Advertisements

KTC9.PNG

ถ้าใครได้ดูคลิปที่คุณธวัชชัยมาพูดถึงเกมทุบ KTC ติดฟลอร์ (ดูคลิป ที่นี่) คงจะพอเข้าใจว่า มันมี “ขบวนการเตะสกัดขัดขารายใหญ่” เพราะราคาระดับ KTC แค่ใครสักคนจะขย่มลงคงไม่ง่าย แต่ถ้าหลายๆ มือพร้อมกันมารวมพลสกรัมมโหรีปี่พาทย์ย่อมดังสนั่นได้อย่างที่เห็น วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 กระแสหุ้นของ KTC กลายเป็น Talk of the Town ไปในทันที เมื่อ KTC กลายเป็นหุ้น SET50 ตัวที่สองถัดจาก BEAUTY ที่หล่นไปกระแทกฟลอร์ หากเป็นเมื่อปีก่อนเราพูดว่า หุ้น SET50 คาฟลอร์มันดูเป็นเรื่องตลก เพราะมันยากที่จะเกิดขึ้น แต่ในปีนี้ ในวันที่สนามการลงทุนเต็มไปด้วยเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ Block Trade ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Leverage สูงมาก ยิ่งทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ !!!

จากข้อมูลในคลิปถ้าเราย้อนรอยการพุ่งขึ้นของราคาหุ้น KTC ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 61 เราจะพบว่า ณ วันที่ 01/02/61 ราคาหุ้น (ในโพสต์นี้จะขอเทียบราคาเป็นราคาหลังแตกพาร์แล้วทั้งหมดเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ) ทำ Low 23.6 High 24.2 มี OI คงค้าง 2,300 สัญญา ก่อนที่จะเปิดฉากลากราคา (ผ่านการใช้เครื่องมือ Block Trade : BT) อย่างจริงจังครั้งแรกในวันที่ 08/02/61 ซึ่งเป็นการเปิดสัญญา BT รวมทั้งสิ้นในวันนี้ 649 สัญญา ทำให้ OI กระโดดเพิ่มเป็น 2,738 สัญญา โดยราคาหุ้นในกระดานทำ Low 24.3 High 26.1  จากนั้นอีกแค่อึดใจเดียวก็มีการกระทุ้งเพิ่มอีก 428 สัญญา ในวันที่ 16/02/61 โดยราคา Low 26.1  High 29.7 แต่เป็นการ Day trade ส่วนหนึ่ง เพราะ OI คงค้างเพิ่มขึ้นแค่ครึ่งเดียวจาก Volume BT ทั้งหมด คือ ขยับจาก 3,074 เป็น 3,250 สัญญา โดยโพสต์นี้จะขอโฟกัสเฉพาะวันที่มีการลากทำราคาหุ้นขึ้นไปโดยผ่าน BT เท่านั้น เนื่องจากเป็นวันที่จำนวน Volume ฺBT มีผลต่อการสวิงของราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ktc1.png

จากนั้นเราจะเห็นช่วงที่มีการพักตัวของราคาหุ้นร่วม 2 สัปดาห์ (19/02/61 – 09/03/61) ซึ่งช่วงนี้น่าสนใจมากเพราะเป็นช่วงทุบหุ้นที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แต่ยอด OI คงค้างกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 3,250 เป็น 3,702 สัญญา (โดยมีจังหวะพีคสุดวันที่ 02/03/61 ก่อนค่อยๆ ลดลงเหลือ 3,381 สัญญาในวันที่ 07/03/61) ก่อนที่ราคาจะเปิดกระโดดอีกครั้งในวันที่ 09/03/61 โดยที่ OI กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งจนถึงช่วงวันที่ 23/03/61 ซึ่งเป็นช่วงปลายซีรี่ส์ทำให้เกิดการทยอย Roll Over สัญญาไปยังซี่รีส์ถัดไป ทำให้ Volume BT วันนี้มีความบวมเกิดขึ้น 1,249 สัญญา โดยที่ Previous OI จาก 4,515 สัญญา ขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาที่ 4,664 สัญญา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการโรลที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนที่ซีรี่ส์นั้นๆ กำลังจะหมดอายุลง

ktc2.png

แต่…เพียงแค่อึดใจเดียว ก็เกิดการรีบร้อนด่วน Roll Over อีกครั้งในวันที่ 05/04/61  ทำไมจึงบอกว่าเป็นการรีบร้อน Roll Over ก็เพราะว่า เพิ่งจะเริ่มต้น Series ใหม่ได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว พี่เค้าจะรีบโรลไปไหน ตอนแรกเม่าก็สุดงง แต่เมื่องง… แล้วไม่ตามไปค้นหา มันก็จะงงไม่สิ้นสุด ไม่เลิกรา เพราะฉะนั้นเมื่อสงสัยจึงต้องไปตามหาคำตอบจากผู้รู้ ซึ่งในที่สุดก็ได้ความว่า การที่ 2 วันก่อนหน้าที่มีการรีบร้อนโรลในวันที่ 05/04/61 นั้น มีมหกรรมทุบหุ้นอย่างรวดเร็วรุนแรงในเวลาเพียงแค่ 2 วัน โดย Low ของช้อตนี้อยู่ที่ 26.1 ก่อนที่หุ้นจะดีดกลับตัวอย่างรุนแรงเช่นกันในวันที่ 05/04/61 โดยราคา Low 27.8  High 32.9 ทำให้เจ้าของ BT ต้องรีบตัดสินใจโรลก่อนเวลา ก่อนที่ต้นทุนการโรลสัญญาจะแพงไปกว่านี้ (เคสการ Roll Over หากต้นทุนของสัญญาเดิมต่ำกว่าราคาฟลอร์ของหุ้นในวันนั้นจะถูกบังคับให้โรลที่ราคาฟลอร์ของวันนั้น ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่ระบบการคีย์ Combination จะยอมให้โรลได้นั่นเอง) ซึ่ง ณ วันที่ 05/04/61 ราคาฟลอร์ของ KTC อยู่ที่ 22.8  ดังนั้นต้นทุนของเจ้ามือที่ทำการโรลก้อนใหญ่ในวันนี้จึงอนุมานต้นทุนเจ้าได้คร่าวๆ จากราคาฟลอร์นี่เอง ซึ่งภาวะรีบร้อน Roll Over ตรงนี้กลายเป็นการเปิดต้นทุนให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นและสามารถคาดการณ์โซนต้นทุนเจ้าของ BT ไม้นั้นได้คร่าวๆ ว่าควรมีต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่)  ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าวันนี้ Volume BT 1,633 สัญญา แต่ OI เพิ่มขึ้นราวๆ ครึ่งเดียวเท่านั้น จาก 4,742 เป็น 5,480 จึงเป็นตัวยืนยันได้ว่า มีการเปิดสัญญาใหม่ร่วมกับการโรลซีรี่ส์ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งนั่นเอง จากนั้น KTC ก็ยังคงเดินหน้าราคาพุ่งต่อไป จนทำให้ช่วงก่อนปิดสงกรานต์มีการทยอยโรลอีกชุด เนื่องจาก Volume BT พอสมควรแต่ OI คงค้างขยับเพิ่มไม่มากนัก

ktc3.png

ช่วงหลังสงกรานต์ราคา KTC ยังคงขึ้นต่อเนื่องจนกระทั่งทำ ATH ไว้สูงสุดที่ราคา 38.2 เมื่อวันที่ 14/05/61 ซึ่งเป็นวันที่แจ้งผลประกอบการ Q1/61 ให้ตลาดรับทราบ พร้อมกับแจ้งมติที่ประชุมเสนอให้มีการปรับพาร์จาก 10 เป็น 1  แน่นอนว่าตัวเลขผลประกอบการของ KTC ทำให้เม่าน้อยฝันหวานว่า เช้าวันที่ 18/5/61 ตลาดควรตอบสนองงบที่สุดแสนจะอแร่มแช่มช้อยของ KTC กันบ้าง แต่…ถ้าใครเป็นแฟนคลับ KTC ก็จะพอจำกันได้ว่า หลังงบดีออกราคาก็ไม่ได้ตอบสนองสักเท่าไหร่ รอบนี้ก็เช่นกันจนเม่าขาประจำก็เลยไม่ทันระแวงว่า ทำไมช่วงนี้ราคาเริ่มกลับมาซึมลงอีกครั้ง แต่กระนั้นเม่าก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนักเพราะมองว่า ก่อนถึงกำหนดปรับพาร์ใหม่ที่จะเริ่มใช้บังคับในวันที่ 13/07/61 ราคาหุ้น KTC ควรจะต้องกลับมาเหาะเหินเดินอากาศบินได้เหมือนกับช่วงก่อน PTT แตกพาร์อย่างแน่นอน

KTC5.PNG

จากนั้นเพียงแค่ไม่กี่วัน KTC ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตัวเอง ในวันที่ 18/05/61 ด้วยการมี Volume BT พีคที่สุดในประวัติการณ์ 7,749 สัญญา เช่นเดียวกันในวันนี้เองเป็นวันที่ OI คงค้างของ KTC สูงที่สุดเช่นกัน ที่ระดับ 6,502 สัญญา ถ้าตามปกติมันคงไม่แปลกใจอะไรหาก OI คงค้างจะปรับขึ้นให้มีสัดส่วนที่สอดคล้องกับสักนิด แต่…นี่อะไร OI Previous 6,499 สัญญา เพิ่มขึ้นมาเป็น OI Today ที่ 6,502 สัญญา ห๊ะ…..อะไรนะ Volume BT พีคสุดๆ 7,749 สัญญา แต่ OI เพิ่มขึ้นแค่ 3 สัญญา !!!!

KTC6.png

What ?!?!?!?!?!?!??!!!???? มันเป็นไปได้ไง มันเกิดอะไรขึ้น อย่าว่าแต่….เม่าต้องการคำอธิบายเช่นกัน พี่เม่าเองก็งงจ้า และว้อนท์คำอธิบายเช่นกัน แต่ก็นั่นแระ คนเดินเกมใครเค้าจะมานั่งอธิบายให้ฟังว่าเค้ากำลังทำอะไร เป็นหน้าที่เราตังหาก ถ้าอยากรู้ก็ต้องหาคำตอบเอาเอง หรือว่ารายใหญ่จะรีบร้อน Roll Over เป็นไปได้ไหม แบบเมื่อวันที่ 05/04/61 ไง ไหนไปดูสิ ใช่หรือไม่ใช่ ? อะไรที่พอจะเป็นคำตอบให้เราได้ ก็การแยกดูรายซีรี่ส์เพื่อให้เห็น movement ของจำนวน BT เมื่อเทียบเป็นรายซีรี่ส์และเทียบระหว่าง Previous OI กับ Today OI และเราก็เห็นว่าภาพออกมาตามนี้ !!!

KTC7.PNG

เราจะอนุมานอะไรได้บ้างจากภาพนี้ น่า่จะไม่ใช่การ Roll Over สัญญาจาก M18 ไป U18 เสียแล้ว หลายคนอาจมองว่า Roll สิ ตัวเลข Volume BT มันสอดคล้องกันออกขนาดนี้ 3,871 ของ M18 มาโผล่ 3,878 ใน U18 ถ้ามองแค่นี้ก็ดูเหมือนจะใช่ ดูเหมือนจะมีการโรล แต่ถ้ามองเทียบกับ Previous OI และ Today OI ด้วยแล้ว มันไม่น่าจะใช่ได้นะสิ !!!! จำนวน OI ใน M18 หายไป 2,563 สัญญา ขณะที่จำนวน OI ใน U18 เพิ่มขึ้น 2,580 สัญญา ตัวเลขมันพอจะได้กันอยู่นะ โรลแน่ๆ จริงๆ จะมองแบบนี้ก็พอได้นะ แต่คำถามคือ รายใหญ่จำเป็นต้องโรลทีเดียว 3 พันกว่าสัญญาในรอบเดียวเลยหรือ (Volume BT 7 พันกว่าสัญญา ถ้าโรลจริงคือ ปิด M15  มาเปิด U18 ก็หารครึ่งก็เหลือราวๆ 3 พันกว่าสัญญา ไม่งงนะจ้ะ)  จำเป็นขนาดนั้นเลยไหม อย่าลืมนะว่า ….ทุกๆ การ Roll Over มีต้นทุนดอกเบี้ยของซีรี่ส์ใหม่ที่คนโรลต้องแบกรับไปเลยทันที  เอาดอกถูกๆ เลยแบบต่ำสุดที่โบรกคู่สัญญายอมคือ 6% ทำไมต้องรีบร้อนสร้างภาระดอกเบี้ยในวันเดียว ลองคิดประเด็นนี้ด้วยล่ะ ถามตัวเราดู ถ้าเราเป็นรายใหญ่เค้าอย่าต้องรีบร้อนทำขนาดนี้เลยไหม แบ่งทยอยโรลก็ได้ไหม ต้องก้อนเดียวเปรี้ยวใจขนาดเน้เลยไหม น่าคิดน่ะ แล้วอย่าตอบว่า รายใหญ่ไม่ซีเรียสหรอกกะดอกแค่นี้ แหม…คนที่เค้ารวยมากๆ ได้ เค้าคิดถึงต้นทุนและความเสี่ยงเสมอนะจ้ะ

ถ้ามองว่ามุมนี้ไม่ใช่ แล้วมองสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไหนได้อีก สมมติฐานที่อาจเป็นไปได้อีกมุมหนึ่ง ลองคิดตามดูนะ 3,000 สัญญา ตีกลมๆ  เทียบเท่ากับหุ้นในกระดาน 3 ล้านหุ้น ซึ่งวันที่ 18/05/61 มี Volume เทรดในกระดาน 16 ล้านหุ้น ถ้าคนที่มีเปิดสถานะ Long BT มาตัดสินใจ Close Short สถานะเดิมที่มีอยู่ใน M18 แล้วหันมาเปิด Open Short ใน U18 แทนล่ะ เป็นไปได้ไหม ???  หลายคนน่าจะเออเฮ้ยยยย แคนแค๊นนน นิหว่า เพราะอย่าลืมนะว่า วันนี้ราคาในกระดาน Low 35.4 (อันนี้ adjusted ราคาหลังปรับพาร์นะ อย่าลืม ของเดิมก่อนปรับพาร์คือ 354 ไม่ต้องเถียงว่า สเปรดตรงนี้ราคาจะเป็น 35.4 ได้ไง ต้อง 35.5 สิ ขอย้ำอีกรอบโพสต์นี้ใช้ราคาเทียบหลังปรับพาร์มาแล้ว เพื่อจะได้ไม่งงหลักกันนะจ้ะ) โดยที่ราคา High อยู่ที่ 37.0 ถ้า…มีการโยนหุ้นทิ้งเพื่อสวิทสถานะและซีรี่ส์โดยให้โบรคคู่สัญญาไปตั้งบิดรอรับราคาไว้ก็ย่อมได้นะ หรือต่อให้ไม่ทำแบบนี้เลย อาจมีคนเถียงว่าตลาดจะไม่ยอมให้วางสถานะที่ตั้งซื้อและขายในหุ้นตัวเดียวกันไว้ไม่ได้นิ โอเคไม่มโนแบบนี้ก็ได้ แต่ถามใหม่ว่า งั้นตั้งขายก่อนทยอยรินแล้วค่อยมาตั้งรับเพื่อเปิดสัญญา Open Short ให้ลูกค้าก็น่าจะทันนะ เพราะถ้า Volume เทรดทั้งวัน 16 ล้านหุ้น การตัดขายออกมา 3 ล้านหุ้นนี่เม่าไม่ทันได้แพนิคหรอกจริงป่ะ เอาเป็นว่า เคสนี้เป็นไปได้น่าจะมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมองกราฟตามมา เพราะหลังจากนั้นราคาหุ้นก็ค่อยๆ ซึมลงต่อเนื่อง แต่เม่าทั้งตลาดก็ยังประสานเสียงกันว่า เกมยังไม่จบ รายใหญ่ยังอยู่และวอลุ่มออกของก็ยังไม่มีให้เห็นให้กังวล และสำคัญที่สุด KTC มีประเด็นรอกำหนดแตกพาร์รออยู่ สบายๆ เด๋วไปต่อ ตรงนี้หุ้น 354 บาท (35.4) แพงไป ลากต่อยาก ต้องให้ปรับพาร์ก่อนเกมจะร้อนฉ่าขึ้นอีกที นั่นคือ สิ่งที่เม่าคิด แต่ความจริงคืออะไร ??? ตามไปดูกัน

นับจากวันนั้น OI คงค้างไม่เคยกลับไปพีคที่เดิมได้อีกเลย และค่อยๆ ทยอยลดลง เพราะอะไร มันก็เป็นไปได้ที่รายยุ่ยที่บังอาจหาญห้าวเปิดสถานะ BT ตามรายใหญ่ได้ อาจทนภาวะราคาไหลลงไม่ไหว แล้วถอดตัวจากเกมไป ก็คงมีบ้าง แต่จำไว้ว่า เกมจะยังคงไม่มีทางเปลี่ยนทิศ หุ้นจะไม่มีทางเปลี่ยนเทรนด์ ตราบใดที่รายใหญ่ “ที่สุด” ยังคงไม่ถอนตัวจากเกม   แต่คำถามตอนนี้คือ รายใหญ่ที่สุดที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่เราเห็นในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายใหญ่ที่เราเชื่อกันว่าคือรายใหญ่ของเกมนี้ อาจไม่ได้ใหญ่ที่สุดจริงๆ แม้ว่าโดยสัดส่วนการถือครองมากที่สุดนะ…อาจใช่ !!! แต่ยังไม่มากพอที่จะกำหนดเกม โดยเฉพาะถ้ามี “รายเกือบๆ ใหญ่หลายๆ คน” มาจับมือกันก่อการอะไรที่สวนทาง คนกลุ่มหลังอาจเป็น “รายใหญ่ที่แท้จริง” ของเกมนี้ก็ได้ โดยเฉพาะถ้าบังเอิญเค้าสามารถคำนวนต้นทุนและหน้าตักของรายใหญ่ได้ วิธีคำนวณต้นทุนรายใหญ่เราอธิบายไปแล้วก่อนหน้านี้ เค้าอาจไม่ได้รู้ระดับต้นทุนแบบเป๊ะๆ แต่โซนของต้นทุนที่เป็นไปได้ อันนี้คำนวณได้แน่ๆ ตามที่ได้เล่าไปก่อนหน้าแล้ว เมื่อกฎของ BT คือ การใช้ Leverage ในการทำกำไร คนเทรด TFEX ย่อมรู้ทุกคนว่า การถูกบังคับให้เติมเงินจะต้องเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นหลุดไปถึงโซนไหน จริงอยู่ว่า ไม่มีใครรู้ว่า รายใหญ่วางหน้าตักไว้เท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่า การรวมกันขย่มกระตุกหนวดเสือในรอบนี้ไม่มีอะไรต้องเสีย ถ้าหน้าตักเค้ากว้างพอเติมเงินได้ก็ให้เค้าเติมไป แต่ถ้าไม่พอเค้าก็ต้องขายออกก่อนโดน Force Sell ในขณะที่กลุ่มก่อการก็ยังได้กำไรไปถ้วนหน้าจากการ Short หุ้นลงมาอยู่ดี ไม่ว่ารายใหญ่จะมีความสามารถในการรักษาสถานะ BT ไว้ได้หรือไม่

แน่นอนว่า อาจมีคนสงสัยว่า ถ้าอีกกลุ่มที่เดากันย้ายไปเปิดสถานะ Open Short จริง แค่ 3 พันกว่าสัญญา จะไปทำอะไรได้ มันก็ถูกต้องอีก แต่ปัญหาคือ เกมนี้มันไม่ได้มีแค่การ Short Sell หุ้น KTC ลงมา ถึงแม้ว่าตัวเลขการ Short Sell ในช่วงนั้นจะถือว่าเยอะกว่าช่วงที่ผ่านมาไปบ้างก็ตาม แต่……อย่าลืมว่า Volume เทรดในกระดานวันที่ KTC ทิ้งบอมบ์ลงฟลอร์มันสูงถึง 94 ล้านหุ้นเชียวนะ  และที่สำคัญเราต้องไม่ลืมว่า Effective Date ของการแตกพาร์คือ วันที่ 13/07/61 ได้ส่งผลอะไรต่อ BT เอาๆ ไปดูกันๆ ประกาศตลาดฯ ได้ชี้แจงประเด็นนี้ไว้ตามนี้เลย

ktc margin.PNG

ใช่แล้วววววว ตลาดเลือกใช้การปรับจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นให้แทนการเบิ้ลจำนวนสัญญาให้ ดังนั้นสเกลของ BT จะถูกคำนวณด้วย 1 สัญญา = 10,000 หุ้น แทน 1 = 1,000 หุ้น (จากการปรับพาร์ 10 เหลือ พาร์ 1) ดังนั้น 3 พันสัญญาที่มีอยู่เดิม จะเท่ากับ 30 ล้านหุ้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับ Volume เทรดในกระดานวันที่ 16/07/61 ที่ 92 ล้านหุ้น ดังนั้นจำนวนสัญญาในมือของคนที่เลือกแล้วที่จะไม่อยู่ข้างเดียวกับรายใหญ่จึงสามารถเปิดเกมกระหน่ำหุ้นให้ลงมาที่ราคาฟลอร์ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีกองหนุนจากโบรกเกอร์ที่เปิดขาย KTC Call ที่ต้องทำการ Rebalancing ตามหุ้นอ้างอิง ซึ่งเคสแบบ KTC ซึ่งเป็นหุ้นใน SET50 การสวิงของราคาหุ้นแม่เพียง 3-5% ย่อมมีผลให้โบรกเกอร์ต้องเทขายหุ้นแม่ทิ้งตามน้ำลงมา กลายเป็น Snowball ที่กลิ้งทับกันกดทับราคาหุ้นแม่ให้ยับเยินเป็นผุยผงได้ ไม่นับ Naked Short ที่มีการร่ำลือกันว่า เป็นเครื่องมือสำคัญของเกมในวันนี้ที่สถาบันบางแห่งถูกยืมมือให้เข้ามาร่วมก่อการเตะสกัดขัดขารายใหญ่ในวันนี้  ซึ่งการก่อการในวันนี้สร้างปรากฎการณ์ฮือฮาไปทั้งตลาดหุ้น เพราะการล่วงรู้ต้นทุนรายใหญ่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถบีบให้รายใหญ่ต้องปิดสถานะ Close Short ไม้ที่ทุนสูงเพื่อหนีตายออกมาเช่นกัน หิมะก้อนนี้จึงไม่ได้ใช่เพียงฝ่่ายก่อการช่วยกันปั้น แต่ยังบีบให้รายใหญ่ต้องมาช่วยปั้นหิมะก้อนให้ใหญ่ขึ้นแบบที่รายใหญ่เองก็ไม่เต็มใจเช่นกัน จนต้องเรียกว่าเป็น “โคตรของโครต Snowball” ของแท้ เพราะสามารถทำให้ KTC เป็นหุ้นตัวที่สองใน SET50 หล่นกระแทกฟลอร์ได้สำเร็จตามหลัง BEAUTY คล้อยหลังกันเพียงแค่อาทิตย์เดียว แบบชนิดหักปากกาเซียนกระตุกหนวดเจ้ากันเลยทีเดียว

แต่ผลประกอบการที่ประกาศออกมาเย็นวันเดียวกับที่หุ้นโดนทุบติดฟลอร์ ก็ทำให้เม่าทั้งตลาดพร้อมจะตอบรับการดีดกลับของราคา หรืออย่างน้อยก็เชื่อกันว่า ต้องมีจังหวะรีบาวน์จากการ cover short ในระดับนึง เราจึงเห็นปรากฎการณ์การเปิดกระโดดของหุ้นขึ้นไปที่ราคา 27.5 (Low 24.2 High 30.0 Close 29.5) ด้วย Volume มหาศาล 149 ล้านหุ้น แน่นอนว่า มีมหกรรมการพีคของ Volume BT ปนอยู่ในนั้นด้วยเช่นกันที่ 1,931 สัญญา และเป็นช่วงเวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น หากแต่ OI คงค้างมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 6,254 ลดลงเหลือ 5,385) ซึ่งสะท้อนให้เห็นการหนีออกจากเกมที่สถานการณ์กำลังอึมครึมนั่นเอง

KTC8.png

เกมนับจากนี้ควรเป็นเช่นไร ไม่มีใครกล้าฟันธง แม้ว่าผลประกอบการ Q2/61 ของ KTC จะออกมาอลังการระดับ Higher than Expected ของทุกโบรก แต่พลังของผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมนั้นยังไม่อาจพาราคาหุ้นกลับขึ้นไปยืนให้แข็งแกร่งได้ คำถามคือ เพราะอะไร ??? หุ้นดีไม่จริงอย่างนั้นหรือ ? คำตอบคือไม่ใช่ แต่เพราะเม่าต่างรับรู้กันไปแล้วทั้งตลาดว่า นี่คือเกมเช็คบิลรายใหญ่ที่มีผู้ร่วมก่อการและพร้อมใจกันมาก่อการแบบนี้ สนามนี้จึงยังไม่ที่เล่นของเม่ากระจอกแบบเรา เพราะสงครามรอบนี้จะไม่จบลงแค่วันที่ 16/07/61 เพราะการที่รายใหญ่มีหุ้นอยู่ในมืออีกมากมาย แถมยังมีสถานะ BT เหลืออยู่มากพอให้อีกฝ่ายกลับมาทำสงครามประสาทและสงครามราคาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ โดยเฉพาะในสภาวะที่เกมครั้งก่อนฝ่ายที่ชนะทำกำไรมากโขไป ขณะที่ฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำเองก็สูญเสีย wealth ลงไปในระดับที่ต้องใช้คำว่า “มหาศาล” ในพริบตา และถ้าเราสังเกตเทียบกันในช่วงเวลาแค่ “สองวันอลเวง” เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า เหตุการณ์วันที่ 16/7/61 ส่งผลกระทบต่อระดับความเชื่อมั่นในการถือสถานะ BT ต่อไปอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเกมวันที่ 17/7/61 เปิดฉากจากแรงกระเพื่อมของผลประกอบการที่ประกาศออกมาช่วงเย็นหลังตลาดปิดวันที่ 16/7/61 เจ้าของสถานะ BT ไม้ที่ทุนสูงเลือกใช้จังหวะเด้งแรงของวันที่ 17/7/61 ในการพาตัวเองออกจากเกมที่ถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว  เพราะเพียงแค่สองวันสถานะ OI คงค้างหายไปถึง 1,076 สัญญา

KTC10.PNG

ดังนั้นแม้ใน Opportunity Day ที่เพิ่งผ่านไป (Click ที่นี่) ผู้บริหาร KTC จะยืนยันตัวเลขกำไรสุทธิของทั้งปีว่า ต้องเห็นหลัก 5 พันล้านบาทก็ตาม แต่สถานะของการเป็นหุ้นดี ณ เวลาที่เมฆหมอกอึมครึมเช่นนี้ ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้รายใหญ่กัดฟันถือสถานะไว้แบบมั่นใจได้อีกต่อไป เพราะรายใหญ่เองก็รู้ดีว่า การที่หุ้น KTC ไปไมได้ถึงฝั่งฝันในวันนี้ไม่ได้เกิดจากการบริหารงานของกิจการ หากแต่เกิดจาก KTC ถูกใช้เป็นสังเวียน Money Game ในการเตะสกัดขัดขารายใหญ่โดยแท้  ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า หลังการพยายามสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริหารที่ให้คำมั่นกับนักลงทุนอย่างชัดเจนว่า กำไรสุทธิทั้งปีจะยังคงสูงกว่าที่นักลงทุนคาดไว้อย่างแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นเราเถอะนะ  แต่ทว่า…เสียงของผู้บริหารแม้จะพยายามพูดให้ดังฟังให้ชัด ก็ยังไม่สามารถทำให้ทั้งเม่าและรายใหญ่คลายกังวลได้อย่างแท้จริง โดยจะเห็นได้จากการที่ยอด OI คงค้างยังคงทยอยลดลง ในขณะที่ราคาในกระดานยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนหยัดเหนือราคา 30 บาทได้ ซึ่งก็เป็นเพราะสงครามประสาทอาจก่อตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปซีรี่ส์ใหม่ในช่วงปลายเดือนหน้า ที่รายใหญ่จะต้องโรลสัญญาใน U18X (ที่ยังคงค้างอยู่อีกราวๆ เกือบ 2 พันสัญญา) ไปยัง Z18X ซึ่ง ณ ตอนนี้ถ้ายังเชื่อมั่นในกิจการอยู่ สิ่งที่รายใหญ่ต้องทำคือ การทยอยโรลสัญญาหรือทยอยปิดสถานะ U18X ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในเกมที่ยากเกินกว่าจะควบคุมและรับมือได้ไหว เพราะกฎการลงทุนข้อสำคัญที่เม่าทุกคนรวมทั้งรายใหญ่เองก็รู้ดีคือ “ทุกอย่างล้วนมีความเสี่ยง และจงถอนตัวออกมาจากความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา”  

BDRM เป็นเพียงนักลงทุนเม่าๆ คนหนึ่ง ที่หลงใหลการลงทุนในตลาดหุ้น มากพอที่จะนั่งดูเฝ้าจอ ดูกราฟ อ่านข่าว แอบดูงบ แกะรอยเจ้ามือ นินทารายใหญ่ได้ทั้งวัน การนั่งสังเกตความเป็นในตลาดทำให้สัมผัสได้ว่า ตลาดหุ้นสีเทาแห่งนี้มีระบบและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการสูบเงินจากเม่าไปให้เจ้า ซึ่งเป็นที่มาของเพจการลงทุน BDRM Blog ที่หวังให้เม่ารู้เท่าทันตลาดหุ้นเท่าที่กำลังความสามารถของเม่าตัวนี้พึงทำได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: