พอดีน้องๆ อัพเดทบทวิเคราะห์รายอุตสาหกรรมของกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (Petrochemical) ของ KSS มาให้ อธิบายแจกแจงความเป็นมาเป็นไปแบบง่ายๆ ไม่ศัพท์วิชาการจ๋า และไม่สั้นจนไม่ได้ความ แต่ก็ไม่ยาวจนเกินจะอ่านไหว เห็นว่าช่วยปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเบื้องต้นได้แบบกระชับฉับไว เลยเอามาแปะให้อ่าน เผื่อสาวกแฟนคลับน้องหมี VNT จะอยากทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมของตัวเองให้มากขึ้น (อีกประเด็นนึงที่สาวกหมีสงสัยมาตลอด คือ ทำไมผึ้งถึงตั้งชื่อเล่นให้ VNT ว่าน้องหมี ขออนุญาตไขปริศนาตรงนี้นะคะ ปกติเป็นคนชอบตั้งฉายาให้หุ้น พอชอบ VNT แล้วก็พยายามนึกว่าควรจะเรียกว่าอะไร ก็ตัดสินใจเรียกจากการพ้องเสียง VNT มาจากชื่อเต็มว่า บริษัท วินีไทย ก็นึกถึง Winnie the Pooh ก็เลยเรียกว่า น้องหมี พอไหวไหมค่ะ 55555) ดาวน์โหลดฉบับเต็มที่นี่ IO_Petrochemicals_30042018_KSS

KSS ให้ข้อสรุปว่า วัฎจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (Petrochemical Sector) มีรอบยาวถึง 6-9 ปี โดยในระยะ 3 ปีข้างหน้าคาดว่ายังเติบโตที่อัตรา 3.0-4.5% และสิ่งที่กำหนดชะตาชีวิตของปิโตรเคมีทั้งกลุ่มคือ ราคาแนฟทา (สิ่งที่ได้จากการกลั่นน้ำมัน ซึ่งถูกใช้เป็นสารตั้งต้น (Feedstock) โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีใช้แนฟทาเป็นสารตั้งต้น โดยในเคสของ VNT เรานำเอาแนฟทามาผลิตเป็นเอทิลีนก่อน จากนั้นนำเอทิลีนมาเป็นสารตั้งต้นในการผลิต PVC อีกทอดนั่นเอง ซึ่งเราซื้อเอทิลีนจาก PTTGC ผู้ถือหุ้นเบอร์ 2 ของเรามาผลิตต่อนั่นเอง เป็นความสัมพันธ์ทางใจต่อกัน หวังว่าจะรักกันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร อย่าได้ขายบิกลอตคืนให้อาซาฮีไปเน้อออออ
price

ทิศทางราคาสารตั้งต้น (Feedstock Prices) 3 ชนิด

จากภาพข้างบน เราจะเห็นว่า VNT มีความได้เปรียบโรงงานในจีนมาก จากการที่ถ่านหินปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังปรับตัวในอัตราช้ากว่าสายถ่านหินอยู่ค่อนข้างมาก ถ้าพิจารณาดูตัวเลขคาดการณ์ของความต้องการของอุตสาหกรรมนี้จะเห็นได้ว่า สายเอทิลีนนำโด่งมาก่อนเลย ซึ่งก็เป็นเพราะว่าราคาถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ดีมานด์โหมเข้าใส่ Supply ที่ใช้เอทิลีนเป็นสารตั้งต้น (ราคามีผลให้เลือกฝั่งเอทิลีนนั่นเอง) และเช่นกันเมื่อดูคาดการณ์ความต้องการเอทิลีนต่อ GDP ก็จะเห็นว่า มีอัตราเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับสารตั้งต้นชนิดอื่นๆ ซึ่งต้นทุนของอุตสาหกรรมนี้ 60-70% เป็นราคาของสารตั้งต้นนั่นเอง ดังนั้นการได้เปรียบในธุรกิจนี้จะต้องมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ (Cash Cost) โดยจะต้องมีการบริหารจัดการสารตั้งต้นอย่างเหมาะสม (Feedstock Management) อีกด้วย แต่การลงทุนครบวงจรเองก็มีผลต่อธุรกิจอย่างมากด้วยเช่นกัน เพราะจะช่วยให้เกิด Economic of Scale ซึ่ง VNT เรามีโรงงานคลอร์อัลคาไรด์แบบครบวงจรแล้ว ฮิโซยิ่งนัก ภูมิใจเนอะ บริษัทอะไรดีๆ หนี้ก็น้อย แต่ราคาตอนนี้ไม่น่ารักเลยให้ตายสิ

feedstock consumption.PNG

อัตราการบริโภคสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ปี 2016

demand.PNG

การคาดการณ์ความต้องการระยะยาวของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชนิดต่างๆ

สิ่งที่ต้องรู้อีกเรื่องสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคือ สิ่งที่กำหนดราคาปิโตรเคมีเรียกว่า Spread ซึ่งก็คือ ส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์และราคาวัตถุดิบตั้งต้น (Spread = Product prices
– Raw material prices) ซึ่งจะต้องคอยติดตามอัพเดทราคาสเปรดจากโบรกเกอร์ ซึ่งส่วนใหญ่โบรกจะอัพเดททุกวันอังคาร ดังนั้นเราจะพบว่า ราคาหุ้นที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะผันผวนขึ้น-ลงตาม Spread ของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยในเคสของ VNT ก็ให้เกาะติด Spread ของ PVC กับ Caustic Soda และ ECH ไว้เป็นหลัก (หรือหมั่นดูทิศทางราคาแนฟทากับโพลิเอทีลีน ตัวย่อคือ PE ไว้เป็นสำคัญ) ซึ่งจากบทวิเคราะห์ของ KSS ก็บอกเราว่า PVC น่าจะเติบโตได้ดี เพราะ Demand ยังคงมากกว่า Supply เนื่องจากกำลังการผลิตขยายตัวเพียงร้อยละ 1 ขณะที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 3-4 ฟังดูดี แต่ทำไมราคาดูไม่ดีตามที่พี่เค้าคาดการณ์ ไม่เข้าใจๆๆๆ   แต่แน่นอนว่า การที่เราไม่สามารถเกาะติดราคาของ Spread แบบเรียลไทม์ได้จึงถือเป็นความซวยอย่างช่วยไม่ได้ของเม่าไทย ที่ไม่มีโบรกไหนยอมจ่ายเพราะค่าใช้จ่ายแต่ละสเปรดก็แพงโขอยู่เหมือนกัน ก็นั่งรออัพเดท 8 โมงเช้าวันอังคาร ตามเพลงของปาล์มมี่ไปกันนะจ้ะpvc.PNG 

2 Comments on “Brief อุตสาหกรรมปิโตรเคมี

  1. ema 200 จะขาดผึงเอาละครับพี่ผึ้ง 555555

    • จากที่นั่งสวดมนต์มาหลายวัน ว่าจะไปเชิญพระมาทำบุญสะเคาะห์ละคะเนี่ย ว่าแต่เค้ามีไถ่ชีวิตโคกระบือ แล้วมีไถ่ชีวิตหมีไหมค่ะ จะได้ไปทำบ้าง 5555555

ใส่ความเห็น

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: