PREB # Pre Built VS Predicted Price

capture

เมื่อสักสองอาทิตย์ก่อน อยู่ๆ มีคนถามผึ้งว่า ขอหุ้นถือรันเทรนด์สักตัว

ผึ้งถามน้องกลับไปว่า เอาจริงเหรอ ? (คือ ผึ้งไม่ใช่สายรันเทรนด์ไง เหมือนจะขอผิดคนชอบกล)

น้องบอกเอาจริงๆ ก็เลยแจก PREB ไป

ทำไมเลือก PREB (ต่อไปจะเรียกนางว่า น้องเป๊ป) ?

แอบเห็นเธอติด F6 (เห็นครั้งแรกตอนเดือนพย.)ก้อเลยไปส่องดู หุ้นไรนิ

กดดู TF Day  อุ้ยๆๆๆๆๆ Inverted Head&Shoulder ตาพองสิจ้ะ

แต่ตอนนั้นผึ้งก็ไม่ได้กดนะ ไม่มีตังค์ล่ะ ตอนนั้นกะลังหลง APURE อยู่เต็มรัก

แต่่กะน้องเป๊ป คือ รุสึกดี บอกตัวเองไว้แบบนี้

ว่าแล้วก็ขยับไป TF Week  ยิ่งอุ้ยๆๆๆๆๆๆ พอไปส่อง TF Month ตาแทบหลุดออกจากเบ้า

พยายามเล็งดูว่า ตัวนี้เหมือนรอได้ นิดๆ จ้าวเพิ่งเก็บของช้อตแรก

เราซึ่งไม่มีตังค์ เข้าทางกันพอดี รอเราก่อนนะน้องเป๊ป

จนกระทั่งวันที่น้องขอหุ้นรันเทรนด์ ก็ไปชะโงกดูอีกรอบก่อนมาตอบน้อง

PREB นะคะ ถือสัก 2 เดือน

ปรากฎว่า บอกไปได้วีคเดียว น้องเป๊ปกลับมาติดชาร์ท F6 กระดานเล็ก (23/01/2017) อีกล่ะ

ผึ้งก็ตะหงิดๆ ว่าสงสัยรถจะออกแล้ว แต่ตังค์ไม่มีนะสิ

ไปหวด VNT มาเต็มฟัดก่อนวันหลุดแคช 555555

ก็บอกตัวเองว่า คงไม่มีวาสนาต่อกันล่ะตัวเน้ อยู่โหมดทำใจร่มๆ พยายามไม่คิดมาก

จนกระทั่งมีน้องมาทักเรือ่ง PREB ผึ้งเกิดความรุสึกลังเลมากว่า

ผึ้งควรทำไงดี หรือจะขายหมีพูห์ไม้ที่เพิ่งรับมาไปดี

ไปนั่งมองพอร์ตตัวเอง มองไปมองมา เฮ้ยยยย AH ตอนนี้ทุนเท่ากันกะน้องเป๊ปเลย

ถ้าผึ้งสวิท AH –> PREB นี่ไม่เลวเลยนะ ถึงจะเพิ่งกำไรไม่กี่ช่อง

ถึงผึ้งจะอ่าน AH แล้วรุสึกได้ชัดเจนว่า เป็นบริษัทที่พื้นฐานกิจการดีก็เหอะนะ

แต่ธุรกิจที่ซับซ้อน มีบ.ย่อยเยอะราวกะเห็บหมาแบบ AH ก็คาดการณ์อะไรยากไปหมดเหมือนกัน

แต่จริงๆ ไม่ใช่ ต้องยอมรับว่า ไอ้ซับซ้อนไม่มีผลต่อการตัดสินใจมากเท่า

AH มันนวดแรงไป ทะลุทุนผึ้งไปก็สามรอบ จนโมโหซะมากกว่าที่ทำให้เลือกสวิทตัว

พอคิดได้ก็ไปบอกทีมบิสให้มูฟจาก AH ไป PREB  กัน

เมื่อกราฟสวย เอาหุ้นมาแล้ว ก็ได้เวลาตามไปดูว่า กิจการนี้ดีสมที่กราฟขึ้นมาจ่อแบบนี้ไหม

= = = = =

PREB (PRE-BUILT)

p.JPG

หุ้นเบาอ่ะ มีแค่ 308 ล้านหุ้น แต่ FF 66% (แต่เทียบกับสัดส่วนหุ้นแล้วก็ยังถือว่าเข้าข่ายว่าหุ้นเบาอยู่ดี)

PE ตอนนี้เพิ่ง 8.05  แต่บทวิเคราะห์คาดกันว่า ควรอยู่สัก 10 ขึ้น (เดาว่าให้เครดิตอิงตาม PE Syntec)

คู่่แข่งในธุรกิจที่เด่นๆ มีแค่ SYNTEC กับ แสงฟ้าก่อสร้าง (บ.นี้อยู่นอกตลาด)

ถ้าหุ้นเบาๆ แบบนี้ จ้าวต้องเก็บพยายามเก็บไม่ให้โฉ่งฉ่างมากนัก

แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันโฉ่งฉ่างกว่าที่คิดเยอะเลย

แต่นิสัยจ้าวคนนี้คือ ถ้าเก็บคือเก็บติดๆ กันหลาย 3-4 วัน

PREB วอลุ่ม.png

ส่วนตัวเชื่อว่า ตัวนี้จ้าวเก็บของไปได้ ราว 1/4 ของ FF (ตัดทิ้งส่วนผู้ถือใหญ่ออกไปนะ เค้าไม่เอามาเล่นในกระดาน)

เข้าตอนนี้เลย รถยังไม่ออกนะจ้ะ ต้องอดทนให้เป็น ให้เวลาจ้าวเก็บ่ของอีกสักพัก

นานไหมสักครึ่งเดือนล่ะกัน อันนี้เดาจากระยะสะสมพลังสองรอบของเค้านะ

ถ้าชอบหุ้นดีมีอนาคต กำไรบวม ก็เคาะมาแล้วนั่งรอให้เป็น

โซนนี้จะเป็นโซนนวดรอบสุดท้ายเชื่อแบบนั้น –> เพราะอะไร ?

ตามไปดูเพชรน้ำงามเม็ดนี้กัน

= = = = =

PREฺB ตัวบริษัทเองทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เน้นงาน Low Rise (ต่ำกว่า 8 ชั้น) กับ High Rise (20 ชั้นขึ้นไป)

บ.ประเมินแล้ว Mid Rise มาร์จิ้นต่ำ เมื่อเทียบกับ High Rise เลยโฟกัสไปที่ High ไปเลย

เน้นรับงานก่อสร้างให้กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก

กลุ่มลูกค้าก็โครงการบ้านจัดสรรและคอนโด อย่าง LH  AP  SC  QH  ANAN

ช่วงหลังมีการขยายงานเริ่มรับงานที่ปรึกษาโครงการให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพม่าด้วย

ผบห. ย้ำวางยุทธศาสตร์หลักของบริษัทเน้นไปที่การรักษาระดับ Backlog เฉลี่ยให้ได้ 9 พันล้านบาทต่อปี

ซึ่งมีความสามารถในการรับงานก่อสร้างระดับ Turnkey Project ทำครบวงจรตั้งแต่ให้คำปรึกษาและก่อสร้างจนเสร็จ

โดยสัดส่วนงานก็ตามนี้ โครงการบ้านจัดสรร : งานรับเหมาทั่วไป : งานประมูลส่วนราชการ (76 : 18 : 6)

= = = = =

ตัวบริษัทแม่มีการลงทุนในบริษัทย่อย 3 บริษัท

โดยพยายายามที่จะโฟกัสธุรกิจขยายแบบเติบโตครบวงจรแบบเกื้อหนุนกันเอง

ตอนนี้มี 3 ย่อย โดยให้น้ำหนักกับ 2 บริษัทแรก คือ PCM กับ BUILT LAND

ส่วน ฺBUILT HEART บริษัทเลือกที่จะวางนโยบายไม่มุ่งเน้นกำไร

หากต้องการให้เป็นบ.ที่เข้ามาซัพพอร์ตบริการหลังการขายของบ.ในเครือทั้งหมด

PREB โครงสร้างบ.ย่อย.JPG

PCM ทำแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป (เป็นคู่แข่งกันกับ D-CON มาร์เก็ตแชร์พอๆ กัน)

จำหน่ายพวกวัสดุก่อสร้างจำพวกแผ่น Pre-cast ทั้งแบบคอนกรีตและแบบเสริมใยเหล็ก

มีพวกเสาเข็มด้วย แต่สัดส่วนรายได้ไม่มากเท่ากับแผ่นพื้นสำเร็จ

BUILT LAND พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เน้นการสร้างที่พักอาศัยทั้งบ้านแนวราบ และคอนโดตามแนวรถไฟฟ้า

โดยโฟกัสไปที่พื้นที่มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งโครงการหลักอย่าง The Tempo จะตั้งอยู่ในทำเลทองแทบทั้งสิ้น

ผบห.มีแผนนำบ.ย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาด คาดว่าปี 60 มีธนชาตเป็น FA

โดยมีนโยบายจะให้สิทธิซื้อหุ้น ipo (Preemptive Right)

ตอนนี้บริษัท มี Landbank ในมือพร้อมขึ้น 3 โครงการ (ย่านนนทบุรี  ม.ศรีปทุม อ่อนนุช)

และยังมีวงเงินเหลืออีกเกือบ 1 พันล้านบาทสำหรับการจัดซื้อที่ดิน

BUILT HEART บริษัทนี้ไม่เน้นกำไรอย่างที่บอกไป (อย่างน้อยในระยะแรก)

ผบห.มองว่า การดูแลหลังการขายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำ

ทั้งๆ ที่จำเป็นต้องมีไม่ตางจากธุรกิจอื่น (ซึ่งก็จริง)

สรุป บ.นี้เลยตั้งมาดูแลงานหลังการขาย จำพวกนิติบุคคลอาคารชุดและบ้านจัดสรร

ระยะหลังเริ่มต่อยอดไปบริการรับฝากขายหลังซื้อไปแล้วด้วย

ตรงนี้ถ้าคิดทำจริงจัง ก็เป็นช่องทางรายได้ได้เหมือนกันแฮะ โดยเฉพาะคอนโดที่คนนิยมซื้อเก็งกำไร

= = = = =

ดูพื้นฐานกิจการไปแล้ว มาดูงบกิจการกันบ้าง ล้อตามกันไหม

preb-%e0%b8%87%e0%b8%9a

งบเทียบปีต่อปี (ปี 59 แค่ 3Q เองนะยังขนาดนี้) งบปีจะขนาดไหน

มาร์จิ้นดีขึ้นเยอะเพราะอะไรมันต้องมีสาเหตุสินะ

แล้วดูพี่จ้าวสิ พี่เรียกแขกกันโจ่งครึ่มมาก กัวเม่าไม่เห็นสินะ

พี่จ้าวเล่นทา “ไฮไลต์สีเหลือง” เองเลยนะในรายงานข่าวที่แจ้งตลาด

บวกวงกลมสีน้ำเงินสองวงเข้าไปด้วยกันสิจ้ะ แล้วคำนวณที่อัตรากำไรสุทธิที่ 13%

พี่เค้าโตก้าวกระโดดมาก 200% เทียบ YoY

เฮ้ยยยยยย มันโตแบบเด็กยักษ์มาก ถ้ามีชื่อภาษาญี่ปุ่นคงต้องเรียกมันว่า “ไจแอนท์”

สรุปชื่อไทย แม่ตั้งให้ “น้องเป๊ป” ชื่อญี่ปุ่นชื่อ “พี่ไจแอนท์” ตามนี้นะ

ตอนนี้โบรกกรุงศรีคาดการณ์เบื้องต้นว่า มีสิทธิลุ้นปันผล 0.73 บาท (คาดช่วงไตรมาส 3)

แต่ผึ้งกะฟลุคกดเครื่องคิดเลขแล้วคิดว่า เกินนี้แน่

ปกติบริษัทบอกว่า นโยบายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไร

ซึ่งสถิติปันที่ร้อยละ 60 ของกำไรมาโดยตลอด

ถ้าปันบนพื้นฐานสถิติเดิมเฉลี่ยร้อยละ 60 เราน่าจะเห็นน้องเป๊ปปันผลโตเป็นเด้งเลยจ้า

ตรงนี้น่าจะเป็นแรงไดรว์ราคาหุ้นขึ้นไปสินะ  อิอิ

= = = = =

มีอะไรหมกเม็ดไหม มันโตอะไรเวอร์วังขนาดนั้น ??? ราวกับปี 59 คือปีทองของน้องเป๊ป

ผบห. เพ้อไปเอง ลวงตาเม่าไหม 3 เดือน รายได้ 1,700 ล้านบาท มาดูความเป็นไปได้กัน

ไม่น่าเชื่อ มีคนเห็นอนาคตของน้องเป๊ปตั้งแต่ปี 58 (บทวิเคราะห์วันที่ 03/02/2015)

นักวิเคราะห์ของ DBS เขียนไว้ชัดๆ ว่าปี 59 เป็นปีทองของน้องเป๊ป ให้ซื้อลงทุนซะ

PREB DBS.png

ในบทวิเคราะห์พูดถึงการรับรู้กำไรในปี 59 ว่า

โครงการ Tempo สาทร-วุฒากาศ ที่จะผลักดันกำไรน้องเป๊ปทะลุนิวไฮ

DBS คาดไว้ตอนนั้นว่า น้องเป๊ปงบปี 59 ควรโต 57% (YoY) แล้วปี 60 โตต่ออีก 15%

โดยยอดโอนจะทยอยรับรู้ใน Q4/59 ตามที่ผบห.แจ้งไฮไลท์สีเหลืองนั่นแระ ราวๆ 1.7 พันล้าน

แต่จากตัวเลข 3Q ที่แจ้งตลาดอย่างเป็นทางการไปแล้วบวกกับที่จะรับรู้จากสาทร-วุฒากาศรอบแรก

มันยิ่งกว่าที่โบรคประเมินไว้เยอะมั่กๆๆๆ  เครื่องคิดเลขในมือสั่นไปหมดแล้วจ้า ฮ่า…..

PREB com analy.png

มาดูฝั่ง LH Securities วิเคราะห์กันบ้าง (220/02/2015)

ฝั่งนี้ก็เห็นศักยภาพของ สาทร-วุฒากาศเหมือนกัน เค้าบอกว่ายังไงนะเหรอ

การโอนโครงการนี้จะมีนัยต่อประเด็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็น 21% (เพิ่มขึ้น6.5%)

ส่งผลให้กำไรโต 77% กระตุ้นให้กำไรพุ่งทะลุแบบประวัติการณ์เป็น 568 ล้านบาท

(แต่ก็น้อยกว่าที่เรากดเครื่องคิดเลขตามไว้อยู่นะ เด๋วมาดูตอนงบออกกันว่า 700 ล้านไหม อิอิ)

สรุปโบรกมองบวกต่อตัวหุ้นมากๆ ว่า เป็นการเติบโตของ CAGR ที่ก้าวกระโดดมากๆ

LH Securities ให้ราคาเป้าหมายไปถึง 20 เลย วิธีคิดที่เค้าคำนวณ ผึ้งไม่เข้าใจหรอกนะ ยากไป

ลองอ่านในบทวิเคราะห์ที่แปะให้เอาละกัน ใครสายงบควรคิดตามได้ว่า ถูกไหม ฝันจะเป็นจริงตามนั้นไหม

(สรุปทั้งสองโบรกยังวิเคราะห์แค่ประเด็นการรับรู้ยอดโอนนะ ยังไม่เลยไปถึงประเด็นเอาหุ้นเข้าตลาดนะ)

Capture.JPG

สรุปทั้งสองโบรกมองราคาหุ้นขั้นต่ำ 18+ ทั้งสองค่าย (DBS ให้ 18.6  LHให้ 20)

ส่วนผึ้งบอกตรงๆ ยังไม่วัด Fibo เลย แต่อย่าลืมนะ เราเห็น Inverted Head & Shoulder

19 บาท … ไม่น่าพลาดนะ (และเท่าที่อ่านมา ราคานี้ควรเป็นราคาที่ยังไม่รับข่าวประเด็นเอาบ.เข้าตลาดด้วยนะ)

แต่…เราจะยังไม่ไปไกลถึงการเพ้อถึงการบุคกำไรพิเศษจากการเอาหุ้นลูกเข้าตลาด

เรากะถือแค่ 2 เดือนพอ เราจะไม่รีบเพ้อเจ้อไป เอาแค่ 19 บาทก่อน ตอนนี้ 15.9

การเพ้อไปสัก 3-4 บาท ก็ไม่ได้เวอร์อะไรไปนะ ถ้าจะว่าไป

ยิ่งถ้าเราหันไปมองน้อง SYNTEC ที่หลับหูหลับตาวิ่งหน้าตั้งมาจาก 3.5 มา 5.95 ได้

ทำไมน้องเป๊ปจะวิ่งแรงๆ บ้างไม่ได้อ่ะ หุ้นออกดี กำไรออกบวมซะขนาดเน้ …… เห็นด้วยป่ะหล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ป้องกัน: HW # แก้กันอ้วก

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

Price Map # DW Selection

S__4202499.jpg

เมื่อวาน (24/01/2017) โค้ชชลเขียนเรื่อง

เทคนิคการเลือก DW เพื่อเก็งกำไรควรพิจารณาเลือกจากอะไรระหว่าง

Effective Gearing กับ Sensitivity

อ่านลืมตามไปอ่านกันนะ โค้ชเขียนได้ดีมากๆ ชัดเจน (เพจเทคนิคDW)

= = = = =

ถ้าว่ากันตามจริงการใช้ APP –> DW Scanner

ช่วยลดงานให้เรากวาดตากรองหาค่ายที่เหมาะสมกับจริตของเราได้แบบรวดเร็ว

โดยเฉพาะในหุ้นที่สุดแสนจะ popular แบบ PTT

ที่ออก dw กันทุกค่าย จนบางทีเห็นแล้วเหนื่อยเวลาจะเลือกเล่น

เพราะรุสึกต้องเลือกกันนานกว่าจะหาเจอว่า ค่ายไหนที่ตอบวัตถุประสงค์การเทรดของเราได้

แต่…สรุปแนะนำเลยว่า เรายังจำเป็นต้องพึงพาแอพนี้เพื่อลดภาระงาน

แอพดี โหลดฟรี มีติดเครื่องกันไว้

= = = = =

สืบเนื่องจากเมื่อวาน หัวข้อการเลือกด้วย Sensitivity กับ Effective Gearing

ผึ้งจะไม่พูดถึงแล้ว เพราะโค้ชอธิบายไว้ดีมากอยู่แล้ว

มาพูดถึงทริคการเลือกดีก่า เพราะผึ้งว่านอกจาก Sensitivity แล้ว

เม่าที่เทรด dw ต้องมี Sense ในการฉวยโอกาสด้วย

Sense นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเราเอง แต่เราต้องพึงพา Price Map (ตาราง DW ของแต่ละค่าย)

ไปดูเคส BEC วันนี้กัน (25/01/2017) ผึ้งเปิดการบ้านหมู่ในห้อง Active DW ทิ้งไว้ตามนี้

= = = = =

bec-buy-signal

การบ้านหมู่ # BEC Call

พี่บอกว่า BEC ณ ราคา 18.7 เกิดสัญญาณซื้อ

แล้วสมมติว่า เราดันรุอีกว่า วันนี้เต็มที่ทำไฮได้แค่ 19.0

ถ้าเราเลือกเทรด dw เราจะเลือกค่ายไหน เพราะอะไร ?

= = = = =

Bec dw.jpg

ถ้าเป็นผึ้ง เราก็เอาแอพมาช่วยก่อน มีค่ายไหนบ้างที่มี BEC Call ให้เล่น

มี 3 ค่าย  23 (SCBS)  27 (RHBOSK) 42 (Maybank Kimeng)

กติกาข้อแรก อย่ากังวลค่ายไรว่ะเนี่ย ป่าช้ามากๆ

เล่นไปเลย ถ้าเค้ามีตาราง และตารางตรง ซึ่งทั้งสามค่ายนี้มี Price Map ทุกค่าย

ผึ้งเชื่อว่า ใครที่เคยอบรม DW มาแล้วต้องเลือกค่าย 42 อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะ Sensitivity และ Effective Gearing ดีที่สุด

อืมมมม …ก็จริงนะ แต่ถ้าผึ้งเล่น ผึ้งจะไม่ตัดสินใจเพียงแค่จากข้อมูลเหล่านี้

แล้วผึ้งจะเลือกยังไงเหรอ เราไปดูกันทีละค่ายละกัน

= = = = =

BEC27C1702A

bec27.png

อันดับแรก ผึ้งเขี่ย 27 ทิ้งก่อนเลย

เพราะมัน Deep Value เล่นไปก้อกินหญ้าไป ถ้าดันไปเคาะค่ายนี้

ค่ายเค้าไม่ได้โกงเม่านะจ้ะ แต่การที่แม่วิ่งไปจนถึง 19.60 ราคา call ก็ยังเท่าเดิม

เพราะอย่างที่บอกช่วงเวลาที่ออก หุ้นแม่เป็นขาลงแบบ Full Stream Downtrend มากมาตลอดทาง

จนทำให้คอลเกิดภาวะ Deep Value ไปซะก่อนนั่นเอง

ต่อไปอย่าไปซี้ซั้วด่าค่ายว่าเค้าโกงอีกนะตัวเอง

= = = = =

BEC42C1705A

น้องๆ ในห้องส่วนใหญ่ก็เลือก BEC42 กัน (พอดีเคสนี้ time decay พอๆ กัน 42 กับ 23 คือ 3 วันเหมือนกัน)

เหตุผลก็เพราะว่า Sensitivity กับ Effective Gearing ดีสุด <<< ซึ่งก็จริงค่ะ

แต่อย่างที่บอก เวลาเราเล่นเราต้องมีแผนการเทรดถูกไหม มีการคำนวน Risk Reward เสมอ

โจทย์บอกว่า เป้าคือ 19.0

ถ้าเราเชื่อว่าแนวต้านคือตรงนั้น เราต้องเทคกำไรตรงนั้นถูกไหม

แล้วแนวรับเราล่ะ มี Stop loss ไหม

พอเราคิดถึงตรงนี้ สิ่งที่เราต้องคิดเสมอคือ Risk อย่าให้สูงกว่า Reward

แล้วถ้าจะให้ดีให้ Risk ต่ำๆ เข้าไว้

งั้นมาดู Price Map ค่าย 42 กัน

bec42

กราฟเกิด Buy signal ที่ 18.70 ในตาราง Call คือ 0.24

เหลือบตาดูข้างบน 18.80 เปลี่ยน 1 ช่อง ตาราง Call ขยับเป็น 0.25 ทันทีได้ 1 ช่อง

ถ้าเป้าที่มองว่าเป็นแนวต้าน 19.0 ก็ควรขายที่ 18.9 เพราะ Call ค่า Sen.ต่ำกว่า 1 จึงเกิดการย่ำช่อง

ขายก่อนเลย 18.9 ได้กำไร 2 ช่อง อ๊ะฟังดูดีแฮะ

แต่ถ้าเคาะเสร็จมันยืนไม่ได้ไหลลงทำไง ?

เออใช่…ถูกต้องตรงล่ะ Sen. สูงต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มากกว่าเช่นกัน

ถ้ารับความเสี่ยงได้น้อย ยอมตัดขาดทุนได้ 1 ช่อง

ค่ายนี้จะบังคับให้เราต้องคัทถ้าหลุด 18.60 (เพราะจะยังโยนซ้าย 0.23 คืนได้ถ้า Bid หุ้นแม่ = 18.5)

สรุป….

เคสกำไร ซื้อ 18.7 ขาย 18.9 ได้กำไร 2 ช่อง (หุ้นแม่ต้องขึ้น 2 ช่อง)

เคสขาดทุน ซื้อ 18.7 คัท 18.6 ขาดทุน 1 ช่อง (หุ้นแม่ลงได้แค่ 1 ช่อง)

= = = = =

BEC23C1711A

bec23

ถึง Buy Signal จะเกิดที่ 18.7 แต่ถ้าเราใช้ common sense พึ่งพา Price Map

เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อที่ 18.7 เรารอให้มัน 18.8 ก่อนค่อยซื้อก็ได้นิ จริงไหม ^__^

แล้วก็ขายที่ 18.9 ได้ 1 ช่อง ไม่ต้องรอขายที่ 19.0 เหมือนกัน

แต่ดีก่าตรงไหน ตรงความเสี่ยงน้อยกว่าไง

เรายอมรับการขาดทุนได้ 1 ช่องเท่านั้นใช่ป่าววว

ถ้าหุ้นไม่ขึ้น แถมกระแดะลงล่ะ ???

เรายังรอได้นานกว่าคือ หลุด 18.5 (เพราะจะยังโยนซ้าย 0.21 คืนได้ถ้า Bid หุ้นแม่ = 18.4)

 

สรุป….

เคสกำไร ซื้อ 18.8 ขาย 18.9 ได้กำไร 1 ช่อง (หุ้นแม่ต้องขึ้น 1 ช่อง)

เคสขาดทุน ซื้อ 18.8 คัท 18.5 ขาดทุน 1 ช่อง (ยอมให้หุ้นแม่ลงได้ถึง 3 ช่อง)

แบบนี้เหมือน rrr 1:1 ถ้ามองเม็ดเงินที่ได้ ซึ่งดูแย่กว่าค่าย 42 ที่เป็น 2:1

แต่เมื่อราคา call ต้องอิงการขึ้นลงของหุ้นแม่

เราจะเทียบเฉพาะกำไรขาดทุนจากสเปรด call ในการเทรดคงไม่ได้ใช่ไหม

Call จึงมีกรอบการตัดขาดทุนที่ได้เปรียบและเสียเปรียบต่างกันไป (ตามเงื่อนไขที่ค่ายผู้ออกกำหนดสเปคมา)

ตรงนี้ก็เลยเป็นจุดที่เราต้องเอามาวิเคราะห์ด้วย โดยการใช้ Price Map ให้เป็นประโยชน์

= = = = =

มันไม่มีแบบไหนถูกต้องนะ การซื้อ 42 ไม่ผิด การซื้อ 23 ไม่ได้โง่

แค่หยิบขึ้นมาคุยให้ฟัง นอกจากการยืนพื้นเลือกด้วย Sensitivity กับ Effective Gearing แล้ว

เราควรต้องพิจารณาหน้างานด้วยว่า Price Map ของค่ายไหน เอื้อประโยชน์ให้เรามากกว่ากัน

เพราะจังหวะของ Buy Signal ที่เกิดจะเป็นตัวกำหนดว่า เราควรเลือกอย่างไรด้วยเช่นกัน

เราเลือกกำไรเยอะๆ หรือเล่นแบบเซฟๆ   ^O^

 

 

GC # สุดยอดหุ้นเทรดดิ้งปิโตรเคมี

gc-f6

อย่างที่บอกไป F6 (20/01/2017) มันสุดแสนจะเตะตาต้องใจนัก

ไปไล่ดูกราฟ Petro Sector ถ้าด้วยกราฟแน่นอนว่า TCCC น่าจะได้ใจสายกราฟสุด

เพราะ ATH โชว์พาวกันไปแล้วชัดเจน

แต่…เมื่อกาลเวลาได้เปลี่ยนผึ้งน้อยไปแล้ว … หนูไม่เป็นสายเบรคเอาท์ล่ะน๊า….

เพราะงั้นผึ้งว่า GC หล่อกว่า เพราะยังค่อนข้างต้นทาง จ้าวยังไม่เปิดเผยความในใจว่า (เด๋วเกมนี้กรูเอาลิ่ง)

แต้มต่อที่เหนือกว่าคือ อัพไซด์ที่รออยู่เกือบ 1 เด้ง (เสียดายเห็นช้าไปหน่อย)

เมื่อกราฟจะมา งบล่ะพร้อมไป ได้เวลาตามไปดมทำจมูกหมาฟุดฟิดๆ

ดูกราฟเดย์ งงจ้ะ ตามประสาหุ้นสภาพคล่องน้อย

ขยับไปดูวีค แน่ละมีการฟอร์มตัวเป็นอัพเทรนด์ชัดเจน

แต่ยังตะหงิดๆ ว่า ถ้ามาทรงนี้ควรต้องเปรี้ยงปร้างสินะ

คงต้องให้เวลาด้วยเพราะดูทรงอั้นๆ อยู่แบบนี้ ไปดูกราฟเดือนเลย

OMG ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม ฉันเคลิ้มไปรึป่าว

GC month.JPG

RRR มันหอมหวลมากเลย บอกเลยเคลิ้มหนักมาก

ไปดูงบสิ บริษัทนี้ทำมาหากินอะไรเนี่ยยยยย

= = = = =

GC (Global Connections)

GC เป็นตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบและสารเติมแต่งที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปพลาสติกและปิโตรเคมี

จากผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกอย่าง Exxon (เจ้าตลาด เม็ดพลาสติก PP ผสมยาง) /

Eastman (เจ้าตลาดผลิตภัณฑ์ Specialty Product) /

DuPont (เจ้าตลาด POLYAMIDE 66 หรือ NYLON 66) /

Chi Mei (เจ้าตลาด ABS) และอื่นๆ อีกเพียบ

โดยบริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 2109/2557

ลงวันที่ 9 กันยายน 2557 โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการประเภท 7.12

กิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ (International Procurement Office – IPO)

ทั้งนี้ บริษัทมีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการหลายสาย ราว 2 พันราย (จาก 4 พันรายทั้งประเทศ)

= = = = =

ตามไปดู Core Business เค้ากัน มีอะไรบ้างละเนี่ย

core business.JPG

บริษัทแบ่งหน่วยธุรกิจออกเป็น 3 หน่วยธุรกิจหลัก คือ

1. Commodity Polymers ตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทวัตถุดิบพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตพลาสติก

เป็นสินค้าในหมวด Polyethylene และ Polypropylene

(เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในหมวด PE, PP, EVA, PET

เช่น ถุงพลาสติก ขวด กล่องพลาสติก และบรรจุภัณฑ์อื่นๆ โดยจะเป็นวัตถุดิบนำเข้า)

แต่ถ้าเป็น PU จะสั่งจากในประเทศ โดยรับจาก IRPC

(ผลิตภัณฑ์ PU จัดอยู่ในกลุ่ม Themosetting ที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้อีก

ใช้ในอุตสาหกรรมรองเท้า ตู้เย็นตู้แช่ เฟอร์นิเจอร์ และงานก่อสร้าง)

ถ้าเป็นหมวด HDPE LLDPE LDPE จะสั่งจากผู้ผลิตภายในประเทศ เช่น IRPC  PTTPM

HDPE ใช้ในธุรกิจฝาขวดน้ำดื่ม,

LLDPE ใช้ในธุรกิจที่เป็นพลาสติกเนื้อหนาหรือเหนียว เช่น ถัง หรือฟิล์ม

LDPE ใช้ในธุรกิจสายไฟ

ซึ่งเป็นกลุ่มที่มียอดขายสูงคิดเป็นร้อยละ 70 ของกลุ่ม Commodity Polymer

หากเทียบยอดขายรวมทุกธุรกิจ หมวดนี้มียอดจำหน่ายสูงถึงร้อยละ 49 ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัท

(กลุ่มนี้จะให้เครดิตทางการค้าไม่เกิน 30 วัน)

 

2. Specialty & Engineering Polymers เป็นส่วนที่นำเข้า Engineering Product และ Styrenic Plastic

หมวดนี้เป็นสินค้าจำพวกเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ

มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน ทนความร้อน และสารเคมี

จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

โดยในส่วนของ Engineeing Product บริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายจาก DuPont

ซึ่งเป็นผู้ผลิตโพลีเมอร์ภายใต้ชื่อการค้า Zytel. (Polyamide /Nylon) และ Delrin. (Polyacetal หรือ POM)

ซึ่งสองผลิตภัณฑ์นี้ DuPont เป็นเจ้าตลาดที่มียอดจำหน่ายสูงสุด

ขณะที่ Styrenic Plastic มียั้วเยี้ยยุบยับไปหมด อาทิ

GPPS, HIPS, SBC, ABS, SAN, ASA, SMMA, PMMA, PC, และ BR (ว่าแต่มันคืออิหยังละเนี่ย)

บริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Exxon / Chi Mei / Denka / Styrolution

โดยผลิตภัณฑ์เด่นก็มีจำพวกยางสังเคราะห์ พลาสติกกึ่งยาง

ขณะที่กลุ่ม Copolyester และ Cellulose Polymer เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Eastman

ซึ่งหมวดนี้เป็นพสาสติกคุณภาพที่เน้นความปลอดภัยทางชีวอนามัย

นิยมนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง และพสาสติกที่ใช้ในเด็กเล็ก เช่น ขวดนม ถังบรรจุน้ำดื่ม

 

3. Specialty Chemical, Intermediate, and Additives เป็นสารเติมแต่งที่เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

อาทิ สารป้องกันการเกิดปฏิกิริยา Oxidation (Antioxidant) สารช่วยในการก่อผลึก (Nucleating agent)

สารป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย (Antimicrobial agent)

สารป้องกันรังสี UV (UV Stabilizer) สารป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต (Antistatic agent)

สารเพิ่มความใส (Clarifying agent) และสารเพิ่มความขาว (Optical Brightener)

โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายของกลุ่ม Akzo Nobel และ Milliken Chemical

= = = = =

ส่วนโครงสร้างรายได้ของบริษัทก็ตามภาพนี้เลย พึ่งพิง Commodity Polymer เป็นหลัก

ก่อนมาปรับตัวจริงจัง มาเน้น Speciaty Chemical เพิ่มขึ้นช่วง 5 ปีหลังนี้เอง

โครงสร้างรายได้.JPG

หากพิจารณาศักยภาพในการเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ขณะนี้มีเพียง 2 บริษัทเท่านั้น

ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั้ง Commodity Polymers และ Special Chemical

ได้แก่  GC กับ TPC (เจ้าตลาด PVC รายใหญ่ของอาเซียน)

ซึ่งขณะนี้ TPC อยู่ระหว่างดำเนินการเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ หลัง SCG เข้าซื้อกิจการ)

ถ้าเพิกถอนสำเร็จ GC ก็เป็นทางเลือกเดียวในตลาด หากสนใจลงทุนในธุรกิจเทรดดิ้งปิโตรเคมี

ส่วนตารางนี้เป็นรายชื่อบริษัทคู่แข่งอื่นๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์

คู่แข่ง GC.JPG

หากประเมินในแง่ของการเป็น Trading ธุรกิจปิโตรเคมีมีลักษณะเด่นจากเทรดดิ้งอื่นๆ

ตรงที่ความต้องการวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีความหลากหลาย

ทำให้ผู้ใช้วัตถุดิบต้องสั่งซื้อวัตถุดิบหลากหลายชนิด การสั่งตรงอาจยุ่งยากล่าช้า

การรับบทบาทเทรดดิ้งในธุรกิจนี้จึงกลายเป็นจุดแข็งธุรกิจเทรดดิ้งของอุตสาหกรรมนี้ที่สามารถโตได้อย่างยั่งยืน

เนื่องจาก เทรดดิ้งตัวกลางทำหน้าที่นำความหลากหลายของสินค้า (Economy of Scope) มาให้ลูกค้า

ขณะเดียวกันเทรดดิ้งตัวกลางได้รวบรวมกำลังซื้อ (Economy of Scale) มาให้กับผู้ผลิต

official dealer.JPG

ซึ่งประเด็นนี้ส่งเสริมให้เกิดลักษณะกึ่งผูกขาดในรูปแบบของการเป็น Official Dealer

ที่ปิดโอกาสการเข้าสู่ธุรกิจของคู่แข่งรายใหม่

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า มีความเสี่ยงจากการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายได้เช่นกัน

(GC เคยยุติสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับ TPC เมื่อช่วงปลายปี 2555

ก่อนย้ายมาเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับบ.ในเครือของ PTT แทน

สังเกตว่า ยอดขายปี 2556 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ TPC เป็นผู้ผลิต PVC รายใหญ่สุดของอาเซียน)

= = = = =

ว่าแต่…ฐานลูกค้าของ GC เป็นใคร ?

กลุ่มแรก ผู้แปรรูป (converter) เป็นผู้ผลิตซึ่งนำเม็ดพลาสติกและวัตถุดิบที่ซื้อจาก GC มาแปรรูป อาทิ

ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ (SITHAI) / ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) / ยูเนี่ยนพลาสติก (UP) / ไทยซัมมิท (Thai Summit) / พลาสติกและหีบห่อไทย (TPAC) บมจ. อาปิโก้พลาสติก (บ.ย่อยของ AH)  และ ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) เป็นต้น

กลุ่มที่สอง ผู้ค้าที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Trade partner) เป็นกลุ่มที่รับสินค้าของบริษัทไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง กลุ่มนี้มียอดขายประมาณร้อยละ 5 ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท

กลุ่มสุดท้าย บริษัทประเภท Compounder ซึ่งเป็นผู้ผสมสีผสมวัตถุดิบชนิดต่างๆ เข้าด้วยกัน

เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

บริษัทขายสินค้าให้บริษัทประเภท Compounder และยังเป็นพันธมิตรกับบริษัท

ยอดขายจากกลุ่มนี้คิดเป็นร้อยละ 7 ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท

= = = = =

ที่น่าสนใจคือ บริษัทจะมีการจัดเรทติ้งกลุ่มลูกค้าเพื่อพิจารณาปล่อยเครดิตอย่างเหมาะสม

โดยกลุ่มลูกค้า C+ ในปี 2548 บริษัทได้ออกมาตรการทำประกันหนี้เสียของกลุ่มนี้สำรองไว้ด้วย

(ทำตั้งแต่เริ่มเอาบริษัทเอาตลาดหลักทรัพย์ฯ อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ตลาดฯ กำหนดให้ทำหรือเปล่า)

แต่แสดงว่า มีการบริหารความเสี่ยงหนี้เสียได้ดี น่าจะเติบโตแบบมั่นคง ฝากฝีฝากไข้ด้วยได้

= = = = =

มาดูจุดแข็งของบริษัทกันบ้าง

บริษัทมียุทธศาสตร์ที่โดดเด่นในเรื่องของที่ตั้งคลังสินค้า

ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนกิ่งแก้ว ใกล้กับฐานการผลิตของลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์

และไม่ห่างจากนิคมมาบตาพุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตในส่วนที่สั่งซื้อจากในประเทศ

ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าขนส่งได้ดี อีกทั้งเป็นโซนที่ไม่ถูกจำกัดเวลาในด้านการขนส่ง

= = = = =

ด้วยความที่เป็นธุรกิจเทรดดิ้ง ดูเหมือนสิ่งที่ GC เลือกทำ กลับตรงข้ามกันสิ่งที่เทรดดิ้งรายอื่นเค้าทำกันแฮะ

GC วางนโยบายสินค้าคงคลังแบบ FiFo (First in, First out) ในระยะสั้นทั้งหมด (อันนี้ปกติทำกันทุกบริษัท)

โดยกำหนดระยะเวลาเก็บสินค้าเฉลี่ย 19 วัน สำหรับสินค้าผลิตในประเทศ และ 60-180 วันสำหรับสินค้านำเข้า

แต่…ที่ผ่าเหล่าผ่ากอจากเทรดดิ้งอื่นๆ คือ GC ประกาศชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายสต๊อกสินค้าเพื่อเก็งกำไร!!!

อ้าวไหงงั้นล่ะพี่ ปกติเทรดดิ้งมักทำนะ สต๊อกกินส่วนต่างอ่ะ

แต่คงเพราะผู้บริหารเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจคอมโมดิตี้ล่ะมัง ว่าสวิงเปลี่ยนแปลงง่าย

หวังรวยจากการสต๊อก อาจกลายเป็นช้อคจากการขาดทุนสต๊อก (Stock loss) แทน

สรุปเลยกลายเป็นว่าผู้บริหารเลือกที่จะ Loss Prevention ด้วยการไม่สต๊อกเกินจำเป็น (ลดเสี่ยงได้นะ)

ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวมองว่าดี เพราะธุรกิจเทรดดิ้งกึ่งผูกขาดแบบนี้ไม่จำเป็นต้องสต๊อกของเยอะ

เพื่อมารับความเสี่ยงจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของสเปรดราคาปิโตร ซึ่งสวิงค่อดๆ ให้เห็นบ่อยๆ

และอายุเฉลี่ยของสินค้าหมวดปิโตรที่สั้นเพียงแค่ 2 ปี

จึงน่าจะดีกับธุรกิจเทรดดิ้งกึ่งผูกขาดตลาดแบบนี้ด้วยซ้ำ

= = = = =

จากที่ช่วงนี้แอบมีใจมาเทรดหุ้นคอมโมมาหลายตัว อ่านข้อมูลแล้วก็รู้สึกสับสนมาก

ว่าตกลงธุรกิจเทรดดิ้งจะดีหรือจะซวยกันแน่เวลาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ???

มาเก็ทเอาตอนที่อ่าน GC นี่ล่ะ !!!!!

เทรดดิ้งควรจะตีปีกดี๊ด๊าเวลาที่ราคาสินค้าในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

เพราะจะได้กำไรจากการสต๊อกสินค้า ถึงแม้ GC จะบอกว่าหนูไม่เน้นสต๊อกสินค้าเพื่อเก็งกำไรก็เหอะ

แต่จะดีเฉพาะช่วงที่เป็นจุดกลับตัวของราคาสินค้าจากขาลงเป็นขาขึ้นในช่วงระยะ 3-6 เดือนแรกเท่านั้น

เมื่อผ่านไประยะนี้ไป หากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้ายังคงดำเนินต่อไป

จะทำให้ต้นทุนสินค้าแพง และยอดขายหดตัวลงจากการพักการผลิต หรือจากการหันไปหาสินค้าทดแทนอื่น

แต่…ยังไงซะ เทรดดิ้งไม่ชอบเวลาสินค้าปรับตัวลดลง เพราะกลายเป็นซื้อมาแพงแต่ต้องมาขายขาดทุน

ดูเทียบชาร์ทนี้จะเห็นได้ชัดว่า เทรดดิ้งปิโตรราคาหุ้นจะดีถ้าสเปรดปิโตรปรับตัวสูงขึ้น

Capture.JPG

ซึ่งตรงนี้บริษัทบอกว่า จะพยายามเน้นการเพิ่มยอดขายหมวดอื่นให้เพิ่มขึ้น

ไม่พึ่งพายอดขาย commodity polymer แบบที่เป็นอยู่

เพราะในส่วนของ specialty ไม่เพียงแต่จะมีมาร์จิ้นที่ดีกว่า ยังต่อรองราคาขายได้ดี เพราะมีคู่แข่งน้อยราย

ทำให้ยังสามารถกำหนดราคาขายจากต้นทุน+กำไรได้เหมือนเดิม แทบไม่ค่อยกระทบจากราคาตลาดโลกเลย

สังเกตว่า ระยะหลังยอดขายค่อนข้างคงที่ แต่ eps ดีขึ้นจาก net profit margin ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

revenue-eps

นอกเหนือจากการเสี่ยงขาดทุนเรื่องต้นทุน ยังมีอีกเรื่องที่เห็นว่าเป็นความเสี่ยงของธุรกิจนำเข้า

เพราะยังไงเสียยังย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างเคสของ GC เน้นซื้อขายด้วยสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก

ซึ่งบริษัทวางนโยบายป้องกันความเสี่ยงความผันผวนของค่าเงิน

ด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) เมื่อเกิดรายการซื้อขายเท่านั้น

โดยมีนโยบายไม่เก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน จะไม่มีการซื้อขายเงิน US ล่วงหน้าหากไม่มีภาระผูกพันทางการค้า

รวมถึงไม่มีการขายล่วงหน้าโดยไม่ตกลงอัตราแลกเปลี่ยนกับลูกค้าไว้ก่อน

ตรงนี้เลยดูค่อนข้างเซฟมากเลย โดยเฉพาะในภาวะที่ดอลลาร์ดูจะเป็นขาขึ้นแบบเน้

= = = = =

ฟังดูไม่ค่อยมีความเสี่ยงเลยแฮะธุรกิจเทรดดิ้งปิโตร

แต่เอาจริงๆ แล้วกลับมีความเสี่ยงในรูปแบบที่ธุรกิจอื่นเค้าไม่เจอกัน

เพราะการที่เทรดดิ้งแบบหนักไปที่การนำเข้า ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงในเรื่องเงินทุนหมุนเวียน

ซึ่งปัจจุบันระยะเวลาขายสินค้า + เครดิตเทอมที่ให้ลูกค้า = 114 วัน

ซึ่งมากกว่าเครดิตเทอมที่บริษัทได้รับจากเจ้าหนี้การค้าที่ 28 วัน

ฉะนั้นการที่บริษัทมีวงจรเงินสดเท่ากับ 86 วัน (114-28=86)

ตรงนี้เลยกลายเป็นความเสี่ยงไปซะงั้น

เพราะทำให้บริษัทก็ต้องมีหน้าตักกว้างสักหน่อย ต้องกันเงินทุนหมุนเวียนเผื่อๆ ไว้

แต่ก็ไม่ถือเป็นความเสี่ยงที่นอกเหนือการควบคุมนะ จะว่าไป

= = = = =

ถ้างั้นความเสี่ยงหลักของเทรดดิ้งปิโตร ที่เสี่ยงสุดๆ คืออะไร ???

น่าจะเป็นการไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่าย

เพราะอย่างที่บอก ธุรกิจปิโตรเคมีเป็นธุรกิจกึ่งผูกขาด ที่มีผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย

ถ้าทำสัญญาตัวแทนหลุดมือไป ก็หมายถึงยอดขายวูบกันเลยทีเดียว

ปกติสัญญาตัวแทนจำหน่ายจะทำปีต่อปี หรือทุก 2 ปี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของอุตสาหกรรมนี้

ซึ่งเหตุที่จะทำให้ไม่เกิดการต่อสัญญาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ

หากตัวแทนจำหน่ายไม่สามารถทำตามข้อกำหนดของผู้ผลิตแต่ละราย เช่น

ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ผู้ผลิตกำหนด หรือ

เกิดการควบรวมกิจการทำให้เกิดการทับซ้อนของผลิตภัณฑ์

ที่อาจทำให้บริษัทจำเป็นต้องยุติบทบาทการเป็นตัวแทนจำหน่ายของผู้ผลิตบางรายไป

(เคสนี้เคยเกิดกับ GC ที่ไม่ได้รับการต่อสัญญากับ SGC หลังการควบรวมของ

บริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด และบริษัท บีเอเอสเอฟ)

ซึ่งปีนั้นทำให้ยอดขายวูบหายไป 636 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 31)

ซึ่งเคสแบบนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม ก็ต้องรับความเสี่ยงกันไป

= = = = =

ข้อมูลเบื้องต้นของ GC

จำนวนหุ้นทั้งหมด 200 ล้านหุ้น ff 31%

ที่ผ่านมาดูอ่อนแอกว่าตลาดมาโดยตลอด แต่ยังชนะใน Sector เดียวกัน

แต่ ณ ตอนนี้มันประกาศตัวชัดล่ะว่า มันอยากแข็งกว่าตลาด เอาเซ่ะ….

intro.JPG

GC sector.JPG

จริงๆ ไม่อยากให้ดูอิงกลุ่มเท่าไหร่ เพราะอย่างที่บอกไป มันเป็นตัวเดียวที่เป็นเทรดดิ้ง

เพื่อนในกลุ่มเค้าเป็นผู้ประกอบการ ผู้ผลิต กันทั้งนั้น อิงกันม่ะน่าจะดี

เอาเป็นว่าแข็งกว่ากลุ่มมาตลอด และกำลังแข็งกว่า SET ก็พอล่ะกัน

= = = = =

อย่างที่บอกหุ้นเบาจัด 200 ล้านหุ้น มาดูผู้ถือหุ้นใหญ่กันหน่อย

Major shareholder 4 ผู้ก่อตั้งบริษัท (เบอร์ 1-4) ถือรวมกัน 62% เข้าไปแล้ว

mj shareholder.JPG

ถ้างบมาจริง ถ้าคิดจะลากคิดจะทำราคาคงอื้ออึง Ceiling เป็นเรื่องที่ฝันถึงได้

GC มีนัดมา Opp Day 3 มีนา (หลังงบปีออกพอดี อืมม…มองว่าเลือกจังหวะมาได้ดี อิอิ)

ช่วง 2 ปีก่อน GC ออกข่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ตัดสินใจลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน

ด้วยการซื้อหุ้น “โกลบอล คอน เน็คชั่นส์โฮลดิ้ง” จากผู้ถือหุ้นเดิมเกือบ 100%

โดยเป็นการซื้อจากกรรมการ หวังการกระจายการลงทุนของกิจการไปสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน

และเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากรายได้ โดยใช้เงินสดจากการดำเนินงานในการลงทุน

ประเด็นนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร แต่การเริ่มต้นที่ใช้การซื้อหุ้นด้วยทรัพย์สินของบริษัท

แทนการเพิ่มทุนกับผู้ถือหุ้นก็ถือได้ว่า เริ่มต้นได้ดี เป็นการลงทุนเพื่อโต และไม่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นด้วย

เหตุผลที่ทำให้เกิดการแตกไลน์มายังธุรกิจพลังงานทดแทนโซลาร์รูฟ

ก็เนื่องจากบริษัทที่ GC เป็นตัวแทนจำหน่าย ทำธุรกิจแผงโซลาร์รูฟอยู่แล้ว

ทำให้มองว่าเป็นโอกาสที่จะต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งล่าสุดได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว

โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 114.35 KW  เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวง อายุสัมปทานคงเหลือ 23 ปี

ส่วนตัวไม่ได้หวังอะไรกับธุรกิจตรงนี้นะ ผึ้งมองว่าแรงที่จะไดรว์ราคาหุ้นไปจริงๆ น่าจะเป็นผลประกอบการปีนี้

เพราะการพลิกฟื้นของราคาปิโตรเคมี ซึ่งปกติถ้าสเปรดปรับตัวสูงขึ้นคราใด ราคาหุ้น GC ก็มักจะกลับมาร้อนแรงทุกที

ไม่ต้องไล่ราคานะจ้ะ หุ้นมันเบา รอมันพักแล้วค่อยเก็บ แล้วถือรอสักมีนา ไม่ร้อนตามอากาศเดือนมีนาให้มันรุไป!!!!

= = = = =

P.S. ตารางตัวย่อและคำอธิบายสายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

เยอะจริงๆ แปะไว้เพื่อวันหน้าอยากเช็คจะได้กลับมาหาดูง่ายๆ

Petro abbrev.png

 

Petro Sector # รักเธอ เธอไม่รุหรอก

Petro.JPG

โพสต์นี้สืบเนื่องจากการเปิดกระทู้การบ้านในห้อง Active DW

การบ้านหมู่ # Petro Sector

วันนี้ (20/01/2017) กระดานเล็ก F6 มีหุ้นตัวนึงที่เตะตาพี่มาก
จนต้องตามไปดู กราฟ ดูจำนวนหุ้น ดู FF และดูงบ

หุ้นตัวนี้คือ GC หุ้นสังกัดในหมวด PETRO
ซึ่งหลายๆ คนน่าจะได้ยินพี่พูดบ่อยๆ ช่วงเน้ว่า
พี่ชอบกราฟ sector นี้มากๆ
เพราะฉะนั้นเพียงแค่ GC อยู่หมวดนี้
พี่ก็แทบจะไม่สงสัยอะไรล่ะว่าทำไมมันมาติด F6 วันนี้ได้

gc

กราฟเดย์ตัวนี้จะดูยากหน่อย ตามประสาหุ้นที่มีสภาพคล่องน้อย 200 ล้าานหุ้น ff 31%
แต่ถ้าเราเปลี่ยน tf จาก Day –> Week
เราจะพอเห็นการฟอร์มเทรนด์ของหุ้นตัวนี้

Petro week.JPG

เพราะชอบทรงภาพรวมของ petro ซึ่งกำลังจะเข้าช่วงพักตัว
น่าจะเป็นโอกาสเก็บของรอบสุดท้ายของคนไม่มี petro
เรามาทำการบ้านหมู่กันค่ะ

petro-summary

ชาร์ทนี้เป็นตลาดสรุปภาพรวมของกลุ่มปิโตรเคมี @ 20/01/2017

น่าตกใจเหมือนกันนะจะว่าไป

เป็นหมวดที่มียิลด์สูงมากๆ หมวดนึง ทั้งๆ ที่ราคาหุ้นกลุ่มนี้เองก็ไม่ได้แพงมากด้วย

SUTHA นี่ยิลด์ดีมากๆ เลย 7.14%   GC ก็ใช่ย่อย 5.98%

ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งต้องทำการบ้านกันเนอะ ที่ผ่านมาเราพลาดอะไรไปนิ มองข้ามกลุ่มนี้ได้ไง

จากกลุ่มปิโตรที่มีทั้งหมด
คำถามแรก : น้องๆ ชอบตัวไหนกัน ??? (ตอบได้หลายคำตอบ ขอแผนแนวรับ แนวต้านคร่าวๆ และเหตุผล)
คำถามที่สอง : ถ้าต้องเลือกแค่ 1 ตัวมาเทรด จะเลือกตัวไหน เพราะอะไร ?
คำถามที่สาม : ตัวไหนในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจน้อยที่สุด เพราะอะไร ?

นั่นคือ ประเด็นที่ผึ้งเปิดทิ้งไว้

หลายคนแวะมาตอบ มาเชียร์หุ้นปิโตรในดวงใจกัน

อ่อ … เมื่อวานเมาห้องเล็กน้อย จริงๆ จะคุยกับห้อง ACTIVE แต่ดันไปเปิดประเด็นในห้องกระทิง 08

แต่โชคดีที่ในห้องนั้นดันเคยมีอดีตพนักงาน GC

น้องเลยแวะมาแชร์ไอเดียเกี่ยวกับ GC ให้ฟัง

ผึ้งสรุปมาคร่าวตามนี้  (ขอบคุณสำหรับข้อมูลด้วยนะคะ คนให้ข้อมูลขี้อายบอกไม่ให้ลงเครดิต อิอิ)

= = = = =

GC เป็น บ. Trading เป็นตัวแทนจำหน่าย เม็ดพลาสติก ให้ บ. ชั้นนำทั้งใน และ ตปท.

ใน ประเทศ เป็น ตัวแทน ของ เม็ดพลาสติก จากค่าย ปตท

ต่างประเทศ เป็น ตัวแทน ของ DuPont Exxon

เค้าขาย เม็ดพลาสติก ให้ โรงงานพลาสติก ทั่วไปค่ะ (ไทยมีโรงงานพลาสติกราว 3-4 พันราย)

คือ จุดแข็ง อย่างน้อยที่สุดคือ เอาแต่ของดีๆ สินค้าชั้นนำ top 1 – 3 ของโลก มาขายเป็นหลัก

GC หลักๆ เค้า แบ่ง เป็น 3 business unit

1. Commodity plastic กลุ่มนี้ กำไรน้อย ขาย volume เยอะ (ยอดขายเยอะสุดกลุ่มนี้)

2. Engineering plastic กลุ่มนี้กำไรดี (เป็น core business ของ GC)

อะไรคือ พลาสติกวิศวกรรม ???

พลาสติกวิศวกรรมเป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทนทานมากกว่า commodity

ข้อมูลจากในเว็บ GC อธิบายเกี่ยวกับขอบข่ายของ Engineering Plastics / Industrial Products
Automotive parts ไว้ตามนี้ (อันนี้คุณวุธมาช่วยเสริม)

Car & Motorcycle : Interior and exterior parts
Console, Bumper, Door trim, Body side
Engine covered, Muffler covered, Trunk tray, Liner, etc.
Electronic and Appliance Parts
Car & Motorcycle : Interior and exterior parts
Washing machine, Refrigerator, Air-Con, Fan
Transparency packaging
Cosmetic packaging

Office equipment
Flexible Hose/Tube
Woven bag, Film
Toys, Furniture
House ware
Road Marking Paint
Industrial product
Tape & Label PSA

3. Specialty Chemical

4. ตอนนี้ล่าสุด 15 มิถุนายน 2559 บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)

ลงทุนในโครงการ    ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคาอาคาร (PV Solar Rooftop)

กำลังการผลิตติดตั้ง 114.35 กิโลวัตต์  เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวง อายุสัมปทานคงเหลือ 23 ปี

ซึ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจเนื่องจาก Supplier ที่ เป็น ผู้ผลิตเม็ด engineering

เค้าผลิตสินค้ากลุ่ม solar roof ออกมา เลยให้ GC เอาไปต่อยอด

คู่แข่งของ GC เองก็มีเยอะ agent ขายเม็ดพลาสติก มีเพียบ ส่วนใหญ่ เป็น family business

แต่ถ้าในแง่ของ Trading ตัวแทน จำหน่าย เราว่า มี GC เจ้าเดียวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

COLOUR ไม่ใช่คู่แข่งของ GC ค่ะ อาจจะมีแข่งกันบ้างในบางสินค้า แต่เค้าก็เป็นลูกค้า GC ด้วย

= = = = =

น้องทำการบ้านมาแล้ว เราคนตั้งประเด็นก็ต้องทำการบ้านเช่นกัน

แต่…ผึ้งจะขอข้ามไม่พูดถึงกราฟปิโตรบางตัว ซึ่งก็เพราะมันมีเหตุผลบางอย่่างที่มองว่า

ไม่เหมาะเล่นด้วยกราฟ อาทิ UP  WG   YCI

เหตุผลก็เพราะสองตัวแรก มีสภาพคล่องที่น้อยเกินกว่าจะเข้าไปเล่น

ตัวแรกทั้งตลาดมี 25 ล้านหุ้น ตัวที่สอง มี 17 ล้านหุ้น

ทั้งสองตัวกวาดตาดูงบคร่่าวๆ ดีงามพระรามเก้ามาก

แต่เพราะมันดีไง คนถือเลยเป็นบ.ใหญ่ ที่ถือกินปันผล มันเลยยากตรงนี้

ส่วน YCI แขวนห้ามเทรด ออกไป Rehab อยู่

และ TPC ที่ SCG เพิ่งเข้าเทคกิจการและอยู่ระหว่างขอเพิกถอนออกจากตลาด (Delisted)

TPC นี่ดีเวอร์วัง สินทรัพย์และกำไรสะสมโหดมากๆ นั่นคือเหตุผลที่เค้า delisted

ส่วน VNT อะไรที่ผึ้งมองว่าดี ผึ้งเคยเขียนไปหมดแล้ว และยังเชื่อตามนั้นอยู่

เลยไม่ขอพูดถึงอีก เพราะเด๋วเป็น Bias เพราะยังถือหุ้นตัวนี้อยู่

มาเริ่มกันเลยว่า ปิโตรตัวไหนสวยดี น่าสนหรือไม่น่าสนเลย ว่ากันด้วยภาพเลยนะ

ไม่พิมพ์คำอธิบายอะไรเยอะล่ะ

= = = = =

GIFT

GIFT.JPG

GIFT-W1

GIFT-W1.jpg

IVL

IVL.jpg

PATO

PATO.jpg

PMTA

PMTA.JPG

PTTGC

PTTGC.JPG

SUTHA

SUTHA.JPG

TCCC

งบฟื้นเพราะยอดขายเพิ่ม แรงหนุนจากราคาสินค้าภาคเกษตรปรับตัวสูงขึ้น

เกษตรกรเพาะปลูกเพิ่ม ความต้องการใช้ปุ๋ยเลยโตตาม

แต่…หลักๆ โตจากการขยายตลาดไปพม่า

งบปี อาจเห็น eps พีคสุดๆ เลย มั่นใจมากจากกราฟ

TCCC.JPG

TCB

TCB.png

TPA

TPA 1.JPG

TPC

TPC.JPG

สรุป….เป็นหมวดที่ดูดีเกือบจะทั้งกลุ่ม เลือกดีๆ แล้วกันล่ะ  ^O^