TREIT SHREIT 2 กองรีท น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์

เมื่อวานมีกองรีทน้องใหม่เปิดตัว SHREIT กองนี้เปิดต่ำจอง

เล่นเอางงเป็นไก่ตาแตก เพราะจากที่อ่าน Executive Summary แอบทึกทักเอาเองว่าน่าจะดี

พอเปิดต่ำจองแถมไหลลง ที่แอบคิดว่าจะห่อข้ามปีเลยสตั้นท์ไป

แต่…เผลอมาอีกวัน ยกกลับจ้า จังหวะที่เห็นก็ละล้าละลัง

กว่าจะคว้าไม้แรกมาได้ ก็เล่นเอาเกือบไฮของวัน ไม่เข้าใจตัวเอง ความมั่นใจหายไปไหนหมด

ส่วนตัวมองว่า อัตราปันผลที่ราว 7% ต่อปี น่าจะโอเค และกองนี้ไม่น่าสวิงแรง

เพราะเป็นกองรีทที่ฉีกแนวจากกองอื่นๆ ถึงจะเป็นกองสิทธิการเช่าโรงแรมแต่ก็เป็นโรงแรมต่างแดนล้วนๆ

แต่อัตราจองห้องพักที่ราว 80% ของพลูแมนอินโด ถือว่าเจ๋ง เพราะเรทค่าห้องเกรดนี้ได้ราคาดี

แม้ว่าอัตราจองห้องพักของไอบิสกับคาปรีที่เวียดนามจะยังทำได้แค่ครึ่งเดียว

แต่ตรงนี้ส่วนตัวมองได้ 2 อย่าง คือเป็น growth ที่เหลือให้ได้ลุ้นการเติบโตของรายได้

แม้บางคนอาจมองเป็นจุดด้อยหรือความเสี่ยงก็แล้วแต่จะเลือกมอง

นี่คือสมมติฐานแบบหาอะไรปลอดภัยไว้ถือ มีปันผลที่ดูน่าจะเก๋ไก๋ เพื่อนไม่ด่า 55555

ทุกอย่างคล้ายๆ ว่าจะดีและลงตัวตามเน้ จนกระทั่งหลังหวดมาแล้ว

เรดาร์ที่ประสิทธิภาพกลับมาทำงานสมบูรณ์หลังกระพร่องกระแพร่งมาตลอดวัน

ทำไมกองรีท กองอสังหา วิ่งผ่านตาเอา ผ่านตาเอา CPNREIT  CPTPF  TREIT

พอไปกดเช็คดู impact sector กองพวกนี้ที่มีผลดันปู่เป็นอันดับสองของวัน

รู้สึกทันทีว่า มันแหม่งๆ ไล่เช็คกราฟดู ทำไมทุกตัวสามัคคีดีดกันหมดวันนี้

นี่คือเหตุผลให้ SHREIT พลิกกลับตัวด้วยใช่ไหม ?

แต่ก็ยังงง…ไม่หาย จนกระทั่งมาเจอเฉลยใน F6 กระดานใหญ่

Capture

TREIT เข้าเทรดวันแรก !!!!!!!!!!!!!!!!!!! พลาดหนักมาก

ลืมสนิท…แน่นอนว่า พรุ่งนี้เตรียมสวิท SHREIT กลับไป TREIT เลยนะ 5555555 ทำไมต้องสวิท ?  TREIT ดีกว่าหรือเหนือกว่าตรงไหน ตอบว่า ตรงเจ้าของได้ไหม นี่ถ้าจะว่าไปกองนี้ของเสี่ยเจริญทางอ้อมไงล่ะ อุ้ย ฟังดูไม่ดี เหตุผลอ่อนไป เอาใหม่

เหนือกว่าตรงทรัพย์สิน ทั้งในแง่ของขนาดกองที่ใหญ่มากกกกกกกกกกกก ก. 29 ตัว นับไป

กับในแง่ของความเสถียรของความสม่ำเสมอของรายได้จากค่าเช่า

เพราะ TREIT (Ticon Estate Investment Trust) เป็นกองที่เกิดจากการ convert

แปลงสภาพแบบมัดรวมยกเข่งกองอสังหาเดิม 3 ตัว (TFUND  TGROWTH  TLOGIS) เข้าด้วยกัน

ซึ่งการยกเข่งส่งผลให้กองรีทใหม่มีขนาดทรัพย์สินใหญ่โตขึ้นเป็น 3.2 หมื่นล้านบาท

โดยผู้บริหารกอง ก็คือ TICON ทำหน้าที่เป็นผจก.กองทรัสต์ BBLS เป็นทรัสตี PHATRA เป็น FA

ตามแผนงานระบุว่า มีแผนลงทุนโดยการซื้อโกดังจาก TICON 1.2 ล้านตรม.

แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ในส่วน EEC ด้วยงบลงทุน 3.5 พันล้านบาท

นอนรอรายได้ค่าเช่า 2,385 ล้านบาท (แบ่งสัดส่วนรายได้จากส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ 69% สิทธิการเช่า 31%)

โดยอายุสิทธิการเช่าคงเหลือ 26 ปี เป็นพื้นที่ในส่วนคลังสินค้า 192 ยูนิต และอาคารโรงงาน 300 ยูนิต

ที่ผ่านมา สถิติการจ่ายปันผลของแต่ละกองอยู่ที่ TFUND 5.72%  TLOGIS  6.14%  TGROWTH 6.77%

ซึ่งตามรายงานที่ปรึกษาการเงินระบุว่า หลังควบรวม IRR จะปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 9.38 เป็น 9.63%

ฟังดูดีก่า 7% ของ SHREIT เว้ยยยเฮ้ยยย เด๋วย้ายๆ อิอิ ช่างเป็นการลงทุนระยะฟ้าผ่ามาก

ซื้อตะกี้ ขายพรุ่งนี้ สวิทกองแบบสายฟ้าแลบมาก 555555555555

ซึ่งปันผลที่ FA ดีดมาให้นี้ยังไม่รวมแผนงานโกอินเตอร์ที่คาดว่าจะทำในปีหน้า

โดยผู้บริหารวางแผนไปลงทุนกับพันธมิตร Mitsui

ในรูปแบบของคลังสินค้าแบบ Built to Suitในเวียดนามและอินโดนิเซีย รวม 3 โครงการ

ตรงนี้เรายังไม่คิด เพราะทุกอย่างยังจับต้องไม่ได้ว่าแต่…เล่นกองรีทจะช้าไหม ?

ก็อาจจะนะแต่แผนที่ตั้งใจไว้คือ ถือไป 4 เดือนรับปันผลเมษา ก็ยังเป็นระยะหวังผลเดิมได้อยู่

แต่เอาเข้าจริงๆ สาบานได้ว่า ไม่เกิน 1 เดือน

เราน่าจะได้ 10% จาก capital gain แล้วชิ่งออกก่อนเลยได้

ทำไมกล้าละเมอแบบนั้น ไปนับหุ้นเจ้าดูดี หลังควบรวม ฟรีโฟลตเหลือ 30 %

ถ้าจะมีช้อตลากสักนิด ก็ไม่ได้ยากที่จะน้อคทาร์เก็ตที่บอก

โดยเฉพาะในเวลาที่ปีนมายืนสเปรด 10 ตังค์ด้วยแล้วแบบนี้ น่าจะวิ่งได้ไว

KTC … More than I can say

Capture.JPG

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับหุ้น KTC ที่สามารถทุบแรงๆ ลากเร็วๆ ในวัน

พื้นฐานไม่ต้องถาม ปกติงบสาย bank กับ non bank ไม่เคยจะเข้าหัว

ตามไปฟัง opp day ก็ยังงง

เมื่อเกิด panic buy รอบสอง ช่วงทุบจาก 162 ไป 144 ก่อนยกกลับมาปิด 158

แค่นี้ก็ทำให้รุว่า เกมยังไม่จบ แต่อะไรจะทำให้ต้องยอมเสี่ยงเข้าไปตรงราคาแบบนี้

ในเมื่อ upside กับ risk มันดูพอๆ กัน

แต่วันนี้เมื่อเกิดช้อตทุบอีกรอบจาก 179 กดลงไป 172.5

เมื่อเห็นโอกาสต้องคว้าเอาไว้ ความกลัวไม่ได้หายไป มันแค่จางลง

อะไรทำให้มันจางลง ก้อหลายอย่างอยู่ จังหวะที่ทุบลงกระทบแนวรับแล้วอยู่

เป้าไฟโปที่ตีไว้ในกราฟเดือน ที่เห็นว่า มันควรต้องไปให้ถึงสิ

แต่ไอ้ข้อมูลเชิงกราฟ มันไม่ช่วยในเชิงความมั่นใจอะไรหนักหรอก

เพราะกราฟสมัยนี้ก็สร้างกันได้ อย่างที่รู้ๆ กัน

แล้วอะไรที่ทำให้ความกลัวว่า ตรงนี้แพงไปจางลง

กลิ่นเจ้ามั้ง  อันนี้กลิ่นอย่างเป็นทางการ

Capture

ส่วนอันนี้กลิ่นอย่างไม่เป็นทางการ ที่บังเอิญเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบมีนัยบางอย่าง

จากรอบปิดสมุดอย่างเป็นทางการที่อัพบนเว็บตลาดหลักทรัพย์

Untitled

พอมาดูเทียบกับรอบปิดสมุดแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้อัพขึ้นหน้าเว็บตลาด แต่ปรากฎในหน้าเว็บบริษัท

เราเห็นการเก็บของเพิ่มขึ้นของ Big Hand รายเดิม ทั้งสองคน

พร้อมกับๆ ที่ได้เห็นการเข้ามาของ Big Hand 2 ราย คนนึงเป็นบุคคลธรรมดา อีกรายเป็นไพรเวทฟันด์

Untitled.png

พื้นฐานรวมๆ ดีแน่ แต่ดีไปได้ถึงขนาดไหน ต้องให้สายพื้นฐานตอบ

แต่ถ้าถามว่า เก็งกำไรได้ไหม ก็ยังพอได้ เพราะกราฟที่มีแรงตวัดยกหุ้นขึ้นลงภายในวันเดียวได้แบบนี้

ก็ยังพอมีอัพไซด์ให้อยู่บ้าง ไม่บ่อยที่เราจะเจอหุ้นที่สวยในระดับ TF Month

Capture.JPG

เพียงแต่หุ้นที่ Strong Bullish Uptrend จัดๆ แบบนี้ ต้องหาจังหวะทุนดีๆ

ไม่งั้นเด๋วแรงเหวี่ยงจะเมาเอาได้ และพาลไปไม่ถึงปลายทาง

สรุป ไม่รุจะพูดอะไร ร้องเพลงดีก่า

Whoa, whoa, Yeah, yeah

I love you more than I can say

I’ll love you twice as much tomorrow

Whoa-oh  … KTC … Love you more than I can say

 

 

 

 

MILL อัศวินม้าเหล็ก

ถ้าเป็นปกติ ถ้ารอบเหล็กมา สิ่งที่เราต้องแยกให้ออกก่อนคือ

รอบนี้หวยออกที่ใคร ระหว่าง กลุ่มโรงเหล็กแปรรูป หรือกลุ่มเทรดดิ้งเหล็ก

ถ้าช่วงปิดเหมืองกลุ่มโรงถลุงเหล็กกับกลุ่มเหล็กแปรรูปก็ซวยไป เพราะต้นทุนแพง

บ้านเราไม่มีโรงถลุงเหล็ก เพราะไม่มีเหมืองเหล็กเอง เพราะงั้นกลุ่มโรงเหล็กแปรรูปก็รับเคราะห์ไปลำพัง

กลุ่มโรงเหล็กแปรรูปในตลาดบ้านเราก็มีหลัก SSI  MILL  TSTH  BSBM

ขณะที่กลุ่มเทรดดิ้งก็สบายไป เพราะมีกำไรจาก Stock Gain

กลุ่มนี้ก็พวก AMC  PERM  PAP  2S  RWI  TYCN  และอีกเพียบ

แต่….รอบนี้รัฐบาลจีนประกาศลดกำลังการผลิต (ควบคุมการเปิด-ปิดของโรงงานแปรรูปเหล็ก) ลง 50 %

ในเขตอุตสาหกรรมภาคเหนือและตะวันออกเพิ่มลดปริมาณการใช้ถ่านหินในช่วงฤดูหนาว

เพื่อควบคุมปัญหามลพิษในอากาศ ซึ่งการออกประกาศรอบนี้กำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 15 พย. -15 มีนา

ซึ่งตรงนี้ไม่เกินความคาดหมาย มีการคาดการณ์กันมาล่วงหน้าอยู่แล้ว

แต่พอรัฐบาลสั่งปิดเพิ่มใน 3 เมืองที่เป็นที่ตั้งของโรงงานแปรรูปใหญ่คือ Anhui Jiangsu  Shanxi

หลังออกประกาศเพิ่มราคาเหล็ก Rebar พุ่งขึ้นทันที แบบปรี๊ดด ปรี๊ดดดดดดด

rebar

โดยจะเห็นได้ว่า ราคาเหล็กในตลาด Dalian Commodity Exchange ปรับตัวเพิ่มขึ้น

13% ในช่วงเพียงแค่ 20 พย. – 5 ธค. ชนิดที่กราฟพีคเป็นเส้นตรงแนวตั้งกันเลยทีเดียว

แล้วแบบนี้ ธุรกิจเหล็กในบ้านเราใครจะได้รับอานิสงฆ์ถูกหวยส้มหล่นรอบนี้ไปมาดูกัน

SSI ได้อานิสงฆ์แน่นอนในฐานะพี่เบิ้มใหญ่สุดในตลาดหุ้นบ้านเรา

แต่…….มัน SP อยู่จะเทรดยังไงล่ะคู้นนนนน

มองหาอัศวินคนใหม่ ต้องเลือกระหว่าง 3 พี่น้อง MILL  TSTH   BSBM

ถ้าวัดด้วยชื่อชั้น ในเชิงกำลังการผลิต เราจะรับรู้มาตลอดว่า TSTH เป็นพี่รองจาก SSI

แต่…หลังจาก MILL เปลี่ยนสเต็ปการลงทุนใหม่ ด้วยการไปลงทุนในบ.ย่อยกับ Kobelco Steel

ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและเริ่มเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้น

โดยเฉพาะสิ่งที่ MILL ไปลงทุนมีความเป็นสตอรี่ที่น่าสนใจตรงที่

เลือกลงทุนในการผลิตและพัฒนาเหล็กเกรดพิเศษ ซึ่งมีมาร์จิ้นดีก่าเหล็กเกรดปกติ

โดยมีมาร์จิ้นราว 20% (3 เท่าของปกติ) โดยปีหน้าจะเริ่มรับรู้รายได้หลังจากอยู่ช่วงลงทุน

และตั้งสำรองด้อยค่ามาโดยตลอด คล้ายๆ ปีหน้าฟ้าใหม่ผ่องใสเสียที

ขณะที่สตอรี่ของ TSTH ยังไม่เน้นการสร้าง new product มีเพียงแค่การคาดหวัง

รายได้แบบ one time gain จากการขายเครื่องจักรเก่าให้อินเดีย

มีการเคาะตัวเลขกันว่า ราวๆ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ด้วยจำนวนหุ้นที่หนักกว่า MILL เท่าตัว

เฉลี่ยต่อหุ้นก็เหลือไม่เท่าไหร่ เรียกว่าอัพไซด์จาก one time บางเฉียบไม่เร้าใจ

แต่…ก็อย่าโลกสวยมองบวก ติเตียนคนอื่นลบ TSTH เด่นกว่า MILL ชัดๆ ก็ตรง DE ต่ำ 0.15

ขณะที่ MILL ซัดตูมไป 2.12 เพราะหนี้เพียบ เพียบถึงขนาดผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตไว้ทุกไตรมาสว่า

พี่มิลล์มีหนี้สินเยอะกว่าสินทรัพย์อีกนะจ้ะเธอจ๋า

โดยให้สังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 2 ระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2560
กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 4,009 ล้านบาท
ซึ่งหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นจาก
ตั๋วสัญญาใช้เงิน และทรัสต์รีซีต/เลตเตอร์ออฟเครดิต
ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ยังมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 2,278 ล้านบาท
คือ เหมือนเตรียมวงเงินไว้เบิกใช้เพิ่มอีกตังหาก นอกจากหนี้เดิมที่มีอยู่แล้ว ฟังแล้วก็แข้งขาอ่อน
เพราะถ้าตามไปดูต้นทุนการเงินของ MILL ยังหนักโขอยู่มากหากเทียบกับ TSTH

ก้อแล้วยังงี้ยังมาชวนว่า MILL ดูเป็นอัศวินม้าเหล็กรอบนี้ได้ยังไง ?

ก็อย่างที่เคยบอก หุ้นทุกตัวมันมีรอบ มีวัฎจักรของมัน

ซึ่งคำว่าวัฎจักรคือ สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดการขึ้นลงของราคา

แต่…คำว่ารอบของมัน เจ้าเป็นคนกำหนดราคา

ตอนนี้เราเห็นแล้วว่า วัฎจักรของเหล็กกำลังเริ่มต้นอีกครั้งจากนโยบายของรัฐบาลจีน

ส่วนรอบของหุ้นมันก็ควรมีเจ้าเข้ามากำหนดราคา

ถ้าเราตามไปดูเจ้า MILL เราเห็นเงาเจ้าหรือยัง

จากรายงานข่าว แบงก์กรุงเทพปล่อยกู้ 2.2 พันล้านแก่สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล

เพื่อทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนจากผู้ถือหุ้นของมิลล์คอน สตีล รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,215,919,539 หุ้น

หรือคิดเป็นไม่เกิน 29.99% ของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่จำหน่วยแล้วทั้งหมดของบริษัท

อยู่ๆ ผู้ถือหุ้นเบอร์สอง ประสงค์จะมีหุ้นเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 19% เป็น 40% แปลว่า อะไร?

ธุรกิจน่าจะมีอะไรดีๆ หรือกำลังนอนรอความตาย ?

ที่สำคัญยอมจ่ายราคาเทนเดอร์แพงกว่าราคาในกระดานด้วย (เทนเดอร์ราคา 1.80 ราคากระดาน 1.74)

โดยกำหนดระยะเวลารับซื้อ 29 มิย. – 4 สค. 60 ผลปรากฎว่า เม่าขายคืนให้น้อยมาก ตามนี้

Capture.JPG

สรุปสิทธิชัยสามารถดูสภาพคล่องในตลาดหายไปอีกประมาณ 20%

แบบนี้ FF ก็จะเหลือราวๆ 30% จากหุ้นทั้งหมด 3.8 พันล้านหุ้น

ซึ่งถือว่าเบากว่า TSTH เยอะ เพราะทางโน้นมีหุ้นเยอะถึง 8.4 พันล้านหุ้น

ฟังแล้วรู้สึกว่า เห็นเงาเจ้า ได้กลิ่นเจ้าอยู่ลางๆ รู้สึกอุ่นใจพอประมาณ

ไปดูกราฟกันดีก่า TF Week สวยเลยบีบแล้วระเบิดออก เบรค 52 Week High อย่างต่อเนื่อง

Capture.JPG

กราฟบุตรก็สวย ลองไปดูเอา มีสวยมากระดับนางงามเลย ไปไล่ดูเอาว่าบุตรคนไหน อิอิ

ถ้า……. ปีหน้าที่ Kobelco Steel เริ่มทำรายได้ให้กับ MILL ได้

จากที่เคยตั้งสำรองขาดทุนเงินลงทุน จะเริ่มกลับมาหนุนทบให้กำไรของ MILL ฟูขึ้น

เพราะถ้าเทียบกันในส่วนของ EBIT margin  MILL เองก็นำโด่งเหนือทุกบริษัทมาตลอด

หากเมื่อไหร่ที่สามารถหยุดตัวเลขขาดทุนที่เคยถูก Kobelco ฉุดไว้ได้

งบ MILL น่าจะหล่อได้โล่ เป็นอัศวินม้าเหล็กได้สบายๆ ล่ะน๊า