ประวัติศาสตร์เส้นขนานของ BBL

Capture

ในวันที่อิทธิพลของการลดดอกเบี้ยกระหน่ำ 4 แบงค์ใหญ่ในตลาดหุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นแบงค์หลักปรับตัวลดลงแบบลืมตัวว่ามีสถานะเป็นหุ้น Blue chip โดยภาพรวมของกราฟ น่าจะไม่มีหุ้นแบงค์ตัวไหนดูอาการหนักและล่อแหลมไปกว่าหุ้น BBL อีกแล้ว แม้ว่าในระยะสั้น BBL จะเป็นหุ้นที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะเด้งจากการลงหนักในรอบนี้ก่อนเพื่อน แต่…หากประเมินในภาพรวมของเทรนด์ BBL น่าจะเด้งเพื่อลงต่อแบบลึกๆ ลึกในระดับที่น่าเป็นห่วงมาก

โดยส่วนตัว ไม่ชอบเล่นหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่จากที่เคยเล่นและแอบสังเกตมา BBL มีสไตล์กราฟที่ชัดเจนมากในประเด็นการการเด้งขึ้น-ลงใน Channel ที่ชัดเจนกว่าหุ้นแบงค์อื่น หากเราสังเกตให้ดี เราจะเห็นการฟอร์มตัวของ Channel รอบใหม่ของหุ้น BBL ในภาพเป็นกราฟวีค หากใครติดหุ้นตัวนี้อยู่ การเด้งรอบนี้ให้หาจังหวะขายหุ้นออกไป และไม่แนะนำให้ SAP แม้ว่าจะเป็นหุ้นที่มีประวัติศาสตร์การเล่นในเส้นคู่ขนานได้ชัดเจนมากก็ตาม เพราะการเสี่ยงเล่น SAP ในหุ้นที่เพิ่งกลับทิศและเริ่มฟอร์มตัวใน Channel ใหม่ ถือว่าเสี่ยงมาก โดยเฉพาะเมื่อภาพรวมอุตสาหกรรมกลุ่มแบงค์เองก็ไม่สดใสนัก

 

 

SPORT กับอนาคตที่วังเวงของสโนไวท์แม่ลูกดก

sport1.PNG

นักลงทุนมักถูกสอนต่อๆ กันมา ว่าอย่าถือหุ้นหลายตัวจนเกินไป เพราะจะไม่มีเวลาดูแลหรือติดตามความเป็นไปของหุ้นให้ดีพอหรือทั่วถึง มันก็คล้ายๆ คำสอนของคนรุ่นใหม่ที่มักให้เหตุผลกับการมีลูกให้น้อยลงกว่าสมัยคนรุ่นพ่อแม่เรา ด้วยการพูดถึง การมีลูกแต่น้อยแต่พอดีจะช่วยให้การเลี้ยงดูลูกเป็นไปอย่างมีคุณภาพมากขึ้น แต่คำสอนเหล่านี้เหมือนจะไม่ได้ผ่านเข้าไปในหูของ SPORT แต่อย่างใด เพราะหากไม่นับ CIG แล้ว SPORT น่าจะเป็นหุ้นที่ลูกดกมากที่สุดตัวหนึ่งในตลาดหุ้น เพราะวันนี้ SPORT แจ้งตลาดฯ ว่า ขอ (อนุญาต) เพิ่มทุนแบบ Right Offering (RO) ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมด้วยอัตราส่วน RO 3:1 แต่เราจะแจกวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นที่ (ยอม) เพิ่มทุนกับเราเท่านั้นนะ ด้วยอัตราส่วน 1:1  พูดง่ายพร้อมจะทำคลอดบุตรคนที่ 7 แล้วนั่นเอง แหม……….ให้อารมณ์สโนไวท์แม่ลูกดกเสียนี่กระไร ว่าแต่… เม่าที่ดอย SPORT อยู่ควรจะดีใจดีไหมละเนี่ยยยย ???

สิ่งที่เม่าพึงจำไว้เสมอว่า คำว่า แจกหลักทรัพย์แปลงสภาพ (วอร์แรนต์)” โดยเนื้อแท้ลึกๆ มันก็คือ การเพิ่มทุนประเภทหนึ่งอยู่แล้ว เพียงแต่คำว่า “แจก” มันลวงให้ลืมเฉลียวใจฉุกคิด เพราะมันให้อารมณ์ของคำว่า “ฟรีไม่มีต้นทุน” แต่จริงหรือ ???  ขอตอบว่า …ไม่จริงนะจ้ะ เพราะทุกครั้งที่ออกวอร์แรนต์ย่อมเกิด Dillute Effect ต่อราคาในกระดานเสมอ เพราะฉะนั้นเมื่อการออกวอร์แรนต์ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนรูปแบบหนึ่งอยู่แล้ว ใยยังต้องเพิ่มทุน Right Offering อีกละจ้ะ ?!?!  ก็ต้องขอตอบตามตรงแบบไม่อ้อมค้อมไม่เห็นแก่หน้าพี่เจ้าว่า ก็ถังแตกกรอบแดกเต็มที่แล้วก็แค่นั้นล่ะจ้ะ ถ้าไม่เพิ่มทุนหาเงินมาเติมให้บริษัท ก็เห็นทีจะอยู่หายใจต่อไปไม่ไหวแล้วนั่นเอง เฮ้ยยยย จริงรึนั่น !!! ไหนไปดูสิสัญญาณชีพหุ้นตัวนี้มันเข้าเกณฑ์โคม่าขนาดไหน

sport3.png

น่าตกใจเลยทีเดียว สัญญาณชีพแผ่วมาก นี่ขนาดใช้เครื่องช่วยหายใจแปลงวอร์เพิ่มทุนปีที่แล้วไปรอบนึงแล้วนะ แต่ยังไม่มีวี่แววจะฟื้น แถมทำท่าชีพจรจะดับอีก ส่วนผู้ถือหุ้นลดลงตลอด 4 ปี และเข้าสู่ภาวะส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบไปเรียบร้อยแล้วในไตรมาส 1 ปีนี้ ไม่ปรากฎการทำกำไรเลยในรอบ 4 ปี ที่ผ่านมา มิหนำซ้ำภาวะขาดทุนพุ่งสูงขึ้น หลายคนอาจสบตากันแล้วถอนหายใจก่อนเอ่ยปากว่า กลุ่มมีเดียเป็นธุรกิจขาลงที่พระอาทิตย์กำลังตกดินแล้ว ก็คงจริงนะ ดูอย่าง NINE  NMG  GRAMMY SMM แต่นั่นไม่ใช่เงื่อนไขที่จะทำให้เม่าอย่างเราต้องสงสาร SPORT แล้วหลับหูหลับตาช่วยมันเพิ่มทุนเติมเงินเข้าบริษัทเชียวนะ เพราะสื่อสิ่งพิมพ์ที่หันมาทำสื่อทีวีค่ายอื่นๆ เค้าก็ดิ้นรนต่อสู้ประคับประคองตัวเองมาได้ก็มี อย่าง AMARIN ถึงแม้จะส่วนหนึ่งเพราะเสี่ยเจริญมาอุ้มสมค้ำชูก็ตามนะ แต่ผลประกอบการเค้าก็ฟื้นได้เพราะเรทติ้งเริ่มมี ดังนั้นเม่าก็ไม่ควรจะผ่อนปรนกัดฟันให้อภัยเพียงเพราะ SPORT อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Sunset

ไปดูกราฟราคาหุ้น SPORT กันบ้าง งบแบบนี้ราคาหุ้นคงจิ้มลิ้มพริ้มเพราน่าดูชม เนื่องจากตั้งหน้าตั้งตาราคาไหลลงมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ราคาย่อมเป็นไปตามผลประกอบการ) ดังนั้นใช้กราฟเดย์อาจเห็นกราฟแท่งเท่ามด เลยต้องปรับเป็นกราฟเดือนเพื่อให้เห็นภาพรวมของราคาหุ้นและเทรนด์ของหุ้น ซึ่งชัดเจนว่า เป็น strong downtrend ชัดเจนมาก คือ ลงอย่างเดียว ซึ่งเราจะเห็นการพยายามทิ้งทวนของเจ้ามือที่ปั่นราคาขึ้นไปเพื่อออกของในปี 2016 ก่อนเลี้ยงตัวออกข้างแน่นอนว่า ของเยอะจำเป็นต้องค่อยๆ ริน เพื่อรักษาระดับราคา ก่อนที่จะทิ้งบอมบ์สั่งลาเมื่อภารกิจปล่อยของเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว จากนั้นราคาก็ไหลลงแบบไม่มีวอลุ่มปูดให้เห็นอีก แต่เป็นการที่เม่าค่อยๆ กัดลิ้นลาตายไปทีละคน

sport4.PNG

แต่เมื่อมาถึงจุดที่บริษัทเดินต่อไปไม่ไหว มหกรรมเพิ่มทุนจึงเป็นวาระแห่งชาติ  ณ ตอนนี้ก็คงจะหารายใหญ่ใจหาญห้าวมารับเพิ่มทุนแบบ PP ก็ยากเต็มทน เลยต้องมาฝากผีฝากไข้กับเม่าจรหมอนหมิ่น ที่ต้องเอาวอร์ 7 มาล่อใจกัน น้องเม่าพึงจำกฎข้อนึงไว้ตลอดกาล หุ้นที่แจกวอร์แรนต์บนเงื่อนไขการต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มทุนแลกไป คือ หุ้นที่กำลังจะใกล้ถึงกาลอวสานในไม่ช้าไม่นาน (เรียกได้ว่า แทบจะทั้งหมดของหุ้นที่มีเงื่อนไขแบบนี้แทบทุกตัว ต้องโดนตลาดเฉดหัวออกไปห้ามเทรดในเวลาไม่นานเกิน 2-3 ปีข้างหน้า) ดังนั้นเกมนี้ไม่ต้องทายเลยว่า จะออกมารูปแบบไหน !!! สาบานแทนเจ้ามือว่า ต้องลากกันสุดพลัง เพื่อปล่อยของใส่เม่าให้มากที่สุด และให้เม่ารับภาระการเพิ่มทุนไปแทน เห็นราคาหุ้นกระจอกแบบนี้นี่ละ ปั่นง่ายดีแท้ แล้วอย่าลืมตามไปดูมาร์จิ้นของโบรคที่เราเทรดหุ้นอยู่ด้วยนะ ว่ามีโบรคไหนใจปล้ำให้วงเงินมาร์จิ้นหุ้นตัวนี้เป็นกรณีพิเศษบ้างไหม ยิ่งถ้ามีและถ้าเจอเกมนี้ก็เล่นแบบเก็งกำไรสั้นๆ หัดรักตัวกลัวตายกันไว้บ้าง ถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าดอยคอยเวลาตายตามหุ้นไป

รูปการณ์ที่เล่ามาทั้งหมด เม่าที่ไม่ได้ดอย SPORT อยู่ก็เตรียมรวยหวยออกตอนเจ้าลากได้เลย ลากแน่นอนแต่จะสนั่นลั่นทุ่งขนาดไหนนั้นก็ตอบยาก แต่คิดว่ามากโขแน่ๆ แต่พอฟังแบบนี้ก็ไม่ได้ให้ขายบ้าน ขายรถ มาอัดเต็มแม็กซะล่ะ ที่สำคัญเล่นได้แต่อย่าให้เลยเถิดเพลิดเพลินเกินพอดีไปล่ะ เพราะทั้งโบราณและปัจจุบันเค้าก็ยอมรับกันทั่วแล้วว่า พ่อแม่ที่ดีไม่ควรมีลูกหลายคน SPORT-W7 แหมคลอดกันถี่ยังกับแม่เป็นสโนไวท์ซะขนาดนี้ แม่พันธุ์จะไม่บอบช้ำเลยคงไม่ไหวจริงไหมล่ะคุณผู้ชมมมมม

STANLY กับรักครั้งใหม่ที่ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง

STANLY chart

หุ้นบางตัวราคามันก็เกินจะเอื้อมจริงๆ ติดสแกนมาอ่อยก็ตามไปมองแล้วได้แต่ชอบ เพราะคิดว่ามัน ไม่น่าใช่หุ้นเรา ใครๆ ก็ใจร้อนอยากได้ผลตอบแทนดีๆ เร็วๆ กันทั้งนั้น เห็นราคาระดับนี้กับสภาพคล่องของหุ้นแบบนี้แล้วด้วย มันไม่น่าใช่เราๆๆๆ ก็วนเวียนบอกตัวเองแบบนี้อยู่หลายรอบ เพราะมันติดแสกนมาหลายหนจริงๆ จนในที่สุด มันก็ติดมาอีก มันอะไรกันหนักหนา คิ้วขมวดผูกโบด้วยสงสัย นอกจากกราฟสวยแล้ว ไหนขอชะโงกไปดูรายละเอียดสักหน่อยสิ อะไรยังไงทำไมเพราะอะไรถึงได้วนเวียนมาเซ้าซี้กันขนาดนี้ ดูเสร็จก็บอกตัวเองหาไม่เจอ สวยจริงแต่ยังไม่ผิดกลิ่นมากพอ ยังไม่น่ามีอะไรผิดปกติ แต่สายตาผ่านตาตัวเลขนึงไว้ ผ่านมาอีก 2 วัน มีฟอร์ม 246-2 แจ้งตลาดมีการเคลื่อนไหวของหุ้นตัวนี้ขยับถึงเกณฑ์ ticker point !!!! รอบนี้รีบกลับไปเปิดดูตัวเลขที่ผ่านตาไว้วันก่อนอีกที  Bingo เจอแล้วววววววว กลิ่นหอมได้ที เจ้าประทับหุ้นแล้ว

stanly 246-2.PNG

แต่เดิมเจ้าถือร่วมกันแบบ Concert Party ในนามของ STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE, LTD 33.88% (จากรอบการปิดสมุด 18/05/2560) โดยได้แจ้งซื้อเพิ่มเป็น 35.01%  ซึ่งถ้ารวมแล้วก็ควรจะมีส่วนที่เป็นการถือครองโดยต่างชาติที่ 46.73% แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของราคาที่เดินหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับภาพที่เห็นสรุปสัดส่วนการถือครองหุ้นต่างชาติคือ เต็มเพดานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 49% แล้ว นั่นแสดงว่า หลังจากน็อค ticker point 35% มีนักลงทุนต่างชาติเก็บหุ้น STANLY ไปอีก 2.27% ซึ่งถ้าให้เดาก็น่าจะเป็น STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE.LTD เก็บไปเองนี่ล่ะไม่ใช่ใคร เดี๋ยวอีก 2 วันก็ถึงกำหนดปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 แล้ว (ปีนี้กำหนด XM ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ซึ่งก็หมายความว่า วันที่ 4 มิถุนายน 2561 เราจะได้ว่า พี่เบอร์ 1 น่าจะหุ้นเพิ่มเป็นราวๆ 37.30% โดยประมาณ เดาล้วนๆ แต่คิดว่าชัวร์

STANLY F.png

ระหว่างรอก็อ่านข้อมูลไปพลางๆ ก่อน บริษัท STANLY เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง บ. สิทธิผล 1919 (กิจการของครอบครัวลี้อิสระนุกูลชื่อเดิมคือห้างเซ่งง่วงฮงที่คุณกนกและคุณโสภาลี้อิสระนุกูลบุกเบิกมา) กับบริษัท STANLEY ELECTRIC HOLDING  ของประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตโคมไฟที่มีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 3 ของญี่ปุ่น) เพื่อทำกิจการด้านหลอดไฟ โคมไฟรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และกิจการแม่พิมพ์ชิ้นส่วนรถยนต์ เมื่อปี 2523 ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2534

วัตถุดิบหลัก ได้แก่ เม็ดพลาสติกจำพวก Poly Cabonated (PC) Bulk Molding Compound (BMC) Poly Propylene (PP) และ Acrylonitrile Butadine Styryne (ABS) โดยซื้อวัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก ร้อยละ 70 และนำเข้าเพียงร้อยละ 30 จากญี่ปุ่น กำลังการผลิต ตอนนี้ Utilization 80%) โดยแบ่งเป็น การผลิตหลอดไฟ 113 ล้านชิ้น/ปี โคมไฟ 40 ล้านดวง/ปี และแม่พิมพ์ 400 ชุด/ปี โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจากโคมไฟ 90% หลอดไฟ 8% และแม่พิมพ์ 2% ซึ่งเป็นการส่งออกโดยตรง 15% และส่งออกโดยอ้อม 40% ที่เหลือผลิตเป็น OEM ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เป็นค่ายรถยนต์ ปีที่ผ่านมาเริ่มได้รับส่วนแบ่งรายได้จากกำไรเงินลงทุนบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นมา 25 ล้านบาท

การปรับทิศทางธุรกิจเรื่องเปลี่ยนจากการผลิตหลอดฮาโลเจนมาเป็นหลอด LED ซึ่งทำให้ได้มาร์จิ้นที่ดีขึ้น และชิ้นส่วนโคมไฟต่างๆ เรื่องมีความซับซ้อนมากขึ้น และมีจำนวนโคมเพิ่มขึ้นทำให้มีออเดอร์และมาร์จิ้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการนำแผนควบคุมต้นทุนการผลิตและลดของเสีย โครงการ SNAP มาใช้ (Stanley New Approach for Higher Productivities) ที่ลดต้นทุนการผลิตลดได้ราว 1%

ประเด็นที่เป็นนตัวเร่งการเติบโตของธุรกิจคือ การมีรายได้ที่โตเพิ่ม 14.7%  YoY โดยคาดว่าปีหน้าจะ growth ที่ราวๆ 10% และ 12% ในปี 63 จากการได้รับงาน Global Model ล้อตใหญ่จากทางฮอนด้าที่กำลังจะออกรถรุ่นใหม่ และจากการได้ลูกค้าค่ายรถจักรยานยนต์ใหม่อีก 2 บริษัท คือ Isuzu กับ Yamaha ประกอบกับ GPM ที่จะปรับเพิ่มจาก 18.5 เป็น 19.2% ในปีหน้า ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ได้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้น ขณะที่ SG&A/Sale ลดลงเพิ่มอีกเล็กน้อยจากแผนงานที่เริ่มเข้าที่มากขึ้น

การได้ออเดอร์ใหม่มารอยาวถึงปี 2564 ทำให้มีการลงทุนขยายเป็น Plant 7.5 เพิ่มกำลังการผลิตอีก 20% โดยจะขยายพื้นที่เพิ่มจากเดิม 6 พัน ตร.ม. เป็น 1.5 หมื่น ตร.ม.คาดว่าจะเปิดได้กลางปี 2562 ซึ่งจะทยอยบุคค่าเสื่อมที่ระยะเวลา 7-10 ปี จึงไม่น่าจะกระทบ OPEX ปี 62 ที่จะเปิดใช้โรงงานมากนัก โดยใช้เงินลงทุนไม่รวมค่าเครื่องจักร 400 ล้านบาท และโรงงานแม่พิมพ์อีก 500 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องเงินลงทุนมีศักยภาพพร้อมอยู่แล้วเพราะมี Net Cash ที่แข็งแกร่ง มีเงินสดหรือเทียบเท่า 6.2 พันล้านบาท และ DE ต่ำเว่อร์แค่ 0.06 เพอร์เฟคอย่างแท้ทรูบริษัทนี้

เขียนต้นฉบับค้างไว้ยังไม่จบดี วันนี้กราฟกระชากราคาขึ้นทำเบรค 52 Week High สำเร็จ เพราะอะไร ถ้าให้เดาก็เพราะพรุ่งนี้ (01/06/2561 เป็นกำหนด XM ประจำปี 2561 แล้วไง รอบงบของบริษัทนี้ปิดรอบบัญชี 31 มีนาคมของทุกปี ตามธรรมเนียมบริษัทที่ญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็ควรจะเก็บหุ้นลอตสุดท้ายในโควต้าแบบเป็นทางการเสียให้เสร็จภายในวันนี้ ก็เลยเป็นที่มาของการยอมขวาที่ราคา Offer เสียที หลังจากที่ออล้อต่อราคา Bid มาตลอดทางแบบที่ผ่านมา

ส่วนตอนนี้ก็ฝากจับตาการเคล่ื่อนไหวในช้อตต่อไปที่คาดว่าจะเปลี่ยนสนามไปก่อการที่ NVDR แทน  ซึ่งข้อมูลล่าสุดอยู่ที่ 2.22% ทำไมต้องโยกสนามไปที่ NVDR ก็เพราะโควต้าการถือครองต่างชาติเต็มแล้วส่วนหนึ่ง และอีกส่วนก็คาดว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สัญชาติไทยท่านอื่นๆ ก็จะทยอยสะสมหุ้นได้สะดวกใจกว่าการเก็บแบบเป็นทางการในกระดานหลัก ที่ต้องวุ่นวายรายงานการซื้อขายนั่นไง และตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้ลุ้นนอกจากการราคาที่ควรเดินหน้าขึ้นไป กับรอการอัพเดทรายชื่อผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ มารอลุ้นกันว่า STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE.LTD จะปรากฎตัวเลขตามที่เราคาดจริงไหม ว่าแต่ไปดูมุมมอง IAA ของนักวิเคราะห์กันหน่อยดีกว่า ใครมอง ใครเมิน กันบ้างถ้าจาก Target Price 12 months ณ ตอนนี้ ยังไม่มีสักโบรกที่กล้าให้ตัวเลขในใจที่เราแอบลุ้นอยู่เลย แต่ก็ไม่เป็นไร เราจะรอนายนะ สแตนลี่ย์ รอวันที่นายมาถึงเป้าในใจเรา  STANLY  … Status วันนี้บอกเลยลูกรักคนล่าสุดมั่นใจหนักมาก หน้าแหกเหรอ ไม่มีกลัวอยู่แล้ว STANLY กับรักครั้งใหม่ที่ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง  นี่หุ้นเราจริงๆฤา

In the Name of Chart # BJC

bjc

การเบรค High 52 Week ขึ้นมาได้เมื่อวีคก่อน

ทำให้ BJC กลับเข้าสู่ความสนใจของชาวโลกอีกครั้ง

จริงๆ ถ้าเราตามอ่านพื้นฐานของ BJC เราอาจเกิดฟิลลิ่งว่า

ยังไม่ดีแบบเต็มสูบ แค่ทุกอย่างผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

รอการฟื้นตัวกลับมาของตัวเลขสวยๆ ในอีกหลายๆ อย่าง

ไม่ว่าจะเรื่องการกลับภาษีควบรวมกับ Big C ที่ยังคงไม่ทันในปีนี้

ตัวเลข SSSG ที่เพิ่งเริ่มฟื้น กับ Capacity ใหม่ของส่วนบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่เพิ่งเริ่มเปิดเตาใหม่

แต่…การไล่เก็บหุ้นและบิกลอต BJC ที่ต่อเนื่องยาวนานทำให้สายกราฟบอกตัวเองว่า

ภารกิจนี้อีกยาวไกล ไม่ใช่เฉพาะแต่เวลาที่ต้องใช้รอ แต่เป็นเป้าราคาที่อยากไปถึง

วันที่ BJC เบรคไฮปีสำเร็จ ณ ราคานั้นคือ ราคาที่บทวิเคราะห์ของทุกค่ายให้ไว้

แต่คนที่มีเคมีจากสำนักฮาโลเจน เราต่างรู้ดีว่า นี่คือสัญญาณแรกที่จะบอกเม่าว่า

การเบรคไฮปีได้ คือ จุดเริ่มต้นของการพุ่งทะยานขึ้นต่อ

เพื่อให้เทรดได้อย่างมั่นใจ สายกราฟต้องใช้ Tf Week มาเพื่อคอนเฟิร์มการกลับตัวรอบนี้อีกที

bjc week

สิ่งที่เห็นในกราฟวีค เป็นยิ่งกว่าการคอนเฟิร์ม เพราะเราได้เห็นทั้งการกลับตัวของ EMA พัดคลี่

ได้พบเจอ Price Pattern  Inverted Head & Shoulder สมองสั่งการให้วัดเป้า

เป้าที่ได้ใกล้เคียงกับแนวต้านตาม Fibo เท่านี้ก็พอจะทำให้จมูกไม่ผิดกลิ่น

เพราะอย่างน้อยงบที่ฟื้นขึ้นมาแล้วในไตรมาส 3 ก็ให้ตัวเลขที่ไม่ขัดแย้งกับความเป็นไปได้ของกราฟ

ก่อนที่ ….เมื่อวาน CS จะออกโรงเป็นสำนักแรกที่ปรับเป้า BJC พรวดเดียวไป 67 บาท

S__106356876.jpg

พร้อมกันกับ SCBS ที่ปรับเป้าใหม่ประมาณเดียวกัน ที่ 68 บาท

(ในใจเริ่มทำหมายเหตุไว้ว่า ….SCBS เป็นโบรคแรกที่ปรับเป้าหุ้นใหญ่ได้…เร็วสุดและเป๊ะสุด…เลยนะ

จำได้ใหม่ IVL SCBS ก็เป็นโบรกแรกที่ปรับนำก่อนเพื่อน)

ก่อนที่วันนี้ ฝั่ง MBKET กับ KTBST จะตามน้ำปรับเป้าขึ้นเป็น 68 เช่นกัน

มาติดตามกันว่า พี่ใหญ่ของวงการจะกลับมาทวงบัลลังก์หุ้น

เหมือนสมัยเมื่อ 3 ปีก่อนที่ชาวเม่าต้องกล่าวขานและให้ความสนใจกันได้แล้วหรือยัง

ใครที่ดอย BJC อยู่ข้างบน ก็หาจังหวะถัวและอดทนอีกสักหน่อย

คืนวันเก่าๆ อันแสนยิ่งใหญ่ของ BJC กำลังจะกลับมา ……………

TOA เสน่ห์แรงดึงดูด Cornerstone Investor

Capture

แรกเริ่มเดิมทีผึ้งไม่สนใจ TOA เลยนะ ด้วยไซส์ราคา IPO ที่ค่อนข้างแพง 24 บาท

ก้อวันแรกเลยได้แต่นั่งมองเหงาปนเฉา มองเค้าเปิดเกมกันสนุกสนานลากไปทำไฮที่่ราคา 33

ก่อนย่อตัวลงมาปิดที่ราคา 32.50 บาท โอ้โฮแฮะ เก่งไปเปล่าว่ะ

จากที่เหล่ตามองตอนเช้าที่เปิดกระโดดมา 28 บาท เลยต้องกลายมาเป็นหรี่ตามองด้วยความสงสัย

มีไรดีฟร่ะ หุ้นออกใหญ่ ราคาออกหนัก มาแรงมาก

ตัดสินใจไปรื้อบทวิเคราะห์มาอ่าน ว้ายต๊ายตาย ตกรถอย่างแรง

เพราะ TOA เป็นหุ้นตัวที่สองของตลาดที่มีการเปิดขาย Cornerstone Placing Agreement

(ตัวแรกคือ BPP ที่การันตีผลงานไปแล้วว่า ขึ้นเร็ววิ่งแรง)

(TPIPP ทำท่าจะเปิดขายแต่ไปๆ มาๆ ไม่รุติดขัดอะไรเลยล้มแผนไป แล้วราคาหุ้นก็ลุ่มๆ ดอนๆ)

ประวัติศาสตร์การวิ่งขึ้นของ BPP ในความทรงจำ ทำให้เกิดอาการตาพอง

ไล่หาบทวิเคราะห์ของทุกสำนักมากางเทียบ เพื่อหา Consensus Valuation

(แน่นอนทำเองไม่เป็นนิหว่า ยากไป ลอกโบรกแล้วมาไล่ตรวจย่อมง่ายกว่า อิอิ)

ปรากฎว่า ไม่มีตัวเลขเป้าราคา คงเพราะไม่มี PE ในรายธุรกิจเดียวกันให้เทียบ

ส่วน PE กลุ่มก็ราว 40 แต่ก็อาจดูเทียบแล้วไม่เหมาะกับตัััวธุรกิจแบบแท้จริง

คนทำบทวิเคราะห์ก็เลยเลี่ยงไปใช้วิธี DCF ซึ่งงงจ้า ไม่เคยเรียน

แต่โดยสรุปจากความเข้าใจอันน้อยนิดทางงบ ตัวเลขประมาณการมาร์เก็ตแคปที่ได้

ราคาน่าจะอยู่โซน 40 บาท อุ่ยยยย ดูยังมีอัพไซด์

แต่น่าแน่นอนว่า เราซึ่งไม่เข้าใจ DCF จึงไม่รุว่าเราควรเชื่อใจตัวเลขนี้แค่ไหน

Capture.JPG

ขอเคาะราคาหยาบๆ แบบ PE Forecast ในภาคผึ้งน้อยขามั่วดูก่อน

เอา EPS 3 ปีย้อนหลังมาเฉลี่ย 1.24 + 1.04 +0.65 = 0.97

(เทียบกับ EPS Q1/60  0.20 ถือว่า โอเคพอเชื่อถือได้ไม่เบี่ยงเบนมาก)

เคาะตัวเลขอิง PE เฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่ 40 ได้ราคา 38 อู้ยยย

จริงๆ โบรคให้ PE เฉลี่ยที่ 50 ด้วย เพราะในกลุ่มนี้มันกระจัดกระจายวายวอด

ตัวถ่วงกลุ่มนี่ PE 100+ แทบทั้งนั้น ถ้าเคาะด้วย 50 ก็ได้เป้าครึ่งร้อย

ดูเพ้อไปหน่อย แต่ส่วนตัวมองว่าใช้ PE 40-50 ไม่ถึงกะเกินงาม

เพราะเราหารเฉลี่ย EPS 3 ปี ย้อนหลัง

ทั้งๆ ที่จริงๆ จะไม่เวทเลย เอาปีล่าสุดมาคิดเลยก็ไม่ถึงกะน่าเกลียด (รึป่าว)

แน่นอนว่า เห็นเป้าแล้วความกล้าไล่ราคาย่อมมี

แต่ถ้าเป้ามันปีหน้าละจะรอไหม  ก็ไม่ไหวนะ นานไปล่ะ จริตไม่ได้

เพราะฉะนั้นประเด็น Cornerstone Investment จึงเป็นตัวตัดสินใจในเกมนี้ของเรา

มันจี๊ดจ๊าดตรงไหน ทำไมเราต้องสนใจมัน

คำว่า Cornerstone Investor กลต.ใช้คำว่า ผู้ลงทุนหลักเฉพาะเจาะจง

(อ่านแล้ว งงเนอะ ขอเรียกเองแบบบ้านๆว่า ผู้ได้สิทธิจองซื้อเป็นกรณีพิเศษ ล่ะกัน)

Cornerstone Investor เป็นรูปแบบการลงทุนใหม่ที่เปิดช่องให้รายใหญ่ที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา

เข้าลงทุนจองซื้อหุ้น IPO ได้บนข้อยกเว้นพิเศษที่ให้เอกสิทธิเยอะแยะเพื่อแลกกับ “จงจองซื้อเยอะๆ”

อาทิเช่น มีสิทธิและได้รับประโยชน์ทางกฎหมายเท่าเทียมกับหุ้นสามัญทุกประการ

และให้นับจำนวนหุ้นในส่วนนี้เป็นการถือครองหุ้นสามัญรายย่อย (Free Float)

อันแปลว่าได้ ขายได้เลยในวันแรกของการ IPO ไม่ต้องติด Silent Period

เพียงแต่คนจะจองซื้อในรูปลักษณ์ของ Cornerstone Placing Agreement นี้ได้

ต้อง…ห้ามส่งตัวแทนเข้าไปนั่งบริหารบริษัท

(แปลง่ายๆ ว่า การถือหุ้นเยอะจะโหวตตัวเองมานั่งบริหารไม่ได้นะจ้ะ)

และต้องไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท (ห้ามขายให้พวกพ้องของกรรมการนั่นเอง)

เพื่อแลกกับการให้สิทธิจองซื้อหุ้น IPO ลอตใหญ๋ได้

แถมการทำสัญญานี้เป็นการผูกมัดแบบยังไม่ต้องวางตังค์ แหม…ดีวุ้ย

เคยซื้อหุ้นนอกตลาดก่อน IPO ป่ะหล่ะ ถ้าเคยคือ เราต้องซวยรับความเสี่ยงจ่ายตังค์ไปก่อนไง

ยังไม่รุเลยว่า ไอ้บ.นี้จะยื่นไฟลิ่งผ่านไหม ถ้าไม่ผ่านจะอะไรยังไง ก็ไปวัดวาวัดดวงเอาเองนะ

แต่กรณีจองหุ้น Cornerstone Placing Agreement เป็นสัญญาที่ตกลงจะจองซื้อ

โดยมีผลผุกพันให้สิทธิซื้อแต่ยังไม่ต้องจ่ายตังค์ (ก็แน่ล่ะ ยังไม่รุราคา IPO ไงล่ะ)

ถ้าบ.ยื่นไฟลิ่งผ่านก็ค่อยมาจ่ายตังค์ตามราคา IPO

ดีอ่ะ ไม่เสี่ยง ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องประสาทกินถ้าไฟลิ่งไม่ผ่าน

เพราะงั้นการที่ TOA มีสัญญาขายหุ้นให้ผู้จองซื้อพิเศษแบบนี้ 105 ล้านหุ้น

ให้กับผู้ได้สิทธิของซื้อเป็นกรณีพิเศษ รวม 7 ราย

(กองทุนบัวหลวง กองกสิกร กองไทยพาณิชย์ กองอเบอร์ดีน กอง AIA

กับกองต่างชาติที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Hill House อีก 2 กอง คือ

Goaling Fund กับ YHG Investment)

ซึ่งแน่นอนว่า กลต.บังคับให้ขายให้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนเท่านั้น

มันก็เลยเหมือนเป็นการการันตีว่า TOA น่าจะดี เพราะสถาบันให้ความสนใจจองซื้อ

(การอยู่กับกองทุนย่อมดีก่าเม่าอยู่กันลำพัง ถูกไหมล่ะจ้ะ)

ตอนนี้ใช้ 100 tick จับไปก่อน เพราะดูเห็นแนวเวฟได้ชัดสุด

ก็หวังที่ 37 บาทก่อน ใกล้เคียงกับเป้าที่เคาะด้วย PE 40

ถ้ายืนได้ก็มองป้ายหน้าไปทีละสเต็ป 41  49  (งานมโนไว้ใจเรา อิอิ)

Capture