มิสเตอร์พี สองบุรุษผู้สร้างตำนานเสกเงินผ่าน Tender Offer

มาคิดดู มันก็แปลกดี ที่ผู้ชายสองคนที่มีอักษรย่อตัวเดียวกัน นามว่า “มิสเตอร์พี” ใช้วิธีการคล้ายๆ กันในการเสกเงินจากกระเป๋าเม่าย้ายไปกระเป๋าตัวเองอย่างง่ายดาย แน่นอนว่า ผู้เป็นตำนานย่อมไม่ได้ทำไปแล้วได้เงินหลักล้าน แต่การลงแรงระดับนี้ผลตอบแทนต้องหลักพันล้าน แต่…เงื่อนไขที่ทำให้บุรุษทั้งสองคนนี้ก่อการสำเร็จ เพียงเพราะบุรุษทั้งคู่ล้วนสวมหมวกเป็น CEO เท่านั้นจริงๆ หรือ ?!?! เปล่าเลยการเป็น CEO ไม่ได้มีผลมากพอที่จะทำให้คนที่นั่งตำแหน่งนี้กวาดเงินจากหน้าตักคนอื่นมาเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ แบบนี้ แต่มันต้องมีองค์ประกอบบางอย่างเป็นเงื่อนไขตั้งต้นให้การก่อการสำเร็จลุล่วงแบบนั้นได้

ปี 59 ไม่มีใครล่วงรู้หรอกว่า แผนการเข้าร่วมประมูลสัมปทานมือถือ เป็นความตั้งใจที่จะเข้าทำธุรกิจสัมปทานมือถือจริงๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการย้ายเงินเม่าเข้ากระเป๋าเจ้ามือ กระแสข่าวถาโถมประดังเข้ามาพร้อมราคาเป้าหมายทางลบจากหลายสำนักทำให้เม่าเทขายหุ้นจนลงมากองข้างล่าง ก่อนจะมี “พี่โม่ง” (กรุณาอย่าเรียก “ไอ้” มันไม่สุภาพ วิตามินหุ้นบอกว่า สมการลงทุนไม่ใช่มีแค่ “ตัวเลข” อย่าลืมใส่ “ความรัก” ลงไปด้วย ฮ่าๆ) ดอดมาช้อนเก็บหุ้นไป เมื่อได้หุ้นมามากพอทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งเงินจริงท้้งมาร์จิ้น ก็ออกข่าวขอประกาศทำ tender offer เพื่อขอครอบครองหุ้นมากๆ อ้างว่าต้องการสร้างเสถียรภาพในการกำหนดทิศทางการบริหารกิจการ ท่ามกลางข่าวลือเตรียมขายกิจการให้สองค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ โดยมีแบงค์ต้นไม้ใจกว้างอาสาเป็นร่มเงาออกตังค์ให้ยืมมาซื้อหุ้น แต่ก็เป็นรู้กันว่า เงินที่กู้มาไม่ได้ถูกนำไปตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นคืน แต่ถูกนำไปใช้เปิด Long กวาดทะลุทุกแนวต้านขึ้นไป แล้วมิสเตอร์ P เจ้าของไร่ดอกมะลิ ก็ปีนขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นลำดับที่ 2 ไปเรียบร้อยโรงเรียนบรุคเคอร์ ก่อนที่เจ้าของไร่ดอกมะลิจะปิดดีลชำระหนี้คืนแบบเอาเงินในกระเป๋าเม่าไปจ่ายคืนแบงก์

เวลาผ่านเลยมาสามปี มิสเตอร์พีอีกคนได้มองเห็นกลเกมการเงินอันแยลยบของมิสเตอร์พีคนแรกหรือเปล่าไม่มีใครล่วงรู้ แต่อย่างน้อยน่าจะตกผลึกทางความคิดได้ว่า การเสกความร่ำรวยให้ตัวเองเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่พึงทำได้ เพียงแต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขสำคัญนั่นก็คือ “การควบคุมจำนวนหุ้นเพื่อให้สามารถครอบงำกิจการ” ได้สมใจนึกบางลำภู เมื่อเข้าใจกติกาชัดเจนมิสเตอร์พีคนที่สองแห่งโรงงานวงจรไฟฟ้า ที่เดิมมีหุ้นในครอบครอง 900 กว่าล้านหุ้น (45% ของหุ้นทั้งหมด) ก็ประกาศกางโต๊ะ Tender Offer ตามศิษย์พี่มิสเตอร์พีเมื่อปีกระโน้น ที่ราคา 4.85 บาท (ราคาตลาดตอนนั้น 3.32 เองจ้า) ให้เหตุผลสุดคลาสสิคแบบศิษย์พี่เด๊ะๆ “ต้องการเสถียรภาพในการบริหารกิจการ” นั่นเอง เพียงแต่รอบนี้ผู้สนับสนุนทางการเงินในการปล่อยกู้ให้มิสเตอร์พี เป็นแบงค์รวงข้าว เมื่อเทนเดอร์สูงกว่ากระดาน สาธุชนก็แห่โหนเคาะขวา ลากราคาหุ้นขึ้นไปทันที เมื่อถึงกำหนดปิดดีลเทนเดอร์ ก็มีเม่าแสดงความจำนงขายหุ้นคืนให้ 577 ล้านหุ้น หรือใช้วงเงินกู้ไปทำก่อการ เอร้ย ทำการทั้งสิ้น 2,800 ล้านบาท ได้หุ้นมาตุนไว้ในครอบครองจาก 45 เป็น 72% เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2562

ทำไมมิสเตอร์พี ซีซั่นสอง ไฉนอยากได้หุ้นไปมากมายอะไรป่านฉะนี้วะ ??? เม่ามาถึงบางอ้อตอนที่ BTS เปิดให้บริการสถานีบางอ้อ เอาตอนเดือนธันวาคม 2562 นั่นเลยจ้าพี่น้อง มิสเตอร์พี ซีซั่นสอง ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ กู้เงินจากธนาคารอีกก้อนรอบนี้กู้ในนามกิจการ ไม่ใช่นามส่วนตัวแบบรอบแรกแล้วนะคับพี่น้อง รอบนี้กู้เท่าเดิมจะได้จำง่ายๆ หรือเปล่านิ กู้มาอีกก้อน 2,800 ล้านบาท กู้มาเพื่อจ่ายปันผลให้ตัวเอง เอร้ยยย ให้ผู้ถือหุ้น หุ้นละ 1.9282 บาท โว้ะะะ อันนี้ศิษย์พี่มิสเดอร์พี่ ซีซั่นแรกไม่ได้สอนไว้นะ อันนี้น่าจะไปลอกการบ้านมาจาก CEO “เราจะไม่หยุดพัฒนา” กู้มาจ่ายปันผล เม่างงแต่ก็เอาไว้ก่อนจ้า … แจ้งประกาศปันผลหลังรวบหุ้นมาได้เพียงเดือนเดียว โดยแจ้งตลาดให้รับรู้ 6 ธันวาคม 2562 BTS มาจอดพอดีที่สถานีบางอ้อ พุงปลิ้นกันไปเลย รับเละ 3,011 ล้านบาท เอาก้อนนี้ไปจ่ายหนี้ก้อนแรกของตัวเองได้เรียบร้อย เลยกำไรนิดโหน๋ยพอกรุบกริบ 300 ล้าน แต่ได้หุ้นมาฟรีๆ ประมาณ 600 ล้านหุ้น รวยเพิ่มขึ้นเฉยๆ ซะงั้น 5 พันล้านบาท ในเวลา 3 เดือน เก่งกว่ามิสเตอร์พี ซีซั่นแรกของหนูอีก สรุปใครที่เชื่อกันว่า DELTA คือ หุ้นเด้งที่ให้ผลตอบแทนนักลงทุนดีที่สุดในปี 2562 โปรดทราบนะจ้ะว่า ยูละเมอไปเอง พ่อเนื้อทองตัวจริงอยู่ตรงนี้คร่าพี่ CEO เป็นพ่อเนื้อทอง แต่ผู้ถือหุ้นกลายเป็นเหยื่อ เพราะสถานะของกิจการดิ่งเหวจากหนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นหดจาก 7,640 ล้าน เหลือเพียง 3,460 ล้าน DE กระโดดพรวดขึ้นมาเป็น 1 เท่า หนี้บวมขึ้นเท่าตัว จาก 4,700 เป็น 7,500 ล้านบาท

สิ่งที่มิสเตอร์พีทั้งสองได้รับเหมือนๆ กันไม่ใช่แค่มั่งคั่งขึ้น แต่ก็ถูก ก.ล.ต. เชือดเบาๆ สั่งปรับหลักร้อยล้านกับสามสิบกว่าล้าน คนแรกโดนข้อหาปั่นหุ้น (ความผิดเกิดหลังการทำเทนเดอร์ ครึ่งปี) คนหลังโดนข้อหาอินไซด์เทรดดิ้ง (ความผิดเกิดก่อนการทำเทนเดอร์ 1 ปี และความผิดที่โดนปรับเป็นต่างกรรมต่างวาระกับการเสกเงินเข้ากระเป๋าเจ้า) ถ้า ก.ล.ต. ปรับแค่นี้ ตลาดหุ้นไทยคงมีมิสเตอร์พี ซีซั่นสาม โผล่มาให้เห็นอีกแน่ เพราะโดนปรับแค่นี้แลกกันแล้วมันดูจะเกินคุ้มไปมากมาย

ปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่ใน 246-2

ขอเริ่มต้นโพสต์นี้ด้วยการตั้งคำถามจากภาพค่ะ ?  เห็นกระดาษแผ่นนี้แล้วรู้สึกเอ๊ะอะไรบ้างไหม ถ้าไม่… คำถามนี้อาจจะยังกว้างไปสักหน่อย ขอ Scope ให้แคบลงด้วยคำใบ้เพิ่มเติมว่า เห็นกระดาษแผ่นนี้แล้วนึกถึงผู้ชายคนไหน ??? ส่วนตัวเชื่อว่า หลายคนคงด่าอยู่ในใจ มัน Scope ลงตรงไหน 5555555 ถ้าใครยังมีฟิลลิ่งแบบนี้อยู่ ก็อย่าเพิ่งโมโหโกรธาไปคะ เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่า มีคนอ่าน 4-5 คน น่าจะพอเดาคำตอบข้อนี้ได้แล้วจากคำใบ้นี้ แต่ถ้าคุณยังเดาไม่ออก ไม่แม้แต่จะหายงง ก็ไม่ต้องแปลกใจอะไรไป แต่นั่นอาจเพราะประสบการณ์สายมืดของน้องเม่ายังในสนามแกะรอยเจ้าอาจยังต้องการเวลาในการสั่งสมข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อย เท่านั้นเอง ไม่ต้องกังวลอะไรไป ถ้าอย่างนั้นคำใบ้ต่อไปจะเป็นตัวตัดสินว่า ที่ผ่านมาคุณเป็นเม่าสายไหน ระหว่างเม่าสายหุ้นซิ่งพร้อมลุยไฟ หรือเม่าสายนั่งมอง Ticker คำใบ้ที่ว่าคือ ชื่อผู้ได้มาของหุ้น NEWS ทำให้คุณนึกถึงผู้ชายคนไหน โอ้ววววว ชัดซะขนาดเน้แล้วถ้ายังตอบไม่ถูก คุณไม่เหมาะจะเล่นหุ้นปั่น หุ้นซิ่ง ด้วยประการทั้งปวง เพราะคำใบ้หลังสุดได้เฉลยปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่ใน 246-2 ออกมาแล้ว

ปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่ใน 246-2 คืออะไร ????? เกินกว่าครึ่งของคนอ่านยังงง บอกได้เลย แต่คนที่รู้คำตอบแล้วว่า ผู้ชายคนนั้นคือคนไหน น่าจะต้องรู้สึกได้ทันทีว่า รายนามหุ้นทั้งสี่ตัวที่ปรากฎใน 246-2 วันนี้โดยพร้อมเพรียงกันมีเงาของผู้ชายคนนี้ฉายชัดอยู่ในทุกห้วงยาม  แม้ว่าหุ้น 2 ใน 4 ตัวนี้ กลิ่นและเงาของเค้าอาจคลายตัวลงไปมาก แต่…เรื่องราวแต่หนหลังมันทำให้เราต้องสะกิดใจว่า ทำไมต้องเกิดการขยับตัวครั้งใหญ่พร้อมกันของหุ้นที่เคยอยู่ใต้ร่มเงาของชายผู้นี้ เริ่มกันที่หุ้นตัวแรก NEWS โอนกลับมาอยู่ในความครอบครองของศรีภรรยาอีกครั้ง ซึ่งการโอนกลับมาครั้งนี้ก็แค่เปลี่ยนจากในมือน้องมาสู่มือพี่ ไม่ได้ถึงกะแปลกอะไรเท่าไหร่ ขณะที่หุ้นตัวที่สอง EIC คนขายหุ้นก็มีดีกรีเป็นอดีตผู้บริหารฤทธาเหมราช ซี่งสนิทกับมากกับหุ้น MAX ของชายคนนั้น แถมยังมีชื่อเป็นนักลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน PP ของหุ้น AQ ในรอบล่าสุดที่เกรียวกราวไปทั้งตลาดว่าเป็นเกมซื้อรอวันขายที่ดินที่ติดอายัดแบงค์กรุงไทยไว้แทนชายคนนั้น ขณะที่ WIIK แม้ว่าเพลานี้จะลือกันว่า สายสัมพันธ์ดูง่อนแง่นไปจากเดิมมาก แต่คราก่อนภาพเคยฉายชัดว่า ผู้บริหาร WIIK เคยเป็น ดีลเมคเกอร์ ในเกมสำคัญๆ ให้กับ SLC (ชื่อเดิมของ NEWS) มาแล้วจริงไหม ถ้าข่าวลือคือสัมพันธ์จางหาย นี่ก็อาจเป็นดีลมูฟแยกวงหรือเปล่า เอออันนี้ก็น่าคิด

ส่วนตัวบนสุดในกระดาน 246-2 แต่ขอหยิบมาพูดถึงท้ายสุด เพราะเรื่องราวมันล้ำลึกสุดจะหยั่งถึง ถ้าไม่เกาะติดมาโดยตลอดยากที่จะสัมผัสถึงความเกี่ยวพันกับชายคนนั้นได้ เราเริ่มต้นกันที่ 5.02% ของพี่หรั่งตาน้ำข้าวกัน จริงๆ หุ้นตัวนี้ ff เยอะมากเลยนะ พี่เค้าอาจไล่เก็บมากระดานก็ได้ มันก็พอจะเชื่อแบบนั้นได้อยู่หรอกนะ แต่…ขอไม่เชื่อล่ะกัน เป็นคนเชื่อใครยากอ่ะ ชอบเชื่อตัวเอง ว่าแล้วไปดูกันสิ อะไรยังไง ถ้าเราไม่เชื่อว่าเค้าเก็บหุ้นในกระดาน เค้าเอาไปแล้ว 5.02% ใช่ไหม ไหนลองไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ปิดสมุดไปรอบล่าสุดเมื่อพฤษภาคม 2561 หน่อยสิ

Capture

ถ้าเก็บเร็วๆ ผ่านผู้ถือหุ้นรายใหญ่ สงสัยใครดี เลือกเลยตามสบาย หลายคนบอกสงสัยเบอร์ 1 ล่ะกัน น่าจะเหมาะสุด โดยจำนวนใกล้เคียงสุดเลย แบบนี้ได้ไหม ??? ไม่ได้ !!!!!  อ้าวทำไมล่ะ ก็พี่เค้าเป็น CEO ถ้าเค้าซื้อหรือขายหุ้นเค้าต้องรายงานตลาด ฟอร์ม 59-2 เพราะงั้นลืมพี่เค้าไปได้เลย งั้นสงสัยต่อเบอร์ 2 ล่ะกัน ชื่อยาวเฟื้อยเป็นกิโลเลย แลดูเป็นคนขี้เขิล ใครหนอต้องอำพรางตัว กลัวเม่ารู้จัก กลัวกลต.ได้กลิ่น ขอสงสัยคนนี้ล่ะ เพราะอะไร ??? พวกขี้อาย ขี้เขิลลลล นี่ตัวดีทุกคนบอกเลย ไม่ผิดตัวแน่นอน แต่…เราจะไม่ปรักปรำใครเพียงแค่นี้ มันไม่ดี เราต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า พี่เค้ามีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นนอมินีของชายคนนั้น ทำยังไงดีในการพิสูจน์ ต้องค้นหาที่มาของเค้าก่อน ให้ SET SMART ช่วยละกัน ก็ตามกลิ่นเค้าไปเลย แต่พี่เม่าขี้เกียจเขียนแล้วอ่ะ เพราะต้องเท้าความยาวเฟื้อยเลย เอาเป็นว่าไปตามอ่านความเดิมเอาแล้วกันค่ะ Click ที่นี

เอาล่ะ พออ่านความเดิมจบแล้ว ที่นี่ก็มากลับมาต่อกันที่ว่า มีสิทธิไม่ใช่ของพี่คนนี้ขายให้คนมาใหม่บ้างไหม ขอตอบว่า ค่อนข้างยาก เพราะตัวเลขที่โผล่มาคือ สูงกว่าที่เบอร์ 1 เองมีของอยู่ด้วยซ้ำ จะเป็นการมาแบบไม่บอกกล่าวนัดหมายคงยากมากจริงๆ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้แค่สองเดือน มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในทั้งตัวกรรมการและเลขานุการบริษัท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตรงนั้นก็บอกใบ้เป็นนัยแล้วว่า มี SOMEONE โผล่เข้ามาทำ SOMETHINGS แน่ๆ  โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขการถือครองหุ้นต่างด้าวล่าสุดของเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ก็ยืนยันให้เราเห็นว่า ไอ้ตัวเลข 5.02% เมื่อรวมเข้ากับกองทุนต่างชาติอื่นๆ ก็ดูจะประจวบเหมาะลงล็อคกันอยู่เหมาะเหม็งขนาดเน้ จริงไหมล่ะ สรุปแล้ว ในฟอร์ม 246-2 ของวันที่ 12 ตุลาคม 2561 มันช่างเต็มไปด้วยปริศนาธรรมของชายคนนั้นเสียนี่กระไร ว่าแต่เค้าทำอะไรหน๊อ ปรับพอร์ต หรือกระชับพอร์ต สักอย่างนี่ล่ะนะ ส่วนทำไมต้องทำทีเดียวเลย อันนี้ก็เกินปัญญาพี่เม่าจะเดาออกล่ะคะ

 

 

 

 

 

เทรดหุ้นจากข้อมูล Information is POWER

ktc bid offer.PNG

Information is POWER เป็นคำที่แพร่หลายมากในยุคที่ข่าวสารหากันได้แม้นั่งอยู่ในบ้าน จริงอยู่ว่า ข่าวสารที่เยอะมากเหลือเกินจนเป็นมลภาวะทางข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ที่มีทั้งข่าวจริงและข่าวลวง ข่าวสร้าง และข่าวเสริม ทำให้การแยกแยะต้องวินิจฉัยการเลือกใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ แต่…เม่าเองถ้าจะเทรดหุ้นจากข้อมูล เม่าเองก็ต้องเลือกให้เป็นว่า ข่าวสารจากแหล่งใดบ้างที่เชื่อถือได้ และแหล่งใดอ่านเพียงให้รู้เท่าทันความโลภของเม่าแต่เชื่อถืออะไรไม่ได้เลย ถ้าจะบอกว่า โดยส่วนตัวเองก็เทรดหุ้นจากข้อมูลอยู่บ่อยครั้ง แต่ต้องเทรดอย่างมีสติใช้ “สมองและจมูกแทนหู” ในการ “อ่านใจเจ้า” เราทำแบบนั้นได้จริงหรือ ??? อย่าเวอร์น่า มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้ามันง่ายแบบนั้นรวยกันไปหมดแล้ว หลายคนอาจคิดแบบเน้ อันนั้นก็สุดแล้วแต่ สิ่งสำคัญของการเทรดหุ้นจากข้อมูลคือ ต้องช่างสังเกตสักนิดและเชื่อมโยงคิดวิเคราะห์เป็น ถึงจะเป็นการเทรดหุ้นจากข้อมูลโดยไม่ไบแอสทึกทักไปเอง เอ้า…มาลองดูตัวอย่างกันสักนิด

คนในสนาม TFEX  SSF  BT  ย่อมพอทราบว่า Last trade day ของ Series U18 ได้จบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน (27/9/2561) โดยทุกคนที่ต้องการเล่นต่อต้องทำการ Roll over สัญญาไป Series Z18 หรือ Series อื่นๆ แล้วแต่พึงใจ ดังนั้นการ “ถูกบังคับให้โรล” จึงต้องเกิดขึ้นและทำให้เสร็จไปตั้งแต่เมื่อวาน และหากมีการโรลในช่วงวันนี้เกิดขึ้น ย่อมเป็นการ “สมัครใจโรล” สัญญาเอง เพราะตามหลักนักลงทุนย่อมไม่รีบร้อนทำการ Roll over เร็วนัก เพราะอะไรในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ห่างไกลจากปัจจุบันมากนัก ย่อมคาดการณ์ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงได้มากกว่าว่า จะขึ้นหรือจะลง และอีกประการหนึ่งหากโรลไปไกลก็ต้องแบกรักภาระดอกเบี้ยทันทีไปตามจำนวนวันตามอายุสัญญาไปทันทีด้วย ดังนั้นเม่าสติปกติย่อมจะเลือกถือครองในสถานะที่ใกล้ปัจจุบันเป็นหลัก เว้นแต่…เม่าจะคิดอะไรบางอย่างหรือมั่นใจอะไรบางสิ่งในระดับมากๆ จนยอมที่จะโรลไปสัญญาไกลตัวมากๆ บ่นมาเยอะล่ะ ไหนมาดูสิ เทรดหุ้นด้วยข้อมูลมันทำอย่างไรล่ะเนี่ย ???

KTCZ18.PNG

ภาพตัวอย่างที่เห็นคือ  BT KTCZ18X (Series นี้มี X ห้อยท้ายคือ อะไร คือหุ้นมีการแตกพาร์ลงมา ทำให้ตลาดปรับจำนวนสัญญาด้วยการเบิ้ลหุ้นให้แทนจากเดิมที่คูณ 1,000 เป็น คูณด้วย 10,000 หุ้นแทน (เนื่องจากแตกพาร์จากพาร์ 10 เหลือ พาร์ 1) มียอดเทรด 1,422  สัญญา โดยเป็นบลอคเทรดซะ 1,420 สัญญา ซึ่งก็ค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับ OI คงค้าง ณ 27/6/2561 มีอยู่แค่ราว 3,100 สัญญา ซึ่งแค่ตรงนี้เราก็ต้องถือว่า เยอะผิดหูผิดตา แต่………….. มันมีอะไรที่ผิด กลิ่นไปมากกว่านั้นอีกจ้า เพราะถ้าไปไล่ดู Series อื่น เราจะพบการบวมของยอด BT KTCU19 แบบตะลึงตึ่งตึง 14,140 สัญญา โอ้วววววววววววววววว

KTCU19.PNG

ดูแวบแรกอาจจะงงนิดหน่อย เพราะนึกว่า คือการบวมของ BT ระดับฝีแตกหรืออย่างไร? เพิ่มกันมาเป็นหมื่นสัญญา !!! ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ แต่มันเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของ Series ที่จะกลับเข้าสู่โหมดปกติที่ไม่มีตัวเลขอำพรางของการแตกพาร์มาชวนให้งุนงงอีก จำนวนสัญญาจาก Z18X เมื่อกลับเข้าสู่ระยะปกติก็เลยแตกสัญญามาคูณ 10 ทำให้จาก 1,400 สัญญา มาเป็น 14,000 สัญญานั่นเอง ไม่งงกันน๊า…. จากข้อมูลแค่นี้ล่ะ ที่เราสามารถเอาไปเทรดหุ้นตามข้อมูลได้เลย เพราะรายใหญ่ทำการ Roll over สัญญา 1,420 สัญญาของ Z18X มาเป็น U19 แบบด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาบังคับโรลสัญญามาได้เพียงแค่ราตรีเดียว ดังนั้นนี่คือ “การสมัครใจโรล” เป็นแน่แท้ ซึ่งก็แปลว่า คนโรลมองว่า หุ้นกำลังจะไปต่อ จึงต้องรีบโรลเสียก่อนที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะแพงไปกว่านี้ เพราะต้องขยับราคาโรลสัญญาที่ราคาต่ำกว่าราคาฟลอร์ของหุ้นในปัจจุบันนั่นเอง ข้อมูลแค่นี้ก็ทำให้เราเห็นว่า คนที่มีสถานะใน BT KTC เยอะมากถึง 14 ล้านหุ้น (ตีกลมๆ) ยังมองว่าราคาหุ้นควรจะต้องเดินหน้าขึ้นไปต่อ แถมน่าจะเป็นช่วงที่หุ้นกำลังจะออกตัววิ่งแบบแรงๆ อีกครั้งนั่นเอง จึงต้องตัดสินใจรีบ Roll Over เสียตั้งแต่วันนี้ไง ถ้าเจ้าหรือรายใหญ่คนนั้นมองว่าหุ้นจะขึ้นต่อ เราเป็นเม่าควรทำยังไง แทง Put เปิด Short สวนพี่เจ้า อ่ะ..คงไม่ใช่…เด๋วได้ไส้แตกกันพอดี เราก็ตามน้ำไปสิจ้ะ แหมมมมม

ktc chart.PNG

ตอนนี้เข้าใจยังว่า เทรดหุ้นตามข้อมูล (ของเจ้า) ทำยังไง !!! ซึ่งเราจะไม่ทำแค่นี้ เพราะมันเสี่ยงไป เราก็นำข้อมูลที่ได้ไปเชื่อมโยงกับกราฟด้วย ภาพรวมของสายเทคนิคอลของ KTC ณ เวลานี้เป็นอย่างไร เราก็จะได้เห็นการเบรคไฮเก่า 36.0 มาได้ และอยู่ในระยะสะสมะพลังเพื่อมุ่งหน้าเบรคไฮเดิมที่ 36.8 ต่อไป ถ้าเห็นแบบนี้สมองก็ควรเชื่อมโยงทุกข้อมูลเข้าด้วยกันแล้วประเมินว่า KTC กลับมามีพลังอีกครั้ง และน่าจะพร้อมเดินหน้าต่อไปข้างบนได้ เราก็วางแผนดูว่า เราควรจะมี KTC ตามพี่เค้าไปดีไหม ถ้าหลุดเท่าไหร่จะ Stoploss แบบนี้ก็จะถือว่า เป็นการวางแผนเทรดหุ้นตามข้อมูล (ของเจ้าหรือรายใหญ่) นั่นเอง

OCEAN is Blue and so are you

ocean chart

ตำนานศึกชิงมหาสมุทรนั้นลุ่มลึกเกินกว่าพระอภัยมณีจะหยั่งถึง หลายคนอาจจะพอรู้ว่า ประโยคนี้หมายถึงอะไร แต่..ตรงนั้นก็ช่างมันเหอะ เพราะเรื่องราวปมนั้นมันก็จบลงไปแล้ว แน่นอนว่ามวลเม่าบางส่วนล้มตายไปในช้อตทุบสะท้านโลกันตร์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่กดทิ้งดิ่งเกือบติดฟลอร์ ก่อนงัดขึ้นในแค่ไม่กี่อึดใจ ลากๆ พักๆ ตบๆ ทุบๆ สลัดเม่าสายไล่ราคาให้ออกจากเกมไปให้หมด ก่อนจะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์เพื่อเริ่มต้นเส้นทางซึมขึ้นแบบเงียบๆ ช้อตทุบมหาโหดทำให้ OCEAN กลายเป็นมวยการ์ดตกที่สายเทคนิคอลปาของคืน เลิกมองเลิกสนใจและไม่ให้ราคาอีกต่อไป สายงบไม่ต้องเอ่ยถึงงบที่ง่อยแบบเรียกแขกไม่ได้เลย ไหนเลยใครจะสนใจ OCEAN ดังนั้นช่วงหลังฉากทุบสกัดเม่าเรื่อยไปจนถึงระยะช่วงรอยต่อระหว่างรอประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติเพิ่มทุนในวันที่ 27 สิงหาคม จึงเป็นให้อารมณ์ OCEAN is Blue ของจริง เงียบเหงาและเศร้าหมอง ขนาดคนที่รอด้วยความเข้าใจอย่างผึ้งเองยังพอหงอยตาม

แต่แล้ว…เมื่อมติที่ประชุมเพิ่มทุนผ่านฉลุยกุ๋ยแบบไร้เสียงโหวตค้าน มติเอกฉันท์ขาด และภาพผู้ถือหุ้นรายใหญ่สองคนกอดกันหัวเราะร่า ทำให้เม่านั่งมองด้วยความงงงวยแล้วสรุปช้อตทุบโหดสลัดรัสเซียเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม มันคืออะไรหว่ะ ??? แล้วไฉนอยู่ๆ กลับมารักกันหน้าตาเฉยได้ขนาดนี้ แต่ช่างมันเหอะ บทละครมันปรับมันแก้กันได้ถ้านักแสดงยินยอมพร้อมใจจะแสดงให้ เรื่องราวของ OCEAN is Blue ก็เริ่มหายบลู (ที่แปลว่า เศร้า กลับเป็นบลูที่แปลว่า ฟ้าเจิดจรัส กันเสียที) เอาช่วงกลางของการประุชุม EGM นี่ละ ไล่ราคาขึ้นมาแบบครื้นเครงจนนั่งประชุมผู้ถือหุ้นไปก็สงสัยไปว่า ตกลงราคาในกระดานนี่ก็ส่วนหนึ่งของบทละครด้วยสินะ แถมจากนั้นเช้าวันถัดมาก็ลากต่อไปแบบสร้างความหวังให้มวลเม่าทั้งหลายประมาณว่า อาจจะกลับไปทำไฮใหม่ได้ แต่เกมก็ทิ้งกลางอากาศลงมาซะดื้อๆ เหมือนจะเลิกงานพับโต๊ะกลับบ้าน แต่ด้วยความที่นั่งนับหุ้นตามมาตลอดทาง ทำให้คำนวณได้ว่า “หนุ่มน้อยหน้ามนคนนั้น” ยังมีของอยู่อีกเพียบ งานเลี้ยงจะจบลงแค่นี้ไม่ได้แน่ เพราะฉะนั้นก็ต้องทนให้เป็น เย็นให้ได้ ตามเจ้าไป จนกระทั่งมีรายงานแจ้งตลาดว่า 6 กันยายน มีบิกลอต OCEAN 29.76 ล้านหุ้น เราก็นั่งสวดมนต์กันไปว่า คล้อยหลังไปอีก 3 วันตามกติกาตลาด หวังใจว่า OCEAN is  Blue ที่พ่อหน้ามนใครคนนั้นอย่าได้แจ้งขายหุ้นออกมาเชียวนะ ไม่งั้นได้มีวงแตกกันบ้าง แล้วพี่เม่าจะงงหนักมากว่า เกมจะโอเวอร์แค่ตรงนี้จริงๆ เหรอ ซึ่งพอผ่านไปครบกำหนดก็ไม่มีใครคนนั้นแจ้งซื้อขายหุ้น OCEAN ไม้ใหญ่ก้อนนี้ตามหลังมา สรุปว่า OCEAN is still Blue เฮ้อออออออออ ฟ้ายังฟ้าอยู่นะจ้ะเด็กๆ เล่นเอาเม่าน้อยที่แอบตามเกาะกางเกงพี่เจ้ามาโล่งอ๊ก โล่งใจ ไปตามๆ กัน

biglot ocean.PNG

แล้วทุกอย่างก็ซึมๆ เหมือนไม่มีอะไร ยกเว้นแต่ Bollinger Band ที่กลับมาบีบตัวเข้าหากันอีกครั้ง และ..แล้ว  OCEAN ก็มาระเบิดสามเหลี่ยมเอาวันที่ 24 กันยายน แล้วก็กระชากสายโหดเรียกพี่ สายเชี่ยเรียกพ่อกันเลยทีเดียว เพราะใช้เวลา 2 วันติด ในการไล่ทำ All Time High ต่อเนื่อง 2 ครั้ง แบบหักปากกาเซียนสายเทคนิคอลทุกสำนักที่เคยได้สะบั้นรักกันไปเมื่อเดือนก่อนชนิดหมามองเครื่องบินห้ามกระพริบตากันเลยทีเดียว อะไรก็มันก็ดีอยู่นะ จนกระทั่งอยู่เมื่อวันที่ 26 กันยายน ดันมีฟอร์ม 246-2 แจ้งการเข้าถือครองหุ้น OCEAN ของนักลงทุนท่านนึง ซึ่งตอนแรกก็แจ้งว่าซื้อไป 25 ล้านหุ้น (ตัวเลขคุ้นๆ เนอะตรงกับยอดตัวเลข Biglot เมื่อสองปีก่อนเลยให้ตายเหอะโรบิ้นนนน) จากนักลงทุนหญิงคนนึง แบบซื้อขายกันโดยตรง (Biglot) ซึ่งถ้าจริงตัวเลขที่แจ้งก็ไม่ตรงกับยอดบิกลอตวันที่ 6 กันยายน ที่มีแค่ 1 transaction และถ้าใช่ก็คือแจ้งได้ดีเลย์มากกกกกกกกกกกกกกกก พอเราเอ๊ะเข้าให้หน่อย ฟอร์มหน้าเว็บก็หายไปจ้า…………. เหลือให้ดูแค่ฟอร์มของ DNA แบบนี้ก็ได้หราาาาาา  แต่ดีนะ เราเซฟเอาไว้ ใครหาไม่เจอเด๋วดูที่นี่ OCEAN 246-2 เอาเซ่ะๆๆๆ จะปาหี่อะไรก็เอาเหอะพี่ หนูก็พร้อมจะดูภาคต่อ

ocean 26

จากกราฟดูก็รู้ว่าเกมนี้ยังไม่จบแค่ตรงนี้ แต่…เราก็แค่ไม่ชอบอะไรที่มันผลุบๆ โผล่ๆ ไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เด๋วรอติดตามกันต่อไปว่าฟอร์มที่หายไปจะมีฉบับแก้ไขตามหลังมาเมื่อไหร่และมีข้อมูลตรงจุดไหนบ้างที่มีการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ควร  แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะอะไร ??? หรือเพราะใคร ??? ก็ยังยืนยันตรงนี้ บอกได้คำเดียวว่า Money Game ของ OCEAN นี่เป็นมหากาพย์สองปีที่ตื่นเต้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเกมนี้ยังไม่จบแค่ 2 บาทนิดๆ แบบนี้ เพราะมันกระจอกเกินไป ท่องเอาไว้เลย OCEAN is “BLUE” and so are you. 

Welcome Back กับการกลับมาของตำนาน 15 แท่งเขียว +480%

Capture.PNG

หากใครเข้าตลาดหลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี น่าที่จะรู้จักหุ้นตัวนี้ (ขออภัยที่ต้องปิดชื่อและราคาหุ้น เพื่อป้องกันการชี้นำทางราคา) เพราะเขาผู้นี้คือ “เจ้าของตำนาน 15 แท่งเขียว +480% ในเวลาเพียงแค่ 15 วันทำการเท่านั้น” เอ้า…ปรบมือสิคะ รออัลไลลลลลลล มหกรรมพาเหรดยกราคาหุ้นขึ้นดั่งปุยนุ่นแบบนี้ คงจะใช้คำอื่นใดไม่ได้แน่ นอกจากนี่คือ การปั่นราคาหุ้น อย่างแน่แท้ ส่วนใหญ่เรามักชอบพูดกันว่า อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันฉันรักเธอ เอร้ยยย ไม่ใช่ละ อย่าออกทะเล คำว่า “อดีต” ในวงการหุ้นสำคัญเสมอ และสำคัญมากด้วย เพราะในทฤษฎีดาว (Dow’s Theory) ยังมีประโยคคลาสสิคที่ว่า History repeats itself เลยจริงไหม เพราะฉะนั้นอดีตของหุ้นตัวเน้ก็เช่นกัน เพราะคนเรานิสัยก็คือนิสัย มันเปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะว่าไหมล่ะ

วัฎจักรของการทำราคาหุ้น มักต้องเริ่มต้นจากการเก็บหุ้นในระดับถูกๆ ก้นๆ ต่ำๆ เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ดี และที่สำคัญราคาต่ำๆ เรี่ยดินจะเกิดขึ้นเมื่อหุ้นได้นอนเน่าตายมาแล้วสักภพสักชาตินึง เพราะมันนานมากพอให้เม่าเบื่อหน่ายที่จะอดทนรอต่อไป หรือทำให้หมดหวังที่ได้กลับไปขายหุ้นที่ราคาเดิม และเมื่อเจ้ามือหุ้นได้ของไปตุนไว้ในมือมากพอสำหรับก่อการแล้ว เราก็จะเริ่มเห็นการค่อยๆ ยกตัวขึ้นของราคาหุ้น พร้อมกับการปรากฎตัวของขาใหญ่ใครบางคน ซึ่งสิ่งที่เม่าจำเป็นต้องเพ่งพินิจก่อนไปร่วมวุ่นวายมุงแย่งของกับเขาก็คือ สัดส่วนการถือครองหุ้นของขาใหญ่มาใหม่ และสัดส่วนของ Freefloat ในกระดาน ที่ควรจะต้องยุบลดหายไปอย่างน้อย 15-30% ตรงนี้จะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า งานเลี้ยงต้องดำเนินต่อไป เพราะเจ้ามือหุ้นมีของมากพอเกินกว่าจะผละงาน ดังนั้นการเฝ้าติดตามรอดูกำหนดการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะโดยเหตุผลกลใด ทั้งปิดสมุดทะเบียนประชุม AGM ธรรมดา หรือปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดสิทธิ XR  XW  XD ทั้งหลายจึงเป็นกิจวัตรที่เม่าน้อยหอยสังข์พึงต้องหมั่นติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวเหล่านี้ไว้บ้าง และนี่ก็คือ ปิดสมุดทะเบียนเมื่อกาลก่อนของปีที่แล้วของเจ้าของตำนานผู้นี้ ณ 15 กันยายน 2560 มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยสูงถึง 71.23% แล้วถ้าพี่เม่าจะบอกว่า ปิดสมุดรอบใหม่ที่กำลังจะเพิ่งปิดสมุดไปและอยู่ระหว่างการรออัพเดทรายชื่อใหม่ในวันจันทร์นี้มันควรจะมี Freefloat ลดลงเหลือสักราวๆ 35% ล่ะ น้องเม่าทั้งหลายจะว่ายังไง ?

Capture.PNG

ถ้าตัวเลขมาตามนัดที่บอกไว้ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนสัก +-5% ล่ะ เราตื่นเต้นตาพองได้ไหม ก็คงต้องบอกว่า ได้สิหว่ะ มันควรต้องตาพองเป็นปลาทองกันบ้างละงานเน้ ในเมื่อผลงานในอดีตของพี่เค้าก็่ช่างหอมหวลเย้ายวนใจน้องเม่ายิ่งนัก รุนแรงถึงขั้นประทับจิตประทับใจเสียขนาดนั้น เม่าไหนเลยจะลืมความหลังครั้งวันวานยังหวานอยู่ได้ลงคอล่ะจริงไหม โดยเฉพาะเมื่ออยู่ดีไม่ว่าดี เดิมทีมีกรรมการกันอยู่แค่ 7 หน่อ ก็อยู่ๆ ลุกพรวดพราดมาแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน ซะอย่างนั้น ก่อนหน้าจะประกาศวาระการเพิ่มทุนแจกวอร์ แบบนี้ด้วยแล้ว มันผิดกลิ่นอยู่ไม่น้อย แล้วคล้อยหลังการเพิ่มทุนแบบที่เจ้าภาพเดิมใช้สิทธิเพิ่มทุนเกินจำนวนแบบท่วมท้นล้นประมาณ อยากได้หุ้นเยอะๆ ไปทำไมมากมาย ตามด้วยการแจ้งแบบฟอร์มการเข้าถือครองหลักทรัพย์ติดทำเนียบรายใหญ่ของผู้มาใหมผ่านการถือครองในนามนิติบุคคลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีกรรมการนิติบุคคลเป็นบุรุษหนุ่มผู้ลือนามกระฉ่อนไกลในฐานะเจ้ามือปั่นหุ้นที่เพิ่งถูกกลต.ขึ้นบัญชีดำไปไม่นานนี้เองอีกด้วย แบบนี้จะให้พี่เม่าเพิกเฉยดูดาย ไม่ลุกขึ้นมาจัดเวที Welcome Back ปรบมือต้อนรับการกลับมาครั้งนี้ได้อย่างไรกัน โดยเฉพาะเมื่อสบตาพาดผ่านรายนามของ 3 เกลอที่เคยร่วมสำนักร่ำเรียนหนังสือหนังหามาด้วยกันเมื่อครั้งยังเยาว์วัยมาด้วยกันอีกตังหาก ที่อยู่ๆ รอบนี้โคจรกลับมาถือหุ้นร่วมกันแบบพร้อมเพียงกันโดยมิได้นัดหมายด้วยแล้ว พี่เม่าก็ได้แต่ยิ้มบางๆ เอ่ยเบาๆ ว่า Welcome Back AVENGERS Team ก็แล้วกันนะจ้ะๆ

ปล. ใครรู้ว่าเจ้าของตำนาน 15 แท่งเขียวคือหุ้นตัวไหน ก็อย่าได้เสียงดังออกไปเชียวล่ะ เงียบไว้ จุ๊ จุ๊