Advertisements

Capture.PNG

หลังจากโพสต์ล่าสุด เราทิ้งความสงสัยไว้ว่า EPCO เพิ่มทุนผู้ถือหุ้นเดิมไปทำอะไร ? ถ้าเรามีถืออยู่เราควรยอมเพิ่มทุนให้พี่เค้าหรือไม่ ในเมื่อกิจการก็เติบโตไปด้วยดี ส่วนทุนก็ไม่ได้ติดลบหรือง่อนแง่น ทำไมไฉนใยต้องเพิ่มทุน  และแล้ว…ในที่สุด EPCO ก็แจ้งแก้ไขรายละเอียดการเพิ่มทุนครั้งนี้ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเย็นวันนี้ โดยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการใช้เงินว่า จะนำไปลงทุนทั้งสองอย่างตามที่เราคาดเดากันไว้เลยจ้า ทั้งการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างแดน และเข้าซื้อกิจการโรงพิมพ์ เอาเฮ้ย สองอย่างเลยวุ้ย !!! ว่าแล้วเราตามไปดูรายละเอียดคำชี้แจงของพี่เค้ากัน อย่างที่บอกไปแล้ว โดยส่วนตัวชอบ EPCO เพราะดูทำมาหากินมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่เกเรเหลวไหล มีรายได้กลับมาปันผลให้กับนักลงทุนมาโดยตลอด เรียกได้ว่า คบหาต่อไปได้ ฝากผีฝากไข้ได้ประมาณนึง ดังนั้นพอพี่เค้าเอ่ยปากให้เติมเงินเข้ากิจการเพื่อไปขยายการลงทุนต่อ เราก็พอจะมีใจให้ได้ไม่ยาก เพราะผลงานที่ผ่านมาการันตีได้ว่า ผู้บริหารไม่ได้เข้าเงินไปถลุงละลายน้ำที่ไหนแบบนี้เม่าที่ไหนก็พอจะมีใจอยากเติมเงินให้อยู่หรอกนะ

ตามแผนงาน EPCO จะทำการออกหุ้นเพิ่มทุนจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering: RO) มูลค่า 344.86 ล้านบาท โดยแยกเป็นเงินลงทุนโรงไฟฟ้า 310 ล้านบาท และอีก 34.86 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยมีทุนสำรองสำหรับการใช้เงินในอนาคตผ่านการออกวอร์แรนต์ EPCO-W3 หากมีการแปลงวอร์แรนต์ทั้งจำนวนอีกราว 522.52 ล้านบาท เงินก้อนปล่อยผ่านไป เพราะเราวัดอะไรในเชิงมุ่งหมายระยะยาวไม่ได้ แต่สำหรับวงเงินการแปลงวอร์แรนต์นั้นมันพอจะเป็นกุญแจเฉลยความในใจของผู้บริหารได้ระดับหนึ่ง หากว่าระยะเวลาการแปลงวอร์แรนต์ถูกกำหนดขึ้นมาในลักษณะที่สอดคล้องกันกับระยะเวลาในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งระยะเวลาเฉลี่ยที่นิยมใช้ในการดำเนินการคือ 18 เดือน แล้วกำหนดแปลงวอร์แรนต์ EPCO-W3 ล่ะ กำหนดไว้แบบไหน ไปดูกันสักหน่อยสิ เอกสารชี้แจงไว้ว่า วอร์แรนต์มีอายุ 2 ปี กำหนดแปลงทุกสิ้นเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคมของทุกปี ซึ่งก็ดูสอดคล้องกับเงื่อนไขในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพอสมควร อนุมานว่า น่าจะออกวอร์แรนต์มารองรับการขยายงานในส่วนของโรงไฟฟ้าจริงๆ

Capture.PNG

วัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มทุนครั้งนี้จะนำเงินไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนาม รวม 2 โครงการ โดยมีกำลังการผลิตรวม 109.76 MW ภายใต้สัญญาขายไฟ 25 ปี ให้กับการไฟฟ้าของเวียดนาม ในอัตรารับซื้อไฟแบบ Feed in Tariff : FIT ในอัตราหน่วยละ 0.0935 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 3.08 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยน 32.96 บาทต่อ 1 $US) ในเฟสแรกที่กินระยะเวลา 20 ปี และเฟสที่สอง ใน 5 ปีสุดท้ายจะเป็นไปตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนในสินทรัพย์ราว 3 พันล้านบาท (โดยส่วนที่เหลือบริษัทจะหาสินเชื่อหรือผู้ร่วมลงทุนต่อไป) โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนการลงทุนในส่วนทุน (EIRR) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 18 ถ้าเป็นไปตามนี้ได้จริง เรียกว่าฟังดูดี หากหาผู้ร่วมลงทุนได้ อาจฟังดูไม่เร้าใจหากต้องเป็นการหาสินเชื่อ เพราะแปลว่า กิจการจะมีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มไงจ้ะ ถึงกิจการได้มีรายได้เยอะ แต่ถ้าต้องเอาไปจ่ายดอกเบี้ยหมด มันก็เหลือกลับมาถึงนักลงทุนน้อย แบบนี้ความน่าสนใจในการถือลงทุนในระยะ 2-3 ปี ข้างหน้าจึงเป็นอะไรที่ต้องคิดล่ะ

ส่วนการขยายการลงทุนอีกอย่างที่บริษัทเล็งไว้ก็คือ จะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์อยู่แล้ว แต่ EPCO เองก็ชี้แจงมาชัดเจนว่า เหมือนธุรกิจอับแสงที่พ่ายให้กับสื่อยุคใหม่ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เลยตั้งใจว่าจะใช้สถานที่ของโรงพิมพ์แห่งนี้ไปทำ “กิจการกล่องลูกฟูก ซึ่งเป็นกิจการแขนงหนึ่งอยู่แล้วของโรงพิมพ์แห่งนี้โดยมีประสบการณ์ในด้านนี้มาแล้วยาวนานถึง 20 ปี” เนื่องจากมองเห็นว่ามีแนวโน้มเติบโตได้ดีกับธุรกิจโลจิสติกส์ โดยอยู่ระหว่างการทำ Due Diligent ที่ได้มีการวางมัดจำไปแล้ว 2 ล้านบาท แต่หากตกลงกันไม่ได้ ยังคงได้รับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวนว่างั้น โดยมีกำหนดจะเข้าซื้อในเดือนพฤศจิกายน 2561 หลังได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นแล้ว คำถามที่ตามมาก็คือ ตกลงซื้อเอาที่ดินมาใช้เป็นที่ตั้งกิจการโรงงานกล่องว่างั้น โดยเป็นการซื้อผ่านการเข้าถือหุ้นกิจการ ตรงนี้ที่แหม่งๆ นิดหน่อย เพราะราคาเองก็ยังไม่ชัดเจน (เพราะเค้าแจ้งว่าอยู่ระหว่างทำดีล) แต่ราคาการเข้าซื้อควรต้องชัดเจนในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในรอบนี้ ซึ่งผู้ถือหุ้นเองก็จำเป็นต้องไปซักไซ้ไล่เรียงให้กระจ่างแจ้งว่า โรงพิมพ์อะไร เจ้าของเดิมคือใครหนอ (อันนี้ล่ะโคตรของโคตรสำคัญเลย) มูลค่าการเข้าลงทุนเป็นเม็ดเงินเท่าไหร่ วางโครงการเงินลงทุนหมุนเวียนไว้เท่าไหร่ มีฐานลูกค้าหรือตลาดรองรับไว้แค่ไหน จะคืนทุนได้ในกี่ปี ซึ่งตรงนี้อยากบอกว่า กิจการโรงงานกล่องลูกฟูกฟังดูดีและสอดคล้องกับเทรนด์ธุรกิจ แต่วงเงินเข้าลงทุนยังคงเป็นคีย์สำคัญที่จะทำให้เราพยักหน้าว่าดี หรือ ส่ายหน้าแล้วร้องยี้แพงไปไม่สมเหตุผล ตรงนี้เลยที่ต้องรอความชัดเจน เพราะข้อมูลตรงนี้จะทำให้เราแยกออกได้ทันทีว่า EPCO กำลังจะลงทุนจริงๆ หรือแค่ทอนเงินกันนอกกระดานให้กับผู้หนึ่งผู้ใด

แล้วถ้าจะถามกันต่อไปว่า ไอ้โรงพิมพ์ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อแซ่ อ้างแต่ว่าอยู่ระหว่างการทำ Due Deligent นั่นล่ะ น่าจะเป็นที่ไหนกันหน๊ออออออ ถ้าจะบอกว่า ขอเดาว่า เป็น SPACK ไปเลยล่ะจะได้ไหม ?????  SPACK ชื่อเน้ถ้าไม่ใช่สายหุ้นซิ่งอาจมีทำหน้างงกันเลยทีเดียว แต่ถ้าสายหุ้นซิ่งรับรองว่า ร้องอ๋อกันทุกคน เพราะ SPACK ขึ้นชื่อว่าเป็น หุ้นซิ่งร้อนฉ่าที่มีเงาของใครคนนึงเด่นชัดอยู่เสมอเวลาที่หุ้นตัวนี้วิ่งแบบร้อนแรงในหน้าจอ Ticker เพราะมันต้องทั้งซิ่งและร้อนฉ่าให้สมราคาของ หุ้นพ่อมดทางการเงิน จริงไหมล่ะ ! จะใช่ SPACK หรือไม่ใช่อดใจรอสักประเดี๋ยวอีกสองเดือนก็ได้รู้กันว่า Trick or Treat ?

Capture.PNG

 

 

 

 

 

 

BDRM เป็นเพียงนักลงทุนเม่าๆ คนหนึ่ง ที่หลงใหลการลงทุนในตลาดหุ้น มากพอที่จะนั่งดูเฝ้าจอ ดูกราฟ อ่านข่าว แอบดูงบ แกะรอยเจ้ามือ นินทารายใหญ่ได้ทั้งวัน การนั่งสังเกตความเป็นในตลาดทำให้สัมผัสได้ว่า ตลาดหุ้นสีเทาแห่งนี้มีระบบและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการสูบเงินจากเม่าไปให้เจ้า ซึ่งเป็นที่มาของเพจการลงทุน BDRM Blog ที่หวังให้เม่ารู้เท่าทันตลาดหุ้นเท่าที่กำลังความสามารถของเม่าตัวนี้พึงทำได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

This site is protected by wp-copyrightpro.com

%d bloggers like this: