starb.PNG

ความที่ห่างหายจอไปนาน คงต้องเริ่มต้นบล็อกด้วยเรื่องราวรอบๆ ตัวแทนไปก่อน จนกว่าเจ้าของบล็อกจะกลับมาสนิทชิดเชื้อคุ้นเคยกับตลาดอีกรอบ แล้วค่อยกลับมาเป็นบล็อกการลงทุนกันอีกทีนะคะ ทริปจีนรอบนี้มีอะไรให้ได้เรียนรู้เยอะเลย โลกกว้างขึ้นเสมอยามเราออกเดินทาง ปกติถ้าอยู่เมืองไทยส่วนตัวถือเป็นขาจรของสตาร์บัค มีใช้บริการนานๆ ครั้ง เพราะอดคิดไม่ได้ว่า แพงไปหน่อยสำหรับการดื่มเป็นกิจวัตร แปลง่ายๆ ว่า งกนั่นเอง แต่โดยเนเจอร์เป็นคนชอบเครื่องดื่มเย็น อะไรก็ได้ให้หวานๆ เย็นๆ ก็ถูกใจทั้งนั้น

S__13680651.jpg

แต่พอต้องเดินทางไปต่างแดน STARBUCK กลับเป็นร้านที่ต้องแวะประจำ ซึ่งสาเหตุแรกคงหนีไม่พ้นพอเทียบราคาเครื่องดื่มกับค่าครองชีพของเมืองนั้นๆ แล้วเราสัมผัสได้ทันทีว่า กาแฟนางเงือกไม่แพงเลย (แต่ความรู้สึกนี้ไม่เกิดที่เมืองไทยไง อย่างปกติชอบชาเขียวปั่นแก้วใหญ่ก็ 37 หยวน 185 บาท ในไทยก็ 180 อารมณ์มัน same same แต่พอดูเทียบกับเครื่องดื่มเย็นตามร้านก็ราคาพอกัน แต่กินตาบัคการันตีว่า รสชาติถูกปากไว้ใจได้อะไรแบบนี้) สาเหตุที่สอง มักเป็นเรื่องของการซื้อบริการเพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง ซึ่งส่วนตัวแล้วมักหนีไม่พ้นสามอย่าง คือ ที่นั่งพักขาจากความเมื่อยล้า แอร์เย็นๆ หนีอากาศร้อนอบอ้าว กับบริการห้องน้ำที่มั่นใจว่าน่าจะโอกว่า (โดยเฉพาะห้องน้ำที่จีน) อันนี้คือ 3 เหตุผลหลักที่ต้องแวะสตาร์บัคในทุกทริป แต่ถ้าเป็นที่จีนจะเพิ่มอีกเหตุผลหนึ่งคือ จีนเป็นชาติที่ไม่นิยมกินน้ำแข็ง (อากาศและวัฒนธรรมของเค้าคือการดื่มชาร้อน) ดังนั้นคนติดน้ำแข็งแบบเราจึงต้องเทใจให้สตาร์บัคทุกคราไป เพราะถ้าเป็นที่นี่ เมนูที่ได้คือ มาตรฐานสตาร์บัค ขณะที่เมนูเครื่องดื่มของร้านอื่นๆ ที่เป็นแบรนด์อินเตอร์แนชันแนลก็จะให้น้ำแข็งแค่ 2-3 ก้อนอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นชานมของ McDonald หรือชามะนาวของ KFC สรุปถ้าโหยหาเมนูเครื่องดื่มเย็นให้มุ่งหน้าหานางเงือกเท่านั้นจึงจะสมประสงค์ สิ่งที่สั่งได้ตามแบบฉบับที่เคยลิ้มชิม ปั่นคือปั่นจนเป็นเกล้ด เย็นคือน้ำแข็งเต็มแก้ว

menu.PNG

สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ STARBUCK เติบโตเร็วมากในจีน ปีก่อนๆ เราจะเจอ McDonald มากกว่าเจอ STARBUCK แต่มารอบนี้ ทุกที่เราจะเจอ STARBUCK ด้วยเสมอ ไม่เว้นแม้แต้ที่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ยังแอบนึกเลยว่า ฮ่องเต้จะสั่งเมนูอะไรระหว่าง อเมริกาโน่ กับ เอสเปรสโซ่ แต่ที่แน่ๆ ต้องเป็นเมนูเครื่องดื่มร้อนแน่ๆ เพราะคนจีนไม่นิยมน้ำแข็งอย่างที่บอกไง กลับมาเลยลองเสิร์ชดูว่า สาขาในจีนมีเท่าไหร่ แล้วก็พบว่าน่าตกใจมากๆ เปิดไปแล้ว 3 พันสาขา และกำลังเปิดเพิ่งอีก 2 พันสาขา ภายในอีก 3 ปี โดยอัตราเปิดเพิ่ม 1 สาขา ทุกๆ 15 ชม.!!!! เฮ้ยยยยยยยยยยยย ตกใจดิ๊ และสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่เซี่ยงไฮ้นะจ้ะ ซึ่งใหญ่กว่าสาขาต้นตำรับอย่างซีแอทเทิล 2 เท่า

star.PNG

และอย่างที่เราทราบกัน เมืองจีนการหาคนสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่นั่นไม่ใช่กับพนักงานสตาร์บัค ถ้าเราอยู่ในร้านสตาร์บัคเราสามารถใช้ภาษาอังกฤษสั่งซื้อสินค้าได้เลยตามปกติ แต่เราจะทำแบบเดียวกันนี้ที่ร้านแมคหรือเคเอฟซีไม่ได้ เพราะพนักงานหน้าเคาน์เตอร์พูดได้แต่จีนกลางล้วนๆ อย่าแม้จะเอ่ยว่า One Chicken Burger หรือ Medium Frech fried เพราะต่อให้เป็นแค่เมนูประจำร้าน แต่แม่นางทั้งหลายหาฟังเข้าใจไม่ สรุปถ้าเดินเข้า McDonald หรือ KFC จงเอ่ยประโยคแรกว่า English Menu Please จากนั้นรบกวนจิ้มสั่งเท่านั้นนะจ้ะ ซึ่งตรงนี้มองว่า อาจไม่ต้องได้อิงลิชกันทุกสาขา แต่สาขาที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A พนักงานที่สาขาเหล่านี้ควรสื่อสารอิงลิชเบื้องต้นได้ อย่างน้อยชื่อเมนู กับการแจ้งราคาก็ยังดี ความแตกต่างตรงนี้สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอะไรในสตาร์บัคที่จีน การสกรีนพนักงานที่รับเข้ามาทำงานอาจไม่ได้ภาษาอังกฤษดีเลิศ แต่พนักงานจะต้องพอสื่อสารเบื้องต้นและเข้าใจรายการสินค้าภายในร้านเป็นภาษาอังกฤษได้ แจ้งราคาได้ สอบถามขนาดที่ลูกค้าต้องการได้ อันนี้ได้ทุกสาขาเลยนะ จากที่ใช้บริการมาในหลายๆ ทริป ซึ่งตรงนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า มันไม่ใช่แค่รสชาติและคุณภาพตามสูตรต้นตำรับเท่านั้นที่ลูกค้าต่างชาติที่ไปใช้บริการจะได้รับ แต่มันเป็นความไม่ต้องหนักใจเวลาจะสั่งเมนูแล้วต้องกังวลว่าอาจได้รายการที่ไม่ต้องการมาแทน ขณะที่การใช้บริการ McDonald กับ KFC ถึงจะเป็นเมนูทั่วไปอย่างเบอร์เกอร์ แต่เราจะยังคงรู้สึกได้ว่า รสชาติของทั้งอาหารและเครื่องดื่มยังคงผิดเพี้ยนไปจากที่เราเคยกินในไทยไปบ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะชามะนาวนี่ชัดมาก แบบฟ้าเหวกันเลยทีเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัตถุดิบที่ใช้ ของไทยเป็นมะนาว ของจีนใช้ไลม์ อะไรแบบนี้

สิ่งที่อดพูดถึงไม่ได้คือ กลยุทธ์การสะสมแก้วที่ระลึกประจำเมืองต่างๆ ซึ่งส่วนตัวมองว่า จริงๆ แล้วดีไซน์ Tumblers ที่เป็นชุดชื่อเมือง ทำได้บ้านๆ มาก (อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะ เลยไม่นิยมซื้อชุดชื่อเมืองเป็นของฝาก เว้นแต่เจอคอลเลคชั่นเฉพาะกิจที่สวยจริงๆ) ซึ่งถ้าเป็น Tumbler ก็ตกเฉลี่ยใบละ 95 หยวน ถ้าเป็น Mug ก็ราว 98 หยวน เรียกว่า มาร์จิ้นดีไม่แพ้เครื่องดื่มเลยทีเดียว แต่ก็อย่างว่าละน่ะ เราต้องจ่ายค่าแบรนด์เข้าไปด้วยเสมอไง แต่ก็พยายามคิดเสียว่า Tumbler เก็บอุณหภูมิได้นิ่งและไม่มีละอองน้ำเกาะนอกแก้วให้รำคาญใจแบบแก้วอื่นๆ เพราะงั้นก็จ่ายๆ ไปซะ ถ้าคิดสะสมเป็นจริงๆ เป็นจังจะว่าไปมันก็ดูสวยดี เพราะหลากสีสัน แต่ถ้าซื้อมาแต่ยังไม่มากพอก็จะยังงั้นๆ อยู่มั้ง อันนี้คิดเอาเอง เพราะตอนเห็นมันตั้งอยู่เมืองเดียวมันดูบ้านๆ ธรรมดาจริงๆ แต่พอมาค้นรูปในเว็บเจอตั้งเรียงกันเป็นพรืดหลายๆ เมืองแบบนี้ก็ดูสวยดีเหมือนกันแฮะ

trumbler.PNG

S__13680652.jpg   S__13680654.jpg

แต่สิ่งที่เห็นว่าแปลกผิดธรรมเนียมสตาร์บัคที่เราพบเห็นคือ การจ่ายเงิน ด้วยความที่จีนเป็นสังคมไร้เงินสดเต็มตัวไปแล้ว เราจึงแทบไม่พบเห็นการใช้ Starbuck Card ในการตัดจ่ายเงิน แต่ลูกค้าเลือกจ่ายด้วย Alipay (แต่ยังสามารถสะสม starbuck reward ได้ตามปกติ) ตรงนี้ทำให้เห็นว่าคนจีนไม่เอาเงินสดไปกองไว้ใน E-card แบบบ้านเรา ซึ่งถ้าอีกหน่อยสังคมไร้เงินสดเกิดขึ้นสมบูรณ์แบบทั่วโลก ตรงนี้คงกระทบกับเงินหมุนเวียนของ (ธนาคาร) สตาร์บัคไม่น้อยเหมือนกัน เพราะคนไม่เอาตังค์ไปออมที่สตาร์บัคแล้ว เผลอๆ ตรงนี้เขย่าขวัญสตาร์บัคได้มากกว่าการทะยานขึ้นของราคาเมล็ดกาแฟซะด้วยซ้ำไป อิอิ

 

 

 

 

BDRM เป็นเพียงนักลงทุนเม่าๆ คนหนึ่ง ที่หลงใหลการลงทุนในตลาดหุ้น มากพอที่จะนั่งดูเฝ้าจอ ดูกราฟ อ่านข่าว แอบดูงบ แกะรอยเจ้ามือ นินทารายใหญ่ได้ทั้งวัน การนั่งสังเกตความเป็นในตลาดทำให้สัมผัสได้ว่า ตลาดหุ้นสีเทาแห่งนี้มีระบบและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการสูบเงินจากเม่าไปให้เจ้า ซึ่งเป็นที่มาของเพจการลงทุน BDRM Blog ที่หวังให้เม่ารู้เท่าทันตลาดหุ้นเท่าที่กำลังความสามารถของเม่าตัวนี้พึงทำได้

6 Comments on “เรื่องเล่าจากจีน # Part 1 STARBUCK ในแดนมังกร

  1. ชอบ เรื่องราวน่าสนใจ จะตามอ่านเรื่อยๆ นะจ๊ะ
    #เพื่อนศอ.

  2. ทำไมเรียกเป็นนกเงือกหละพี่ นางเงือกไม่ใช่เหรอครับ นกเงือกน่าจะเป็นamazonนะ

    • ว้ายยยย เขิลๆๆ ติดปากมาจาก atp30 เรียกมันแต่รถนกเงือกๆ (เพราะวิ่งเฉพาะในนิคมอมตะ) แก้ก่อน อิอิ ขอบคุณที่ทักมานะคะ

  3. น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ อ่านเพลินเลย ส่วนตัวไม่เคยไปจีนเลยแต่อ่านเรื่องราวแล้วเหมือนตัวเองตามไปเที่ยวด้วย ได้ความรู้ใหม่ ๆ ด้วย ขอบคุณค่ะ

    • ถ้าไม่นับเรื่องห้องน้ำกับควันบุหรี่ สถานที่ท่องเที่ยวของจีนมีหลายๆ แห่งควรค่าแก่ไปชมนะคะ

      • มีโอกาสอยากไปเที่ยวจีนเหมือนกัน ขอบคุณค่า

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: