หลังทดลองเปิดร้านขายของใน Shopee มาได้ 19 วัน

บนเงื่อนไขที่ต้องการพิสูจน์ว่า ถ้าไม่มีคอนเนคชั่นจากเพื่อนฝูงเลย

การตลาดออนไลน์จะทำได้จริงไหม มีโอกาสที่คนจะรู้จักและเห็นเรา (ได้เอง) หรือเปล่า?

พบว่า …ยากมากกกกกกกกกกกกก ถ้าต้องเราแบบวันแมนโชว์นะ

แต่…….ชีวิตไม่ได้สิ้นหวังขนาดนั้น เพราะจริงๆ แล้วการตลาดของทาง Shopee เองก็ต้องยอมรับว่า

ทุ่มเทมากมาย และเป็นการตลาดเชิง Active Help & Support ฝั่งผู้ขายมากๆ จริง

ไม่ต้องนับในส่วนของ Active Give & Sales ฝั่งผู้ซื้อเลยนะ

ยังต้องถือได้ว่า เป็นการตลาดที่รุกฆาตมากๆ เลยเกิดมาเพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ขายแบบสุดตัว

ตรงนี้จะขอพูดถึงเฉพาะฝั่งผู้ขายเป็นหลัก  Shopee เอื้อให้เกิดการขายได้ยังไงมาดูกัน

= = = = =

หลังลงสินค้าชิ้นแรกสำเร็จ Shopee จะมีปุ่มให้กดโปรโมตสินค้าทันที

โดยกลยุทธ์นี้ระบบจะทำการโปรโมทสินค้าเข้าหน้ากลางของ Categories นั้นๆ

พร้อมขึ้นป้ายแสดงเป็น สินค้ามาใหม่ เพื่อให้เตะตาลูกค้านั่นเอง

กำหนดเวลาการโปรโมทให้ 4 ชม. ลูกค้าที่มองหาสินค้านั้นๆ เมื่อเข้ามาเสิร์ชคีย์เวิร์ดนั้น

ก็จะเจอสินค้าเราหมุนขึ้นมาให้ไล่ดู ถ้าถูกใจก็กดสั่งซื้อกันไป

ตรงนี้เป็นกลยุทธ์ที่เริ่ดมากเพราะมองดูเหมือนช่วยเอื้อการขายให้ผู้ขาย

แต่จริงๆ มันเอื้อภาพการตลาดรวมของ Shopee เอง

promote

แน่นอนว่า พอครบระยะเวลาโปรโมทถ้าไม่มากดโปรโมทต่อ สินค้าก็จะไม่ขึ้นไปหมุนเวียน

มันเลยกลายเป็นการบังคับให้พ่อค้าแม่ขาย เดินเข้าสู่โหมด Active หน้าร้านแบบกลายๆ

(หน้าเว็บจะแสดงว่า เจ้าของร้านอัพเดทร้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ กี่นาทีที่ผ่านมา)

แน่นอนว่า มันทำให้คนขายเฝ้าหน้าร้านตัวเองอยู่เรื่อย ซึ่งเป็นผลดีต่อความสบายใจของลูกค้า

ว่าร้านนี้ไม่ใช่ป่าช้านะจ้ะนายจ๋า และส่งผลต่อความรวดเร็วในการตอบกลับของแม่ค้า

เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ที่ตั้งใจทำมาหากินใน Shopee ก็จะไม่ทิ้งหน้าร้านตัวเองไว้นานนั่นเอง

สรุป Win-Win กันทุกฝ่าย เว็บสื่อกลาง – ลูกค้า – แม่ค้า

= = = = =

กลยุทธ์แบบวิน-วิน 3 ฝ่าย ยังมีอะไรอีกบ้าง ก็มี Spin & Win

อันนี้เป็นการกระตุ้นควบทั้งสองฝ่ายไปพร้อมๆ กัน

สมมติเราเป็นคนซื้อ เราอาจแอบชอบสินค้าบางอย่าง แต่ด้วยราคาแพงไปนิดในสายตาเรา

การกดซื้อยังไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีการโปรโมตมากระตุ้นเราด้วยการให้ส่วนลด

ความอยากของเราอาจหลับใหลหายไปกับสายลม แต่ทีมการตลาดของ Shopee ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น

เลยเข็นวงล้อส่วนลดออกมากระตุ้นให้ความอยากกลับมาอยู่เหนือเหตุผล

ด้วยการให้สิทธิหมุนวงล้อรับเหรียญ (Shopee Coins) เป็นส่วนลด

1 เหรียญเท่ากับส่วนลด 1 บาท

ฟังดูไม่เยอะ แต่สิทธินี้ให้เราทุกวัน เราก็ตื่นมาหมุนสะสมไปทุกวัน

วันไหนเฮงรับไป 20 เหรียญ ถ้าพอมีโชคก็ 10 เหรียญ

ถ้าชิลล์ๆ ก็ได้ไป 5 เหรียญ ถ้าวาสนาน้อยก็รับไป 3 เหรียญ

เค้าบอกกันว่า ของฟรีย่อมรับไว้ ก็เข้าไปหมุนเก็บมาตุนไว้

เพื่อสบตาสินค้าตัวไหนก็เอามาเป็นส่วนลดเงินสดได้เลย ดีจริงๆ ว่าป่ะ

เพราะมันก็กระตุ้นให้เกิดการเพิ่มโอกาสขายสินค้าทางอ้อมให้กับร้านค้านั่นเอง

ยังไม่พอนะ วันไหนเราเป็นลูกค้าช้อปครบ 100 บาท

เค้าให้สิทธิหมุนวงล้อเพิ่มอีก 1 สิทธิ ก็ฟินน์กันไปเลยนะสิ

พร้อมๆ กับได้สิทธิรับ shopee coins เพิ่มอีก 1 เหรียญ ทุกการช้อปครบ 100 บาท

ทว่า… จะให้เฉพาะการช้อปจากร้านที่ติดอันดับร้านค้าแนะนำเท่านั้นนะ

แต่กติกาตรงนี้จะไม่ได้ให้สิทธิแบบรวมยอดต่อร้านค้า แต่จะให้สิทธิเป็นรายชิ้น

ยกตัวอย่าง ซื้อสินค้าร้าน A  2 ราคา ชิ้นแรกราคา 120 บาท ได้รับ 1 เหรียญ

ชิ้นที่สอง ราคา 380 บาท ได้รับ 3 เหรียญ สรุปจ่ายให้ร้าน A 500 บาทก็จริง แต่ได้แค่ 4 เหรียญนะจ้ะ

สรุปลด แลก แจก แถม ทุกลมหายใจจริงๆ

ใครหลงเข้าวังวนของ shopee แล้วจะตกเป็นทาสการซื้อขายเอาง่ายๆ เลย ก็โปรการตลาดเค้าทำได้ดีจริงๆ

= = = = =

ถัดมา Section สินค้ายอดนิยม ถ้าได้ขึ้นท้อปชาร์ตหน้านี้ก็แสดงว่า

สินค้ารายการนั้นๆ เป็นสินค้ายอดนิยมขายดีมาก ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอยู่ล่ะ

และการได้เห็นก่อน โดยไม่ต้องคีย์เสิร์ชหาให้ถูกต้องตามหมวด หรือตาม Hashtag ที่แม่ค้าติดไว้

ตรงนี้ก็สำคัญนะ เพราะบางทีแม่ค้าก็พิมพ์ผิดในส่วน Hashtag ลูกค้าก็จะคีย์หากันไม่เจอ

หรืออย่างบางคำที่เป็นคำทับศัพท์อันนี้แค่สะกดถอดเสียงไม่ตรงกันก็หากันไม่เจอแล้วเหมือนกัน

อย่างเช่น กระเป๋าคลัทช์  กระเป๋าคลัทซ์ ถ้าแม่ค้ากับลูกค้าสะกดต่างกันแค่ตัวท้าย ช.ช้าง กับ ซ.โซ่

ก็พลาดเป้า หากันทั้งชาติยังหาไม่เจอ เพราะงั้นตรงนี้ก็อย่าลืมระมัดระวังกันให้ดี

หรือจะให้ดีก็ Hashtag ภาษาอังกฤษตามต้นฉบับลงไปด้วย เอาให้ครบ เพื่อโอกาสในการพบเห็น

Capture1.JPG

ตรงนี้ก็อยากให้แม่ค้ามือใหม่ทั้งหลาย ลองเข้าไปกดดูสินค้าของเค้า

เพื่อเรียนรู้นะจ้ะ ไม่ได้ให้ไปหาสินค้ามาขายแข่งกับเค้า

การตลาดที่ดี คือ เรียนรู้เพื่อต่อยอดและอยู่ได้ยืนในระยะยาว

ไม่ใช่เกิดมาเพื่อลอก เพื่อก๊อปปี้ผู้ชนะ แบบนี้ไม่สนับสนุุนน้า

เราเข้าไปกดดูเพื่อเรียนรู้อะไร ตรงนี้ขอแยกเป็น 2 แนว

แบบแรก สินค้าเดียวกับที่เราขาย ไปดูว่า คนที่เค้าขายดีติดอันดับเราลงขายยังไงให้ยอดขายดี

ภาพสวยไหม ถ่ายยังไง องค์ประกอบภาพแบบไหน ที่ดึงดูดใจ

ถ้อยคำโฆษณาใช้ภาษาแบบไหน ให้รายละเอียดสินค้าอะไรที่เราตกหล่นไปไหม

หรือ Hashtag ที่ดี คือ คำไหน ตรงนี้สำคัญมาก เข้าไปศึกษาดูนะจ้ะ

แบบที่สอง คนละสินค้ากับเรา ก็เข้าไปดูเพื่อเรียนรู้ว่า อะไรที่กำลังเป็นเทรนด์ของสินค้า

โทนสียอดนิยมของสินค้าแต่ละหมวดเองก็ย่อมต่างกัน

เราจะได้เรียนรู้สำหรับเอาไปปรับใช้ เลือกสินค้ารายการอื่นในอนาคต

อย่าลืมว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่เด็กผู้ชายสีฟ้า และเด็กผู้หญิงสีชมพู ฮา……..

ที่สำคัญได้เรียนรู้กลยุทธ์การขายแบบเทพๆ ซึ่งจากที่สัมผัสมา

จะมีแม่ค้าบางคน ใช้ราคาต่ำสุดมาดันร้านค้าตัวเองให้ติดหน้าแรก ลองดูตัวอย่างกันจะได้เข้าใจง่ายขึ้น

ราคา

มองเผินๆ มันก็ดูปกติดีว่าไหม แต่..ถ้าเราเอะใจสักนิด กางเกงวอร์มไรว่ะ ตัวละ 10 บาท

อย่าลืมนะ ทุกรายการในตัวอย่าง ค่าส่งฟรี มันเป็นไปได้จริงเหรอ ตัวละ 10 บาท

บ้านเป็นโรงงานเย็บยังไม่แน่ใจว่าทำได้ไหมเลย งั้นลองกดคลิ๊กเค้าไปศึกษาดู เค้าขายได้ยังไง 10 บาท

10-230

สรุปว่า 10 เป็นกลยุทธ์ให้ต่ำสุดในโลกหล้า แต่ราคาขายจริงคือ 260 นาจา

แต่ส่วนตัวไม่แนะนำให้ทำแบบนี้นะ มันประสบความสำเร็จในการทำลูกค้าได้เห็นเราก็จริง

แล้วยอดขายจริงล่ะ ประสบความสำเร็จตามไปด้วยไหม ลูกค้าบางคนเค้าอาจพาลไม่ชอบเราอีกด้วย

แต่อันนี้แค่หยิบมาให้ดูว่า ถ้าเราเป็็นแม่ค้านั่งอยู่แต่ในร้านเราเองไม่ศึกษาร้านอื่น

เราจะทำการตลาดสู้เค้าไม่ได้ ดังนั้นการไปเรียนรู้จากร้านค้าที่ขายดี ย่อมเป็นการเปิดโลกให้เราไปในตัว

= = = = =

จากนั้นถ้าเมื่อไหร่ร้านเราติดอันดับเป็นร้านค้าแนะนำและยอดขายเราดีมากๆ

เราจะติดเรดาร์แสกนของทาง Shopee เอง ประมาณว่าเข้าตากรรมการ

ทีมงานจะติดต่อร้านค้าเพื่อให้เสนอสินค้าเข้าแคมเปญ Flash Sale

ซึ่งแคมเปญนี้ จะติดหน้ากลางแบบรวมสินค้ายอดนิยมขายดีทุกประเภทมาลดราคา

โดยแต่ละรอบของ Flash Sale จะมีระยะเวลาเซลล์ 6 ชม.

แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา 12.00-18.00 น.  18.00-00.00 น.

และรอบราตรี รอบนี้จะให้ไทม์มิ่งยาวนานกว่ารอบปกติหน่อย คือ 12 ชม. 00.00-06.00 น.

flash sale

ถ้าสังเกตจะเห็นเวลาแจ้งว่า ระยะเวลาแกรนด์เซลล์เหลืออีกนานแค่ไหน

และเหลือสินค้าอีกเท่าไหร่จากจำนวนที่นำมาเซลล์ทั้งหมด

ก็เร้าใจดี กระตุ้นให้รีบตัดสินใจใช้ตังค์กันซะก่อนของหมดนั่นเอง

= = = = =

ส่วนร้านไหนเปิดร้านมาหงอยๆ ยังไม่มีลูกค้า เค้าก็สร้างช่องทางเร้าใจลูกค้าให้มาซื้อ

ด้วยการให้ร้านค้าสร้างโปรโมชั่นของตัวเอง เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า

เข้าไปกำหนดลดราคาตามต้องการ ระบบจะให้ผู้ขายกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการลดราคา

ราคาที่ยอมลดให้ จำนวนชิ้นที่ยอมลดให้ แล้วตัดปิดยอดการลดราคาเมื่อเวลาสิ้นสุดลงอัตโนมัติ

ป้ายลดที่โผล่มาแปะอยู่หน้าสินค้าย่อมร่ายมนต์ใส่คนซื้อได้ไม่มากก็น้อยล่ะน้า

บางตัวก็ลดจนงง ลดเยอะไปไหมพี่ ซื้อมาจะใช้ได้ไหม ลดกันที 90% ฮา…………

90.JPG

แต่ที่เด็ดกว่านั้น คือ กลยุทธ์สร้างประสบการณ์ช้อปครั้งแรกกับทางร้าน

โปรนี้จะส่งตรงหลังบ้านถึงเจ้าของร้าน พร้อมระบุรหัสโค้ดส่วนลดให้กับทางร้าน

เช่น ลดกี่บาท ใช้ได้ภายในกี่วัน ใช้ได้เฉพาะกับลูกค้าที่ยังไม่เคยซื้อสินค้าร้านนั้นมาก่อนเท่านั้น

first

สมมติว่า สินค้าราคา 230 บาท (ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของทาง Shopee) ได้สิทธิลด 130 บาท

ลูกค้ากรอก code ไป ลดจาก 230 เหลือ 100 บาท แบบนี้ลูกค้าฟินน์แน่ แม่ค้าก็ฟินน์ตาม

Win-Win กันทุกฝ่าย ฮิ้วววววววววววว

ปล.ตรงนี้ร้านค้าไม่ต้องห่วงนะ ได้รับเงินเต็ม 230 เพราะส่วนลด 130 บาท

Shopee เค้าออกให้ลูกค้าเอง เราก็ลอยตัวไป ไม่ได้กระทบกระเทือนรายได้แต่อย่างใด

เอาใจร้านค้ากันไปเรยยยยยย

= = = = =

เรื่องค่าจัดส่งทีมการตลาดก็ไม่ทอดทิ้ง สร้างโปรโมชั่นช่วยเหลือผู้ขายมาแบบอึ้งย้งจ้า

ปกติมนุษย์ออนไลน์แพ้คำว่า ค่าส่ง EMS เพราะรู้สึกได้ทั่วกันว่า แพง

แต่ส่งลงทะเบียนก็ไม่ทันใจ ต้องรีบใช้ ไฟลท์บังคับมัดมือชกต้องส่ง EMS จึงเกิดขึ้นแบบไม่มีใครเต็มใจ

Shopee บอกไม่เป็นรายๆ อั้วช่วยลื้อออกส่วนนึง เครป่ะๆ

F888A334-6E1A-4E5A-8221-D9B56E3F9539.jpg

ไม่เคยเจอที่ไหนช่วยออกค่าส่ง ใจปล้ำสุดๆ ไปเลย

แม้ว่าของค่าย Lazada จะไม่มีค่าส่ง (แต่อย่าลืมว่าเค้าคิดมาในราคาสินค้าแล้ว)

แต่ตรงนี้ แม่ค้าจะใช้สิทธิได้ก็ต้องทำตามเงื่อนไขซึ่งเค้าก็มีรายละเอียดแจ้งขั้นตอนกระบวนการไว้

ก็ทำให้ตรงตามเงื่อนไขเท่านั้นก็จะได้คนมาช่วยออกค่าส่งให้ล่ะ สบายแฮ…

Free.JPG

อันนี้แค่ส่วนหนึ่งของการตลาดแบบรุกฆาตของ Shopee ที่ถือได้ว่า

สอบผ่าน มาแรง พร้อมต่อกรกับรุ่นใหญ่กว่าอย่าง Lazada

ช่วงแรกที่ทีมผู้บริหาร Shopee ต้องยอมเจ็บตัว ควักเนื้อ  เพื่อดันตัวเองขึ้นแข่งกับรุ่นใหญ่ไฟกระพริบ

ต้องรอดูว่า ทีมการตลาดยังคงผลักดันสร้างสรรค์กลยุทธ์เจ๋งๆ ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องแค่ไหน

แต่จากรูปการณ์หลังทดลองใช้งานมาแค่ 19 วัน ส่วนตัวมองว่า

ทีมการตลาดของ Shopee อยู่ในเกณฑ์สอบผ่านได้คะแนนสูงเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

BDRM เป็นเพียงนักลงทุนเม่าๆ คนหนึ่ง ที่หลงใหลการลงทุนในตลาดหุ้น มากพอที่จะนั่งดูเฝ้าจอ ดูกราฟ อ่านข่าว แอบดูงบ แกะรอยเจ้ามือ นินทารายใหญ่ได้ทั้งวัน การนั่งสังเกตความเป็นในตลาดทำให้สัมผัสได้ว่า ตลาดหุ้นสีเทาแห่งนี้มีระบบและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการสูบเงินจากเม่าไปให้เจ้า ซึ่งเป็นที่มาของเพจการลงทุน BDRM Blog ที่หวังให้เม่ารู้เท่าทันตลาดหุ้นเท่าที่กำลังความสามารถของเม่าตัวนี้พึงทำได้

3 Comments on “Shopee #Marketing แบบรุกฆาต

  1. ช่วยเเนะนำได้ไหมคะว่าจะตั้งชื่อยังไงให้ลูกค้าค้นหาสินค้าเราเจอ
    ตอนนี้พยายามหาสินค้าตัวเองด้วยคำต่างๆ ก็ไม่เจอเลยคะ ยอดวิวก็ไม่เจอ กลุ้มจัง

    • แนะนำให้เข้าไปดูร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันกับของเรา ดูแท้กที่เค้าใช้ค่ะ จำนวนแท้กที่เยอะ และละเอียดถึงขั้นระบุดีเทลสิ้นค้ามีโอกาสหาเจอสูงขึ้นค่ะ เช่น ชุดราตรี กับชุดราตรีสั้นเกาะอกสีโอรส แบบแรกเจอเป็นร้อยร้าน แต่แบบหลังจะเจอแค่ไม่กี่ร้าน และลุกค้าที่หาแบบเจาะจงเลยว่าราตรีสั่น ราตรีเกาะอก ราตรีสีโอรส คือกลุ่มที่ตั้งใจซื้อจริงๆ ค่ะ เพราะเค้ามีสเปคในใจมาชัดเจนแล้วค่ะ

    • อ้อ อีกเรื่องค่ะ ลอง subscribe Blog คุณ apitsada Nethercote ด้วยค่ะ เป้นบลอคใน wordpress ด้านการตลาดออนไลน์มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการสื่อสารการตลาดมาอัพเดทเรื่อยๆค่ะ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: