BJC (09-02-2017 MBKET)

งบปี 59 มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการรวมงบ BIGC และการขยายกำลังการผลิตขวดแก้ว

รวมถึงการขยายการลงทุนธุรกิจค้าปลีกใน CMLV

โดยธุรกิจค้าปลีกทั้งในไทยและ CMLV จะถูกนำมาไปรวมทั้ง BJC + TCC ให้ BIGC บริหารแทน

เน้นการใช้ Logistics ร่วมกันและขยายการลงทุนในส่วนไฮเปอร์มาร์เก็ตและมินิบิ๊กซี

ส่วนแบรนด์ค้าปลีกในลาวใช้ชื่อ M Point Mart และกัมพูชา B’s Mart กับ MM Mega Market ในเวียดนาม

งบ BIGC จะกลับมาเด่นอีกครั้งจากภาระดอกเบี้ยที่ลดลงหลังเพิ่มทุนใช้หนี้และเพิ่งทำรีไฟแนนซ์ไป

ดังนั้นปี 60  BJC จะกำไรเด่นเพิ่มจากเดิม 3,395 (ปี 59) เป็น 6,761 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรับรู้งบ BIGC เต็มปี

คาดการณ์ปันผล 0.18 บาท

= = = = =

GPSC (10-02-2017 MBKET)

ธุรกิจหลักมาจากการขายไฟฟ้า และแรงดันไอน้ำ

ปี 59 เติบโตได้ดีจากยอดขายของโรงผลิตสาธารณูปการระยอง (CUP)

รวมถึงรฟฟ IRPC Clean Power (IRPC-CP) Phase 1 ที่ COD เต็มปีแรก (23 MW ตามสัดส่วนการลงทุน)

ขณะที่ NNEG เริ่มรันเครื่อง มิย. 59 (38 MW ตามสัดส่วนการลงทุน)

ปกติ GPSC งบจะเด่นใน Q1 กับ Q3 เพราะบุคเงินปันผลจากรฟฟต่างๆ เข้ามา ดังนั้นงบ Q4 จะดูดรอปลงมาก

Q4/59 กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด จาก 480 ได้เพียง 419 ล้านบาท จากการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ CUP 100 ล้าน

แต่  Q4 ปีนี้ยังมีรายได้ชดเชยจากผลประกอบการของ CUP กับ IRPC-CP

โดย CUP ได้มาจากต้นทุนก๊าซปรับตัวลดลง ส่วน IRPC-CP ได้จากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้น

แนวโน้ม Q1/60 รายได้น่าจะดีขึ้นตามปริมาณความต้องการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้น

และมีกำหนดรับเงินปันผลจาก RPCL แต่ก็จะมีผลกระทบในส่วนของ รฟฟ SPP ที่มีการปรับค่า FT ลง 4 สต./หน่วย

มุมมองต่อ GPSC เป็นหุ้น Defensive จากผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

โดยปี 60 มีแผน COD 3 โครงการ

BIG phase 2 Q3/60 (29MW ตามสัดส่วนการลงทุน)

IRPC-CP phase 2 Q4/60 (99 MW ตามสัดส่วนการลงทุน)

Solar Cell ที่ญี่ปุ่น Q4/60 (21 MW ตามสัดส่วนการลงทุน)

นอกจากนั้น ปี 60 จะเป็นปีแรกที่ COD เต็มในอีก 2 โครงการ คือ NNEG กับ CHHP

ดังนั้นกำไรน่าจะเติบโต 15% จากปัจจัยหนุนกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น 11% และ 26% ในปี 61

TP @42 บาท หากเทียบรายอุตสาหกรรมแล้ว GPSC น่าสนใจพอสมควรเลย

gpsc

= = = = =

SQ (10-202-2017 KTBST)

Backlog โตจากการรับงานเหมืองดีบุกเฮนดราในเมียนมาร์ (7 ปี 3,672 ล้านบาท รับรู้ปีละ 500 ล้านบาท)

โดยเป็นงานรับเหมาขุดแร่ดิบครบวงจร (ตั้งแต่ขุดขนหน้าดิน ขุดแร่ดิบ และจัดการแร่ดิบ)

มาร์จิ้นดีมากเพราะไม่ใช่งานประมูลไม่ต้องเสียค่าสัมปทาน คาดว่ากำไรปีละ 60 ล้านบาท

เดิมโครงการขุดได้ 100 ตันต่อปี แต่ทาง SQ จะขุดได้ 2 พันตันต่อปี

Q3 เป็นช่วง Low Season จากฤดูฝน จำนวนวันทำงานได้น้อย แต่ค่าใช้จ่ายคงที่

โดยเฉพาะค่าเสื่อมจะเยอะ ทำให้มาร์จิ้น Q3 ไม่ค่อยดี

ปี 60 มีโครงการทำลานเทกองถ่านรฟฟเซกองของลาว

ช่วงกลางปีจะเข้าประมูลโครงการแม่เมาะ 9 มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท

แบคลอตโตแบบก้าวกระโดดจากโครงการต่างๆ

sq

= = = = =

PSL (09-02-2017 MBKET + BLS)

ดัชนี BDI หนุนการปรับตัวของดัชนีเรืออื่นๆ โดยการรับรู้จะเร็วช้าต่างกันไป

โดยรับรู้เร็วจากมากไปหาน้อยตามนี้ (Capesize  / Panamax / Supramax / Handymax)

PSL เป็นกลุ่มเรือเทกองขนาดเล็ก (Handymax) การรับรู้ค่าระวาง BDI จะช้าสุด

Q4/59 งบขาดทุน 118 ล้านบาท โดยขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 2 ล้านบาท

และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 22 ล้านบาท แต่เริ่มขาดทุนลดลงและไม่มีการตั้งสำรองด้อยค่ากองเรือขนาดใหญ่แล้ว

ภาพรวม PSL คุมต้นทุนเดินเรือได้ดีที่ 4,510 เหรียญ/ลำ/วัน

แต่งบยังคงขาดทุนจากการถูกภาระดอกเบี้ยกดดัน 207 ล้านบาท/ปี

หนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มจากการออกหุ้นกู้ 5.5 พันล้านบาท

งบ Q1 เป็น Low Season จากเทศกาลตรุษจีน จีนหยุดงานยาว ขนถ่ายน้อย

ภาพรวมทิศทางเรือเทกอง ปี 60 ฟื้นตัว จาก 2 สาเหตุหลัก คือ

จากอุปสงค์ขยายตัวเพิ่ม 2% (จากจีนอนุญาตทำเหมือง 330 วัน เรือจะถูกใช้ขนสินแร่เหล็ก)

กับอุปทานเรือเทกองหดตัว (จากการทำลายเรือเก่าหมดสภาพทิ้งและคำสั่งต่อเรือที่ลดลง)

TP@ 10.2 (MBKET)  @ 8.10 (BLS)

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: