เสน่ห์ของหุ้น Rehab อยู่ตรงไหน ??? ตรงวันแรกไม่มีลิมิต Ceiling & Floor นั่นไง

แสงไฟจากประสบการณ์เก่าๆ ของหุ้น Rehab ยังอยู่ในความทรงจำของเม่าตกรถเสมอ

AJP กลับเข้าเทรดวันแรก ราคาเปิดเทรดบวกไป 4,813%

MPG 2,700%  ABICO 2,300%  SMPC 1,845% TWS (TWPC) 1760%  PK 1,125%

แต่ใครบ้างที่จะจำได้ว่า BIG เปิดเทรดบวก 3,084% ฟังดูดีชิมิ แต่…..

(ราคาเปิดเทรด 3.98 บาท ไฮวัน 4.30 ก่อนทิ้งดิ่งปิดตลาดแบบช้อคโลก 2.24 บาท ลบจากราคาไฮเกือบ 100%)

มีเฉพาะเม่าที่ติดดอยเท่านั้นที่จำขึ้นใจ แต่เม่าอื่นเคยตั้งข้อสงสัยไหม BIG ทำไมไม่เหมือนตัวอื่น ?

Big.JPG

เพราะช่วงระหว่างถูกแขวนอยู่นอกตลาด BIG มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตัวเองในหลายๆ จุด

โดยเฉพาะการปรับราคาพาร์ใหม่จากเดิม 10 บาท เหลือเพียง 0.25 บาท

ซึ่งเมื่อเทียบราคาก่อนปิดเทรด 1.25 บาท กับราคาพาร์ใหม่

หมายความว่า ราคาก่อนปิดเทรดที่พาร์ใหม่เท่ากับ 5.00 บาท

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินข่าวว่า นักลงทุนคนดังหลวมตัวไปซื้อ BIG นอกตลาดในราคา 2 บาท

ด้วยความเข้าใจที่ไม่ได้ตรวจสอบและติดตามข่าวมากพอว่า ราคาปิดเทรด 1.25 ไม่ใช่ราคาที่แท้จริงของพาร์ปัจจุบัน

= = = = =

เรื่องราวของ SGF ก็เช่นกัน เปิดเทรดที่ราคา 0.69 บวกไป 192% แต่ไหลลงมาปิดที่ 0.61

ก่อนที่อีกวันจะเดินหน้าไหลต่อลงมากองที่ราคาฟลอร์  !!! และยังลงต่อในวันถัดไป

แรงขายเป็นยังไง ตอบได้เลยว่า น่ากลัวมาก หุ้นมีทั้งหมด 1.3 หมื่่นล้านหุ้น

แต่วอลุ่ม 3 วันรวมกัน 1.25 หมื่นล้านหุ้น !!!!! ตะลึงสิจ้ะ

SGF.JPG

อะไรที่ทำให้หุ้น SGF กับ BIG ไปต่อแบบหุ้น Rehab ตัวอื่นๆ

อย่าง MPG ABICO SPMC AJP ไม่ได้ ???

หากเราตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง ก่อนเข้าไปร่วมสนุกกับหุ้น Rehab คงดีไม่น้อย

ถ้าอย่างนั้นเล่นหุ้น rehab ให้ปลอดภัย ต้องคิดถึงอะไรบ้าง  ?

= = = = =

ประเด็นแรก >>> จำนวนหุ้นตอนกลับเข้ามาเทรด ให้ดู 2 ประเด็น คือ

เยอะไปไหม ถ้าเยอะไปหลัก 5,000 ล้านหุ้นขึ้น  …ผึ้งว่าน่าหวาดเสียวล่ะ อะไรที่เยอะไปจะหนัก ลากยาก

เคส SGF ล่อไป 1.3 หมื่นล้านหุ้น  แต่เคส BIG ยังแค่ 3.5 พันล้านหุ้น

ซึ่งต่างกันมากเลยกับอีกกลุ่ม เพราะ AJP มีหุ้นแค่ 130 ล้านหุ้น (ตอนนั้นยังไม่แตกพาร์) PK 414 ล้านหุ้น

SMPC 46 ล้านหุ้น (ขณะนั้นยังไม่แตกพาร์) MPG 147 ล้านหุ้น (ยังไม่เพิ่มทุนแจกวอร์) ABICO 235 ล้านหุ้น

เพราะงั้น งานมันเลยยากง่ายต่างกันล่ะ

แต่การดูจำนวนหุ้น ยังต้องรอบคอบมากกว่านั้น เพราะอีกประเด็นที่ต้องดูคือ

หุ้นตอนออกไปกับตอนกลับเข้ามาเทรด มีจำนวนเท่าเดิมไหม

ถ้าไม่เท่า สัดส่วนการเพิ่มทุนเป็นเท่าไหร่ และราคาเพิ่มทุนคือ เท่าไหร่

หรือถ้าเค้าแอบไปแตกพาร์มาล่ะก็ เราจะดูแค่ราคาก่อนปิดเทรดมาใช้เป็นข้อมูลดูราคาเปิดวันกลับมาเทรดคงไม่ได้

อย่างเคส Big เดิมพาร์ 10 บาท ไปอยู่นอกตลาดปรับพาร์เหลือ 0.25 บาท ราคาก่อนปิดเทรดจึงเท่ากับ 5.0 บาท

แต่พอปรับพาร์ช่วงอยู่นอกตลาด ราคาที่ปรากฎในกราฟ คือ ปิดเทรดที่ 1.25

และนั่นคือ สิ่งที่เม่ารับรู้และเข้าใจ  เม่าคิดว่าราคานี้คือราคาปิดเทรด อ้าวแบบนี้เจ๊งชัยเลย

สรุปการรู้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงก่อนปิดเทรดและช่วงกลับเข้ามาเทรดในแง่มุมนี้

จะช่วยให้เรารุว่า ราคาตอนเปิดเทรดมันยังเหมาะสมที่จะเข้าไปร่วมสนุกได้ไหม

แล้วมันเปิดเทรดเหนือราคาปิดเทรดหรือเปิดเทรดต่ำกว่าราคาปิดเทรดกันแน่

เพราะวันที่ BIG กลับเข้าเทรด สื่อพาดหัวถึง BIG 2 แบบ

ฝั่งหนึ่งบอก เปิดเทรดบวกไป 3,084%  อีกฝั่งบอก เปิดเทรดติดลบไป 20.40%

ว่าแต่คิดว่าเม่าอ่านฉบับไหนมากกว่ากันล่ะนั่น Untitled.jpg

= = = = =

ประเด็นที่สอง >>> Major shareholder

มีถือแบบเป็นเจ้าของกิจการจริงจังไหม หรือถือแบบเก็งกำไรระยะสั้น

ตรงนี้สำคัญมาก SGF ไปดูสัดส่วนรายใหญ่ถือสิคะ น่าตกใจนะ น้อยจนน่าตกใจ

หุ้นมี 1.3 หมื่นล้านหุ้น แต่สัดส่วนที่ถือหุ้นเกิน 5% มีรวมกันแล้วไม่ถึง 20%

แบบนี้เค้าพร้อมเผ่นหนีจากหุ้นไปได้ง่ายๆ เลยนะจ้ะเธอจ๋า

Capture.JPG

= = = = =

ประเด็นที่สาม >>> แอบไปชะโงกดูงบการเงินของหุ้นกันสักนิด เพื่อความเข้าใจในอนาคตของหุ้น

ทำไมต้องดู หุ้นที่กลับเข้ามาเทรดต้องมีกำไร กลต.ถึงยอมให้กลับมาเทรดได้  อันนั้นก็ไร้เดียงสาไปนิดนึง

การดูงบจะช่วยเราตรงไหน ?

เพราะการวิเคราะห์กำไรที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาจะช่วยคาดการณ์กำไรในอนาคตได้ระดับนึง

ตรงนี้จะช่วยให้เราแยกแยะได้ว่า เราควรเล่นเก็งกำไรสั้นๆ หรือหุ้นมีอนาคตพลิกฟื้นมาแล้วจริงๆ

เช่น เคส SGF ขอยกการวิเคราะห์ของโค้ชแบงค์ให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ

SET TRADE ยังไม่ได้ลงงบการเงิน

แต่เท่าที่ดูผลประกอบการที่แจ้งมา 9 เดือนปี 2559 จะอยู่ที่ 0.0035 บาท/หุ้น

โดยที่ไตรมาสที่ 3 ทำได้ 0.0012 บาท

คิดแบบใสๆ ไตรมาสสี่ก็น่าจะอยู่ในเกณฑ์ 0.0011 – 0.0015 บาท

ฉะนั้นงบปี 2559 กำไรต่อหุ้นก็ประมาณ 0.005 บาท อ่ะ (ให้ดีมากแล้วนะ)

ด้วยเหตุนี้ ณ ราคา 0.58 บาท P/E ของหุ้นจะอยู่ที่ 116 เท่า นะครับ !!!

ไม่น่ารอด สัปดาห์หน้าติด แค้นบาล้านช์ แน่นวล <<< อันนี้ช่วยให้เรารุว่า เราควรถือหุ้นถึงวันศุกร์หน้าพอ

ถ้า P/E เท่ากับตอน ACAP ที่พีคก็ 150 เท่า ก็จะได้ราคา 0.75 บาท

ถ้าให้ P/E เท่า ACAP ที่ 60 เท่า ก็จะได้ราคา 0.30 บาท

ถ้าเหลือ P/E เท่ากลุ่มที่ 20-30 เท่า ก็จะได้ราคา 0.10 – 0.15 บาท

ครับ เก็งกำไร กันไปให้จุด stop loss มั้ย ไม่รู้จิ ห้ามไม่ได้มั้ง <<< อันนี้เค้าใช้ประโยชน์จากงบ

คำนวณ EPS เทียบ PE เพื่อคาดการณ์ราคาหุ้น เห็นไหมว่า ต้องดูงบควบคู่กันไปด้วยนะจ้ะ

แล้วน้องยังต่ออีกว่า ปล ถ้าจะทำแบบ ACAP มันก็ได้นะครับ

ตัวนี้ สวยมากกกกกก Debt to Equity 0.03x

แต่….ต้องให้เวลาก่อน ช่วงนี้หุ้นกู้ขายยาก <<< ไม่ต้องถามนะว่าเพราะอะไร IFEC EFFECT นั่นไงจะใครล่ะ

แล้วเวลาดูงบอย่าอ่านแค่กำไรเท่าไหร่ ให้ดูว่าส่วนของผู้ถือหุ้นกับมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วมันผิดไปจากอดีตไหม

เพราะมันบอกให้เรารุทางอ้อมว่า มีการย้อมแมว เพิ่มทุนมาช่วงปีไหน จะยิ่งช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

ปล. SGF ่ส่วนนึงที่งบกลับมากำไร ปฎิเสธไม่ได้ว่า ไม่ได้ปล่อยกู้จนกำไร แต่เป็นการตามเก็บ NPL ได้ด้วย

= = = = =

ประเด็นที่สี่ >>> กระแสของหุ้น รวมถึงการตอบรับจากตลาด

อันนี้ก็สำคัญค่ะ ถ้าหุ้นตัวนั้นกลับมาเทรดในเทรนด์ที่กลุ่มอุตสาหกรรมกำลังพีคอยู่พอดี

ยังไงเสีย ตลาดต้องให้ราคามันค่ะ

= = = = =

ส่วนตอนนี้มาดู ทริคการเล่นหุ้น Rehab กันหน่อย ยกเคส SGF เป็นตัวอยางแล้วกัน

เรามาดูจำนวนหุ้นทั้งหมดที่กลับเข้าเทรด ดูจำนวนรายใหญ่ที่ดูมีนัยสำคัญ แล้วเล่นได้อย่างปลอดภัยระดับนึง

ตราบเท่าที่วอลุ่มซื้อขายยังไม่ cover จำนวนหุ้นนั้น

Untitled.jpg

กรอบสีน้ำเงินนี่บ้านเดียวกันแน่นอน ดูนามสกุลไง  แบ่งเท่าๆ กัน ถ้าซื้อด้วยกัน ตอนออกน่าออกพร้อมกัน

ส่วนกลุ่มบนสีแดงเป็นพวกคนมีเยอะ แต่เป็นกลุ่มที่พร้อมสาดลงมา

ใครมีเครื่องคิดเลข กดบวกให้หน่อยคะ ทั้งหมด จนถึง 700 ล้าน รวมได้เท่าไหร่คะ

น้องตอบมาว่า 14,158,272,000 วงแดงบวกวงน้ำเงินนะคับ

จากนั้นเอายอดนี้หักส่วนของคุณวิวัฒน์ออกค่ะ เหลือเท่าไหร่คะ

น้องตอบมาว่า 12,050,272,000 หุ้น

ทำไมต้องหักส่วนของคุณวิวัฒน์ออก ?

คุณวิวัฒน์เป็นคนเดียวที่พี่คาดว่าจะยังคงถือต่อไป เพราะ pp มา 0.09 และท่านเป็นกรรมการคงจะทำงานไป

และดูทรงจะพยายามปั้นให้ SGF เป็น ACAP ให้ได้ (อย่าลืมท่านเคยเป็นเบอร์ 1 ของ acap ก่อนขายให้คุณเค้กไป)

ด้วยประสบการณ์และสายงาน คือ เหตุผลที่ผึ้งเชื่อว่า คุณวิวัฒน์จะอยู่ทำงานสร้าง SGF ต่อไป

เอา 12,050 ล้านหุ้น ลบด้วยยอดซื้อขาย 2 วันคะ (วันที่เปิดประเด็นเรื่องนี้คือ วันที่ 02-02-60)

12,050 – 9,380 = 2,670 ล้านหุ้น <<< นักเก็งกำไรกำลังจะจากหุ้นตัวนี้ไปล่ะคะ

ให้เป็นไอเดียนะคะ ไม่ได้รับประกันว่า ต้องถูกต้องตามนี้ทั้งหมด

บางท่านอาจถือต่อ เพราะ pp มาได้ราคาโอเคมากๆ

เพราะถ้าปันผลได้จริงๆ ก็ถือว่ายิลด์ดีพอสมควรสำหรับกลุ่มที่ได้ pp มา (pp 0.09 บาท)

pp ลอตนี้เข้าเงื่อนไขติด silent period 1 ปี ที่ 55% แต่ช่วงที่ pp คือ ปลายปี 58 ตอนนั้นหุ้นยังอยู่นอกตลาด

ดังนั้นกฎนี้น่าจะเริ่มนับวันกลับเข้าเทรด ก็คือนับวันที่ 1 กพ.

เพราะฉะนั้นคนที่ได้ pp มาจะขายหุ้นออกมาได้เพียงแค่ราวๆ ครึ่งเดียวเท่านั้น

แล้วพอเรามาเห็นรายงาน 246-2 แบบนี้ เออแฮะ หายไปครึ่งนึงพอดีเลย

Capture.JPG

แหม…เล่นเอาไม่กล้ากดเครื่องคิดเลขตามเลยว่า กำไรเป็นเม็ดเงินไปเท่าไหร่

เด๋วต่อภาค 2 จะเอาเคสของตัวอื่นมาส่องว่า

ทำไมหุ้นอย่าง AJP  ABICO  MALEE TWS (TWPC) SMPC ถึงยืนหยัดโซนราคาเปิดเทรดได้

แต่ต้องติดไว้สักพักก่อนนะ เพราะตอนนี้ต้องเร่งอ่านคอมโมก่อน หุ้นจะมาไม่มีเวลารอท่า อิอิ

 

 

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: