Ray Dalio เป็นเทรดเดอร์มากฝีมือที่ประสบสำเร็จคนหนึ่งของวงการ

เขาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองไว้ในหนังสือชื่อ Principle

ตอนได้หนังสือมา ความรู้สึกแรกคือ น่าจะน่าเบื่อ เพราะมีตัวอักษรลายพร้อยไปหมด

แต่…เราก็สะกดจิตตัวเองด้วยคำพูดที่ผู้คนถ่ายทอดกันมาว่า

คุณต้าน แห่ง Mudley Group บอกว่า เป็นหนังสือที่ดีที่เทรดเดอร์ควรอ่าน

เอ้า….กัดฟันอ่านกันไป

ฟิลลิ่งแรกคือ มันช่างเป็นข้อเท็จจริงที่เราทุกคนต่างรู้อยู่แล้วทั้งนั้น (แต่จะทำนองรู้ดีแต่ทำไม่ได้นะจ้ะ)

อ่านไปช่วงแรกไม่ชอบอ่ะ แต่บอกตัวเองว่า 20 หน้า วันละ 20 หน้า 10 วันก็จบ

แต่ไม่น่าเชื่อ เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ผึ้งกลับชอบหนังสือเล่มนี้

มันขยี้ความรู้สึก มันกระแทกใจ มันหลอกด่าเรามาตลอดทาง

เพราะเราทำแต่สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราท้อแท้ง่่าย เรามักง่ายหวังผลลัพธ์แบบฉับพลันทันที

อันนี้เป็นตัวอย่างที่ขอหยิบยกมาให้ดู

= = = = =

คนทั่วไปจะให้น้ำหนักค่อนข้างมากกับผลลัพธ์แรกที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ

และเลือกที่จะไม่สนใจถึง…ผลลัพธ์และผลข้างเคียงถัดมา

ซึ่งจะทำให้การไปถึงเป้าหมายนั้นยากขึ้น

นั่นเพราะว่าผลลัพธ์แรกมักจะตรงข้ามกับผลลัพธ์ถัดไป

มันเลยเกิดความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงในการตัดสินใจ

ยกตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย

ซึ่งผลลัพธ์แรกที่ได้คือความเจ็บปวดในช่วงระยะเวลาการออกกำลัง

แต่ผลลัพธ์ที่สองคือความแข็งแรงของร่างกาย

หรือ การกินอาหาร เราชอบอาหารหวานๆ ขนมหวานๆ

ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์แรกที่ได้คือความอร่อย

แต่ผลลัพธ์ที่สองคือสุขภาพ ความอ้วน

ถ้าเป้าหมายของเราคือสุขภาพที่ดีแต่เราไม่สามารถก้าวข้ามผลลัพธ์แรกได้

เราก็จะไม่สามารถไปถึงจุดหมายเราได้

= = = = =

มันสะท้อนเทรดเดอร์ได้เลยนะ

ถ้าเราเริ่มต้นจากการพยายามเรียนรู้แค่เล็กน้อย

แล้วคาดหวังผลลัพธ์ของกำไรในทันที แถมโลภอยากได้เยอะด้วยนะ

แล้วพอเราไม่ชนะอย่างที่คาดหวัง เราก็ไม่มองไปถึงขั้นถัดไป

เราท้อ เราบ่น เราเหนื่อย เราเลิก

กลับไปสู่โหมดไม่สู้เพราะผลลัพธ์ให้ผลที่ไม่สอดคล้องกับความพยายามที่ลงแรงไป

ชีวิตนักกีฬาถ้าซ้อมแปปเดียวแล้วลงแข่งชนะทันที

การเป็นแชมป์ก็คงไม่ได้มีค่า มีความหมาย มีราคาสักเท่าไหร่ว่าไหม

ใครพยายามหนักมาก แต่ผลลัพธ์ยังไม่ดี ก็ขอให้พยายามต่อไป

เพราะผลลัพธ์ท้ายสุดจะตรงกันข้ามกับผลลััพธ์แรกอย่างสิ้นเชิง เชื่อเหอะนะ ^___^

= = = = =

โหลดหนังสือ Principle ตรงนี้นะ แอดไว้ให้ เผื่อใครสนใจอยากอ่าน Principle LAY DALIO

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: