Khuishou (HK:1024) ผู้เขย่าบัลลังก์ Tik Tok

ประเด็นที่ทำให้สนใจ Kuaishou เข้าเทรดวันนี้วันแรก (05 Feb 2021) ราคา ipo 115 $HK
เปิดกระโดดพุ่ง 200% เป็นปรากฎการณ์ใหญ่ระดับเดียวกับ UBER ถ้านับเทียบเป็น % (ถ้าเม็ดเงินยังเป็นรอง NONGFU)

Khuishou Technology ก่อตั้งปี 2011 เริ่มต้นจากธุรกิจ Mobile App ให้ users ทำภาพการ์ตูนในสกุล GIF
ปี 2012 ก้าวสู่ธุรกิจทำวีดีโอสั้นเป็นคนแรกของจีน
ปี 2013 เริ่มต้นทำแพลต์ฟอร์มวีดีโอสั้น กับ Social Media
ปี 2016 ขยายมาทำ Livestreaming ปัจจุบันมี active users 262.4 ล้านคน
ปี 2018 เริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ช พร้อมกับ Yitian ที่มาอัพสเกลให้สครีมมิ่งในด้านฟิลเตอร์กับสติกเกอร์สไตล์เกาหลีญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ปี 2019 ขยายธุรกิจ Khaushou Express เพื่อรองรับการเปิดรับคอนเทนท์แบบอินเตอร์เฟส
ปี 2020 รายได้ 9 เดือนแรก แตะ 40.68 พันล้านหยวน โต 49% YOY

รายได้หลักมาจาก 3 ธุรกิจ

  1. Livestreaming ทำเงินจากการที่ user มาซื้อ virtual gift ให้กับ Streamer
    รายได้โหดมาก 25.31 พันล้านหยวน (9 เดือนแรก ปี 2020) 62% จากรายได้ทั้งหมด
    และกำลังจะโตอีกมาก จากนโยบายการไลฟ์สดให้กับแบรนด์ดัง
    ล่าสุด ประสบความสำเร็จสุดๆ กับโปรเจค 2020 Kuaishou Live Broadcast Summer Summit Night
    ที่ไลฟ์สดโฆษณาขายรถให้ Jetta แบรนด์ในสังกัด Volkswagen ปิดการขาย 6,100 คัน
    ในเวลา 1 ชม. (21.00-22.00 น.) โดยมีผู้ชม 80.3 views 56 ล้าน Like และ 9 ล้าน Comment
  2. Ad & Online Market 13.34 พันล้านหยวน 32% จากรายได้ทั้งหมด โต 200% YOY
  3. Ecommerce & Game สั่งซื้อสินค้าที่ระลึกของ Top Streamer 204.6 พันล้านหยวน โต 100% YOY
    นอกเหนือจากธุรกิจหลักนี้ อยู่ระหว่างพัฒนา Khuikandian เป็น Big Data ในการประมวลผลการคัดเลือกเนื้อหาให้กับ user

เหมือนมาได้จังหวะในการ IPO เพราะเตรียมไฟลิ่งช่วงที่รัฐบาลจีนมีนโยบาย Anti Monopoly พอดี โดยมีคู่แข่งหลัก คือ Tiktok ของค่าย Douyin ที่มี ByteDence เป็นแบ็คอัพ (600 ล้าน active users) ส่วน Khuishou ใช้ชื่อแอพ Kwai ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินจาก Tencent เคยมีเคสพิพาทกันช่วงต้นเดือนกุมภา 2021 ก่อนเข้าเทรดไม่กี่วัน เมื่อ Tencent แบนวีดีโอ Tiktok ใน Wechat อ้างว่า มีการใช้ Avatar User มาลงคลิปวีดีโอส่งผ่าน Micro envelop ส่วน Tiktok ออกแถลงการณ์ประณามการผูกขาดของ Tencent แต่ Tencent ออกมาโต้ว่า แบนหมดทั้ง Tiktok QQ Kwai ถ้าจับได้ว่าเป็น Avatar การต่อสู้ขับเคี่ยวจะเป็นอย่างไรหลัง Khuishou เข้าตลาด เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

IDreamSky จะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า

IDreamSky ลิสต์ในตลาดฮ่องกง รหัส 01119
ประเด็นที่ทำให้สนใจหุ้นตัวนี้ เริ่มต้นจากโพสต์ของ Mr.S (Gossip ตลาดหุ้นเค้าต้องใช้ชื่อย่อกันเนอะ)

Tencent แย่งเทค LeYou ตัดหน้า IDreamSky
แล้วผู้บริหาร IDS ไปดึงตัวผู้บริหาร Tencent มาร่วมทีม
Tencent โยนลิขสิทธิใน Warframe (เค้กก้อนที่เป็นดวงใจของ LeYou) กลับมาให้ IDS บริหารแทน
ฝั่ง IDS ก็ตอบแทนด้วยการออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้ Tencent ไปแทน

ฟังประเด็นจบ นิ้วกดเรียกกราฟหุ้นทั้งสองตัวมาดูเทียบกัน
LeYou ตอนนั้นยังอยู่ในตลาด แต่ถ้าเราจะซื้ออนาคตเราต้องเคาะ IDreamSky
กราฟ IDS วันนั้นดูยังลงไม่จบ ยังไม่แห้งสนิท ก็บอกกันว่า รอ !!!
ระหว่างรอก็หาข่าวมาอ่าน ตามดูที่มาที่ไปของพี่เค้า

ข้อมูลจาก Simply Wall St ฟันธงว่า ถ้าจะมองหาหุ้นเติบโตระยะยาวให้เลือกจาก ROCE
Return on Capital Employed ซึ่ง IDS มี ROCE 8.8%
โดยคำนวณจาก Earning Before Interest and Tax (Ebit) / (Total Assets – Current Liabilities)
0.088 = 458 ล้านหยวน / (6.96 พันล้านหยวน – 1.7 พันล้านหยวน)
แต่ตัวเลข ROCE มันทำให้เราแค่รู้สึกปลอดภัยมั่นใจ
แต่สิ่งที่จะบิ้วด์หัวใจได้มันต้องมีอะไรที่มากไปกว่านั้น
บทวิเคราะห์ของ Simply Wall St. ต่างหากที่บอกเราว่า
มูลค่าและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ IDS ต่างหากคือ สิ่งที่ทำให้เราต้องเกาะ Tencent
หากหวังเห็นราคาของ IDS รอวันเจิดจรัสสมค่าตัว ไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า

สิ่งที่สะท้อนศักยภาพของ IDS ได้ชัดเจนคือ มันเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 5 พันล้าน
ซึ่งตัวบริษัทที่ยังไม่มีสภาพคล่องเพียงพอให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาลุย
ดังนั้นโอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะเข้ามาจอยได้ คือ ต้องรอให้บริษัทต้องการเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม
ตรงนี้เลยเป็นจุดที่ทำให้ Tencent มาเสียบ โดยเข้าไปเทค LeYou แทน
มาแลกกับหุ้นกู้แปลงสภาพจาก IDS
สรุปตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรก คือ Xiangyu Chen (CEO IDS) 20% Tencent 16% IDS Technology 15.9%
ถ้าคำนวนเป็นเม็ดเงินคือ ถือ 1.4 พันล้านจากมูลค่าตลาดทั้งหมด 5 พันล้าน

ดีล Convertible Bond มันสะท้อนอะไร ?
แผนร้ายนี้มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้า
บอกแบบนี้เป็นการกล่าวหากันมากเกินไปไหม !!!
หากคิดจะเทรดหุ้น กติกาแรกที่ต้องยอมรับให้ได้คือ การฮั้วกันเป็น Business as usual จงรับมันให้ได้
เรามาดูไทม์ไลน์ของ Mega Deal นี้กัน

Dec 2019 ผู้บริหาร LeYou แพลมว่า อยู่ระหว่างเจรจากับผู้บริหาร Digital Sky Technology (บ.ย่อยของ IDS)
Mar 2020 ลือสะพัด Tencent ออกเงินทุน หนุน IDS เทค LeYou (LeYou มีสถานะเป็นบริษัทในเครือ Tencent ผ่านการได้รับเงินสนับสนุนแบบ CVC)
May 2020 IDS ประชุม AGM ขอ General Mandate หุ้นเพิ่มทุนไว้ เงื่อนไขออกไม่เกิน 20% ของหุ้นเดิม ออกได้เลย
July 2020 ข่าวลือ Sony สนใจจะเทค LeYou
Oct 2020 IDS ออกข่าวจะออกหุ้นกู้เตรียมลงทุนทำเกมบน clouding พร้อมดึงตัว Yu Chen Vice President Tencent มาคุมทัพ
7 Oct 2020 ประกาศมีแผนออกดีลหุ้นกู้มูลค่า HK$ 775 ล้านเหรียญ ครบดีล 2025 (ราคา High วัน 4.92 Low 3.92 แท่งแดงยักษ์มาเลยจ้า)
Nov 2020 IDS ประกาศดีลหุ้นกู้จริง ออกให้ Tencent แลกเม็ดเงินลงทุน US$ 30 ล้าน (HK$ 229 ล้าน) @ US$ 1 = HK$ 7.83)
ปรับลดลงทั้งมูลค่าดีลและลดกำหนดเวลาดีลเหลือ ปี 2023

โดยออกหุ้นกู้ 50,085,284 หุ้น (3.94% ของหุ้นทั้งหมด) @ HK$ 4.69
กำหนดใช้สิทธิ เมื่อไหร่ก็ได้ภายในกำหนดแปลง 26 Nov 2023
ราคาใช้สิทธิ์ 4.69 ถือว่ามี premium 2.4% (เทียบกับราคาปิดตลาดวันนั้น 4.58)
และมี premium 5.16% ของราคาปิดเฉลี่ยย้อนหลัง 5 วัน
แต่ถ้าตัดประเด็นค่าเงิน ให้คิดเทียบเฉลี่ยราคาแปลงต่อหุ้นจะตกที่ราคาเฉลี่ย 4.58 เทียบตามมูลค่าดีลที่ตกลงกันไว้ @ US$ 1 = HK$ 7.83)
เงื่อนไขดีลคือ ระหว่างยังไม่แปลงสิทธิ IDS จ่ายดอก 2.5% ต่อปี (แบ่งจ่ายทุก 6 เดือน)
หากไม่แปลงครบกำหนด IDS คืนเงินต้นพร้อมดอก 8% (ไม่รวม 2.5% ที่จ่ายไปก่อนหน้านั้น)

ปัจฉิมนิเทศ มาจบลงเอาตอน Dec 2019 Tencent โผล่มาฟันเปรี้ยงสอยดีลเทค LeYou เอง ก่อนโยกกรรมสิทธิให้ IDS ไปบริหาร
ไม่ต้องถาม และห้ามสงสัย ดีลนี้รู้กัน เตี๊ยมกันมา
ดีลนี้มีปมสำคัญอยู่ที่ Tencent ต้องการเข้าถึงสิทธิ์ในการพัฒนาสตูดิโอเกม Warframe
ซึ่งตอนนี้ถือเป็น free to play อันดับ 1 ของตลาด

หลังจากแลกเปลี่ยนสมบัติผลัดกันถือแล้ว
CEO ก้อลุยซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1.1 ล้านหุ้น เช่นเดียวกับที่ตัวบริษัทซื้อหุ้นที่เคยขายทิ้งไปกลับไปเยอะกว่าที่เคยขายออกมา
ทำให้สัดส่วนของฝ่ายบริหารเมื่อรวมกันคือ 28% (บอร์ดกลับมาซื้อกันรัวๆ ช่วงพย.-ธค. 2020)
สัดส่วนการถือครองหุ้น (พย.2020)
ทีมผู้บริหาร (Individual Insider) 27.7% หน่วยงานภาครัฐ 3.3% บริษัทเอกชนทั่วไป 15.8% บริษัทมหาชน 19.8% เม่า 34.2%
ชอบจังการใช้ศัพท์ของเมืองนอก ดูจริงใจ ไม่ตอแหลดี Individual Insider !!!
ใครบ้างที่เป็นจำเลย เอร้ย คนในนิยามความหมายนี้
CEO 1 คน (Xiangyu Chen @Brillant Seed Limited)
กับ Executive Director ของบ.ในเครือ IDS อีก 3 คน (Guan Song @ Bubble Sky / Jeffrey Lyndon @Shipshape / Lei Junwen @Instant Sparkle)
สรุปห้นตัวนี้ถ้าบวกรวมกลุ่มก้อนผู้บริหารแบบถือตรงถืออ้อมเรียบร้อย สภาพคล่อง free float ตัวนี้เหลืออยู่ในกระดานแค่ 22% (ข้อมูลวันที่ออกหุ้นกู้)

แน่นอนว่า หลังข่าวออกหุ้นกู้ หุ้นไหลลงเหว ราคารูดลงไปก่อนข้างล่าง
ก่อนที่ CEO จะทำตัวป๋า เดินหน้าเก็บหุ้นเพิ่มตลอดช่วงเดือนพย.-ธค. 2020
จนเม่าเริ่มได้สติว่า โดนทำให้ตกใจทิ้งของนี่หว่า
เพราะราคาเริ่มหยุดลงเลี้ยงตัวออกข้าง และตั้งลำกลับขึ้นมา “รองบ” สิท่า แหมมมมมมม

PE ของ IDS อยู่ที่ 13.4 PE อุตสาหกรรมเอนเตอร์เทนเมนท์อยู่ที่ 11
ไม่ต้องสน PE หรอกจ้า ราคาใช้สิทธิ 4.69 ท่องไว้แค่นี้เลยยยย !!!!!
PB 1.1 PB ตลาด 1.2
Growth Revenue 23% Forecast อัตราการเติบโตที่ระดับ 26% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
จุดที่ต้องระวังของบริษัทคือ มีหนี้เยอะ แต่เป็นหนี้จากการลงทุน
แต่ถ้าดูการเติบโตของรายได้ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แค่เฝ้าติดตามดูไป ที่ผ่านมายังไม่เคยจ่ายปันผล

หมายเหตุ อ่านแล้วฮามาก อิ LeYou ผู้บริหารนี่มันเฮียฮ้อไทยแลนด์ชัดๆ Transformer มาไกลมาก
เปิดบริษัทปี 2010 ในนามธุรกิจอาหารและสัตว์ปีก ในชื่อ Sumpo Food Holding
ก่อนมาแตกไลน์ทำธุรกิจวีดีโอเกมในปี 2014
โดยใช้เงินทุนส่วนใหญ่ของกิจการไปถือหุ้นใหญ่ บ.เกมแคนาดา Digital Extreme
ก่อนเทคมาเต็มตัวในปีต่อมา และเปลี่ยนชื่อชุปตัวใหม่ให้เข้ากับธุรกิจเป็น LeYou ในปี 2015
ปีต่อมา 2016 ประกาศเลิกขายไก่ เบื่อแล้วทำไม่รวยสักที ขอลุยตลาดเกมเต็มตัว

Company Analysis #Mar.2017 (2)

SCC (08-03-2017 SCBS)

เข้าถือหุ้น 100% ใน VCM ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ในเวียดนาม

มูลค่ากิจการ (EV) 440 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคุ้มค่าเริ่มต้นลงทุนใหม่

เทียบกัน EV142 ต่ำกว่าลงทุนใหม่ที่ 152 ดอลลาร์/ตัน)

กำลังการผลิตจากการเทค VCM จะหนุนกำลังการผลิตปูนให้ SCC เพิ่มอีก 10%

เพิ่มยอดขายได้ 1% (5พันล้านบาท) ทำให้ EBITDA ปรับเพิ่ม 1 พันล้านบาท

แต่การรับรู้ตัวเลขแบบชัดเจนอาจเกิดขึ้นหลังการเทค 1 ปี

ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเวลาที่ SCC ใช้ในการปรับปรุงกิจการหลังเทค

SCC.JPG

= = = = =

TRC (09-03-2017 MBKET)

ปันผลเป็นหุ้น 7:1 และเงินสด 0.004 บาท

ปี 60 ตั้งเป้ารับรู้รายได้ 8 พันล้านบาท แบ่งเป็นเหมืองโปแตช 4 พันล้าน และรายได้อื่นอีก 4 พันล้านบาท

มีโครงการประมูลปี 60 ดังนี้

1. ท่อก๊าซราชบุรี-วังน้อย (RA#6) 8.2 พันล้านบาท (ยื่นประมูลมีนา รู้ผลมิย.)

เป็น Joint Venture ทำร่วมกับ Saipem + Huayuan ในนาม STH Joint Venture

2. ท่อก๊าซปตท.เส้นที่ 5 เฟส 1 11.7 หมื่นล้านบาท (ยื่นประมูลมีนา รู้ผลกค.)

3. โรงไฟฟ้าขยะ 2 พันล้านบาท + โครงการอื่นๆ 1 หมื่นล้านบาท

4. งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 4.5 พันล้านบาท

ทั้ง 4 งานนี้ ในส่วนที่เข้าร่วมประมูล มีมูลค่าประมาณ 2.65 หมื่นล้าน

= = = = =

SPRC (09-03-2017 KGI)

แม้จะมีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในบรรดาโรงกลั่น

แต่ด้วย Spread น้ำมันเบนซินอ่อนตัวลงจาก 12.0 เหลือ 11.1 $/ bbl.

ซึ่งกระทบโดยตรงต่อ SPRC ซึ่งมีสัดส่วนการกลั่นเบนซินสูงสุด 1/3 ของทั้งประเทศ

ประกอบกับ Q2 เป็นช่่วง Low Season ของหุ้นโรงกลั่นเนื่องจากอัตราการใช้เชื้อเพลิงต่ำสุดในรอบปี

แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นโรงกลั่นในระยะสั้น

sprc

 

Company Analysis # Mar.2017 (1)

BKD (03-03-2017 CNS+AEC)

ธุรกิจตกแต่งภายใน มีฐานลูกค้า 6 กลุ่ม
กลุ่มรพ. 53% กลุ่มสำนักงาน 39% กลุ่มโรงแรม 5% กลุ่มมหาลัย+คอนโด+ห้าง 3%

ธุรกิจมีลักษณะเป็น Seasonality Q1 ปกติจะต่ำสุด เพราะเป็นช่วงเซ็นสัญญาโครงการ

Q2 รายได้พีคสุดเป็นช่วงเร่งดำเนินงาน
แล้วลดลงเรื่อยใน Q3 และ Q4 (ส่งมอบงาน) ตามลำดับ

งบปี 2016 มีปัญหาตั้งสำรองหนี้สูญ 74 ล้านบาท
คาดว่าจะโอนกลับในปี 2017 ได้ (งานเสร็จแล้วรอส่งมอบ)
จากปัญหาหนี้สูญทำให้ปรับสัญญาเป็นชำระเงินตามความคืบหน้าของโครงการ ตรงนี้น่าจะลดปัญหาหนี้สูญเดิมได้
คาดการณ์ EPS 2017 @0.18 บาท
PE น่าจะปรับลดลงจาก 41 เหลือ 18

ปี 2017 มี Backlog รอรับรู้ 1,415 ล้านบาท (GPM 20%)
มีแผนงาน AEC ขยายไปกัมพูชา ร่วมงานกับ Chip Mong Group รับตกแต่งหมู่บ้านจัดสรร มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท (GPM 30%) แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างงานโครงสร้าง ก้อนนี้จึงน่ารับรู้ใน 1-2 ปีข้างหน้า

ปรับกลยุทธ์จากเดิมเน้นการเติบโตของรายได้ ไปเป็นการเลือกรับงานที่มาร์จิ้นดีและควบคุมต้นทุนการผลิต

งบปี 2016 ปันผล 0.07 บาท (XD 14 มีนา pay date 3 พฤษภา)

ธีมที่เป็นคีย์ผลักดันราคาในระยะสั้น
การโอนกลับตั้งสำรองหนี้ 74 ล้าน
กับปันผลพิเศษจาก One Time Gain จากกำไรจากการขายที่ดินกรุงเทพกรีฑา 488 ล้านบาท หักภาษีเหลือสุทธิ 321 ล้านบาท
น่าจะปันผลพิเศษได้ราว 0.33 บาท

= = = = =

CENTEL (03-03-2017 CNS)

ปี 2016 มีการทำรีไฟแนนซ์เงินกู้ลดภาระดอกเบี้ย

บริษัทตั้งเป้าขยายการเติบโตผ่าน Rev.Par ให้ได้ 3-4%

แทนการเพิ่ม Occ. Rate เพราะปกติ Occ. Rate อยู่ในระดับดีมากอยู่แล้ว

ปี 2017 มีเปิดโรงแรม COSI แบรนด์นี้จะเป็น Economy Hotel

ที่สมุย 151 ห้อง Q4/17  ที่พัทยา 280 ห้อง Q2/18

มีดีลร่วมทุนกับ Nakheel บ.อสังหาในดูไบ

เป็นโปรเจ็คทำโรงแรม 4 ดาว 550 ห้อง ที่ดูไบ

ปกติที่นั่นจะเน้น 5 ดาว แต่เลือกทำ 4 ดาว

เพราะคู่แข่งน้อยและเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคอีกกลุ่ม

เข้าไปถือหุ้น 40% แพลนเปิดปี 2019 คาดว่า Return 3 ปีหลังเปิดดำเนินการ

ปี 2017 มีแพลนงานรับจ้างบริหารโรงแรม 12 แห่ง

และที่จะเข้าไปบริหารให้ปี 2018 อีก 6 แห่ง และ ปี 2019 อีก 4 แห่ง

แม้ภาพรวมของกลุ่ม Tourism จะเป็น Bullish Trend

แต่ภาพรวมของ CENTEL เทียบกลุ่มเดียวกันแล้วไม่ค่อยน่าสนใจ

เนื่องจากเทียบ upside แล้วต่ำสุด 13% ขณะที่ MINT 33% ERW 36%

centel

Company Analysis # Feb. 2017 (7)

IRPC (15-02-2017 KTBST + MBKET)

Q4/59 หากตัดขาดทุน fx 442 ล้านบาท กับขาดทุนเฮดจิ้งน้ำมัน 1,994 ล้านบาท (1.9 US/บาร์เรล)

ถือว่างบดีขึ้น 58% YoY ซึ่งเป็นผลจากค่าการกลั่นน้ำมันเบนซินและน้ำมันเตา (โดยเฉพาะน้ำมันเตาดีขึ้นเยอะมาก)

รวมทั้งมีการ COD ของโครงการ UHV เพิ่มเป็น 86%

บวกมีกำไรจาก Stock gain น้ำมันอีก 1.47 พันล้านบาท ที่เข้ามาชดเชยการอ่อนตัวลงของสเปรด HDPE

Q1/60 ปิดซ่อมบำรุงใหญ่ 30 วัน (กพ.-มีนา) แต่ประเด็นนี้ตลาดรับรู้แล้ว

ปี 60 มีแผนขยายไลน์การผลิตสินค้าปลายนิ้วช่วงกลางปี (PPE PPC และพลาสติกเกรดพิเศษ)

ซึ่งประเมินว่ามาร์จิ้นดีน่าจะเข้ามาหนุนผลประกอบการในระยะยาว

ปันผล 4% XD 27 กพ.

= = = = =

ETE (15-02-2017 KTBST)

ทำธุรกิจ Outsourcing ด้านบริหารจัดการบุคลากรและงานธุรกิจ (กลุ่มลค กฟผ กฟภ)

บริการงานวิศวกรรมระบบไฟฟ้าและโทรคมนาคม (กลุ่มลค. กฟผ ค่ายมือถือต่างๆ)

ธุรกิจพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ สัดส่วนรายได้ 57:42:0

พลังงานเพิ่งเริ่ม COD ธค.59 ยังไม่รับรู้ในงบ Q4/59

งบปี 59 ชะลอตัวลงจากความล่าช้าของงานวิศวกรรม

และมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากงานรฟฟ + ดีล IPO

แต่ปี 60 น่าจะเติบโตได้จากการรับรู้รายได้เต็มปีของพลังงานแสงอาทิตย์

และภาวะงานอื่นๆ ที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

= = = = =

TOP (16-02-2017 ASP)

Spread กลุ่มอะโรเมติกส์ที่อ่อนตัวลงในปี 60 พร้อมกับ supply การกลั่นในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น

เริ่มกดดันตัวเลขงบใน Q4/59 แต่ถึงอย่างนั้นรายได้ที่โดดเด่นของปี 59 ยังช่วยให้งบออกมากำไรมหาศาล

โดยเป็นกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นที่เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว (4.3 พันล้านบาท) กับ Stock gain จากน้ำมัน

บวกกับมีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้า (TP+TOP+PPA) มาเสริม

ดังนั้นแม้ธุรกิจอะโรเมติกส์จะหดตัว เนือ่งจากสเปรดพาราไซลีนปรับตัวลดลง

และธุรกิจจากกลุ่มสาร LAB (TPX) กับน้ำมันหล่อลื่น (TLB) หดตัวตามสเปรดยางมะตอยกับราคาน้ำมันเตาที่สูงขึ้น

แต่ภาพรวมก็ยังกำไรโตมาก แม้จะขาดทุน fx 870 ล้านบาท

โดยการเติบโตอย่างมากในปี 59 จะกลายเป็นผลกดดันตัวเลขในปี 60 ค่อนข้างมาก

เพราะปี 60 TOP จะต้องเริ่มกลับมาจ่ายภาษีเต็มพิกัดในส่วนของโรงกลั่น ที่ 20% อีกครั้ง

หลังจากที่ใช้สิทธิ BOI จ่าย 8% ตรงนี้จะกดดัน EBITDA

แต่งานหนักที่ TOP ต้องเผชิญปี 60 คือ Surplus ของธุรกิจอะโรเมติกส์

ที่เกิดจากการเปิดเดินเครื่องของโรงงาน Reliance ใน Q1/60 (กำลังการผลิต 2.3 ล้านตันต่อปี)

โรงงานปิโตรลาปิก เปิด Q2/60 (กำลังการผลิต 1.3 ล้านตันต่อปี)

ตามด้วยโรงงานจีนและเวียดนาม Q3/60 8 แสน และ5แสนตันต่อปี

ดังนั้นแนะนำสวิทตัวไปเข้า PTTGC หรือ IVL แทน

TOP.JPG