VNT.png

อย่างแรกคงต้องย้ำก่อนว่า ผึ้งไม่ใช่สายงบแต่ไหนแต่ไร (แล้วแกดันเสนอหน้าจะมาถอดงบนี่น่ะ 5555)

วันนี้ก็แค่อ่านงบพอได้ ไม่ใช่คนเชี่ยวชาญงบ ไม่เก่งพอที่จะมั่นใจว่า

เข้าใจหรือมั่นใจว่าทุกข้อมูลการถอดงบที่จะสรุปข้างล่างถูกต้องทั้งหมด

แต่…เหตุผลที่ตัดสินใจถอดงบ เพราะมันเป็นหน้าที่ของ “เม่ามีของ” ที่ต้องใส่ใจงบตัวเอง

โดยเฉพาะในเวลาที่งบดรอปยิ่งต้องใส่ใจ หาสาเหตุ

ถ้างบสวยยังพอขี้เกียจไม่อ่านได้ (เรื่องแก้ตัวบางทีเราก็ถนัด ฮา………..)

แต่อย่าลืมนะว่า ยิ่งงบสวยยิ่งควรต้องอ่านจะได้รู้ว่า การเติบโตสุดๆ ถึงปลายทางหรือยังเช่นกัน

ที่สำคัญการเรียนรู้ที่ดีคือการลงมือปฏิบัติ ถ้าไม่ฝึกอ่านงบ เมื่อไหร่จะอ่านงบเป็น

และเผื่ออ่านผิด คนอื่นที่อ่านเก่งกว่า หรือเห็นต่างจะได้มาช่วยโต้แย้ง

= = = = =

จริงๆ โดยรวมเห็นแวบแรก คนส่วนใหญ่จะอื้อหือ อู้วหูวตู้วู้วววว …. กับงบปี 2017 ของ VNT

โดยเฉพาะถ้าเราดูงบผ่านแอพของโบรก เพราะบางค่ายไม่ได้รายงานละเอียดมากพอให้เห็นความผิดปกติ

การดูงบไม่ควรดูเพียงแค่ 2 บรรทัดสุดท้ายว่า กำไรสุทธิเท่าไหร่ กับ กำไรต่อหุ้นเท่าไหร่

Untitled

 

ถ้าดูเฉพาะกรอบสีแดงแค่นี้ มันดูงดงามสวยหรู และชวนให้เพ้อฝันมากไปเลยนะ

ได้ข่าวว่า เม่าชอบดูกันแค่นี้เสียด้วยสิ ถึงได้โดนงบเฉือดดัดหลังเวลาเล่นตามงบกันอยู่บ่อยๆ

ทำเป็นพูดดีไป จริงๆ แกก็เคยไม่ใช่เหรอ ก็เคยเป็นนะ

ตอนนี้บอกได้เลยว่า   ว่าแต่เขา อิเหนาไม่เป็นแล้วนะ ถึงกล้ามาบอกว่าอ่านงบกันเหอะ

ถ้าเราเลือกจะขี้เกียจอ่านไปตลอดกาล นั่นก็เป็นความโชคร้ายในอนาคตการลงทุนของเราเอง

เพราะงบ VNT ถ้าดูให้ดีๆ ชัดๆ งบรวมโต 100% ก็จริง แต่งบเฉพาะกิจการลดลงแบบน่าใจหายเลยนะ

สรุปดีไม่ดีล่ะแบบนี้ จะรุได้ยังไงอย่างน้อยที่สุดการดูแบบเทียบ QoQ กับ YoY จะช่วยให้เราฉุกใจคิดว่า

จำเป็นมากน้อยแค่ไหน ที่เราควรต้องไปไล่ดูถอดงบเพื่อหาต้นเหตุนี้หรือเปล่า

ขอยกตัวอย่างจากเคส JWD ให้ดู เพราะจะเห็นได้ชัดเจนดีว่า

การดูเทียบ QoQ กับ YoY มันไกด์ให้ต่อมเอ๊ะเราทำงานได้ยังไง

613750.jpg

ถ้าเราสังเกตตัวเลข YoY  QoQ ของ JWD เราจะสังเกตว่า ค่าเฉลี่ยกำไรของเค้าอยู่ที่หลัก 40-50 ล้านบาท

แล้วงบ Q4/0217 คืออะไร พีคไปไหน 466 ล้านบาท ต่อมเอ๊ะต้องให้การไปว่า

จงตามหา One Time Gain ที่บุ๊คลงใน Q นี้ให้ได้

เพราะมันยากเหลือเกินที่กำไรก้อนนี้จะเกิดการดำเนินงานปกติ เติบโตทีละ 1000% ภายในเวลา 1 ปี

มัน impossible มากๆๆๆ สรุปการไปไล่อ่านไส้ในของงบ

จะทำให้เรารุว่า JWD โตจากการบุ๊คกำไรจากการขายกองรีท AMIREIT นั่นเอง

= = = = =

กลับมาที่น้องหมี VNT ของเรา ตกลงงบเราดีจริงอ่ะ ปลอดภัยจริงป่าว เพ้อหลงไปเองไหม

วิธีที่ผึ้งขอแนะนำคือ ดูรีวิวงบของ Line Official @NEWS เพราะคนนี้ทำรีวิวงบได้ดีสุดแล้ว

เพราะขนาดโบรกใหญ่ๆ ยังเทียบ YoY ให้เราแค่ 2 ปี แต่รายนี้ให้เราดู 3 ปีไปเลย

การเห็นย้อนหลัง 3 ปี จะช่วยให้เห็นความสม่ำเสมอของงบได้ดีขึ้น

ผลการทำงานของต่อมเอ๊ะจะมีประสิทธิภาพขึ้น ผิดพลาดคลาดเคลื่อนน้อยลงไปได้อีกระดับนึง

VNT

ถ้าเราดูย้อนหลัง 3 ปี VNT เหมือนสาวอายุ 50 เป็นสาววัยทองมาก … ที่เลือดจะไปลมจะมาชอบกล

เพราะงบแต่ละ Q ดูไม่เสถียรเอาเสียเลย ถ้าดรอปมากๆ จะระดับ 30 ล้าน (มีบาง Q ติดลบอีกตังหาก)

มีค่าเฉลี่ยเกาะกลุ่มอยู่ 3 ระดับ คือ หลัก 8-9 หมื่น กับ หลัก 3 แสน และ หลัก 7 แสน

ตัวเลขกระโดดมากมายจริงๆ ต่อมเอ๊ะนี่เริ่มเอ๊ะกันไม่ถูกเลย จะไล่หาจากไหนอะไรก่อนดี

วิธีง่ายๆ อันสุดแสนจะขี้โกงที่ผึ้งใช้ประจำ ที่อยากขอแนะนำตามประสาคนเจ้าเล่ห์คือ

ไปแอบดูสรุปงบปีภาพรวมย้อนหลังใน SET ก่อนเลย

Untitled.png

วิธีที่ผึ้งทำประจำคือ ดูรายได้ว่าโตขึ้นหรือหดลง จะได้รู้ว่าควรรักหรือควรชัง

จากนั้นดูว่า รายได้ดี กำไรดีตามไหม (กรอบสีน้ำเงิน)

ถ้ารายได้ดี กำไรไม่ดี มันต้องมีสาเหตุก็แค่มองขึ้นไปที่หนี้สิน (กรอบสีแดง)

บางทีรายได้ดี แต่หนี้เยอะก็อ้วกแตกได้เหมือนกัน (เส้นสีเขียว)

เพราะก็อารมณ์ทำงานแทบตายโดนดอกเบี้ยปล้นไปหมด

ซึ่งอันนี้ถ้าเป็นดอกเบี้ยจากการขยายการลงทุนยังพอทำใจให้อภัยได้

ถ้าเราให้เวลาการดำเนินงานไปสักระยะนึง แล้วพบว่า

หนี้เริ่มลดลง กำไรเริ่มกลับมา เพราะต้นทุนการเงินก็ไอ้ดอกเบี้ยนั่นล่ะ เบาลง แบบนี้แจ่มล่ะ

(กรอบสีชมพู จริงๆ มันเห็นว่าโอเคขึ้นตั้งแต่ปี 58 ก็จริงแต่มีนัยจริงๆ ก็ปี 59)

พอเห็นแบบนี้มีอนาคตใช้ได้ สมควรลงแรงอ่านไส้งบต่อ

แต่ถ้าไม่ใช่แบบนี้เจอขาดทุนซ้ำซากต่อเนื่อง

แล้วงบก็ดรอปลงขาดทุนเพิ่มเรื่อยๆ ไม่ต้องอ่านให้เหนื่อย ขายๆ ทิ้งไปก่อน

พอตกลงใจได้ว่า ควรอ่านไส้ในต่อ ก็ไปดูตัวเลขที่พีคขึ้นมาทั้งทางบวก ทางลบ

ซึ่งจากงบปี 2017 หลังอ่านไส้ก็พบว่า แม้ว่า YoY จะดรอปลงไปพอสมควร

แต่เราพอจะให้อภัยเธอได้ไหม เราต้องมีเหตุผลแห่งการให้อภัยที่เหมาะสมด้วย

ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการไบแอสหลงหุ้นแบบหน้ามืดตามัวไป

สิ่งที่เม่าหัดแกะงบสรุปได้จากการอ่านไส้มีอะไรบ้าง

Q4/2016 มี one time gain เกือบ 120 ล้าน จากเงินชดเชยไฟดับที่ Gecco One จ่ายคืืนมาให้

Q4/2017 รายได้ดีจัด ผู้บริหารเลยเร่งปิดงวดหนี้สินไป 1 โครงการ

ด้วยการไปเจรจาขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้สินระยะยาวที่จะครบกำหนดใน 1 ปี (ปี 2561) ออกไป

โดยจะขอกลับมาจ่ายอีกครั้งเป็นงวดๆ ตามนี้ ก้อนแรกเริ่มกลับมาจ่ายอีกครั้ง มิย. 2562  273.8 ล้านบาท

และจากนั้นจ่ายอีกทุก ธค. มิย. เรื่อยไปจนถึง ธค. 2565 งวดละ 321.4 ล้านบาท

สรุปง่ายๆ ปี 2561 ตัวเบาๆ หน่อย ไม่มีภาระต้องจ่ายหนี้ในปีนี้ ไปรอจ่ายอีกทีปีหน้า

แต่รายได้ Q4/2017 ที่เยอะๆ ทำไมดรอปลงเยอะเมื่อเทียบกับ Q4/2016

ก็มาจาก 2 สาเหตุ เอาสาเหตุหลักก่อนรายได้ที่ได้มา ถูกนำไปตั้งสำรองหนี้สูญ 741 ล้านบาท

มะ มะ แม่เจ้า…. ดูตัวเลขมีตกใจแทบสลบกันเลยนะ คุณภาพลูกหนี้ไม่ดีหรือเปล่าแบบนี้ ?

แต่ถ้าไปถอดงบดูจะเห็นว่า หนี้ก้อนนี้ไม่ได้เกิดจากลูกค้า แล้วมันเกิดจากอิหยังกันหน๊อออออ

หากแต่เกิดจาก “บริษัทย่อยเบี้ยวหนี้” ที่กู้ยืมบริษัทแม่ไปตังหาก เอเมน….

ตรงนี้ผู้บริหารคงเห็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่เคยมีกำไรแต่เดินหน้าขาดทุนมาโดยตลอด

เลยตัดสินใจตัดเนื้อร้ายทิ้ง ด้วยการปิดบริษัทหลังทยอยตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุนมาโดยตลอด

โดยปีนี้ ทยอยตัดด้อยค่าเงินลงทุนใน Q2 218 ล้านบาท  Q3 132 ล้านบาท และ Q4 108 ล้านบาท

สรุปปีนี้ตั้งด้อยค่าไทซิงที่จีนไปทั้งสิ้น 438 ล้านบาท แฮร่…….

เมื่อจะตัดเนื้อร้ายด้วยการยุติการดำเนินงาน

ก็จำใจต้องยกหนี้เงินกู้ที่มันค้างแม่ไว้ให้มันอีกตูมเดียวใน Q4/2017 อีก 741 ล้านบาท อิลูกทรพีจริงๆ ฮ่วย !

พอเห็นแบบนี้ จริงๆ ไม่ชอบใจหรอกนะ ได้มาเยอะแต่ก็ต้องไปจ่ายอะไรแบบนี้ เฮ้อออ

แต่น้องๆ สายงบที่ปกติเค้าจะมองอะไรแบบ conservative กว่าผึ้งเยอะๆ กลับพูดตรงกันว่า

ต้องดีใจ เพราะการที่ผู้บริหารตัดเนื้อร้ายทิ้งๆ ไปให้หมด ต่อไปในอนาคตก็มีแต่จะ Growth ไปเรื่อยๆ

สรุปน้องสั่งให้ดีใจ เอ้า………..ดีใจก็ดีใจ (แอบมองบน เบะปากนิดนุง)

เพราะจริงๆ ต่อให้ไม่มาไล่อ่านไส้งบ แล้วใช้วิธีเจ้าเล่ห์อีกวิธี (ทำไมยัยคนเน้มันถนัดแต่วิธีนี้ล่ะเนี่ย อิอิ)

ก็ไปดูสรุปในคำอธิบายงบเอาเลย เอาตัวเลขมาเทียบกันย้อนหลังสัก 3 ปี

ก็จะเห็นว่า ทุกอย่างดีขึ้นหมด กรอบสีส้มคือ หนี้ก็ถูกต้องดีอยู่แล้วที่ควรเป็นสิ่งเดียวที่ควรลดลง

Untitled.png

เห็นแบบนี้แล้วก็ควรต้องรักน้องหมีต่อไป จริงไหม ?

โดยเฉพาะในภาวะที่ SET ง่อนแง่นเหลือเกินในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่หุ้นตัวนี้ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ขนาดนี้

ก็เพราะมันมีดีในตัวมันเองจริงๆ (อวยหุ้นตัวเองอีกล่ะ ฮ่า……… )

ก็ถ้าตราบใดที่ Net Profit Margin ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ EPS ก็ Growth กันเป็นเด้งแบบนี้

การถือหุ้นแบบนี้มันไม่ดีที่ตรงไหน มองไม่เห็นเหตุผลที่จะมาคัดค้านเลยจริงๆ ไหมล่ะ ^___^

 

 

 

 

 

3 Comments on “ถอดงบ VNT Q4/2016 # ไฉน YoY ดีขึ้น แต่ QoQ ดรอปลง ต้องกลัวไหมแบบนี้ ?

  1. อ่านของคุณผึ้งไม่เบื่อเลยครับ เขียนสนุกและตลก 55555
    ปกติเห็นตลาดเขาจะแบบว่า เห็นงบ Q4 ไม่ดี ไม่โต ก็จะขายทิ้งกันละ
    ซึ่งตามเทคนิคผมว่ามันเหมือนอยากจะกลับไปทดสอบ high เดิม เลยเดาทางไม่ออกว่าจะไปโผล่ทางแดงหรือเขียวกันแน่

    แต่ถ้าคิดตามที่คุณผึ้งว่า หนี้ลดลง ผบห.ตัดเนื้อร้ายทิ้ง
    ปีนี้น่าจะยังโตได้อีกเยอะ (ไหนจะการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นมาเท่าตัวเลย)

    เป็นกำลังใจเขียนบล็อคต่อๆไปครับ ชอบมากๆครับ

  2. โหววว แกะงบเองแล้ว เราหมดฟามจำเป็นแล้ว ฮืออออออออออ

    • อัลไลลลล ก้อเค้าเห็นตัวเองขายหุ้นหนีเค้าไปแล้ว ใครจะกล้าใช้เมพก๊อง 11 เด้ง ให้แกะล่ะเนี่ย ก็ต้องตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไป อะคึ อะคึ

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: