มิสเตอร์พี สองบุรุษผู้สร้างตำนานเสกเงินผ่าน Tender Offer

มาคิดดู มันก็แปลกดี ที่ผู้ชายสองคนที่มีอักษรย่อตัวเดียวกัน นามว่า “มิสเตอร์พี” ใช้วิธีการคล้ายๆ กันในการเสกเงินจากกระเป๋าเม่าย้ายไปกระเป๋าตัวเองอย่างง่ายดาย แน่นอนว่า ผู้เป็นตำนานย่อมไม่ได้ทำไปแล้วได้เงินหลักล้าน แต่การลงแรงระดับนี้ผลตอบแทนต้องหลักพันล้าน แต่…เงื่อนไขที่ทำให้บุรุษทั้งสองคนนี้ก่อการสำเร็จ เพียงเพราะบุรุษทั้งคู่ล้วนสวมหมวกเป็น CEO เท่านั้นจริงๆ หรือ ?!?! เปล่าเลยการเป็น CEO ไม่ได้มีผลมากพอที่จะทำให้คนที่นั่งตำแหน่งนี้กวาดเงินจากหน้าตักคนอื่นมาเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ แบบนี้ แต่มันต้องมีองค์ประกอบบางอย่างเป็นเงื่อนไขตั้งต้นให้การก่อการสำเร็จลุล่วงแบบนั้นได้

ปี 59 ไม่มีใครล่วงรู้หรอกว่า แผนการเข้าร่วมประมูลสัมปทานมือถือ เป็นความตั้งใจที่จะเข้าทำธุรกิจสัมปทานมือถือจริงๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการย้ายเงินเม่าเข้ากระเป๋าเจ้ามือ กระแสข่าวถาโถมประดังเข้ามาพร้อมราคาเป้าหมายทางลบจากหลายสำนักทำให้เม่าเทขายหุ้นจนลงมากองข้างล่าง ก่อนจะมี “พี่โม่ง” (กรุณาอย่าเรียก “ไอ้” มันไม่สุภาพ วิตามินหุ้นบอกว่า สมการลงทุนไม่ใช่มีแค่ “ตัวเลข” อย่าลืมใส่ “ความรัก” ลงไปด้วย ฮ่าๆ) ดอดมาช้อนเก็บหุ้นไป เมื่อได้หุ้นมามากพอทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งเงินจริงท้้งมาร์จิ้น ก็ออกข่าวขอประกาศทำ tender offer เพื่อขอครอบครองหุ้นมากๆ อ้างว่าต้องการสร้างเสถียรภาพในการกำหนดทิศทางการบริหารกิจการ ท่ามกลางข่าวลือเตรียมขายกิจการให้สองค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ โดยมีแบงค์ต้นไม้ใจกว้างอาสาเป็นร่มเงาออกตังค์ให้ยืมมาซื้อหุ้น แต่ก็เป็นรู้กันว่า เงินที่กู้มาไม่ได้ถูกนำไปตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นคืน แต่ถูกนำไปใช้เปิด Long กวาดทะลุทุกแนวต้านขึ้นไป แล้วมิสเตอร์ P เจ้าของไร่ดอกมะลิ ก็ปีนขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นลำดับที่ 2 ไปเรียบร้อยโรงเรียนบรุคเคอร์ ก่อนที่เจ้าของไร่ดอกมะลิจะปิดดีลชำระหนี้คืนแบบเอาเงินในกระเป๋าเม่าไปจ่ายคืนแบงก์

เวลาผ่านเลยมาสามปี มิสเตอร์พีอีกคนได้มองเห็นกลเกมการเงินอันแยลยบของมิสเตอร์พีคนแรกหรือเปล่าไม่มีใครล่วงรู้ แต่อย่างน้อยน่าจะตกผลึกทางความคิดได้ว่า การเสกความร่ำรวยให้ตัวเองเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่พึงทำได้ เพียงแต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขสำคัญนั่นก็คือ “การควบคุมจำนวนหุ้นเพื่อให้สามารถครอบงำกิจการ” ได้สมใจนึกบางลำภู เมื่อเข้าใจกติกาชัดเจนมิสเตอร์พีคนที่สองแห่งโรงงานวงจรไฟฟ้า ที่เดิมมีหุ้นในครอบครอง 900 กว่าล้านหุ้น (45% ของหุ้นทั้งหมด) ก็ประกาศกางโต๊ะ Tender Offer ตามศิษย์พี่มิสเตอร์พีเมื่อปีกระโน้น ที่ราคา 4.85 บาท (ราคาตลาดตอนนั้น 3.32 เองจ้า) ให้เหตุผลสุดคลาสสิคแบบศิษย์พี่เด๊ะๆ “ต้องการเสถียรภาพในการบริหารกิจการ” นั่นเอง เพียงแต่รอบนี้ผู้สนับสนุนทางการเงินในการปล่อยกู้ให้มิสเตอร์พี เป็นแบงค์รวงข้าว เมื่อเทนเดอร์สูงกว่ากระดาน สาธุชนก็แห่โหนเคาะขวา ลากราคาหุ้นขึ้นไปทันที เมื่อถึงกำหนดปิดดีลเทนเดอร์ ก็มีเม่าแสดงความจำนงขายหุ้นคืนให้ 577 ล้านหุ้น หรือใช้วงเงินกู้ไปทำก่อการ เอร้ย ทำการทั้งสิ้น 2,800 ล้านบาท ได้หุ้นมาตุนไว้ในครอบครองจาก 45 เป็น 72% เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2562

ทำไมมิสเตอร์พี ซีซั่นสอง ไฉนอยากได้หุ้นไปมากมายอะไรป่านฉะนี้วะ ??? เม่ามาถึงบางอ้อตอนที่ BTS เปิดให้บริการสถานีบางอ้อ เอาตอนเดือนธันวาคม 2562 นั่นเลยจ้าพี่น้อง มิสเตอร์พี ซีซั่นสอง ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ กู้เงินจากธนาคารอีกก้อนรอบนี้กู้ในนามกิจการ ไม่ใช่นามส่วนตัวแบบรอบแรกแล้วนะคับพี่น้อง รอบนี้กู้เท่าเดิมจะได้จำง่ายๆ หรือเปล่านิ กู้มาอีกก้อน 2,800 ล้านบาท กู้มาเพื่อจ่ายปันผลให้ตัวเอง เอร้ยยย ให้ผู้ถือหุ้น หุ้นละ 1.9282 บาท โว้ะะะ อันนี้ศิษย์พี่มิสเดอร์พี่ ซีซั่นแรกไม่ได้สอนไว้นะ อันนี้น่าจะไปลอกการบ้านมาจาก CEO “เราจะไม่หยุดพัฒนา” กู้มาจ่ายปันผล เม่างงแต่ก็เอาไว้ก่อนจ้า … แจ้งประกาศปันผลหลังรวบหุ้นมาได้เพียงเดือนเดียว โดยแจ้งตลาดให้รับรู้ 6 ธันวาคม 2562 BTS มาจอดพอดีที่สถานีบางอ้อ พุงปลิ้นกันไปเลย รับเละ 3,011 ล้านบาท เอาก้อนนี้ไปจ่ายหนี้ก้อนแรกของตัวเองได้เรียบร้อย เลยกำไรนิดโหน๋ยพอกรุบกริบ 300 ล้าน แต่ได้หุ้นมาฟรีๆ ประมาณ 600 ล้านหุ้น รวยเพิ่มขึ้นเฉยๆ ซะงั้น 5 พันล้านบาท ในเวลา 3 เดือน เก่งกว่ามิสเตอร์พี ซีซั่นแรกของหนูอีก สรุปใครที่เชื่อกันว่า DELTA คือ หุ้นเด้งที่ให้ผลตอบแทนนักลงทุนดีที่สุดในปี 2562 โปรดทราบนะจ้ะว่า ยูละเมอไปเอง พ่อเนื้อทองตัวจริงอยู่ตรงนี้คร่าพี่ CEO เป็นพ่อเนื้อทอง แต่ผู้ถือหุ้นกลายเป็นเหยื่อ เพราะสถานะของกิจการดิ่งเหวจากหนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นหดจาก 7,640 ล้าน เหลือเพียง 3,460 ล้าน DE กระโดดพรวดขึ้นมาเป็น 1 เท่า หนี้บวมขึ้นเท่าตัว จาก 4,700 เป็น 7,500 ล้านบาท

สิ่งที่มิสเตอร์พีทั้งสองได้รับเหมือนๆ กันไม่ใช่แค่มั่งคั่งขึ้น แต่ก็ถูก ก.ล.ต. เชือดเบาๆ สั่งปรับหลักร้อยล้านกับสามสิบกว่าล้าน คนแรกโดนข้อหาปั่นหุ้น (ความผิดเกิดหลังการทำเทนเดอร์ ครึ่งปี) คนหลังโดนข้อหาอินไซด์เทรดดิ้ง (ความผิดเกิดก่อนการทำเทนเดอร์ 1 ปี และความผิดที่โดนปรับเป็นต่างกรรมต่างวาระกับการเสกเงินเข้ากระเป๋าเจ้า) ถ้า ก.ล.ต. ปรับแค่นี้ ตลาดหุ้นไทยคงมีมิสเตอร์พี ซีซั่นสาม โผล่มาให้เห็นอีกแน่ เพราะโดนปรับแค่นี้แลกกันแล้วมันดูจะเกินคุ้มไปมากมาย