STANLY chart

หุ้นบางตัวราคามันก็เกินจะเอื้อมจริงๆ ติดสแกนมาอ่อยก็ตามไปมองแล้วได้แต่ชอบ เพราะคิดว่ามัน ไม่น่าใช่หุ้นเรา ใครๆ ก็ใจร้อนอยากได้ผลตอบแทนดีๆ เร็วๆ กันทั้งนั้น เห็นราคาระดับนี้กับสภาพคล่องของหุ้นแบบนี้แล้วด้วย มันไม่น่าใช่เราๆๆๆ ก็วนเวียนบอกตัวเองแบบนี้อยู่หลายรอบ เพราะมันติดแสกนมาหลายหนจริงๆ จนในที่สุด มันก็ติดมาอีก มันอะไรกันหนักหนา คิ้วขมวดผูกโบด้วยสงสัย นอกจากกราฟสวยแล้ว ไหนขอชะโงกไปดูรายละเอียดสักหน่อยสิ อะไรยังไงทำไมเพราะอะไรถึงได้วนเวียนมาเซ้าซี้กันขนาดนี้ ดูเสร็จก็บอกตัวเองหาไม่เจอ สวยจริงแต่ยังไม่ผิดกลิ่นมากพอ ยังไม่น่ามีอะไรผิดปกติ แต่สายตาผ่านตาตัวเลขนึงไว้ ผ่านมาอีก 2 วัน มีฟอร์ม 246-2 แจ้งตลาดมีการเคลื่อนไหวของหุ้นตัวนี้ขยับถึงเกณฑ์ ticker point !!!! รอบนี้รีบกลับไปเปิดดูตัวเลขที่ผ่านตาไว้วันก่อนอีกที  Bingo เจอแล้วววววววว กลิ่นหอมได้ที เจ้าประทับหุ้นแล้ว

stanly 246-2.PNG

แต่เดิมเจ้าถือร่วมกันแบบ Concert Party ในนามของ STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE, LTD 33.88% (จากรอบการปิดสมุด 18/05/2560) โดยได้แจ้งซื้อเพิ่มเป็น 35.01%  ซึ่งถ้ารวมแล้วก็ควรจะมีส่วนที่เป็นการถือครองโดยต่างชาติที่ 46.73% แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของราคาที่เดินหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับภาพที่เห็นสรุปสัดส่วนการถือครองหุ้นต่างชาติคือ เต็มเพดานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 49% แล้ว นั่นแสดงว่า หลังจากน็อค ticker point 35% มีนักลงทุนต่างชาติเก็บหุ้น STANLY ไปอีก 2.27% ซึ่งถ้าให้เดาก็น่าจะเป็น STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE.LTD เก็บไปเองนี่ล่ะไม่ใช่ใคร เดี๋ยวอีก 2 วันก็ถึงกำหนดปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 แล้ว (ปีนี้กำหนด XM ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ซึ่งก็หมายความว่า วันที่ 4 มิถุนายน 2561 เราจะได้ว่า พี่เบอร์ 1 น่าจะหุ้นเพิ่มเป็นราวๆ 37.30% โดยประมาณ เดาล้วนๆ แต่คิดว่าชัวร์

STANLY F.png

ระหว่างรอก็อ่านข้อมูลไปพลางๆ ก่อน บริษัท STANLY เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง บ. สิทธิผล 1919 (กิจการของครอบครัวลี้อิสระนุกูลชื่อเดิมคือห้างเซ่งง่วงฮงที่คุณกนกและคุณโสภาลี้อิสระนุกูลบุกเบิกมา) กับบริษัท STANLEY ELECTRIC HOLDING  ของประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตโคมไฟที่มีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 3 ของญี่ปุ่น) เพื่อทำกิจการด้านหลอดไฟ โคมไฟรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และกิจการแม่พิมพ์ชิ้นส่วนรถยนต์ เมื่อปี 2523 ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2534

วัตถุดิบหลัก ได้แก่ เม็ดพลาสติกจำพวก Poly Cabonated (PC) Bulk Molding Compound (BMC) Poly Propylene (PP) และ Acrylonitrile Butadine Styryne (ABS) โดยซื้อวัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก ร้อยละ 70 และนำเข้าเพียงร้อยละ 30 จากญี่ปุ่น กำลังการผลิต ตอนนี้ Utilization 80%) โดยแบ่งเป็น การผลิตหลอดไฟ 113 ล้านชิ้น/ปี โคมไฟ 40 ล้านดวง/ปี และแม่พิมพ์ 400 ชุด/ปี โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจากโคมไฟ 90% หลอดไฟ 8% และแม่พิมพ์ 2% ซึ่งเป็นการส่งออกโดยตรง 15% และส่งออกโดยอ้อม 40% ที่เหลือผลิตเป็น OEM ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เป็นค่ายรถยนต์ ปีที่ผ่านมาเริ่มได้รับส่วนแบ่งรายได้จากกำไรเงินลงทุนบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นมา 25 ล้านบาท

การปรับทิศทางธุรกิจเรื่องเปลี่ยนจากการผลิตหลอดฮาโลเจนมาเป็นหลอด LED ซึ่งทำให้ได้มาร์จิ้นที่ดีขึ้น และชิ้นส่วนโคมไฟต่างๆ เรื่องมีความซับซ้อนมากขึ้น และมีจำนวนโคมเพิ่มขึ้นทำให้มีออเดอร์และมาร์จิ้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการนำแผนควบคุมต้นทุนการผลิตและลดของเสีย โครงการ SNAP มาใช้ (Stanley New Approach for Higher Productivities) ที่ลดต้นทุนการผลิตลดได้ราว 1%

ประเด็นที่เป็นนตัวเร่งการเติบโตของธุรกิจคือ การมีรายได้ที่โตเพิ่ม 14.7%  YoY โดยคาดว่าปีหน้าจะ growth ที่ราวๆ 10% และ 12% ในปี 63 จากการได้รับงาน Global Model ล้อตใหญ่จากทางฮอนด้าที่กำลังจะออกรถรุ่นใหม่ และจากการได้ลูกค้าค่ายรถจักรยานยนต์ใหม่อีก 2 บริษัท คือ Isuzu กับ Yamaha ประกอบกับ GPM ที่จะปรับเพิ่มจาก 18.5 เป็น 19.2% ในปีหน้า ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ได้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้น ขณะที่ SG&A/Sale ลดลงเพิ่มอีกเล็กน้อยจากแผนงานที่เริ่มเข้าที่มากขึ้น

การได้ออเดอร์ใหม่มารอยาวถึงปี 2564 ทำให้มีการลงทุนขยายเป็น Plant 7.5 เพิ่มกำลังการผลิตอีก 20% โดยจะขยายพื้นที่เพิ่มจากเดิม 6 พัน ตร.ม. เป็น 1.5 หมื่น ตร.ม.คาดว่าจะเปิดได้กลางปี 2562 ซึ่งจะทยอยบุคค่าเสื่อมที่ระยะเวลา 7-10 ปี จึงไม่น่าจะกระทบ OPEX ปี 62 ที่จะเปิดใช้โรงงานมากนัก โดยใช้เงินลงทุนไม่รวมค่าเครื่องจักร 400 ล้านบาท และโรงงานแม่พิมพ์อีก 500 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องเงินลงทุนมีศักยภาพพร้อมอยู่แล้วเพราะมี Net Cash ที่แข็งแกร่ง มีเงินสดหรือเทียบเท่า 6.2 พันล้านบาท และ DE ต่ำเว่อร์แค่ 0.06 เพอร์เฟคอย่างแท้ทรูบริษัทนี้

เขียนต้นฉบับค้างไว้ยังไม่จบดี วันนี้กราฟกระชากราคาขึ้นทำเบรค 52 Week High สำเร็จ เพราะอะไร ถ้าให้เดาก็เพราะพรุ่งนี้ (01/06/2561 เป็นกำหนด XM ประจำปี 2561 แล้วไง รอบงบของบริษัทนี้ปิดรอบบัญชี 31 มีนาคมของทุกปี ตามธรรมเนียมบริษัทที่ญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็ควรจะเก็บหุ้นลอตสุดท้ายในโควต้าแบบเป็นทางการเสียให้เสร็จภายในวันนี้ ก็เลยเป็นที่มาของการยอมขวาที่ราคา Offer เสียที หลังจากที่ออล้อต่อราคา Bid มาตลอดทางแบบที่ผ่านมา

ส่วนตอนนี้ก็ฝากจับตาการเคล่ื่อนไหวในช้อตต่อไปที่คาดว่าจะเปลี่ยนสนามไปก่อการที่ NVDR แทน  ซึ่งข้อมูลล่าสุดอยู่ที่ 2.22% ทำไมต้องโยกสนามไปที่ NVDR ก็เพราะโควต้าการถือครองต่างชาติเต็มแล้วส่วนหนึ่ง และอีกส่วนก็คาดว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สัญชาติไทยท่านอื่นๆ ก็จะทยอยสะสมหุ้นได้สะดวกใจกว่าการเก็บแบบเป็นทางการในกระดานหลัก ที่ต้องวุ่นวายรายงานการซื้อขายนั่นไง และตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้ลุ้นนอกจากการราคาที่ควรเดินหน้าขึ้นไป กับรอการอัพเดทรายชื่อผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ มารอลุ้นกันว่า STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE.LTD จะปรากฎตัวเลขตามที่เราคาดจริงไหม ว่าแต่ไปดูมุมมอง IAA ของนักวิเคราะห์กันหน่อยดีกว่า ใครมอง ใครเมิน กันบ้างถ้าจาก Target Price 12 months ณ ตอนนี้ ยังไม่มีสักโบรกที่กล้าให้ตัวเลขในใจที่เราแอบลุ้นอยู่เลย แต่ก็ไม่เป็นไร เราจะรอนายนะ สแตนลี่ย์ รอวันที่นายมาถึงเป้าในใจเรา  STANLY  … Status วันนี้บอกเลยลูกรักคนล่าสุดมั่นใจหนักมาก หน้าแหกเหรอ ไม่มีกลัวอยู่แล้ว STANLY กับรักครั้งใหม่ที่ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง  นี่หุ้นเราจริงๆฤา

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: