Advertisements

toyo eng.png

ตามกฎหมายระบุให้ กรรมการบริษัท และนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือหุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกิน 5%

ต้องทำรายงานแจ้งตลาดหลักทรัพย์ตามประเภท กรณีกรรมการบริษัทให้แจ้งฟอร์ม 59-2

(เคสกรรมการแจ้งทุกครั้งที่ทำการซื้อขาย ไม่สนใจจำนวนเปอร์เซนต์การถือครอง)

กรณีนักลงทุนให้แจ้งฟอร์ม 246-2 ซึ่งส่วนใหญ่ก็แจ้งกันเรียบร้อยดี (จริงหรือ ????)

แต่ … ก็มีไม่น้อยที่ไม่แจ้ง และน่าจะเป็นเจตนาหลบเลี่ยงไม่แจ้งเสียด้วย

แถมคนที่แจ้ง ก็แค่แจ้งๆ ไปตามกฎเกณฑ์

ส่วนแจ้งครบสาระสำคัญไหม จนท.รับแจ้งก็ไม่ได้ใส่ใจจะตรวจสอบ

เลยกลายเป็นช่องโหว่ของโจรสวมสูทกระทำการเอาเปรียบเจตนาอำพรางข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญ

(ตอนนี้เห็นรายใหญ่ไม่เคยแจ้งอยู่อีกคน 2 เคสแล้วนะ ทำงานสายการเงินด้วยนะ จะบอกไม่รู้ก็ฟังไม่ขึ้นน่ะ

กำลังคิดอยู่ว่าอยากจะช่วยแจ้งให้ แต่โดยส่วนตัวก็อยากแก่ตายอยู่น่ะ เลยยังไม่ช่วยแจ้งเข้าไปให้ 55555 )

= = = = = =

แต่ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ที่พบเห็นก็คือ ไม่แจ้งให้ครบในสาระสำคัญ

โดยเฉพาะราคาซื้อขายหลักทรัพย์  ชื่อคู่กรณีที่ซื้อขาย  บริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย

วันที่ที่กระทำการให้มีผลต่อปฏิบัติตามเงื่อนไขแจ้งฟอร์ม

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อพฤติกรรมราคาหลักทรัพย์ทั้งในช่วงกระทำการและหลังกระทำการทั้งสิ้น

แต่กลับไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่อให้มีการรายงานให้ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

แบบนี้เอาผิดเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่เสียได้น่ะ

เพราะการละเว้นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นอย่างร้ายแรงได้

แต่…โดยรวมยังถือว่า แจ้งเว้าๆ แหว่งๆ ก็ยังดีกว่าไม่แจ้ง

เพราะอย่างน้อยนักลงทุนยังพอได้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวในการถือครองหลักทรัพย์

ถ้ามองว่าการเว้าๆ แหว่งๆ มีแนวโน้มไม่สุจริต ไม่โปร่งใส นักลงทุนอาจตัดสินใจหลีกเลี่ยงการลงทุนได้

ซึ่งหากผู้ใดแจ้งโดยหลบเลี่ยงไม่แจ้งในบางข้อมูล

ก็อยากให้พึงสังวรณ์ระวังบาปกรรมแห่งความไม่สุจริตจะทำให้ชาติหน้า

เกิดมา “ปากแหว่งเพดานโหว่” กันด้วยล่ะกัน

ขณะที่การหลบเลี่ยง ไม่แจ้งใดๆ เลยทั้งๆ ที่กระทำการเข้าข่ายเกณฑ์ต้องรายงาน

แบบนี้สิ น่ากลัว เพราะมีเจตนาทุจริต หลบเลี่ยง ซ่อนเร้นโดยชัด

= = = = = =

กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า มหกรรมเทกระจาดของราคาหุ้น TTCL ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก็ดูเหมือนจะส่อเค้าลางไม่โปร่งใส ไม่โปร่งแสง จากเคสนี้ด้วยเหมือนกัน

เริ่มตั้งแต่ TEC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ลงประกาศในหน้าเว็บไซด์ของตัวเองเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์

ย้ำว่า วันที่ 6 กุมภา แจ้งอย่างเปิดเผยชัดเจนว่า ได้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ออกไป

และจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมด “2.4 พันล้านเยน” (เค้าระบุตัวเลขชัดเจนเลยนะ)

ลงบุ๊คเป็นกำไรพิเศษในงบรอบสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ดูรายละเอียดเอกสาร คลิ๊กที่ลิงค์นี้


140120180206465587

การระบุตัวเลขได้แล้วว่า มีรายรับพิเศษก้อนนี้เท่าไหร่ มันควรแปลว่าอะไร

การซื้อขายได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่หรือไหมในเชิงราคาซื้อขาย

เพราะไม่อย่างนั้นจะรู้ตัวเลขสุทธิได้อย่างไร !!!!

แต่…สิ่งที่ TEC รายงานต่อกลต. ในฟอร์ม 246-2 รอบแรก คือ ขาย Big Lot ไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์

แต่เมื่อกลต. ถามหาการซื้อแจ้งว่า ขายให้กับใคร เพราะการลง Unknown เป็นเรื่องที่ไม่สมควร

เพราะเป็นการซื้อขายก้อนใหญ่ จะปฎิเสธว่าไม่ทราบว่าผู้ซื้อที่ตนเองขายให้นั้นเป็นใคร จะเป็นไปได้หรือ ?

พี่เค้าไปซื้อขายกันในถ้ำเมื่อหลายล้านปีก่อนหรืออย่างไร

ขายกัน 56 ล้านหุ้นเชียวนะ จะไม่ถามชื่อแซ่บ้านอยู่ไหนกันไว้สักหน่อยเชียวหรือ

และหากเป็นการซื้อขาย Big Lot จริง เท่ากับว่า TEC ฝ่าฝืนระเบียบของกลต. ไม่นำแจ้งบิกลอต

เพราะระยะเวลาที่ผ่านไม่ปรากฎมีการซื้อขายบิกลอตจำนวนดังกล่าวรายงานให้ตลาดทราบแต่อย่างใด

อ้ะๆ อย่าเถียง เดี๋ยวนี้น้องเม่าเค้าก็มีเรคคอร์ดสถิติการ Big Lot เก็บไว้เหมือนกันนะ

อย่าริจะมาเถียงว่าเคยแจ้งเชียว เดี๋ยวเค้างัดหลักฐานมาค้านจะหน้าหงายเอาได้

Capture

จากนั้นเมื่อกลต.ทักท้วงขอให้ชี้แจงใหม่

สิ่งที่ TEC ทำคือ แก้รายการจากการซื้อขายบิกลอตเป็นซื้อขายในกระดาน (ง่ายๆ แบบนี้เลยนะคะพี่)

ระบุเพียงแค่ว่า ขายในกระดาน ผ่านหลักทรัพย์ CNS ที่ฮ่องกง

toyo eng.jpg

คำถามที่ขอถามคือ หากทำการขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 7 ตามที่ TEC กล่าวอ้าง

ไฉนสามารถรู้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาว่า มีรายรับสุทธิจากการขายหุ้นเป็นเท่าไหร่ … ได้อย่างไร

มหัศจรรย์ วันเดอร์ฟูล ยิ่งนัก !!!!!

ที่จริงแล้ว เคสแบบนี้กลต.ควรดำเนินการตรวจสอบ transaction ของธุรกรรมนี้ของ TEC

ว่า ขายให้ใคร ทางวิธีการใดกันแน่ ซึ่งกลต.ทำได้ และพึงกระทำ

เพราะการขายหุ้นทิ้งทั้งหมดของผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ย่อมมีนัยสำคัญต่อการดำรงอยู่ความเชื่อมั่นในกิจการ

และโดยเฉพาะในกรณีที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงแบบทิ้งดิ่งภายในวันเดียวแบบนี้

แต่กลต.ก็ทำได้เพียงแค่ ทักท้วงเรื่องผู้ซื้อปลายทาง ซึ่งพอได้รับแจ้งใหม่ก็ปล่อยผ่านไป

โดยไม่ได้ไตร่ตรองครุ่นคิดว่า มันควรจะเป็นเช่นตามที่ได้รับแจ้งได้จริงๆ หรือ

จากนั้น วันที่ 13 กุมภาพันธ์ กองทุนกรุงศรีก็นำส่งรายงานแจ้งตลาดว่า ได้เข้าลงทุนหุ้น TTCL เกิน10%

โดยวันที่กระทำการให้มีผลคร่อมจุด Trigger point ให้ต้องรายงานคือ วันที่ 12 กุมภาพันธ์

ก็ปรากฎว่า ลิงค์แบบฟอร์มที่แจ้งก็ล่มไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้

เดือดร้อนอิเม่าขี้สงสัยอย่างเรา ให้ต้องให้ติดตามสอบถามเข้าไป

จึงได้มีการแก้ไขลิงค์ให้สามารถใช้การณ์ได้ เมื่อบ่ายวันนี้เองนะจ้ะ แหมๆๆๆ

ตรงนี้ขอไม่ติดใจอะไร “อาจเป็นข้อขัดข้องทางเทคนิคโดยมิได้ตั้งใจจริงๆ ” ก็เป็นได้

แต่…เมื่อลิงค์ได้รับการแก้ไขให้สามารถเข้าถึงได้

สิ่งมหัศจรรย์ก็พลันประจักษ์ว่า กองทุนผู้ดูเหมือนมากู้ชาติให้กับ TTCL นี่จริงใจจริงหรือ

จากการปิดสมุดครั้งล่าสุดของ TTCL เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 กองทุนกรุงศรีทั้งหมด ยังถือไม่ติด 5%

Untitled.jpg

(ในภาพการปิดสมุดขอตัดรายชื่อลำดับ 4-18 ออกเพราะจะทำให้ภาพใหญ่เกินไป)

ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 เพราะไม่เข้าเกณฑ์ถือครองเกิน 5%

แต่ช้า แต่…เค้าแหกตามา พอถึง 10% เค้าถึงวางยายลง (เอ๊ะ เค้าร้องกันแบบนี้ป่าว อิอิ)

เพราะใน 246-2 ที่กองทุนกรุงศรีแจ้งซื้อระบุว่า สัดส่วนการถือครองล่าสุดก่อนการซื้อเพิ่มในวันที่ 12

จนต้องเข้าเกณฑ์ต้องรายงาน คือ ซื้อเพิ่มแค่  0.21% มีของเก่าก่อนอยู่ 9.95% แน๊ะ !อ้าวววววแบบนี้ต้องที่พี่ซื้อคร่อม trigger point 5%  พี่ไม่ได้แจ้งกลต. ตามระเบียบข้อบังคับใช่อ่ะป่่าววววพี่เป็นกองทุนนะคะ พี่อย่าบอกว่า พี่ไม่รู้กฎระเบียบข้อนี้และพี่อย่าอ้างว่าพี่ลืมแจ้งค่ะ  นักลงทุนเค้ากินข้าว  ไม่ได้กินหญ้านะคะS__60801347= = = = =ถ้ามีหน้าที่ต้องรายงาน 246-2 แต่ไม่ปฎิบัติ มีความผิดอย่างไร ?ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับเพิ่มเติมวันละ 1 หมื่นบาทในกรณีเมื่อทราบแล้วยังไม่ดำเนินการรายงานให้ถูกต้องจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องแต่ปัญหาคือ การลงโทษจะดูจากเจตนาของผู้มีหน้าที่ต้องรายงานซึ่งแน่นอนว่า เป็นเหตุให้ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะมักอ้างว่า ไม่ทราบหรือเข้าใจผิดว่าไม่ต้องรายงานเป็นเหตุให้ผลลัพธ์การดำเนินการออกมาในรูปของการปรับ แถมค่าปรับก็น่าเอ็นดู เมื่อเทียบกับสัดส่วนเม็ดเงินที่ได้กระทำการลงไปคำถามคือ เราคนนอกคิดว่าเค้าไม่รุจริงๆ หรือเค้าแกล้งไม่รุ ?????อย่าลืมนะคะ ว่าพี่เป็นกองทุน การอ้างว่าไม่รู้ น่าจะยากค่ะแต่ถ้าพี่จะอ้างว่า พี่ลืมแจ้ง พี่ก็ทำได้ค่ะ ไปแก้ตัวกับกลต.เอานะคะส่วนเม่าขอบอกว่า เม่าขอย้ำกับพี่อีกทีนะคะถ้าพี่คิดจะอ้างว่าพี่ลืม เพราะถ้าพี่ลืมจริงๆ ฟังดูมันดิสเครดิตตัวเองนะคะคนทำงานระดับนี้ เรื่องแค่นี้ยังดูแลรับผิดชอบไม่ได้ เรื่องใหญ่ถ้ามีอะไรขึ้นมาจะดูแลไหวเหรอค่ะพี่แล้วแบบนี้นักลงทุนเค้าจะกล้าฝากเงินเค้าให้พี่ดูแลต่อไปดีไหม น่าคิดๆ 

BDRM เป็นเพียงนักลงทุนเม่าๆ คนหนึ่ง ที่หลงใหลการลงทุนในตลาดหุ้น มากพอที่จะนั่งดูเฝ้าจอ ดูกราฟ อ่านข่าว แอบดูงบ แกะรอยเจ้ามือ นินทารายใหญ่ได้ทั้งวัน การนั่งสังเกตความเป็นในตลาดทำให้สัมผัสได้ว่า ตลาดหุ้นสีเทาแห่งนี้มีระบบและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการสูบเงินจากเม่าไปให้เจ้า ซึ่งเป็นที่มาของเพจการลงทุน BDRM Blog ที่หวังให้เม่ารู้เท่าทันตลาดหุ้นเท่าที่กำลังความสามารถของเม่าตัวนี้พึงทำได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: