There’s a new story on Quartz: Daimler and BMW are merging their car-sharing businesses to take on Uber The move reflects how traditional carmakers are under major pressure to get deeper into the shared-mobility market. Relying simply on selling cars is no longer enough. See it here: https://ift.tt/2pLFyqk

via New on Quartz: Daimler and BMW are merging their car-sharing businesses to take on Uber — Focus News Agency

car sharing

ไอเดียเรื่อง Sharing Economy เป็นการวางคอนเซ็ปที่น่าสนใจ แบ่งปันทรัพยากรกันใช้เพื่อให้ทุกคนแบ่งปันค่าใช้จ่ายรวมกันแบบจ่ายน้อยลงแต่ได้ประโยชน์สูงสุดร่วมกัน ตัวอย่างที่ Blog ข้างบนที่นำมา Reblog เป็นคอนเซ็ปของ Car Sharing แบ่งรถกันใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่เลย แต่มันเริ่มเข้าถึงง่ายเมื่อ GM ได้ริเริ่มในการนำเอา Multi-modal on-demand Mobility มาใช้กับบริการ Car sharing และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ผ่าน Application MOVEN  ที่ใช้ในการกระบวนการจองและรับคืนรถไปแล้ว ที่เด่นสุดต้องยกให้ระบบแจ้งศูนย์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งระบบจะสามารถรู้พิกัดได้เอง รวมถึงรู้รายละเอียดของรุ่นรถที่เกิดอุบัติเหตุ โดยที่ผู้ขับเพียงแค่กดปุ่มเดียวทุกอย่างจบปิ๊ง อะไรจะดีเว่อร์ ทำความรู้จักและเข้าใจบริการนี้แบบง่ายๆ ได้  ที่นี่

Capture.PNG

ในละแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ยังคงเป็นพี่ใหญ่นำทัพธุรกิจนี้ไปก่อนหน้าเราเมื่อหลายปีก่อน ภายใต้การนำของ BlueSG ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของ Bollore Group หนึ่งในผู้นำ Car Sharing รายใหญ่ของฝรั่งเศส โดยโปรเจ็คของ BlueSG ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสิงคโปร์อย่างจริงจัง เพราะต้องการลดปริมาณรถยนต์บนถนน ส่งผลให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้วถึง 32 แห่งในปัจจุบัน เพื่อรองรับธุรกิจของ BlueSG ที่เป็นรถ EV (Electrical Vehicle) ทั้งหมด เรียกว่าไปก่อน ไปไกล และไปเร็วมากเสมอสำหรับสิงคโปร์

Capture.PNG

แต่เคสของการ Reblog ครั้งนี้ส่วนตัวให้ความสนใจไปที่ เดิมแต่ละบริษัทรถต่างมี Application ในการให้บริการนี้ ซึ่งหมายความว่า หากเราพึงใจรถค่ายใดก็ต้องเลือกใช้บริการแอพของค่ายนั้น ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของแหล่งรับรถ-คืนรถที่อาจอยู่ไกลเกินไป แต่มันคงจะดีกว่าหากค่ายรถยอมนำรถของตนเองมาเข้าร่วมให้บริการใน Application ของระบบแชร์กันใช้รถส่วนกลางอย่าง UBER อย่างที่เป็นข่าวเกรียวกราวสร้างกระแสความสนใจจากบรรดา Bloggers ให้เข้ามาเขียนถึงแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ของทั้งสองค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่กันอย่างที่เห็นข้างบน

haup.PNG  Capture.PNG

เมืองไทยมีไหมบริการนี้ ? แน่นอนว่ามีอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่แพร่หลาย และผู้นำตลาดเจ้าแรกในไทยก็คือ Haupcar ซึ่งอันนี้เด็ดผู้เช่ารถจ่ายเพียงแค่ค่าเช่าคิดตามนาทีการใช้งาน (กรณีเช่ารายวันจะคิดเหมาเมื่อเช่าใช้งานเกิน 8 ชม.) และระยะทางที่ใช้งาน โดยราคาที่จ่ายครอบคลุมค่าน้ำมันและประกันภัยเรียบร้อยแล้ว อ้อ…มีบริการส่งรถถึงที่ (Delivery) อีกตังหาก เริ่ดดดดดดดดดดดดดดดดดอ่ะ  มองเผินๆ เหมือนเช่ารถขับเที่ยวต่างจังหวัด แต่การเช่ารถแบบนั้นคือเหมาวันจ่าย แต่เคสนี้เราสามารถยืมรถมาใช้เป็นรายชม. ได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นคล่องตัวกว่า และมีจุดบริการรับรถราวๆ 100 จุด อันนี้เยอะกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ แถมมีจุดที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้า ค่อนข้างเยอะ เรียกว่าสะดวกมากๆ เลย อันนี้เป็นตารางราคาค่าเช่าเปรียบเทียบแบบง่าย ตามประเภทรถ และระยะเวลาในการเช่า โดยฝั่งซ้ายเป็นราคาพิเศษสำหรับนักศึกษา และฝั่งขวาเป็นราคาปกติสำหรับบุคคลทั่วไป

haupcar.png

ดูมืออาชีพค่ายแรกไปแล้ว มาดู Start Up น้องใหม่ของประเทศไทยกันบ้าง Drivemate (เป็น Start Up ที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก DTAC)  อันนี้ไม่ใช่แค่แชร์ใช้รถ แต่เป็นการเปิดให้เจ้าของรถเอารถมาปล่อยเช่า  ในช่วงเวลาที่ตัวเองไม่ได้ใช้รถ (ฟิลลิ่งเดียวกับ Airbnb เพียงแต่เปลี่ยนจากบ้านเป็นรถประมาณนั้นเลย)  แต่อันนี้จะแอดว้านซ์ตรงที่เจ้าของรถเป็นผู้กำหนดราคาค่าเช่าเอง Drivemate ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่ตัวกลางประสานงานและวางระบบให้

ผู้บริิหาร Drivemate อธิบายแนวคิดการทำธุรกิจว่า ธุรกิจ Car sharing เป็นธุรกิจให้บริการรถเช่าระยะสั้นทั้งสองรูปแบบเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย เนื่องจากแต่เดิมจะมีเฉพาะธุรกิจที่ดำเนินการในรูปแบบ Business to Consumer เป็นการให้บริการรถเช่าระยะสั้น โดยรถที่ให้เช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซึ่งตรงนี้ทำให้การบริหารจัดการในส่วนของเรื่องเวลาและสถานที่รับคืนรถทำได้สะดวก หากผู้ใช้บริการไม่ประสงค์คืนรถที่จุดเดิม แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้นทุนการบริหารสูงในเรื่องการลงทุนเพื่อให้มีจำนวนรถมากเพียงพอ   มารองรับการให้บริการ ตรงนี้ทำให้เกิดการต่อยอดไปที่รูปแบบ Peer to Peer (P2P) ซึ่งเกิดจากการมองเห็นว่า ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกจอดทิ้งไว้มากกว่าการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการสำรวจพบว่า เวลากว่า 80% ใน 1 วัน รถยนต์มักถูกจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน ทำให้มองเห็นโอกาสในธุรกิจนี้        โดยการเปิดเป็นศูนย์กลางจับคู่เจ้าของรถที่ต้องการหารายได้เสริมด้วยการปล่อยเช่ารถในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานกับสมาชิกที่ต้องการเช่ารถในช่วงเวลาดังกล่าว

Capture

แล้วนอกจากบริษัทที่เป็นค่ายรถยนต์และบริษัทด้านโลจิสติกส์แล้ว ยังมีบริษัทอื่นไหมที่นำเอาไอเดีย      Car sharing มาใช้ในธุรกิจอีก มีสิ … ที่เด็ดกว่านั้นคือ บริษัทที่ทำอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ด้วยนะเอ้อ !!!       ถ้าในทาย เดาว่าคงยากจะทายถูก และคงจะมีเซอร์ไพรส์เมื่อขอเฉลยว่า SIRI ใช่!!! บริษัทที่ทำอสังหาริมทรัพย์รับสร้างบ้านพักที่อยู่อาศัยนั่นล่ะ ว่าแต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์นึกเปรี้ยวอะไรมาทำ Carsharing ถ้ามองกันจริงๆ ในระยะแรกคงไม่สามารถคาดหวังการทำกำไรจากการขยายธุรกิจส่วนนี้ได้เลย หากเหมือนทีมผู้บริหารต้องการนำเสนอและสร้าง Differential ให้กับแบรนด์ เสริมสร้างความรู้สึกของ        การเหนือกว่า ล้ำกว่า ให้กับลูกบ้านในโครงการของแสนสิริ เพราะการเปิดตัวโครงการนี้จำกัดสิทธิการเข้ารับบริการเฉพาะลูกบ้านของแสนสิริเท่านั้น (อย่างน้อยก็ในระยะแรก แต่ในระยะยาวเราก็อาจมีลุ้นได้เห็น        การแตกไลน์มาลุยธุรกิจนี้ก็พอมีหวัง เพราะระยะหลัง SIRI ก็มีแตกไลน์ไปทำ co-working space ไปทำสวนผักออแกนิคส์ให้เห็นมาแล้ว) โดยวางตัวโครงการ Carsharing Smart Move ให้เปิดตัวใช้งานกับ  โปรเจ็ค The Line คอนโดมิเนียมหรูย่านจตุจักรก่อน โดยลูกบ้านที่สนใจใช้บริการ Carsharing ก็ต้องดาวน์โหลด Application SMART MOVE มาเพื่อทำการจองรถ แถมรถที่นำมาใช้ในโครงการเป็นรถยนต์หรู BMW i3 แบบ Electrical Vehicle ไฮโซหว่ะ เล่นเอาอยากเป็นลูกบ้านของแสนสิริเลยวุ้ยยยย

siri.PNG

2 Comments on “Reblog 2 # Car Sharing

    • ??? ถ้าจะ follow blog ต้องพิมพ์อีเมล์ในช่อง subscribe ด้านขวามือในหน้า blog นะคะ เพราะถ้าแจ้งอีเมล์ไว้ตรงนี้จะไม่ใช่การกดติดตามนะคะ

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: