Khuishou (HK:1024) ผู้เขย่าบัลลังก์ Tik Tok

ประเด็นที่ทำให้สนใจ Kuaishou เข้าเทรดวันนี้วันแรก (05 Feb 2021) ราคา ipo 115 $HK
เปิดกระโดดพุ่ง 200% เป็นปรากฎการณ์ใหญ่ระดับเดียวกับ UBER ถ้านับเทียบเป็น % (ถ้าเม็ดเงินยังเป็นรอง NONGFU)

Khuishou Technology ก่อตั้งปี 2011 เริ่มต้นจากธุรกิจ Mobile App ให้ users ทำภาพการ์ตูนในสกุล GIF
ปี 2012 ก้าวสู่ธุรกิจทำวีดีโอสั้นเป็นคนแรกของจีน
ปี 2013 เริ่มต้นทำแพลต์ฟอร์มวีดีโอสั้น กับ Social Media
ปี 2016 ขยายมาทำ Livestreaming ปัจจุบันมี active users 262.4 ล้านคน
ปี 2018 เริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ช พร้อมกับ Yitian ที่มาอัพสเกลให้สครีมมิ่งในด้านฟิลเตอร์กับสติกเกอร์สไตล์เกาหลีญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ปี 2019 ขยายธุรกิจ Khaushou Express เพื่อรองรับการเปิดรับคอนเทนท์แบบอินเตอร์เฟส
ปี 2020 รายได้ 9 เดือนแรก แตะ 40.68 พันล้านหยวน โต 49% YOY

รายได้หลักมาจาก 3 ธุรกิจ

  1. Livestreaming ทำเงินจากการที่ user มาซื้อ virtual gift ให้กับ Streamer
    รายได้โหดมาก 25.31 พันล้านหยวน (9 เดือนแรก ปี 2020) 62% จากรายได้ทั้งหมด
    และกำลังจะโตอีกมาก จากนโยบายการไลฟ์สดให้กับแบรนด์ดัง
    ล่าสุด ประสบความสำเร็จสุดๆ กับโปรเจค 2020 Kuaishou Live Broadcast Summer Summit Night
    ที่ไลฟ์สดโฆษณาขายรถให้ Jetta แบรนด์ในสังกัด Volkswagen ปิดการขาย 6,100 คัน
    ในเวลา 1 ชม. (21.00-22.00 น.) โดยมีผู้ชม 80.3 views 56 ล้าน Like และ 9 ล้าน Comment
  2. Ad & Online Market 13.34 พันล้านหยวน 32% จากรายได้ทั้งหมด โต 200% YOY
  3. Ecommerce & Game สั่งซื้อสินค้าที่ระลึกของ Top Streamer 204.6 พันล้านหยวน โต 100% YOY
    นอกเหนือจากธุรกิจหลักนี้ อยู่ระหว่างพัฒนา Khuikandian เป็น Big Data ในการประมวลผลการคัดเลือกเนื้อหาให้กับ user

เหมือนมาได้จังหวะในการ IPO เพราะเตรียมไฟลิ่งช่วงที่รัฐบาลจีนมีนโยบาย Anti Monopoly พอดี โดยมีคู่แข่งหลัก คือ Tiktok ของค่าย Douyin ที่มี ByteDence เป็นแบ็คอัพ (600 ล้าน active users) ส่วน Khuishou ใช้ชื่อแอพ Kwai ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินจาก Tencent เคยมีเคสพิพาทกันช่วงต้นเดือนกุมภา 2021 ก่อนเข้าเทรดไม่กี่วัน เมื่อ Tencent แบนวีดีโอ Tiktok ใน Wechat อ้างว่า มีการใช้ Avatar User มาลงคลิปวีดีโอส่งผ่าน Micro envelop ส่วน Tiktok ออกแถลงการณ์ประณามการผูกขาดของ Tencent แต่ Tencent ออกมาโต้ว่า แบนหมดทั้ง Tiktok QQ Kwai ถ้าจับได้ว่าเป็น Avatar การต่อสู้ขับเคี่ยวจะเป็นอย่างไรหลัง Khuishou เข้าตลาด เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

มิสเตอร์พี สองบุรุษผู้สร้างตำนานเสกเงินผ่าน Tender Offer

มาคิดดู มันก็แปลกดี ที่ผู้ชายสองคนที่มีอักษรย่อตัวเดียวกัน นามว่า “มิสเตอร์พี” ใช้วิธีการคล้ายๆ กันในการเสกเงินจากกระเป๋าเม่าย้ายไปกระเป๋าตัวเองอย่างง่ายดาย แน่นอนว่า ผู้เป็นตำนานย่อมไม่ได้ทำไปแล้วได้เงินหลักล้าน แต่การลงแรงระดับนี้ผลตอบแทนต้องหลักพันล้าน แต่…เงื่อนไขที่ทำให้บุรุษทั้งสองคนนี้ก่อการสำเร็จ เพียงเพราะบุรุษทั้งคู่ล้วนสวมหมวกเป็น CEO เท่านั้นจริงๆ หรือ ?!?! เปล่าเลยการเป็น CEO ไม่ได้มีผลมากพอที่จะทำให้คนที่นั่งตำแหน่งนี้กวาดเงินจากหน้าตักคนอื่นมาเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ แบบนี้ แต่มันต้องมีองค์ประกอบบางอย่างเป็นเงื่อนไขตั้งต้นให้การก่อการสำเร็จลุล่วงแบบนั้นได้

ปี 59 ไม่มีใครล่วงรู้หรอกว่า แผนการเข้าร่วมประมูลสัมปทานมือถือ เป็นความตั้งใจที่จะเข้าทำธุรกิจสัมปทานมือถือจริงๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการย้ายเงินเม่าเข้ากระเป๋าเจ้ามือ กระแสข่าวถาโถมประดังเข้ามาพร้อมราคาเป้าหมายทางลบจากหลายสำนักทำให้เม่าเทขายหุ้นจนลงมากองข้างล่าง ก่อนจะมี “พี่โม่ง” (กรุณาอย่าเรียก “ไอ้” มันไม่สุภาพ วิตามินหุ้นบอกว่า สมการลงทุนไม่ใช่มีแค่ “ตัวเลข” อย่าลืมใส่ “ความรัก” ลงไปด้วย ฮ่าๆ) ดอดมาช้อนเก็บหุ้นไป เมื่อได้หุ้นมามากพอทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งเงินจริงท้้งมาร์จิ้น ก็ออกข่าวขอประกาศทำ tender offer เพื่อขอครอบครองหุ้นมากๆ อ้างว่าต้องการสร้างเสถียรภาพในการกำหนดทิศทางการบริหารกิจการ ท่ามกลางข่าวลือเตรียมขายกิจการให้สองค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ โดยมีแบงค์ต้นไม้ใจกว้างอาสาเป็นร่มเงาออกตังค์ให้ยืมมาซื้อหุ้น แต่ก็เป็นรู้กันว่า เงินที่กู้มาไม่ได้ถูกนำไปตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นคืน แต่ถูกนำไปใช้เปิด Long กวาดทะลุทุกแนวต้านขึ้นไป แล้วมิสเตอร์ P เจ้าของไร่ดอกมะลิ ก็ปีนขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นลำดับที่ 2 ไปเรียบร้อยโรงเรียนบรุคเคอร์ ก่อนที่เจ้าของไร่ดอกมะลิจะปิดดีลชำระหนี้คืนแบบเอาเงินในกระเป๋าเม่าไปจ่ายคืนแบงก์

เวลาผ่านเลยมาสามปี มิสเตอร์พีอีกคนได้มองเห็นกลเกมการเงินอันแยลยบของมิสเตอร์พีคนแรกหรือเปล่าไม่มีใครล่วงรู้ แต่อย่างน้อยน่าจะตกผลึกทางความคิดได้ว่า การเสกความร่ำรวยให้ตัวเองเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่พึงทำได้ เพียงแต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขสำคัญนั่นก็คือ “การควบคุมจำนวนหุ้นเพื่อให้สามารถครอบงำกิจการ” ได้สมใจนึกบางลำภู เมื่อเข้าใจกติกาชัดเจนมิสเตอร์พีคนที่สองแห่งโรงงานวงจรไฟฟ้า ที่เดิมมีหุ้นในครอบครอง 900 กว่าล้านหุ้น (45% ของหุ้นทั้งหมด) ก็ประกาศกางโต๊ะ Tender Offer ตามศิษย์พี่มิสเตอร์พีเมื่อปีกระโน้น ที่ราคา 4.85 บาท (ราคาตลาดตอนนั้น 3.32 เองจ้า) ให้เหตุผลสุดคลาสสิคแบบศิษย์พี่เด๊ะๆ “ต้องการเสถียรภาพในการบริหารกิจการ” นั่นเอง เพียงแต่รอบนี้ผู้สนับสนุนทางการเงินในการปล่อยกู้ให้มิสเตอร์พี เป็นแบงค์รวงข้าว เมื่อเทนเดอร์สูงกว่ากระดาน สาธุชนก็แห่โหนเคาะขวา ลากราคาหุ้นขึ้นไปทันที เมื่อถึงกำหนดปิดดีลเทนเดอร์ ก็มีเม่าแสดงความจำนงขายหุ้นคืนให้ 577 ล้านหุ้น หรือใช้วงเงินกู้ไปทำก่อการ เอร้ย ทำการทั้งสิ้น 2,800 ล้านบาท ได้หุ้นมาตุนไว้ในครอบครองจาก 45 เป็น 72% เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2562

ทำไมมิสเตอร์พี ซีซั่นสอง ไฉนอยากได้หุ้นไปมากมายอะไรป่านฉะนี้วะ ??? เม่ามาถึงบางอ้อตอนที่ BTS เปิดให้บริการสถานีบางอ้อ เอาตอนเดือนธันวาคม 2562 นั่นเลยจ้าพี่น้อง มิสเตอร์พี ซีซั่นสอง ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ กู้เงินจากธนาคารอีกก้อนรอบนี้กู้ในนามกิจการ ไม่ใช่นามส่วนตัวแบบรอบแรกแล้วนะคับพี่น้อง รอบนี้กู้เท่าเดิมจะได้จำง่ายๆ หรือเปล่านิ กู้มาอีกก้อน 2,800 ล้านบาท กู้มาเพื่อจ่ายปันผลให้ตัวเอง เอร้ยยย ให้ผู้ถือหุ้น หุ้นละ 1.9282 บาท โว้ะะะ อันนี้ศิษย์พี่มิสเดอร์พี่ ซีซั่นแรกไม่ได้สอนไว้นะ อันนี้น่าจะไปลอกการบ้านมาจาก CEO “เราจะไม่หยุดพัฒนา” กู้มาจ่ายปันผล เม่างงแต่ก็เอาไว้ก่อนจ้า … แจ้งประกาศปันผลหลังรวบหุ้นมาได้เพียงเดือนเดียว โดยแจ้งตลาดให้รับรู้ 6 ธันวาคม 2562 BTS มาจอดพอดีที่สถานีบางอ้อ พุงปลิ้นกันไปเลย รับเละ 3,011 ล้านบาท เอาก้อนนี้ไปจ่ายหนี้ก้อนแรกของตัวเองได้เรียบร้อย เลยกำไรนิดโหน๋ยพอกรุบกริบ 300 ล้าน แต่ได้หุ้นมาฟรีๆ ประมาณ 600 ล้านหุ้น รวยเพิ่มขึ้นเฉยๆ ซะงั้น 5 พันล้านบาท ในเวลา 3 เดือน เก่งกว่ามิสเตอร์พี ซีซั่นแรกของหนูอีก สรุปใครที่เชื่อกันว่า DELTA คือ หุ้นเด้งที่ให้ผลตอบแทนนักลงทุนดีที่สุดในปี 2562 โปรดทราบนะจ้ะว่า ยูละเมอไปเอง พ่อเนื้อทองตัวจริงอยู่ตรงนี้คร่าพี่ CEO เป็นพ่อเนื้อทอง แต่ผู้ถือหุ้นกลายเป็นเหยื่อ เพราะสถานะของกิจการดิ่งเหวจากหนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นหดจาก 7,640 ล้าน เหลือเพียง 3,460 ล้าน DE กระโดดพรวดขึ้นมาเป็น 1 เท่า หนี้บวมขึ้นเท่าตัว จาก 4,700 เป็น 7,500 ล้านบาท

สิ่งที่มิสเตอร์พีทั้งสองได้รับเหมือนๆ กันไม่ใช่แค่มั่งคั่งขึ้น แต่ก็ถูก ก.ล.ต. เชือดเบาๆ สั่งปรับหลักร้อยล้านกับสามสิบกว่าล้าน คนแรกโดนข้อหาปั่นหุ้น (ความผิดเกิดหลังการทำเทนเดอร์ ครึ่งปี) คนหลังโดนข้อหาอินไซด์เทรดดิ้ง (ความผิดเกิดก่อนการทำเทนเดอร์ 1 ปี และความผิดที่โดนปรับเป็นต่างกรรมต่างวาระกับการเสกเงินเข้ากระเป๋าเจ้า) ถ้า ก.ล.ต. ปรับแค่นี้ ตลาดหุ้นไทยคงมีมิสเตอร์พี ซีซั่นสาม โผล่มาให้เห็นอีกแน่ เพราะโดนปรับแค่นี้แลกกันแล้วมันดูจะเกินคุ้มไปมากมาย

IDreamSky จะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า

IDreamSky ลิสต์ในตลาดฮ่องกง รหัส 01119
ประเด็นที่ทำให้สนใจหุ้นตัวนี้ เริ่มต้นจากโพสต์ของ Mr.S (Gossip ตลาดหุ้นเค้าต้องใช้ชื่อย่อกันเนอะ)

Tencent แย่งเทค LeYou ตัดหน้า IDreamSky
แล้วผู้บริหาร IDS ไปดึงตัวผู้บริหาร Tencent มาร่วมทีม
Tencent โยนลิขสิทธิใน Warframe (เค้กก้อนที่เป็นดวงใจของ LeYou) กลับมาให้ IDS บริหารแทน
ฝั่ง IDS ก็ตอบแทนด้วยการออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้ Tencent ไปแทน

ฟังประเด็นจบ นิ้วกดเรียกกราฟหุ้นทั้งสองตัวมาดูเทียบกัน
LeYou ตอนนั้นยังอยู่ในตลาด แต่ถ้าเราจะซื้ออนาคตเราต้องเคาะ IDreamSky
กราฟ IDS วันนั้นดูยังลงไม่จบ ยังไม่แห้งสนิท ก็บอกกันว่า รอ !!!
ระหว่างรอก็หาข่าวมาอ่าน ตามดูที่มาที่ไปของพี่เค้า

ข้อมูลจาก Simply Wall St ฟันธงว่า ถ้าจะมองหาหุ้นเติบโตระยะยาวให้เลือกจาก ROCE
Return on Capital Employed ซึ่ง IDS มี ROCE 8.8%
โดยคำนวณจาก Earning Before Interest and Tax (Ebit) / (Total Assets – Current Liabilities)
0.088 = 458 ล้านหยวน / (6.96 พันล้านหยวน – 1.7 พันล้านหยวน)
แต่ตัวเลข ROCE มันทำให้เราแค่รู้สึกปลอดภัยมั่นใจ
แต่สิ่งที่จะบิ้วด์หัวใจได้มันต้องมีอะไรที่มากไปกว่านั้น
บทวิเคราะห์ของ Simply Wall St. ต่างหากที่บอกเราว่า
มูลค่าและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ IDS ต่างหากคือ สิ่งที่ทำให้เราต้องเกาะ Tencent
หากหวังเห็นราคาของ IDS รอวันเจิดจรัสสมค่าตัว ไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า

สิ่งที่สะท้อนศักยภาพของ IDS ได้ชัดเจนคือ มันเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 5 พันล้าน
ซึ่งตัวบริษัทที่ยังไม่มีสภาพคล่องเพียงพอให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาลุย
ดังนั้นโอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะเข้ามาจอยได้ คือ ต้องรอให้บริษัทต้องการเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม
ตรงนี้เลยเป็นจุดที่ทำให้ Tencent มาเสียบ โดยเข้าไปเทค LeYou แทน
มาแลกกับหุ้นกู้แปลงสภาพจาก IDS
สรุปตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรก คือ Xiangyu Chen (CEO IDS) 20% Tencent 16% IDS Technology 15.9%
ถ้าคำนวนเป็นเม็ดเงินคือ ถือ 1.4 พันล้านจากมูลค่าตลาดทั้งหมด 5 พันล้าน

ดีล Convertible Bond มันสะท้อนอะไร ?
แผนร้ายนี้มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้า
บอกแบบนี้เป็นการกล่าวหากันมากเกินไปไหม !!!
หากคิดจะเทรดหุ้น กติกาแรกที่ต้องยอมรับให้ได้คือ การฮั้วกันเป็น Business as usual จงรับมันให้ได้
เรามาดูไทม์ไลน์ของ Mega Deal นี้กัน

Dec 2019 ผู้บริหาร LeYou แพลมว่า อยู่ระหว่างเจรจากับผู้บริหาร Digital Sky Technology (บ.ย่อยของ IDS)
Mar 2020 ลือสะพัด Tencent ออกเงินทุน หนุน IDS เทค LeYou (LeYou มีสถานะเป็นบริษัทในเครือ Tencent ผ่านการได้รับเงินสนับสนุนแบบ CVC)
May 2020 IDS ประชุม AGM ขอ General Mandate หุ้นเพิ่มทุนไว้ เงื่อนไขออกไม่เกิน 20% ของหุ้นเดิม ออกได้เลย
July 2020 ข่าวลือ Sony สนใจจะเทค LeYou
Oct 2020 IDS ออกข่าวจะออกหุ้นกู้เตรียมลงทุนทำเกมบน clouding พร้อมดึงตัว Yu Chen Vice President Tencent มาคุมทัพ
7 Oct 2020 ประกาศมีแผนออกดีลหุ้นกู้มูลค่า HK$ 775 ล้านเหรียญ ครบดีล 2025 (ราคา High วัน 4.92 Low 3.92 แท่งแดงยักษ์มาเลยจ้า)
Nov 2020 IDS ประกาศดีลหุ้นกู้จริง ออกให้ Tencent แลกเม็ดเงินลงทุน US$ 30 ล้าน (HK$ 229 ล้าน) @ US$ 1 = HK$ 7.83)
ปรับลดลงทั้งมูลค่าดีลและลดกำหนดเวลาดีลเหลือ ปี 2023

โดยออกหุ้นกู้ 50,085,284 หุ้น (3.94% ของหุ้นทั้งหมด) @ HK$ 4.69
กำหนดใช้สิทธิ เมื่อไหร่ก็ได้ภายในกำหนดแปลง 26 Nov 2023
ราคาใช้สิทธิ์ 4.69 ถือว่ามี premium 2.4% (เทียบกับราคาปิดตลาดวันนั้น 4.58)
และมี premium 5.16% ของราคาปิดเฉลี่ยย้อนหลัง 5 วัน
แต่ถ้าตัดประเด็นค่าเงิน ให้คิดเทียบเฉลี่ยราคาแปลงต่อหุ้นจะตกที่ราคาเฉลี่ย 4.58 เทียบตามมูลค่าดีลที่ตกลงกันไว้ @ US$ 1 = HK$ 7.83)
เงื่อนไขดีลคือ ระหว่างยังไม่แปลงสิทธิ IDS จ่ายดอก 2.5% ต่อปี (แบ่งจ่ายทุก 6 เดือน)
หากไม่แปลงครบกำหนด IDS คืนเงินต้นพร้อมดอก 8% (ไม่รวม 2.5% ที่จ่ายไปก่อนหน้านั้น)

ปัจฉิมนิเทศ มาจบลงเอาตอน Dec 2019 Tencent โผล่มาฟันเปรี้ยงสอยดีลเทค LeYou เอง ก่อนโยกกรรมสิทธิให้ IDS ไปบริหาร
ไม่ต้องถาม และห้ามสงสัย ดีลนี้รู้กัน เตี๊ยมกันมา
ดีลนี้มีปมสำคัญอยู่ที่ Tencent ต้องการเข้าถึงสิทธิ์ในการพัฒนาสตูดิโอเกม Warframe
ซึ่งตอนนี้ถือเป็น free to play อันดับ 1 ของตลาด

หลังจากแลกเปลี่ยนสมบัติผลัดกันถือแล้ว
CEO ก้อลุยซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1.1 ล้านหุ้น เช่นเดียวกับที่ตัวบริษัทซื้อหุ้นที่เคยขายทิ้งไปกลับไปเยอะกว่าที่เคยขายออกมา
ทำให้สัดส่วนของฝ่ายบริหารเมื่อรวมกันคือ 28% (บอร์ดกลับมาซื้อกันรัวๆ ช่วงพย.-ธค. 2020)
สัดส่วนการถือครองหุ้น (พย.2020)
ทีมผู้บริหาร (Individual Insider) 27.7% หน่วยงานภาครัฐ 3.3% บริษัทเอกชนทั่วไป 15.8% บริษัทมหาชน 19.8% เม่า 34.2%
ชอบจังการใช้ศัพท์ของเมืองนอก ดูจริงใจ ไม่ตอแหลดี Individual Insider !!!
ใครบ้างที่เป็นจำเลย เอร้ย คนในนิยามความหมายนี้
CEO 1 คน (Xiangyu Chen @Brillant Seed Limited)
กับ Executive Director ของบ.ในเครือ IDS อีก 3 คน (Guan Song @ Bubble Sky / Jeffrey Lyndon @Shipshape / Lei Junwen @Instant Sparkle)
สรุปห้นตัวนี้ถ้าบวกรวมกลุ่มก้อนผู้บริหารแบบถือตรงถืออ้อมเรียบร้อย สภาพคล่อง free float ตัวนี้เหลืออยู่ในกระดานแค่ 22% (ข้อมูลวันที่ออกหุ้นกู้)

แน่นอนว่า หลังข่าวออกหุ้นกู้ หุ้นไหลลงเหว ราคารูดลงไปก่อนข้างล่าง
ก่อนที่ CEO จะทำตัวป๋า เดินหน้าเก็บหุ้นเพิ่มตลอดช่วงเดือนพย.-ธค. 2020
จนเม่าเริ่มได้สติว่า โดนทำให้ตกใจทิ้งของนี่หว่า
เพราะราคาเริ่มหยุดลงเลี้ยงตัวออกข้าง และตั้งลำกลับขึ้นมา “รองบ” สิท่า แหมมมมมมม

PE ของ IDS อยู่ที่ 13.4 PE อุตสาหกรรมเอนเตอร์เทนเมนท์อยู่ที่ 11
ไม่ต้องสน PE หรอกจ้า ราคาใช้สิทธิ 4.69 ท่องไว้แค่นี้เลยยยย !!!!!
PB 1.1 PB ตลาด 1.2
Growth Revenue 23% Forecast อัตราการเติบโตที่ระดับ 26% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
จุดที่ต้องระวังของบริษัทคือ มีหนี้เยอะ แต่เป็นหนี้จากการลงทุน
แต่ถ้าดูการเติบโตของรายได้ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แค่เฝ้าติดตามดูไป ที่ผ่านมายังไม่เคยจ่ายปันผล

หมายเหตุ อ่านแล้วฮามาก อิ LeYou ผู้บริหารนี่มันเฮียฮ้อไทยแลนด์ชัดๆ Transformer มาไกลมาก
เปิดบริษัทปี 2010 ในนามธุรกิจอาหารและสัตว์ปีก ในชื่อ Sumpo Food Holding
ก่อนมาแตกไลน์ทำธุรกิจวีดีโอเกมในปี 2014
โดยใช้เงินทุนส่วนใหญ่ของกิจการไปถือหุ้นใหญ่ บ.เกมแคนาดา Digital Extreme
ก่อนเทคมาเต็มตัวในปีต่อมา และเปลี่ยนชื่อชุปตัวใหม่ให้เข้ากับธุรกิจเป็น LeYou ในปี 2015
ปีต่อมา 2016 ประกาศเลิกขายไก่ เบื่อแล้วทำไม่รวยสักที ขอลุยตลาดเกมเต็มตัว

ประวัติศาสตร์เส้นขนานของ BBL

Capture

ในวันที่อิทธิพลของการลดดอกเบี้ยกระหน่ำ 4 แบงค์ใหญ่ในตลาดหุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นแบงค์หลักปรับตัวลดลงแบบลืมตัวว่ามีสถานะเป็นหุ้น Blue chip โดยภาพรวมของกราฟ น่าจะไม่มีหุ้นแบงค์ตัวไหนดูอาการหนักและล่อแหลมไปกว่าหุ้น BBL อีกแล้ว แม้ว่าในระยะสั้น BBL จะเป็นหุ้นที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะเด้งจากการลงหนักในรอบนี้ก่อนเพื่อน แต่…หากประเมินในภาพรวมของเทรนด์ BBL น่าจะเด้งเพื่อลงต่อแบบลึกๆ ลึกในระดับที่น่าเป็นห่วงมาก

โดยส่วนตัว ไม่ชอบเล่นหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่จากที่เคยเล่นและแอบสังเกตมา BBL มีสไตล์กราฟที่ชัดเจนมากในประเด็นการการเด้งขึ้น-ลงใน Channel ที่ชัดเจนกว่าหุ้นแบงค์อื่น หากเราสังเกตให้ดี เราจะเห็นการฟอร์มตัวของ Channel รอบใหม่ของหุ้น BBL ในภาพเป็นกราฟวีค หากใครติดหุ้นตัวนี้อยู่ การเด้งรอบนี้ให้หาจังหวะขายหุ้นออกไป และไม่แนะนำให้ SAP แม้ว่าจะเป็นหุ้นที่มีประวัติศาสตร์การเล่นในเส้นคู่ขนานได้ชัดเจนมากก็ตาม เพราะการเสี่ยงเล่น SAP ในหุ้นที่เพิ่งกลับทิศและเริ่มฟอร์มตัวใน Channel ใหม่ ถือว่าเสี่ยงมาก โดยเฉพาะเมื่อภาพรวมอุตสาหกรรมกลุ่มแบงค์เองก็ไม่สดใสนัก

 

 

คนเดิม ทุกอย่างก้อเดิมๆ

Untitled.png

ภาพนี้บอกอะไรเรา ??? 

สำหรับคนอื่นไม่รุ แต่โดยส่วนตัวตอบได้คำเดิม “คนเดิม นิสัยก้อเดิมๆ” ชอบกินอะไรก็กินเหมือนเดิม เคยทำอะไรก็ทำเหมือนเดิม ถามว่าแล้วจากนี้ไปจะได้เห็นอะไรแบบเดิมๆ อีกบางหรือเปล่า ถ้าตอบตามทฤษฎีความน่าจะเป็น ก็คงต้องบอกว่า ควรจะเป็นแบบนั้น

แล้วเราควรวางแผนสำหรับเกมนี้ยังไง ??? สิ่งที่ต้องทำคือ การคำนวนฐานทุนของเกมใหม่ที่เพิ่งเริ่มเปิดฉาก คำนวณอย่างไร คิดว่าหลายคนพอจะเก็ทวิธี จากนั้นต้องหมั่นสังเกตลักษณะการวาง Bid Offer เพื่อคาดการณ์การทำรอบของเจ้ามือในแต่ละจังหวะ ควบคู่ไปกับการติดตามสถานะ BT ต่อเนื่องกันไป  โดยเกาะติดข่าวอัพเดทความเคลื่อนไหวของกองทุนใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนและทยอยเป็นข่าวในเร็วๆ นี้ และอย่าลืมหมั่นสังเกตข่าวของบริษัทนี้กับด้านล่างของนสพ.ฉบับหนึ่งให้ดี เพราะด้วยรูปการณ์ที่ผ่านมา ทุกการขยับตัว พี่เค้าจะมาพร้อมกันเสมอ ก้อบอกแล้วไง “คนเดิมๆ นิสัยก้อเดิมๆ ที่สำคัญ ทางเน้ยังรักเหมือนเดิม” คอนเฟิร์มด้วยหัวใจ ^____^