มีความกระโตกกระตาก # BTS-W3

BTS-W3.png

กระดานบิกลอตท้ายตลาดวันนี้ ดูพี่เจ้ามีความใจร้อน

กระโตกกระตาก อาจมองว่า ส่งออเดอร์แจ้งตลาดหลังตลาดปิดแล้ว

น้องมาร์ก็เลิกงานแล้ว รายย่อยก็ปิดจอแล้วกระมัง

ไอ้ครั้นเห็นแล้วจะไม่สนใจก็ไม่ได้

บิกกันไป 10% ของวอร์แรนต์ทั้งหมด

อะไรทำให้คนที่ซื้อไปสนใจวอร์แรนต์ราคาต่ำตม

และมีพรีเมี่ยมจัดขนาดเน้ พี่เค้าคิดจะทำอะไรกัน

premium

เราไม่รุหรอก ว่าเค้ารุอะไรมา เค้าเตรียมการ จะทำอะไร

เรารุแค่ว่า เค้ามีกัน 4 คน ถ้าเค้าแบ่งครึ่งเท่าๆ กันจะไม่มีใครมีหน้าที่ต้องรายงาน 246-2 เลย

ยกเว้นแต่เจ้าของเดิมที่ต้องรายงาน เราก็รอว่าอีก 3 วันจะมีใครปรากฎตัวแจ้งเราหรือเปล่า

(แน่นอนว่า คนขายอาจมี 4 คน และด้วยจำนวนก็ไม่ต้องแจ้ง นั่นก็ได้อีกเช่นกัน)

bts.JPG

ถ้าลำพัง พรีเมี่ยมของราคาแปลงแล้ว ใครเล่นนี่ใจกล้ามากๆ นะ

แต่……. เช่นกันทุกครั้งเราต้องแวะไปดูกราฟก่อน

เพราะเราสัมผัสได้ชัดเจนจากบิกลอตวันนี้ว่า เราได้กลิ่นรายใหญ่

กราฟแม้จะทำนิวโลว์ให้หวั่นไหว แต่ถ้านับระลอกก็ครบ 5 ขาเป็นที่เรียบร้อยดีงาม

และมีอาการเลี้ยงตัวออกข้างในกรอบแคบๆ

ส่วนตัวมองว่า มีความน่าสนใจและมีเสน่ห์เจ้าที่ยวนเย้าท้าทายมาก

BTS Graph.JPG

แอบไปส่องความเคลื่อนไหวของ NVDR เพิ่มสักหน่อยก่อน

เพื่อประกอบการคาดการณ์ เราควรเห็นการฟูๆ บวมๆ ของ NVDR เป็นเครื่องยืนยันสักนิด

ผลการตรวจสอบพบความบวมๆ แม้จะไม่มาก แต่พบการกระตุกเพิ่มขึ้น

Capture.JPG

คะเนอาการทรงนี้อยากได้ทุนดีก็ต้องต้องซื้อราคา

ไม่ชอบรอก็ไปไล่ราคาต้องระเบิดตัว ก็แล้วแต่สะดวกว่าถนัดแบบไหน

ซื้อราคา ซื้อเวลา เลือกเอาตามสะดวก ตามเห็นสมควรเหมาะแก่นิสัยได้เลย

Principle # RAY DALIO

Ray Dalio เป็นเทรดเดอร์มากฝีมือที่ประสบสำเร็จคนหนึ่งของวงการ

เขาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองไว้ในหนังสือชื่อ Principle

ตอนได้หนังสือมา ความรู้สึกแรกคือ น่าจะน่าเบื่อ เพราะมีตัวอักษรลายพร้อยไปหมด

แต่…เราก็สะกดจิตตัวเองด้วยคำพูดที่ผู้คนถ่ายทอดกันมาว่า

คุณต้าน แห่ง Mudley Group บอกว่า เป็นหนังสือที่ดีที่เทรดเดอร์ควรอ่าน

เอ้า….กัดฟันอ่านกันไป

ฟิลลิ่งแรกคือ มันช่างเป็นข้อเท็จจริงที่เราทุกคนต่างรู้อยู่แล้วทั้งนั้น (แต่จะทำนองรู้ดีแต่ทำไม่ได้นะจ้ะ)

อ่านไปช่วงแรกไม่ชอบอ่ะ แต่บอกตัวเองว่า 20 หน้า วันละ 20 หน้า 10 วันก็จบ

แต่ไม่น่าเชื่อ เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ผึ้งกลับชอบหนังสือเล่มนี้

มันขยี้ความรู้สึก มันกระแทกใจ มันหลอกด่าเรามาตลอดทาง

เพราะเราทำแต่สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราท้อแท้ง่่าย เรามักง่ายหวังผลลัพธ์แบบฉับพลันทันที

อันนี้เป็นตัวอย่างที่ขอหยิบยกมาให้ดู

= = = = =

คนทั่วไปจะให้น้ำหนักค่อนข้างมากกับผลลัพธ์แรกที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ

และเลือกที่จะไม่สนใจถึง…ผลลัพธ์และผลข้างเคียงถัดมา

ซึ่งจะทำให้การไปถึงเป้าหมายนั้นยากขึ้น

นั่นเพราะว่าผลลัพธ์แรกมักจะตรงข้ามกับผลลัพธ์ถัดไป

มันเลยเกิดความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงในการตัดสินใจ

ยกตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย

ซึ่งผลลัพธ์แรกที่ได้คือความเจ็บปวดในช่วงระยะเวลาการออกกำลัง

แต่ผลลัพธ์ที่สองคือความแข็งแรงของร่างกาย

หรือ การกินอาหาร เราชอบอาหารหวานๆ ขนมหวานๆ

ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์แรกที่ได้คือความอร่อย

แต่ผลลัพธ์ที่สองคือสุขภาพ ความอ้วน

ถ้าเป้าหมายของเราคือสุขภาพที่ดีแต่เราไม่สามารถก้าวข้ามผลลัพธ์แรกได้

เราก็จะไม่สามารถไปถึงจุดหมายเราได้

= = = = =

มันสะท้อนเทรดเดอร์ได้เลยนะ

ถ้าเราเริ่มต้นจากการพยายามเรียนรู้แค่เล็กน้อย

แล้วคาดหวังผลลัพธ์ของกำไรในทันที แถมโลภอยากได้เยอะด้วยนะ

แล้วพอเราไม่ชนะอย่างที่คาดหวัง เราก็ไม่มองไปถึงขั้นถัดไป

เราท้อ เราบ่น เราเหนื่อย เราเลิก

กลับไปสู่โหมดไม่สู้เพราะผลลัพธ์ให้ผลที่ไม่สอดคล้องกับความพยายามที่ลงแรงไป

ชีวิตนักกีฬาถ้าซ้อมแปปเดียวแล้วลงแข่งชนะทันที

การเป็นแชมป์ก็คงไม่ได้มีค่า มีความหมาย มีราคาสักเท่าไหร่ว่าไหม

ใครพยายามหนักมาก แต่ผลลัพธ์ยังไม่ดี ก็ขอให้พยายามต่อไป

เพราะผลลัพธ์ท้ายสุดจะตรงกันข้ามกับผลลััพธ์แรกอย่างสิ้นเชิง เชื่อเหอะนะ ^___^

= = = = =

โหลดหนังสือ Principle ตรงนี้นะ แอดไว้ให้ เผื่อใครสนใจอยากอ่าน Principle LAY DALIO

มาแบบเหนือเมฆ # MACO-W1

Capture.JPG

การเคลื่อนไหวของ MACO-W1 รอบนี้ต้องบอกว่า

มาเหนือเมฆมากๆๆๆๆ

การที่ผู้ถือหุ้นเดิมคนนึง ที่มีหุ้นอยู่แค่ 20 ล้านหุ้น ในรอบปิดสมุดครั้งล่าสุด

เกิดตัดสินใจดอดเก็บวอร์แรนต์ไปดูเล่นถึง 500 กว่าล้านหุ้นในวันสุดท้ายของการซื้อขาย

เค้าน่าจะตั้งใจเก็บเอาไปแปลงเป็นหุ้นแม่ จริงไหม ?

ในเมื่อราคาแปลงตอนนี้ก็ถือว่า พอได้ (ราคาปิดหุ้นแม่เมื่อวาน 2.00 พอดี)exercise

ถ้าคุณวันชัยตกลงใจที่จะแปลงจริงๆ

คุณวันชัยต้องจ่ายเงินค่าแปลงทั้งสิ้น 531,188,400 X 2.00 = 1,062 ล้านบาท

MACOW

ตรงนี้จะมีผลให้ก่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน MACO ในแง่ไหนบ้าง ?

แน่นอน…ว่าส่วนทุนของผู้ถือหุ้นที่บวมขึ้นแบบอลังการงานสร้าง

จากเดิมที่ส่วนทุนมีอยู่ 1,162 ล้านบาท + ส่วนแปลงวอร์ 1,062 ล้านบาท

บริษัทดูหล่อขึ้นมาแบบกะทันหัน เพราะฐานะการเงินแกร่งขึ้นชัดเจน

ซึ่งแต่เดิมฐานะการเงินเองก็ไม่ได้ขี้เหร่ซะด้วย สินทรัพย์มากกว่าหนี้สินพอสมควร

เจอช้อตนี้เข้าไป หล่อขึ้นผิดหูผิดตาเลยจ้า

แต่….เรื่องงบ ผึ้งไม่ค่อยจะได้ให้น้ำหนักเท่าไหร่

มันดีกับบริษัทโดยตรง แต่ไม่ดีกับผู้ถือหุ้นแบบชัดๆ

เพราะจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ปันผลเกิดภาวะไดลูท

หากแต่ความน่าสนใจของ 246-2 มันอยู่ตรงที่

ถ้าคุณวันชัยแปลงจริง คุณวันชัยจะพุ่งจากผุู้ถือหุ้นอันดับที่ 20 กระโดดเฟี้ยวมานัั่งเป็นอันดับที่ 2 ทันที !!!

MACO.png

คำถามที่เราต้องฝึกคิ้วผูกโบว์คือ VGI กับ BTS ยอมให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร ?

เค้ายอมหรือเค้าชวนคุณวันชัยมา ???

แล้วเรายังต้องฝึกผูกโบว์หลายชั้นด้วยการคิดต่อไปอีกว่า

ถ้าเราเป็นคุณวันชัย อะไรที่จะทำให้เรายอมจ่ายเงิน 1,062 ล้านบาท เพื่อแปลงวอร์รอบนี้

เงินไม่ใช่น้อยๆ นะ หลักพันล้านมันเข้าข่ายการลงทุนไม่ใช่การเก็งกำไร

chart.JPG

วอลุ่มในช่วงหลังของมันหลังจากฟีบๆ แฟบๆ มาหลายเดือนก็เริ่มโป่งพอง

การที่เดินหน้าขึ้นมาโดยตลอดพร้อมวอลุ่มที่เริ่มกลับมาหนาแน่นขึ้นอีกครั้งฟ้องอะไรเรา

น่าจะอะไรดีๆ รอกลุ่มป้ายโฆษณาอยู่ไหม น่าคิดเหมือนกัน

ไปหาบทวิเคราะห์ MACO มาอ่าน

เดิม MBKET ให้เป้าไว้ 1.92 ตั้งแต่ช่วงเดือนกค.

แต่ฉบับล่าสุดออกเมื่อเช้านี้ MBKET ปรับเป้าใหม่เป็น 2.46 บาท

รายละเอียดที่น่าสนใจอยู่ในบทวิเคราะห์ แนบไฟล์ไว้ให้เผื่อใครสนใจอ่าน

MACO_20171011_MBKET

กราฟดี เจ้ามี วอลุ่มมา สตอรี่โอเค แหม…. ครบเครื่องอย่างกับก๋วยเตี๋ยวสั่งพิเศษเลยวุ้ย

 

 

In the Name of Chart # BLAND

ปกติผึ้งจะไม่ชอบเล่นหุ้นที่มีจำนวนหุ้นเยอะๆ หลักหมื่นล้าน

หรือมี ff โหดๆ ประหนึ่งหินถ่วง

ซึ่ง BLAND มีครบทั้งสองคุณสมบัตินั้น

แต่….เม่าที่ดีไม่ควรวางกฎควบคุมตัวเองแบบตายตัว

เพราะหุ้นย่อมมีรอบ มีจังหวะของมัน

เพียงแต่ถ้าหุ้นสเปคแบบ BLAND สำหรับการเข้าไปเล่น

ควรต้องมีเงาเจ้าที่ชัดเจนมากหน่อย ว่าแต่เราเห็นเงาเจ้าในดินแดนผึ้งน้อยหรือยัง

BT BLAND

ปกติการดูสถิติ OI คงค้างไม่ควรดูน้อยขนาดนี้

แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นระยะที่เพิ่งก้าวข้ามจังหวะการ Roll Over สัญญามา

ถ้าไปดูถอยหลังช่วงปลายเดือนเด๋วจะได้ภาพชวนงงไปซะป่าวๆ

เพราะงั้นผึ้งเลยคิดว่า การตัดมาเฉพาะเดือนใหม่ ซีรีส์ใหม่เลย น่าจะง่ายสุด

และข้อมูลไม่วุ่นวายหลอกตาด้วย เพราะนี่คือ ของจริงๆ ที่เหลือกันอยู่

นับจากวันที่ 4 ตุลา มันเห็นชัดเจนว่า มีใครบางคนกำลังพยายามเก็บหุ้นตัวนี้อย่างเอาจริิงเอาจัง

เรื่อยมาจนวันที่ 6 ตุลา มันเปลี่ยนไป เป็นเก็บแบบเอาเป็นเอาตาย

แล้ววันนี้ก็ยังเก็บอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เขียนบลอค OI คงค้างของวันนี้ัยังไม่ออก

Capture

แต่เชื่อว่า มันจะเพิ่มขึ้น จะมากหรือน้อยไม่รุ แต่น่าจะเพิ่มขึ้น

ทำไมถึงคิดไปเองแบบนั้น มาดูกราฟดินแดนผึ้งน้อยกัน

Capture.JPG

ความพยายามในการปิดแก๊ปกำลังเกิดขึ้น

Doji วันนี้บอกเราว่า ขอคิดแวบนึงว่าจะกระโดดขึ้นไปเลยหรือออกข้างอีกสักพักดี

โดยส่วนตัวเชื่อว่า พรุ่งนี้จะเป็นแท่งเขียวที่แน่นไปด้วยเนื้อเทียน

ส่วนเนื้อเทียนจะยาวแค่ไหนนั้น ไม่รุเหมือนกัน

ทำไมเชื่อแบบนั้นก็ถ้าใครสักคนทุ่มเทเหลือเกินที่จะกวาดหุ้นไปกอดไว้

เค้าคงไม่ได้มาเพื่อออกข้างใช่ไหม ถึงพักออกข้าง แต่ก็พักเพื่อไปต่อ

ถ้ายอมเผยตัวโจ่งแจ้งมาแล้ว คงไม่ใช่สายใจเย็นป่ะ

แต่จริงๆ เค้าใจเย็นกว่าที่เราคิดเยอะเลยนะ

เพราะว่า …… เค้าเดินหน้าเก็บหุ้นมาตลอดทางกว่า 193 ล้านหุ้น

ตลอดช่วงเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่เคยแจ้งขายออกมาแม้แต่ครั้งเดียว !!!!!!

Capture.JPG

ภาพนี้ capture ยอดซื้อมาไม่ครบนะ ภาพมันยาว แค่ยกมาให้ดูตัวอย่างให้อุ่นใจ

ว่าเจ้าสัวนั้นอยู่ในเกมนะจ้ะๆ

ราคาปิดวันนี้โดยส่วนตัวมองว่า เป็นแนวต้านสำคัญที่ 61.8%

แต่ถ้าเราเห็นเงาเจ้าชัดขนาดนี้ หุ้นตัวนี้ควรขึ้นไปทำนิวไฮได้สบายๆ อยู่ล่ะ

ส่วนตัวไม่มี BLAND นะคะ แต่เห็นว่า กราฟสวย และมีเงาเจ้า

เผื่อใครสนใจอยากเล่นลุ้น asset ที่ซ่อนไว้ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู

ก็น่าจะลองหาบทวิเคราะห์ของ BLAND มาอ่านดูค่ะ

รางวัลที่ตลาดมอบให้เม่า เป็นรางวัลของคนขยันและลงมือทำเสมอ

เสริมนิดนึงคะ เพิ่งค้นเจอว่า สแกนเราเจอ BLAND ด้วยอ่ะ

No automatic alt text available.

In the Name of Chart # ML

ML

ตัวนีี้ไม่ได้เจอเอง น้องต้นสแกนติดวันที่ 12/09/2017

น้องเอามาให้ส่อง เราก็มองว่า BB บีบสวย

ก็พูดเบาๆว่า ทำการบ้านกันหน่อยคร่า

ไอเดีย hidden bull ที่ฟังคุณนาสอนมาวันก่อน เอามาใช้เร็วววว ได้เป้าเท่าไหร่

น้องๆ ก็เคาะๆ ตัวเลข วงกลมราคาเป้าหมายมา ก็มติเอกฉันท์ เราต้องมี ML

จากนั้นก็นั่งเฝ้ากันไป จ้อง Bid Offer จ้อง Volume  Buy Sell ไปทุกวัน

ถ้าจ้าวเป็นปลาทอง ก็คิดว่า คงมีท้องกันบ้าง จ้องกันซะขนาดเน้

จนในที่สุด 21/09/2017 พี่จ้าวก็ออกอาการอดรนทนไม่ได้ หลังจากใจเย็นมานาน

คว้าหมับไป 5.6 ล้านหุ้น ไม้เดียวเหน่งๆ

ml volume.png

อ้าววววววววเฮ้ยยยยย จะเบรคแล้วๆๆๆ อัดเพิ่มตามไป

มีตบเม่าสั่งสอนสะบักสะบอมกันไป แต่ก็อดทนเพราะตราบใดที่กระทิงยังคงซ่อนแอบ

เราก็ยังหายใจต่อไปได้ แค่…รอ

จนกระทั่งเมื่อเช้า 27/09/2017 เราก็เห็นหน้าตา Bid Offer ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

เหมือนว่า การรอคอยของเราทุกคนได้สิ้นสุดลงแล้ว

ตัดสินใจหลังไมค์หาหลายๆ คนที่เราอยากให้เค้ามีของติดมือไว้

รวมทั้งย้ำน้องเบาๆ ว่า ของขวัญวันเกิดที่พี่ให้ ควรจะได้เวลาเติบโต

แต่ช่วงเช้าก็จบลงแบบไม่เป็นอย่างที่เราคาด

จนกระทั่งเปิดบ่าย จ้าวดูฮึกเหิมและใจร้อนมาก เปิดฉากทันที

ml today.png

พร้อมๆ กับที่ MIDA  ML  ML-W2  รัวขึ้นบนทิกเกอร์แบบละลานตา

เสียงกรีสของทีมเขมรเงินผ่อนก็ดังขึ้นแทบจะทันที

ก่อนปิดสวยงามเกินบรรยาย ด้วยวอลุ่ม 1/2 เท่าของแท่งวอลุ่มไฮของปีก่อน

ถ้าทำมาซะขนาดนี้แล้วจะเอาแค่ 10 ตังค์ หนูว่า พี่จ้าวคงไม่ลำบากนั่งเก็บของมา 4 เดือนหรอกนะ

Untitled.png

ที่สำคัญ การบวมปูดขึ้นมาแบบกะทันหันของวอลุ่ม NVDR แบบนกรู้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เกมนี้จะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะตอนที่สแกนของหม่อง ร่อนติด ML ตามหลังน้องต้นมาแค่ไม่กี่วัน

เป้าสแกนที่ระบบหาให้เรา ทำให้เราตาพองยิ่งกว่าปลาทอง

ใจเต้นยิ่งกว่าทองขึ้นตอนคิมน้อยยิงขีปนาวุธ ฮ่า………….

 

 

 

 

When a man is a MAN # TSF

มีทติ้งรอบ 4 จัดวันที่ 19 มีนาคม 2560 รอบนั้นทีมผึ้งเลือก TSF มาพรีเซนต์

เรานำเสนอจุดขาย 2 จุด คือ หุ้นเรามีจ้าวคนใหม่แอบซ่อนอยู่ (ตอนพรีเซนต์เรายังไม่รุหรอกว่าใคร)

เพราะรายชื่อการปิดสมุดรอบ 16/03/60 ยังไม่ออก (แจ้งปิด 16 แต่ public ในเว็บ settrade) 20 มีนาคม

TSF XW.png

จุดขายที่สองของทีมเราคือ หุ้นอาจพลิกจากขาดทุนกลับมากำไรจากการรับรู้ตั้งสำรองหนี้

ถ้ากทม.เซ็นยุติข้อพิพาท (แต่ประเด็นนี้เราไม่ได้หวังมาก ทีมเราชอบหุ้นมีจ้าวเป็นหลัก)

และแล้ว 365 (ชื่อเล่นของ TSF Three Sixty Five) ก็แทบจะบินได้ในเช้าวันจันทร์

เพราะรายชื่อปิดสมุดที่ออกมา มีรายชื่อของขาใหญ่ นามสกุลดัง เข้ามาถือแบบเงียบ

ถือในสัดส่วนเกินร้อยละ 5.0 มาถือตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเพิ่งมา ถ้ามองโลกในแง่ดี

TSF 16.png

แต่ผ่านไปจนแล้วจนรอดก็ไม่มีการแจ้งอัพเดทเข้ามาใน 246-2

ปล่อยให้เม่าอย่างเราเป็นแม่สายบัวรอเก้อว่า จ้าวเราจะแมนพอ

TSF ทะยานขึ้นฟ้าเดินหน้าทำกำไรให้พี่จ้าวราวๆ 1 เด้ง

ก่อนที่จะปิดฉากลงแบบจ้าวรวย ทิ้งเม่าไว้บนดอยเฉกเช่นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป

แต่แน่นอนว่า พี่จ้าวเลือกที่จะถือจนได้รับสิทธิวอร์แรนต์ (TSF-W4)

TSF XM.png

เหตุการณ์จบรอบผ่านพ้นไปนานมาก จนคนเล่นก็ลืมไปแล้ว

อยู่ๆ พี่จ้าวก็ส่งเอกสารมาแจ้งตลาดวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ว่า

อันตัวพี่นี่หน๊าได้ขายหุ้นออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า

แต่…เด๋วก่อนนะ พี่ขายจริง 26/04/60 แต่พี่แจ้งตลาด 27/06/2560

ช้าปะ ปะ ปะ ไป แค่ 2 เดือนเอร้งงงงงงง ชะเอิงเอย

TSF Sell.png

เด๋วนะแจ้งขายได้อย่างไร ไม่เคยมีแจ้งซื้อ

กลต.คนรับเรื่องคนสงสัยไม่น้อยไปกว่าเม่าอย่างพวกหนูๆ

จึงเป็นที่มาของการขึ้นไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปแจ้งซื้อด้วย

กลายเป็นตำนานแห่งความจ๊าบ แจ้งขายหลังขายจริงไปแล้ว 2 เดือน

TSF Buy.png

และแจ้งขายก่อนแจ้งซื้อที่เคยซื้อมาก่อนหน้านี้นานมากแล้วถึง 8 เดือน

อ้อ ราคาแจ้ง 0.34 ที่บอกว่าซื้อมาราคานี้ หนูขอไม่เชื่อนะพี่

พอดีบ้านหนูมีกราฟ หนูเชื่อข้อมูลที่เห็นในกราฟ ไม่เชื่อพี่หรอกนะ แบร๋ๆๆๆ ไปหลอกเด็กไป๊

โอ้วววววว ม่ะใจ ทำไม่ได้นะตัวเทอว์….

When a man is a MAN, not a women แท้ๆ เลยจ้า

และเมื่อเอกสารถูกนำเข้าระบบ ก็เป็นแบบที่เห็น

ความรู้สึกในใจก็ตามข้อความในภาพข้างล่างนี่เลย

ตลาดหุ้นไทยแลนด์แดนสยาม กับการอะลุ่มอลวยตามวัฒนธรรมแบบไทยๆ

TSF sort

 

 

Conspiracy Theory # CKP

ckp graph.JPG

กราฟเมื่อวาน (30/08/2017) จัดว่าสวยมาก

เทสต์ไฮเดิมพร้อมวอลุ่มที่อลังก่า

เป็นใครจะไม่เผลอมีใจให้ ว่าแล้วก็หวด CKP call มาสิจ้ะ จะรออัลไล

หลังเคาะก็รีบทำการบ้าน ลุ่มนี้ท่านได้แต่ใดมา สวรรค์บันดาลฟ้าประทานหรืออย่างไร ?

เปิดเช็ค BT มาเต็มๆ อ่ะได้ใจน้องเม่าเลยแบบนี้

การเริ่มย่ามใจ หวดมาไม่ทันไร ไหลจูดลงไปเลยจ้า

อ้าวเฮ้ยยยย ไม่เห็นเหมือนอย่างที่คิด

หรือพี่จ้าวจะปิดสัญญาที่เราคาดว่า L มาบางส่วน รอดูยอด Oi คงค้างละกัน

ผลปรากฎว่า พ่าม พ๊าม พ่าม พ๊ามมมมมม

CKP OI.JPG

Oi ลด กรีสสสสสสสสสสส ไม่จริง

BT เปิดในวัน 24,569 สัญญา แต่ OI แห้งเหี่ยวเหลือ 14,568 สัญญา

กรีสสสสสสส จบรอบเหรอ โอ้ววววว ม่ายยยยยย ไม่พร้อมคัท

งงหนักมาก มาไล่ดูกราฟ หุ้นก็ขึ้น แล้วพี่จ้าวเอาอะไรปิดสัญญา

ckp30

จะบอกว่าพี่จ้าว S มากราฟขึ้นเลยต้องปิดสัญญา ก็เกินจะเชื่อ

แล้วมันอะไร !!!!

ถ้าเรามาไล่ถอดดูกราฟรายนาที ดู Buy Sell Volume จะเห็นว่า หุ้นถูกยกไล่ราคาขึ้นมา

CKP

ชัดเจนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มีแค่ชอตเล็กๆ ที่เกิดวอลุ่ม Sell ออกมาแต่ก็ช้อตเดียว

เทียบวอลุ่มก็ไม่เท่าจำนวนสัญญาที่ปิดไปนะแจ๊ะๆ

เพราะฉะนั้น เหลือเหตุผลเดียวที่ OI ปิดไปได้คือ

Conspiracy Theory เมื่อจ้าวและโบรกสมรู้ร่วมคิดกัน

จ้าวถือสัญญา BT หน้า L มา และต้องการแบ่งปิด แต่ตกลงกับพี่โบรกให้ตั้งวาง Offer

แล้วพี่จ้าวก็ไล่งับ offer ปิดสัญญา L ของตัวเอง

สวิทกับมาถือเป็นหุ้นแทน สร้างวอลุ่มพยุงราคาไว้ได้ แต่ล้อคทำกำไรช้อตแรกไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเขาและเธอรวมหัวกัน เม่าอย่างเราจะทำอะไรได้

กอดคอลรอไป ดีละ เลือกคอลรุ่นหยุดเวลามา ไม่งั้นตายแน่เจอ time decay กินก่อนพอดี

ข้อสรุปอย่างหนึ่งที่ได้จากการเทรด CKP อย่างสม่ำเสมอ

วันไหนมันเบรค วันต่อมามันต้องทุบทุกทีสิน่า

รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังชอบเล่นกับไฟ ก็แมงเม่านิจ้ะ ไม่เล่นไฟจะให้เล่นอะไร อิอิ

รอพี่จ้าวมาลากต่อนะคะ อย่าให้รอเก้อน๊า

มาดูยอด OI วันนี้ กระเตื้องขึ้นนิดๆ เอาล่ะ พอให้ใจชื้น

ckp31

ก้อได้แต่หวังว่า เส้นประสีขาวใน TF Day ต้องการการสะสมพลังเพื่อเดินหน้าต่อไปข้างบน

หวังว่าพี่จ้าวจะตอกบัตรไวๆ ก่อน tdc จะกินหัวน้องเม่านะจ้ะ

 

 

 

Can I see your 59-2 # AMANAH (2)

Capture.JPG

พี่ก็ทำเกินไป พี่มีหัวใจหรือเปล่า ????

รอบแรกพี่เค้าแจ้ง 59-2  ข้ามมาอีกไม่กี่วันทำการ  รอบนี้พี่เค้ามาแจ้ง 246-2

หัวจงหัวใจอะไรจะเปรี้ยวอย่างนั้น เล่นกันแบบนี้เม่าหนักใจ ไล่ตามไม่ค่อยจาทัน

= = = = =

เท้าความตอนเดิมอีกรอบ

17/08/2017 ท่านผู้บริหาร ฐาพล แจ้งขายหุ้น Amanah 46 ล้านหุ้น ราคา 0.90 บาท

โดยระบุวันที่จำหน่ายเป็นวันที่ 15/08/2017 (กรุณาท่องไว้นะจ้ะ วันที่ 15 เด๋วเราจะมีโยงภาคต่อตรงนี้อีกที)

ขายในฐานะผู้บริหารจ้ะ เลยต้องแจ้งใน 59-2

Untitled.png

ซึ่งเราก็เม้าท์มอยถึงความหอยหลอดตรงนี้กันไปใน Can I see your 59-2 Season1 ไปแล้ว

ว่าช่างแจ้งขายในกระดานในราคาที่ไม่ปรากฎในกราฟและวอลุ่มไม่สอดคล้องกับกราฟ

พี่ก็ทำได้ลงคอนะคะ

เอาเหอะค่ะ Season แรกจบไปค่ะ

พอวันที่ 22/08/2017 พี่เค้าก็แจ้งเราใหม่

Untitled.png

แต่อ๊ะ อ้ะ รอบนี้มาแจ้งใน 246-2 ทำไมๆๆๆๆ

ไม่เป็นผู้บริหารแล้วสิท่า ถึงต้องมารายงานฟอร์มนี้แทน

ยังไงๆ เด๋วก่อนๆ คุยกันก่อนสิ

พี่ก็แจ้งว่า พี่ขายวันที่ 15/08/2017 นะคะ

= = = = =

ถ้างั้นหนูขอถามค่ะ หนูมันไอ้หนูจำไมขี้สงสัยนิดนึงนะคะ ถามเยอะหน่อยก็แล้วกัน

ข้อแรก ถ้าพี่ขาย 15/08/2017 ทำไมพี่ไม่แจ้งเป็นก้อนเดียวกันใน 59-2 ไปเลยค่ะ ?

หรือว่า พี่ขายรอบเช้าในฐานะผู้บริหาร และลาออกมาขายต่อตอนบ่ายเป็นคนนอก

เลยต้องแยกแจ้งเป็น 2 สถาน โอ้วววว ไม่เอาค่ะ ถึงหนูไม่ฉลาด แต่หนูไม่โง่นะคะพี่

ข้อสอง เป็นไปได้ไหมคะ ที่ฉบับแรก 59-2 พี่ไม่ได้ขายวันที่ 15/08/2017 !!!!!

เพราะตัวเลขการซื้อขายในกระดานไม่มีราคานี้ และวอลุ่มเทรดทั้งวันก็ไม่รับกันกับจำนวนที่พี่แจ้งขายด้วยอ่ะ

ถ้าให้หนูเดา ขายตั้งแต่ 10/02/2017 ไหมค่ะ ทุกอย่างดูเหมาะเจาะลงตัวพอดี๊ พอดี

แต่…ถ้าใช่ พี่ก็ทำผิดกฎตลาดนะคะ

เพราะเค้ากำหนดให้ผบห.ซื้อขายแล้วให้รีบแจ้งภายใน 3 วันนับแต่ทำการซื้อขาย

ของพี่นี่ถ้าใช่ตามที่หนูเดา พี่แจ้งช้าไป 6 เดือนเอร้งงงงงง

ฟังดูก็อาจจะ…ไม่นานเท่าไหร่ในสายตาพี่

ค่าปรับเค้าคิดตามวันนะคะ แต่ก็นะ ใครจะมานั่งตรวจสอบ

ตลาดเค้าก็ให้เกียรติพี่ในฐานะผู้บริหารที่น่าจะพึงมี “ธรรมาภิบาล” เน๊าะ

ข้อสาม ทำไมต้องขายทอดตลาด หุ้นที่พี่บริหารมาเองกับมือ

มันแย่หรือเลวร้ายถึงป่านนั้นเลยหรือไร

แล้วขายกันราคาแบบนี้ มีใจคิดถึงเม่าที่ดอยอยู่ 2.64 บ้างไหมน๊า…

ว่าแต่ ใครรับหุ้นก้อนนี้ไปหว่ะ งบก็ดูเน่าหนอน ราคาก็ดูต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

แต่เอาๆ มองแค่ดี ขายทอดตลาดให้ต่ำกว่าราคาในกระดานมากมาย

เอามาปาเช้าวันที่ 23 ทิ้งให้หมดก็ยังกำไรล่ะเว้ยเฮ้ยย

Untitled

ข้อสี่ ก็ไม่เชิงสงสัย เอาเป็นว่า หนูอยากให้บริษัททุกแห่ง

รายงานข่าวกับตลาดแบบฉับไวกว่านี้ ให้ทันกินกว่านี้

เพราะถ้า 15/08/2017 ขายต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 ก็แสดงว่า

การลาออกได้มีเกิดขึ้นอย่างน้อยช้าที่สุดก็ 15/08/2017

แต่การที่แจ้งตลาด 22/08/2017 โดยจะอ้างว่ารอผลการประชุมบริษัท

แบบนี้ดูไม่สง่างามคะ มันเนิ่นช้าเกินไป เพราะการอยู่หรือไปของเบอร์ 1 มันสำคัญมากนะนายจ๋า

อย่าให้เม่าเม้าท์ได้คะ มันไม่งาม ไม่อายตัวเองที่กล้าทำ แต่ต้องหัดอายเม่านะคะUntitled

= = = = =

ปล.ทั้งหมดที่หนูพิมพ์มา หนูแค่มโนนะคะ พี่อย่าร้อนตัวนะคะ

ถ้าพี่ไม่ได้ทำ ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ แต่ออกมาชี้แจงก็ดีนะคะ เม่าจะได้เข้าใจให้มันถูกต้อง

อยากได้ยินว่าจริงใจ เอร้ยยย เพลงเค้าร้องว่า อยากได้ยินว่า…รักกัน  ใช่ๆ เพลงเค้าร้องแบบนี้ ^___^

 

 

 

 

Can I see your 59-2 # AMANAH

Untitled

ถ้าเป็นปกติ ผึ้งคงไม่เอะใจอะไรมากนัก

แม้ที่ผ่านมาจะรุสึกว่า ทำไมตลาดไม่เคยเปิดเผยเอกสารใบจริงให้เม่าได้อ่านบ้าง

กระดาษที่แปะแผ่นข้างบน คือ รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร

ที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า 59-2 กระดาษแผ่นนี้สำคัญที่เม่าอย่างเราต้องตามมาอ่านกันทุกสิ้นวัน

59-2 คือ อะไร สำคัญตรงไหน ผึ้งเคยเขียนไปแล้ว หาอ่านในโพสต์เก่าๆ เอานะ

แต่เพราะงบที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินกับตัวเลขราคาขายที่ต่ำตมกว่าราคาในกระดานมาก

อีกทั้งจำนวนหุ้นที่ถูกขายออกมา มันช่างมหาศาลพอที่จะพลิกเกมให้กลับข้าง

ทำให้อาการคิ้วกระตุกต้องบังเกิดขึ้น

เพราะเราเป็นสายกราฟ เราก็ต้องเปิดกราฟมาหาร่องรอย

พี่จ้าวท่านเอ่ยวจีแถลงว่า ท่านขายออก 15 สิงหาคม 2560

จำนวน 46 ล้านหุ้น (ครึ่งหนึ่งของที่เจ้าตัวถืออยู่เลยนะ) ที่ราคา 90 ตังค์

ช่างเป็นการขายแบบแกรนด์เซลล์มาก เพราะตลาดเทรดกัน ave. 1.30 บาท

จริงๆ ราคาขายไม่ใช่ประเด็น การซื้อขายเป็นเรื่องความสมัครใจ

ถ้าคนขายยอมขาย เค้าจะขายในราคาเท่าไหร่ก็ย่อมได้ ถ้าคนซื้อพอใจและยอมซื้อจากเขา

แต่…….ปัญหาคือ การซื้อขายของพี่จ้าวไม่ปรากฎความแท้ทรู (True) ในทางที่เหมาะสม

ไม่มีรายการแจ้ง Big Lot ในตลาด ณ วันนั้น

แถมในแท่งเทียนกราฟก็ไม่ปรากฎประจักษ์พยานว่า ได้ซื้อขายกันในกระดานตามปกติชนเค้าทำกัน

เพราะราคา Low ของวันที่ 15 คือ 1.23 ไม่ใช่ 0.90 ตามที่พี่ท่านได้กล่าวให้การไว้ในรายงาน

Capture

ตกลงพี่ไปซื้อไปขายกันที่ไหนค่ะ ดาวอังคาร ดาวเนปจูน หรือดาวพลูโต

หรือที่หลังบ้านพี่ ????????????

ไม่ว่าพี่จะซื้อขายกันที่ไหน สิ่งที่พี่ควรรู้คือ วัตถุประสงค์ของการกำหนดให้ผบห.ต้องยื่นแบบ 59-2

เพื่อ…………………………?

เพื่อธรรมาภิบาลอันดีงาม ในการที่จะทำให้ท่านผู้บริหารยืนในสังคมได้อย่างสง่างาม

แล้วถ้าพี่ไปแอบซ่อนลักลอบซื้อขาย ในกระดานก็ไม่ใช่ ในบิกลอตก็ไม่มีแบบนี้

ตอนนี้ไม่อยากดูแล้วค่ะ Can I see your voice ?

ขอกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปดู Can I see your 59-2 ? แทนได้ไหมค่ะ

 

 

 

Iceberg or Robot # ปาหี่ จ้าว CNT

CNT.JPG

ด้วยความที่เห็น Trade set up CNT กะลังฟอร์มตัวเริ่มเกม

ก็เลยเคาะเก็บมา อะไรที่มีก็หมั่นดูแลอันนี้ก็เป็นปกติ

แต่…ก็เพราะมีเลยเหลือบมองเรื่อยๆ ตอนแรกนึกว่าเจอ Iceberg

Iceberg คืออะไร ? เผื่อหลายคนไม่รุจัก

กรณีที่เราอยากขายหุ้นลอตใหญ่ๆ

แต่การขายของเราอาจสร้างความกระทบกระเทือนต่อราคาและความรู้สึกของเม่าในทางจิตวิทยา

ตลาดก็เลยออกแบบเครื่องมือให้เราสามารถตั้งคำสั่งขายครั้งเดียวได้

เพียงแต่ซอยไม้ย่อยๆ ของเราออกเพื่อไม่ให้เกิดความหวั่นไหวในตลาด

โดยคำสั่ง 1 ชุดจะซอยไม้ย่อยได้สูงสุด 100 ไม้ เช่น

อยากขายหุ้น 1 ล้านหุ้น แต่ Bid Offer วางกันอยู่หลักหมื่นหุ้น

ขืนวางคำสั่งขายลงไปทื่อๆ เม่าก็วงแตกฮือพอดี

เพราะงั้นก็จะซอยไม้ย่อยๆ ออกเป็น 100 ไม้  ไม้ละ 1 หมื่นหุ้นแทน

เม่าก็จะไม่เห็นตูมเดียว 1 ล้านหุ้น แต่ตัวเลขที่วางจะค่อยๆ งอกออกมาเติม

เมื่อคำสั่งซื้อขายแมตท์ครบ 1 หมื่นหุ้นแรก หุ้นลอตที่ 2 อีกหมื่นหุ้นจึงจะโผล่มา

แบบนี้แนบเนียนดี เม่าไม่ตกใจ รายใหญ่ก็ขายได้ราคา วิน-วินทั้งคู่ (ใครวินกะเอ็งว่ะเม่าถาม)

ตอนแรกผึ้งก็แอบคิดว่า เจอ iceberg เพราะเห็นออกมาหน้าตาแบบนี้

c1550

แต่พอมาแทรคกิ้งหลังตลาดปิด ถึงได้รุว่า วันนี้เจอพี่จ้าวสายโรบอท

ทำไมคิดแบบนั้น มาไล่ดูกันตั้งแต่เปิดตลาด

ตอนเปิดตลาดช่วงเช้าเป็นเม่าเทรดกันตามปกติ

c1000.JPG

แทบไม่มีอะไร แทบไม่เคลื่อนไหว และแทบไม่มีวอลุ่ม

โรบอทตื่นสาย มาตอกบัตรช่วงตลาดบ่าย

แต่ขยันใช้ได้ พอตอกบัตรปุ๊บก็เริ่มงานปั๊บ และทำยาวจนตลาดปิดเลย

c1433

รูปแบบที่สังเกตเห็นคือ ใช้สองวิธีสลับกัน คือ ยิงออเดอร์แบบ fixed ราคาและจำนวนเท่ากันทุกไม้

รัวเป็นชุดๆ เช่น 100 ก็รัว 100 ยาวไป  พอ 200 ก็รัว 200 ยาวไป

กับแบบยิงออเดอร์แบบโรยตัว ลดจำนวนลงเรียงกันในแต่ละไม้ ทีละ 100

มีบ้างบางจังหวะที่ย่ำจำนวน หรือกระโดดข้ามบางช่วงราคาไปบ้าง

พอไม่ให้เม่าสายจับผิดแบบเราเกิดอาการเบื่อหรือแอบง่วงได้

ที่ยิงออเดอร์แบบโรยตัวนี่เลยที่ทำให้แน่ใจว่าพี่จ้าวเป็นโรบอท

และมีช้อตนึงที่เค้ายิงแบบกำหนดช่วงเวลาไว้ให้ห่างกันทุก 6 วินาที

ถ้าเป๊ะซะขนาดนี้ เป็นเม่าก็เก่งไปล่ะ

เด๋วถัดจากนี้จะแปะไล่ตามช่วงเวลาให้ดูเรียงกันไป

มานั่งดูพี่จ้าวสายโรบอททำงานกัน สนุกไปอีกแบบ

c1510

c1546.JPG

c1547.JPG

c1550.JPG

c1603.JPG

c1604.JPG

c1605.JPG

c1607.JPG

c1607.JPG

c1607.JPG

 

c1610.JPG

c1615.JPG

c1616.JPG

c1618

c1619.JPG

c1621.JPG

c1622

c1623

c1624

c1625.JPG

c1627

c162107

 

In the Name of Chart # IT

IT

จริงๆ ก็เล่นไป 2 รอบแล้ว ถนัดขายหมูทุกรอบด้วย

แต่วันนี้เห็นลากทุบท้ายตลาดก่อนลากกลับมาทำราคาปิดโดด

เลยคิดว่า ควรต้องไปส่องดู Tf Week กับ Month สักหน่อย

พอไปดูก็ไม่แปลกใจเลย กราฟสวยทุก Tf แบบนี้

มิน่าจ้าวถึงได้กวนประสาท นวดแล้วนวดอีกอยู่ได้

วันนี้พอว่างได้มา tracking Bid & Offer ตัวนี้

จะเห็นลีลาการยัด Bid Offer เพื่อทำรอบของพี่จ้าว ช่วง 15.39 น. บิดยังไม่กระไร

1539

ผ่านไป 1 นาที พี่แก ยัดทีละ 3 แสน ทั้งสองช่อง เพื่อให้เม่าไล่ราคาขึ้นไป

ผ่านไป 2 นาทีก็ถอนบิดค่อยๆ ปล่อยไหลลง แหมช้อตนี้เกินบรรยายเลยจ้า

1541

1542

แหม….เป็น mm ที่เกินบรรยายจริงๆ จ้า

ถ้าวันนี้ไม่เห็นพี่เค้ายกกลับมาทำราคาปิด คงเล่นแล้วเลิกกันไป

แต่เพราะวันนี้พี่จ้าวมาไล่กลับตอนท้ายตลาด เลยคิดว่า มันเหมือนจะมีอะไรเลยต้องตามไปดู

ถ้าดู Tf Week ก็หวังเห็นการวิ่งยาวไปเทสต์ 6.3 ฟังดูก็เหมือนเพ้อเจ้อ

IT Week

แต่ถ้าดู Tf Month พี่จ้าวฟอร์มตัวมาสวยขนาดนี้ ก็คงไม่เพ้อใช่ป่าว

มาได้สวยแบบมีเทรนด์ ฟอร์มตัวเป็น Higher High และ Higher Low ให้เห็นไปแล้ว

แถม MACD เหนือน้ำแล้วทุก Tf

เสน่ห์จริงๆ ของ IT ใน Tf Month คือ การผ่านมายืนเหนือเส้น horizontal เพื่อกลับไปเล่นโซนบนได้

ถ้าตามหลักการถือรันภาพยาวหน่อย เส้นนี้ถือเป็น Stop loss ได้

แม้ว่าสายเดย์เทรดอาจตกใจเพราะดูจะลึกไม่น้อย

แต่อย่างที่บอก นี่คือภาพของกราฟเดือน

ซึ่งผึ้งมองว่า มันควรจะเล่นโซนบนไม่หลุดกลับไปโซนล่างอีกแล้ว

เพราะงั้นก็ควรเดินหน้ามาทักทาย Horizontal Resistance (เส้นสีเหลือง) ได้ละ

หวังให้ไกลไปให้ถึง เผื่อรอบนี้จ้าวจะกระชากแรงๆ เลิกเป็นตุ๊ดสักที อิอิ

IT Month

 

 

Bid Offer Case Study # FVC-W2

วันนี้ (25/07/2017) FVC และ FVC-W2 หลุดแคชวันแรก

เช้ามาซ่าส์สุดติ่งเปิดกระโดดทันที ให้เม่าไล่ไปจนทำ High ที่ 2.26

ก่อนเริ่มมหกรรมนวดเม่าขอของคืน

มาแกะรอย Bid Offer เคสนี้กัน เห็นร่องรอยการโยกทำราคาของพี่จ้าวว่าไฉไลน่าดู

FVC-w2 BID OFFER 1.png 10.47 น. Offer 3 ช่องแรกเริ่มหนา ขณะที่ Bid ช่องบนบางลดหลั่นกันลงมาก เป็นสัญญาณทุบราคา

10.59 น. Offer ย้ายไปหนาที่โซนล่าง Bid ช่องแรกวางไว้บางๆ และวางหนาที่ช่องล่างสุดชวนให้หวั่นไหวเพราะถ้าไล่จะลงได้เร็วและไกล แต่ช้อตนี้ถ้าไม่วาง Bid แบบบางลดหลั่นกันลงมา ยังมีไม้กลางขวางไว้อีกชั้นแบบเน้ มักจะคุมโซนราคาไว้แถวนี้ เพราะพี่จ้าวทุบมารับของ

11.10 น. สร้างโซนรับของชัดเจนในกรอบ 2.10-2.12 มีเท่าไหร่พี่จ้าวเหมาๆ

11.20 น. โยนรับอยู่ในโซน 2.10-2.12 และเริ่มปรับ Bid Offer กั้นไหลกั้นทะลุทั้งสองฝั่ง

11.37 น. ยังคงเล่นในกรอบ 2.10-2.12 ไม่ไปไหน บังคับให้เม่าท้อและส่งคืนของ

11.53 น. พี่จ้าวยืนยันความตั้งใจไม่ซื้อราคาอื่น จะซื้อแค่ 2.10-2.12

FVC-w2 BID OFFER 2.png 11.53 น. แต่ให้สังเกตว่า หน้าตา Offer ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไป Offer เริ่มเรียงโซนจากบนลงล่างแบบน้อยไปหามาก แน๊ๆๆ ทำไรๆ ใกล้แล้วชิมิ 12.08 น. เริ่มมีการวาง Offer เพิ่มเข้ามาที่โซนล่างสุด (ขอเสริมนอกเรื่องนิดนึงสำหรับจุดนี้  ตรงนี้ให้ระวังถ้าเห็นแบบนี้ลากไม่ผ่านให้ขาย เพราะจ้าวอาจทำรอบสั้นๆ ได้เช่นกัน)

12.14 น. พี่จ้าวลากพรวดเดียวขึ้นมา 5 ช่อง ก่อนจะเริ่มอิ่มตัวเอา Offer มาขวางพรึ่บ

12.19 น. วางกรอบคุมโซนราคาใหม่ ตอนนี้หันมาโยนรับที่ 2.16-2.18 แทน

12.24 น. สังเกตเอา Offer ขวางไว้ที่โซนล่างเพื่อแสดงเจตนายังไม่เอาขึ้นต้องเล่นด้วยกันตรงนี้ไปก่อน วางโซนบนยัดไว้ทั้ง Bid Offer เพื่อเป็นสัญญาใจที่จะไม่ไปไหน เราอยู่กันที่นี่ 2.18-2.20

12.34 น. ปิดตลาดค้างไว้ที่โซน 2.18-2.20 ยัด Offer ไว้โซนบนเพื่อให้เม่าที่รอรมณ์บ่จอยกินข้าวเที่ยงไม่ลง ไม่ลากต่อซ๊ากกกที

FVC-w2 BID OFFER 3.png

14.34 น. เปิดตลาดบ่าย ยังแกล้งเม่าต่อ ถึงจะขยับมาเล่นที่ 2.20-2.22 แต่รอบนี้ยัด Offer มาเพิ่มทุกโซนราคา เอาให้เพลียกันไป

14.37 น. พี่จ้าวจะขยี้หัวใจกันไปถึงไหน วางกันซะระเบิดระเบ้อขนาดเน้ ยังจะทำต่อไหมจ้ะ เม่าเห็นแล้วเพลียฮาร์ท 14.48 น. แรงกดดันเริ่มสัมฤทธิ์ผล เม่าเริ่มยอมคืนของ Offer พี่แกหนาไม่พอ พี่จ้าวยังเริ่มทยอยถอด Bid ออก อ้าวเฮ้ยยยไงงั้น

14.55 น. เจอเม่าหัวแข็งไม่ยอมคืนต้องรีดโหดกันอีกสักที Bid Offer เริ่มสวนทางกันอีกรอบ Bid เริ่มบาง Offer เริ่มบวม

15.11 น. มหกรรมกดดันเม่ายังเดินหน้าต่อไป Offer ยังคงหนาอยู่ แต่ Bid เริ่มกลับมา !!! เอ้อเฮ้ยยย

15.15 น. เหมือนดีใจเก้อ พี่แกทุบไปอีกช่อง เริ่มหวิวเริ่มโหวง ยังไงๆ แต่ก็ Bid หนา Offer บางนิหว่า ต้องขึ้นดิหว่ะ เม่ารู้ เม่าเรียนมา แต่ใจเต้นโครมครามเชื่อไหมล่ะ

FVC-w2 BID OFFER 4.png

15.30 น. และแล้วก็ดูอาการน่าเป็นห่วง เมื่อ Offer กลับมาหนากว่าชัดๆ อีกรอบ ว้ายยยยยย อย่าดิ๊ เสียวเป็นนะเว้ยยย15.51 น. แล้วก็ทุบลงมาตามคาด Bid กลับมาเกลี่ยน้ำหนักกัน แต่ Offer วางหนาๆ ที่ไกลลิบๆ16.16 น. เริ่มในกรอบ 2.14-2.16 เพื่อไล่เม่าเดย์เทรดตามระเบียบ ไม่ขึ้นอ่ะ มีปัญญาก็ห่อดิ๊ ไม่มีก็ขายคืนมาซะดีๆ 16.26 น. ย้ำหัวตะปูอีกหน ขน Offer มาขวาง จะคืนไหม สายร้อนตังค์ต้องยอมจำนน เพราะ 2.22 พี่แกขนมาวางเป็นล้าน 16.37 Random ATC สู้กันที่ 2.16 ตลอดก่อนปิด 2.16 พี่จ้าวได้ของคืนไปพอสมควร พรุ่งนี้อย่าลีลานะพี่ หนูรีบ รบกวนลากไป 2.50 ให้ว่องๆPhoto Credit by เด็กคอร์สเปียโน 

In the Name of Chart # TVT & TVT-W1

TVT ผ่านเข้ามาในความสนใจได้อย่างไร ?

เห็นแวบแรกจาก Ticker ประสบการณ์ที่หุ้นตัวนี้ห่างเหินไปจากความทรงจำนานแล้ว

ตอนเห็นไม่มีกราฟด้วย ต้องเรียกทีมน้องๆ ขอดูกราฟ TVT  TVT-W1

ราคาที่ทิ้งตัวลงมาอย่างยาวนาน และพลิกกลับมาเขียวแท่งแรกได้ คือ

จุดที่สมองสั่งการอย่างรวดเร็ว นับสิ ครบ 5 ขาหรือยัง

แน่นอนไม่ต้องนับละเอียดเป๊ะตามตำราเวฟ เด๋วไม่ทันกิน

ใช้กวาดตานับด้วยความรู้สึกไปก่อนเลย 1 2 3 4 5 น่าจะใช่ ครบแล้ว

ยืนเขียวได้ พอมีวอลุ่ม ตอนเห็นครั้งแรกช่วงตลาดเปิดบ่าย (17/07/2017)

ลุ่มเทรดไปแล้ว 21 ล้าน เอ๊ะ ดูท่าไม่ธรรมดา มีจ้าวมารับของไว้

ย้อนดูลุ่มเก่าหน่อย แน๊….ใครมารับไว้ล่ะเนี่ย ได้ราคาที่ดีซะด้วย

tvt 1114

เข้าไปกดดูข่าวแบบเร็วๆ ไม่มีข่าวอะไร ไม่มีประเด็น

อ้าวเฮ้ยมี วอร์แรนต์ TVT-W1 ช่วงนี้เค้าเรียกกันว่า สัปดาห์วอร์แรนต์แห่งชาติ

ถ้าแบบนี้มีลุ้นล่ะ ว่าแล้วไปดู TVT-W1 หน่อย เจ้าสายฟ้าน้อยมีอาการอะไรไหม

ดูแล้วคิดว่ามีกลิ่นจ้าวจางๆ ยังไม่ชัด แต่คิดว่าได้กลิ่น เก็บไปเยอะเลย 10% จากทั้งหมด

tvt-w1 28

สมองสั่งการโดยไว วอร์แรนต์ลากก่อนแน่ จ้าวมีของในมือแล้วน่าจะ 1/5 ของลุ่มทั้งหมด

แต่ของแค่นี้ก็ยังน้อยเกินกว่าจะเปิดเกมลาก เพราะงั้นแค่ซื้อแล้วรอ

เคาะมาติดไว้ให้อุ่นใจ ลากเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น 23 ตังค์ผ่านได้เมื่อไหร่ วอร์แรนต์จะบินได้

มองกันไปที่ละป้าย  37 ตังค์  45 ตังค์ แบบไม่น่าจะนาน

TVTW1 45

และด้วยความที่เห็นลุ่มเข้าหุ้นแม่ เราก็เลยเฝ้า bid offer คู่กันทั้งสายฟ้าและสายฟ้าน้อย

เลยได้เห็นการกดเอาของของพี่จ้าวแล้ว ขอซูฮก เพราะรีดได้ลึกถึงกึ๋นมาก

ใช้เวลาแค่ 10 นาที และแค่ถอน Bid ที่ยันไว้มหาศาลออกเพื่อปล่อยไหล

TVT 14.png

จากนั้นพอสลัดเม่าที่เกาะตามขึ้นตอนเก็บของเมื่อเช้าได้สำเร็จ

สิ่งที่พี่จ้าวทำคือ เอา Bid มายันต่อ และวางกระสอบขวางคุมโซนไม่ให้ขึ้น

แน่นอน พี่จ้าวต้องการของเพิ่มในโซนราคานี้ 1.50 – 1.51

TVT 15

พี่เค้าจะเล่นตรงนี้ไม่ยอมไปไหน แต่ที่เค้ากดลงไปและยกกลับแบบสายฟ้าแลบได้

ก็ทำให้เราอุ่นใจได้ว่า หุ้นเรามีจ้าว ก่อนจบวันที่ 17/07/2017 แบบไม่มีการลากทำราคาทั้งหุ้นแม่และวอร์

แต่ต้องยอมรับว่า ช้อตนั้นเป็นการทุบเอาของแบบช่วงเวลาไพร์มไทม์กันเลยทีเดียว

TVT 5 min

แต่พอเปิด 18/07/2017 จ้าวก็ออกตัวทำราคาสายฟ้าน้อยก่อนเลย

ลากกันกระหึ่มจาก 20 ตังค์ไป 36 ตังค์  วันเดียวบวก 80% ก่อนทุบหมุนทำรอบใหม่

ปิดวันแบบทิ้งไส้ยาวให้เม่าคัทไปตามๆ กัน

แต่เกมไม่ได้จบแค่นี้ พี่จ้าวพักงานไปวันก่อนกลับมาทำรอบต่อ

มีช่วงรีดย้ำกดจาก 36 ตังค์ไป 32 ตังค์ แล้วกระชากปิดที่ 37 ตังค์ ปิดเขียวเต็มแท่ง!!!

เรียกเสียงกรีสสส ได้ใจเม่ามีของไปเต็มๆ

แต่แล้วเสียงกรีสของเช้า 20/07/2017 ก็ดังก่า

เพราะ Bid มาเต็ม แถม Bid ราคาสูงด้วย เปิดพุ่งไป 0.40 ทันที พร้อมวอลุ่ม

มองคะเนดูแล้ว 45 ตังค์ ไม่ได้ยากอะไรจริงๆ

เป็นจ้าวที่ทำราคาได้เร็วสุดชื่อ เจ้าสายฟ้าแลบ !!!!!!!!!!

= = = = =

ปล. ทิ้งภาพ Bid Offer ไว้ให้ดูเปรียบเทียบ

พัฒนาการของการวาง Bid Offer บอกให้รุว่า จ้าวกำลังจะทำอะไรเสมอ

ฉะนั้นถ้ามีหุ้น หรือเริ่มสนใจหุ้นตัวไหน สิ่งที่ควรต้องทำให้เป็นนิสัยคือ

แคป Bid Offer ไว้เป็นระยะ เพื่อติดตามเรียนรู้และเก็บไว้ทบทวน

การลากทำราคา การหมุนทำรอบของพี่จ้าวได้อีกวิธีหนึ่ง

และอย่างที่บอกไป การเฝ้าติดตาม Bid Offer ในครั้งนี้

มันได้บอกใบ้เรากลายๆ ว่า จบเกมจากสายฟ้าน้อย เราต้องสวิชกับไปสายฟ้าแม่

เพราะของที่พี่จ้าวเก็บมาตลอด 4 วันที่ผ่านมา เค้าไม่ได้เก็บมาไว้ดม

แต่เมื่อของพี่เค้าครบและพี่เค้าพร้อม เราจะได้กรีสดังๆ อีกสักรอบก็สายฟ้าแม่

TVTW Bid Offer.png

 

 

 

In the Name of Chart # CRANE-W1

Capture

จุดเริ่มต้นของความน่าสนใจของ CRANE-W1 ในความคิดของผึ้ง

เริ่มต้นจากสรุปข่าวที่ส่งกันตามห้องไลน์ว่า พรุ่งเน้จะมีหุ้นตัวไหนเข้าเทรดบ้าง

พอเห็นจำนวนวอร์แรนต์ของ CRANE-W1 (เครนน้อย) 60,633,189 หุ้น

แหม…ชอบเลย เบาดี ถุกสเปค ว่าแล้วก็ไปเช็คข้อมูลวอร์ตัวนี้รอไว้สักหน่อย

Untitled1

เวลาที่เราเห็นว่า บริษัทไหนชวนเราเพิ่มทุนในสัดส่วนที่ไม่ใช่ 1:1 ให้ร่ายมนต์ใส่ตัวเองเลยว่า

“วิศวกรรมการเงินได้บังเกิดขึ้นแล้ว” จงเริ่มต้นตามดมกลิ่นจ้าว ณ บัดนาว

ดมไปดมมาจนกระทั่งเจอว่า ยอมให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินสิทธิได้ !!!!

คำนี้ถ้าเจอ ต่อไปให้สมองสั่งการสว่างวาบในทันใดว่า

หากราคาหุ้นถูกกดให้ดำดิ่งนับจากวันแจ้งตลาดว่าจะเพิ่มทุนจวบจนถึงกำหนดจ่ายเงินเพิ่มทุน

ให้สันนิษฐานไว้เลยว่า จ้าวไม่ประสงค์ให้เม่ามาวุ่นวายได้หุ้นไป “ทั้งหมดนี้พี่จ้าวจะขอรับไว้เอง”

โดยที่พี่จ้าวจะใช้สิทธิเพิ่มทุนเกินสิทธิ์ทั้งหมดหรือไม่ อันนี้ยากแก่การคาดการณ์

แต่ขอให้เชื่อไว้ก่อนว่า น่าจะมีสิทธิเป็นแบบนั้น

จากนั้นให้ไปตามดูช่วงกำหนดจ่ายเงินเพิ่มทุนราคาหุ้นในกระดานแพงหรือถูกกว่าราคาเพิ่มทุน

ก็พบว่า ราคาอยู่ช่วง 2.00-2.08 ถ้าไม่อยากไดรูทซื้อในกระดานเลยก็ไหวนะ

ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินเรื่องแจ้งใช้สิทธิ แถมได้หุ้นเข้าพอร์ตทันทีไม่วุ่นวาย

ดูทรงแล้ว ไม่น่ามีใครใช้สิทธิยกเว้นคนที่อยากได้วอร์ฟรี

แต่พอมาย้อนดู จำนวนวอร์ที่มีการแจกให้กับผู้ใช้สิทธิก็พบว่า

มีคนใช้สิทธิเพื่อให้ได้วอร์ฟรีไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ตัวเลขนี้ดูจะสอดคล้องกับอะไรบางอย่างในการรับรู้ของเรา

Capture.JPG

มันดูพอดีไปกับ ff เลยแฮะ คนใช้สิทธิคือใครกัน

พอเห็นการเชื่อมโยงของข้อมูลประมาณนี้ เราก็แค่รอดูว่า พี่จ้าวจะเปิดเกมวอร์ยังไง

ก็นั่งเฝ้ามองไปเรื่อยๆ ด้วย Chart 100 ticks แทน เพราะเป็นหุ้นเข้าเทรดใหม่ไม่มีอดีตให้เทียบ

Crane-w1

พอเครนน้อยยกไฮ 2 รอบ ยกโลว์ 1 รอบ

ผึ้งก็รอว่าแนวเทรนด์ไลน์ที่ลากรอไว้ ควรจะยกโลว์ที่ 2 ตรงแถวๆ 57-58 ตังค์ ไม่ควรหลุด

ถ้าทำได้ พี่จ้าวน่าจะลากทำราคาขึ้นไปแน่

แล้วก็จริง หุ้นมาแตะที่โซนราคาที่บอก มีแฉลบไป 56 แวบนึง แต่ด้วยวอลุ่มที่บางมากๆ

แล้วก็ยกกลับมายืนได้ คาดหวังแบบไม่เสี่ยง ขอแถวๆ Uptrend Channel เส้นบนพอ

ไฟโบไม่ต้องตี เยอะไป ไม่อยากดอย เพราะคิดว่าหุ้นเบา จ้าวต้องลากแรงแล้วทุบแรง

พี่จ้าวก็ทำไปตามนั้นๆ จริง

แต่ที่เซอร์ไพรส์คือ พี่จ้าวมาขย่มราคาลงช่วงท้ายตลาดแล้วมาลากปิดโดด

ขายหมูไปแล้ว นั่งมองตาค้างสิจ้ะ จะอัลไล บอกตัวเองว่า ไม่ธรรมดาล่ะ

ลากไฟโบดูหน่อย มีลุ้นได้ถึงไหน 0.91 น่าพัก ระยะหวังผล 1.02 และถ้าครึกโครมควร 1.15

งั้นเด๋ววันที่ 14 มาเล่นต่อได้ตัวนี้

เช้ามาพี่จ้าวเปิดฉากลากขึ้นไป เราก็ไม่อะไร ตกรถรอบนี้ต้องยอมรอขืนไปไล่เฝ้าดอยก่อนแน่

พอไล่ถึง88 มันทุบกลับมา 10 จุด เอาล่ะ ระยะไม่ได้ใกล้เส้นแนวรับเลยรอบนี้

แต่ทั้ง slow stoch กับ %B สั่งให้ไปเก็บสบู่ก้อนนี้มา (ตรงลูกศรแดง)

แล้วก็นั่งรอพี่จ้าวลากกลับขึ้นไป จังหวะทำเกมของพี่จ้าวต้องเรียกได้ว่ามันส์มาก

ก็ลากขายให้ทำรอบ ย่อกลับให้รับ เราก็เล่นบนจังหวะการหมุนทำรอบตามจำนวนหุ้น

ช่วงทำรอบ 4 มีจังหวะที่หุ้นทุบลงมาแรง และกราฟแฉลบตกเส้นแนวรับลงไป (ลูกศรเขียว)

ไม้นี้ยอมรีบคัทออก กำไรที่ได้มายุบลงแบบรู้สึกเซ็งตัวเอง

ก่อนจะเซ็งหนักขึ้นไปอีกเมื่อพี่จ้าวยกกลับเร็วเวอร์

ความโลภสั่งให้เคาะขวาไล่ตามขึ้นไป รอบนี้เห็นตัวเลขใกล้น็อครอบที่ 4

เลยไม่กล้าหวังถึงจุดที่เล็งไว้ 1.02 ตัดสินใจวาง 1.00 เน้นออกได้ชัวร์

พอแมทต์ก็ทุบลงอีกจนคิดว่าน่าจะจบรอบแน่ล่ะ เพราะดูราคากับจังหวะทำรอบน่าจะน็อคกันพอดี

แต่ในที่สุดพี่จ้าวก็ลากกลับ อึ้งย้งเลย เป็นจ้าวที่อยากเห็นหน้ากันเลยทีเดียว

จังหวะที่ขายไปแล้ว ก็นั่งมองพี่จ้าวทำราคาต่อ ประทับใจฝีมือมากๆ ทีมทำราคาทีมเน้

ความสงสัยว่า เทรนด์ไลน์ใน UTC ที่หลุดออกมาแต่ราคายังขึ้นต่อไปได้

ทำให้ได้ฉุกคิดว่า Chart 100 ticks อาจเหมาะกับการดูหุ้นใหม่ในระยะแรก

หรืออย่างน้อยที่สุดอาจเหมาะเฉพาะแค่หุ้นที่ไม่มีการหมุนทำรอบโหดขนาดเน้

เพราะพอสวิทชาร์ทกกลับไป TF 5 min. ก็เห็นว่าราคายังอยู่ในกรอบ UTC

แบบยังห่างเส้นล่างอยู่พอสมควร ไม่ได้แม้แต่แฉลบหลุดเส้นเลยด้วยซ้ำ

เมื่อเทียบกับ 100 ticks ที่หลุดออกมาแบบหลุดแล้วหลุดเลยแต่ราคายังคงเดินหน้าขึ้นต่อเฉยเจ้ย

Capture.JPG

แต่รอบนี้ไม่กล้าตามละ ยอมใจเธอ ก่อนมาทำลากปิดช่วง Random ATC แบบถึงกึ๋น

ไม่ถอดบิดออฟแต่ใช้วิธีดึงบิดไม้ 95 เข้า-ออก

เพื่อสลับราคาปิดโยกขึ้นลง เป็น 2 ราคา 91  99 ตังค์

จังหวะกระพริบที่สลับราคากระโดดข้ามทีละ 4 ช่องได้ ในพริบตา นี่ไม่ธรรมดาเลย

เรียกว่า กระชากวิญญาณคนที่มีของในมือมาก ว่าพี่จ้าวแกจะเอายังไงแน่

ก่อนที่จะท้ายเกมจะมาดึงช่อง 91 ออกช่องเดียวให้มากระพริบที่ 95  99 แทน

แต่ในที่สุดก็ปิด 99 ตังค์ พร้อมวอลุ่มที่น่าประทับใจ 1/6 ของวอลุ่มทั้งหมด

แบบนี้วันจันทร์ไม่ทำต่อก็อย่ามาเรียกพี่เครนน้อย ให้หมองมัว อิอิ

= = = = =

ป.ล. ประทับใจมาก จ้าวแบบนี้ ใจถึง บ้าบิ่นมาก

2 วัน ปั่น 1 เด้ง หมุนทำรอบรวม 7 รอบ (อย่าลืมว่า วอร์ตัวนี้มีแค่ 60 กว่าล้านหุ้นเองนะ)

วันแรก หมุนทำ 2 รอบ

วันที่สอง 5 รอบ เฉพาะวันที่ 2 วอลุ่ม 330 ล้านหุ้น ธรรมดาซะที่ไหน

 

 

 

 

รักหมดใจ…เมื่อดีลนี้ของ BROOK คือ MONO

หนังสือชี้แจงรอบแรกของ BROOK ให้รายละเอียดน้อยมากเกินไป

ก็ได้แต่เดาถั่วกันไป แต่เดาได้แบบไม่อยากจะเชื่อตัวเอง 555555

แต่หนังสือชี้แจงรอบสองมันชัดมาก ว่าดีลนี้ของ BROOK คือ MONO

แหม…แบบนี้เอาใจกันไปเลยล่ะกัน

พอออกตัววันมีทติ้งว่า เลือก MONO แค่นั้นล่ะ

ชาวบ้านก็เย้ยหยันแกมเหยียด แต่ก็ไม่ว่ากัน

ต่างคนต่างเล่นดีที่สุด เพราะส่วนตัวผึ้งเองก็ไม่ได้คิดว่า

MONO ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง แค่พื้นฐานใช้ได้ ไม่ขี้เหร่

ปีนี้ไม่ใช่ปีทองของ MONO ผึ้งจำได้ว่า ผึ้งย้ำไปแบบนี้วันพรีเซนต์

แต่ปีหน้า มาวัดกันที่ฝีมือจ้าวล่ะกัน ก็สายกราฟนี่นะ จะเอาพื้นฐานไปสู้อัลไลลลล

Believe in Graph , Trust in Chao, Love in PETE

ใช้ใจเคาะซื้อไปเรยยยยยย จบน่ะ

MONO 29