CBG (08-02-2017 CNS)

ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการเป็นผู้สนับสนุนกีฬา

ปัจจุบันให้การสนับสนุน สโมสร Reading , Chelsea , League Cup

ดีลล่าสุดเข้าเป็นสปอนเซอร์สโมสรฟุตบอล Flamingo บราซิล ระยะเวลา 6 ปี (2,204 ล้านบาท)

ถือเป็นดีลที่ดี เพราะขยายตลาดแบบไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย

เพราะผู้จัดจำหน่าย CBG ในบราซิลจะเป็นคนรับผิดชอบในส่วนนี้

โดย CBG มีหน้าที่แค่รับทำ OEM เครื่องดื่มชูกำลัง 3 รสชาติ (Original /Sugar Free /Green Apple)

มูลค่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในบราซิลราว 5.25 หมื่นล้านบาท แต่ Red Bull ครองตลาด 90%

คาดการณ์กำไรสุทธิ 2016-2018 อยู่ที่ 1.63-1.96 ล้านบาท

โดยใช้ฐานการผลิต 2 แห่ง คือ เนเธอร์แลนด์กับไทย

ปี 2017-2018  CBG ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก ICUK จากภาระค่าใช้จ่ายฟุตบอล

ดังนั้นระยะนี้ซึ่งราคารับรู้ดีลฟลามิงโกไปแล้ว จึงควรเข้าสะสมหุ้นอีกครั้งช่วง Q3/2017 ไปแล้ว

เพราะจะเป็นช่วงที่โรงงานผลิตขวดแก้ว APG ใกล้เปิดดำเนินการซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ส่วนนึ้เข้ามา

= = = = =

FPI (06-02-2017 CNS)

เป็นผู้นำตลาด REM (อะไหล่ทดแทนชิ้นส่วนรถยนต์ รายได้หลัก 76% ของธุรกิจ)

รับจ้างผลิตให้คายรถยนต์ และเน้นส่งออกในเอเชียกับตะวันออกกลาง (47% ส่งออก)

ธุรกิจ REM มีจุดเด่นที่มี Shelf Life ของผลตอบแทนนานราว 15-20 ปี (ต่อแม่พิมพ์)

ซึ่งเด่นกว่า OEM ที่เฉลี่ย 3-5ปี ตามรุ่นรถยนต์ และใช้ระยะเวลาคืนทุนเร็ว แค่ 3 ปีต่อแม่พิมพ์

ฐานตลาด REM ใหญ่ เพราะตลาดรถยนต์ทั่วโลกผลิตเฉลี่ยปีละ 1.4 พันล้านคัน

FPI มีจุดแข็งที่ผลิตแม่พิมพ์เพิ่มทุกปี ทำให้ปัจจุบันมีแม่พิมพ์ 2 พันกว่าชิ้น ผลิตได้ทุกแบบทุกค่าย

ตรงนี้กลายเป็น Barrier to entry ให้กับบริษัทไปในตัว

แม้อุตสาหกรรมยานยนต์ซบเซา แต่ FPI กลับรักษา GPM ได้เฉลี่ย 22% Net Margin 10%

และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยล่าสุดไปลงทุนบ.ร่วมในเอกวาดอร์ และอินเดียว

มีการขยายธุรกิจไปทำรฟฟพลังงานชีวมวล (ตค. 2016) 23 MW

ลงทุนร่วมกับ ECF และบ.วิชญ์ อุตสาหกรรม IRR ราว 14-16% (กำไรต่อปี 80 ล้านบาท FPI ถือ 33%)

= = = = =

BR (07-02-2017 KTBST)

มีศักยภาพเป็นผู้นำธุรกิจเป็ดในไทย (กำลังการผลิต 15 ล้านตัว/ปี) และเนเธอร์แลนด์ (9 ล้านตัว/ปี)

ใช้ระบบฟาร์มปิดเลยไม่ได้รับผลกระทบไข้หวัดนกระบาดในยุโรปมากนัก

คู่แข่งในเนเธอร์แลนด์ปิดกิจการลงเพราะปัญหานี้ BR เลยเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิม 5 เป็น 9 ล้านตัวต่อปี

โบรกประเมินราคาเหมาะสมที่ 8.6 บาท

= = = = =

WICE (06-02-2017 KTBST)

ประมาณการส่งออกไทยเริ่มฟื้นตัวมีผลโดยตรงกับปริมาณการขนส่งทางเรือและอากาศ

แถมค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นมีส่วนผลักดันรายได้ของบริษัทให้เติบโต

สำหรับนโยบายยกเลิก TPP ของทรัมป์ จะช่วยลดปัญหาการย้ายฐานการผลิตจากไทยไป CMLV

ซึ่งตราบใดที่ฐานการผลิตยังอยู่ไทยย่อมดีกะ WICE

ปี 59 บริษัทมีพัฒนาการสำคัญคือ ได้รับว่าจ้างบริหารคลังสินค้าโลจิสติก 2 ราย

ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

กับลงทุนซื้อกิจการ Sun Express Logistics (SEL) 70% (290 ล้านบาท)

มีแผนเทค SEL ทั้งหมดในปี 63 แต่ปี 59 จะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายดีล M&A ราวๆ 8 ล้านบาท

ฉะนั้นปี 59 จากที่คาดว่ากำไร 98 จะเหลือ 91 ล้านบาท

กำไรเลยอาจดูดรอปลงไป แต่ปี 60 เมื่อรับรู้รายได้จาก SEL จะทำให้รายได้โตก้าวกระโดด 37%

คาดว่ากำไรปี 60 ราว 142 ล้านบาท และปี 61 ราว 156 ล้านบาท

ส่วนปี 60 มีแผนลงทุนหัวรถลากและรถบรรทุกเพิ่ม ในงบ 30 ล้านบาท

และอยู่ระหว่างเตรียมการซื้อที่ดินใกล้ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อทำคลังสินค้าของตัวเองแทนการเช่า

งบ 200 ล้านบาท (ค่าที่ดิน 110 ล้าน และค่าก่อสร้าง 90 ล้านบาท) คาดว่าเปิดได้กลางปี 61

ตรงนี้มีเงินสดในมือแล้ว 200 ล้าน คงกู้เพิ่มนิดหน่อย (ตอนนี้บ.มีหนี้น้อยแค่ 11 ล้านบาท)

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: