กลิ่นเสือดำเริ่มจางหายไป…แต่กลิ่นเจ้า “หมดรัก” หุ้นตัวเองเริ่มโชยมา

วันนี้ BDRM Blog ขอเปิดพื้นที่ให้ Tony น้องเม่าฝึกดม มาลองตามกลิ่นเจ้ามือ Special Author ของเราในวันนี้เริ่มจากการเป็นน้องเม่าสายเทคนิคอลที่นั่งเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของรายงาน 59-2  246-2  Biglot มาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากฝึกตามดมมาระยะนึง น้องเม่าก็เริ่มฉายแววความจมูกดี หูตาว่องไวขึ้นมา และนี่ไม่ใช่เคสแรกของการบ้านของเม่าคนนี้ แต่เป็นเคสที่สองซึ่งทำให้ BDRM เห็นว่า การบ้านตลอด 2 ปี ที่สั่งสมมา มันได้ออกดอกผลผลิบานในที่สุด ขอพื้นที่วันนี้ให้โอกาสน้องเม่าเล่าให้เราฟังว่า เค้าเจอใครและร่องรอยอะไรกันบ้าง ส่งเวทีให้น้องตรงนี้นะคะ ใครอ่านแล้วแวะมาทิ้งคอมเมนท์ให้กำลังใจ Special Author คนแรกของ BDRM Blog กันด้วยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ


 

panther
ข่าวเสือดำที่ถูกยิงตาย…เริ่มเลือนหายไปจากการรายงานข่าวของทุกสำนัก ไม่มีการพาดหัวมาหลายเดือนแล้ว เรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำขวด…เอ๊ยตำรวจเค้าสืบสาวราวเรื่องกันไป

ปกติผมเดินมาชะโงกดู 59-2 ที่เป็นข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร ดูมันอยู่ทุกวันแหละ..ตามดูมันไปงั้นๆ เหรอ…เปล่าๆ (เสียงสูง) ดูจนเป็นกิจวัตรประจำวัน….จนกลิ่นตัวใครบางคนเริ่มมาแตะจมูกเม่าอย่างผม

ตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. – ส.ค. 2561 ผมเห็นความ(ผิด)ปกติ ของการแจ้งขายหุ้น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บมจ. (ITD) …..เห็นแรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร ดูไปแบบผ่านๆ แต่พอเห็นแจ้งขาย 3 วันติดเริ่มเอ๊ะใจว่ามันแจ้งผิดหรือเปล่า (นี่ยังจะคิดในแง่ดีอยู่นะ) แต่เอ๊ะที่ 2 มันไม่ใช่นี่หว่า เริ่มถี่

เริ่มมีกลิ่นที่ดูแปลกๆ ก็เพราะคนที่ขายออกมาเรื่อยๆ นั้นคือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูต และ ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 2 นางนิจพร จรณะจิตต์ ของ ITD  (พี่สาวนายเปรมชัย) ที่ขายออกมาเหมือนกับการสาดกระสุนที่ยิงเสือดำ

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ จากหน้า Web ของ SET
https://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=ITD&ssoPageId=6&language=th&country=TH

itd-1

ที่นี้ก็เริ่มย้อนรอย…ตามกลิ่นกันสิ เริ่มที่จำนวนหุ้นทั้งหมดของ ITD มีอยู่คือ 5,279,840,848 (ห้าพันสองร้อยล้านหุ้นโดยประมาณ)

กลิ่นการขาย…!!!

ขอเริ่มย้อนรอยการขายหุ้น ITD ของ คุณเปรมชัย และคุณนิจพร ตั้งแต่ปี 2559
ข้อมูลการขายหุ้นของทั้ง 2 คนนี้ ตั้งแต่ปี 2559-ปัจจุบัน (14/05/2561) ซึ่งผมรวบรวมมาจากข้อมูล 59-2 ย้อนหลัง (ซึ่งย้อนหลังได้แค่ 3 ปี)
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fin/find59.php

เข้…..รายงานการขายหุ้นยาวเป็นหางเสือเลยยยย

itd-2มีแปลกตาหน่อยตรงที่รายการที่ 4-5 ที่เป็นการแจ้งขาย หลังการขายเกิดขึ้นไปแล้วเป็นปี อันนี้คาดว่า น่าจะถูก กลต. ให้แจ้งย้อนหลังเข้ามา

itd-3

จับข้อมูลมายำใส่ Excel แล้วรวมเป็นแต่ละปีได้ตัวเลขมาตามตารางนี้

itd-4

รวมแล้ว 2 คนนี้ขายไปแล้วประมาณ 187 ล้านหุ้น ก็ถือว่าไม่เยอะเมื่อเทียบกับระยะเวลา 3 ปี และจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด…..แต่การที่ไม่เคยซื้อหุ้นกลับเลยตลอดช่วงเวลา 3 ปี เช่นกันนี่สิ มันทำให้เม่าอย่างเราระแวงเหมือนกันนะ

กลิ่นจากปิดสมุดผู้ถือหุ้น…!!!

ขอย้อนรอยกลับไปดูผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ปิดสมุดผู้ถือหุ้น วันที่ 25/03/2559
คุณเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ 826,956,226 = 15.66%  และคุณนิจพร ถือหุ้นอยู่ 377,703,340 = 7.15%

itd-5

ปิดสมุดผู้ถือหุ้น วันที่ 31/03/2560
คุณเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ 785,494,526= 14.88%  และคุณนิจพร ถือหุ้นอยู่ 371,698,140 = 7.04%

itd-6

ปิดสมุดผู้ถือหุ้น วันที่ 30/03/2561
คุณเปรมชัย ถือหุ้นอยู่ 714,479,026= 13.53%  และคุณนิจพร ถือหุ้นอยู่ 367,913,140 = 6.97%
เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

itd-7

สรุปมาเป็นตารางให้แบบนี้ก็แล้วกัน…..มีแต่ลดไม่มีเพิ่มสินะ มันจะเป็นไปได้อย่างไงถ้ากิจการดี ใครเค้าจะขายหุ้นออกมาล่ะ ของดีเค้าก็ต้องซื้อเพิ่มเซ่ลวกเพ่….

itd-8

แต่เท่าที่ไล่ดูมาคุณเปรมชัย...น่าจะมีการขายหุ้นก่อนปิดสมุดปี 2560 อีก 10,010,000 หุ้น  แต่ไม่ได้แจ้ง ก็ไม่แปลกใจเพราะขายเยอะหลายไม้ก็อาจจะหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง (ลองเอาข้อมูลการขายหุ้นไปหักลบจากจำนวนหุ้นที่ปิดสมุดดูก็จะเห็นตัวเลข 10 ล้านหุ้นนั้น)

เดี๋ยวๆ แบบฟอร์ม 246-2 ล่ะคุณผู้ชมมมมมมมมมม

คุณเปรมชัยเป็นคนทำตามกฎกติกามารยาทมาก…ขายปุ๊บแจ้ง กลต. ปั๊บ ไม่เกิน 3 วันเงินโอนเข้าบัญชี…สบายไป !!!  แต่เฮ๊ย…59-2 จบ แต่ 246-2 ยังไม่จบนะคุณเปรมมมมมมมชายยยยยยยย (ลากเสียงหน่อย)

แบบฟอร์ม 246-2 เค้ามีไว้ให้ผู้ถือหุ้นมีหน้าที่แจ้งกับ กลต. เมื่อถือหุ้นมากหรือน้อยกว่า 5% 10% 15% 20% ไม่ว่าจะตรง Ticker point ที่กี่เปอร์เซนต์ก็แล้วแต่

แล้วปี 2560 คุณเปรมชัยถือหุ้นเหลือแค่ 14.88% ไม่แจ้งคิดจะแจ้ง 246-2 เลยรึ….ฮึฮึ
เราดูย้อนหลังก็ไม่เห็นมีนะจ๊ะ กลิ่นเริ่มแรงอ่ะ

itd-9

ตามมาด้วยเรื่องธรรมาภิบาล….บานเลย

ถือว่าสั่นคลอนในเรื่องจริยธรรมของผู้นำองค์กร เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ปกติแล้วบริษัทเค้าต้องออกประกาศ Blackout Period เพื่อห้ามซื้อขายหุ้นของบริษัทก่อนงบออก 2 สัปดาห์ เป็นอย่างน้อย จริงอยู่ว่า ITD อาจไม่ได้กำหนดระยะเวลา Blackout Period ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ แต่ในสาระสำคัญว่าด้วยการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในก็มีระบุไว้ว่า อะไรที่ผู้บริหารและพนักงานไม่พึงกระทำ …..แต่รอบนี้ Q2/2561 งบออกวันที่ 14/ส.ค./2561 คุณเปรมชัย และคุณนิจพร ขายตั้งแต่ 19/07/2561 มาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 09/ส.ค./2561 … อะไรคือ “จริยธรรมและธรรมาภิบาล” ….เข้เอ๊ย  ซึ่งหากงบออกมาดี แล้วขายก่อนงบออกมันก็ไม่ติดใจอะไรหรอกนะ แต่การชิงขายออกก่อนงบออกมาไม่ดี นี่…เม่าจะรู้สึกกันเช่นไร จริงไหม ???

itd-10

นี่ไงล่ะ งบ Q2/2561
ขอบคุณภาพงบ ITD จาก Line ID : @NewsBlock

itd-11

ทิ้งท้ายด้วยข่าวแจ้งตลาด

 ITD แจ้งข่าวกับ กลต. เรื่อง ความคืบหน้าในการเรียกชำระคืนลูกหนี้การค้า สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561

ใครที่มี ITD ก็ตามอ่านหน่อยล่ะกัน….6 หน้า แต่ชัดเจน (มันอาจจะเป็นเรื่องสยองหน่อยนะ)

https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=15304879103141&language=th&country=TH

สุดท้ายนี้ จริงๆ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรถ้าเค้าจะขายหุ้น ผมไม่ได้มีหุ้น ITD ในมือ ก็แค่เดินผ่านมาแล้วผมก็จะเดินผ่านมันไป แต่…แค่คิดว่าเค้าจะขายไปเรื่อยๆ แบบนี้จนจะหมดสิทธิ์ในการบริหารงานหรือขายจนสูญเสียความเป็นเจ้าของเลยรึ มันคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะอย่าลืมว่า บริษัทนี้เป็นกิจการของครอบครัวที่คุณพ่อของคุณเปรมชัยก่อร่างสร้างตัวมา … เพียงแต่พฤติการณ์ตลอดช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาที่ทั้งสองผู้บริหารเทขายหุ้นมาตลอดทาง มันสะท้อนหรือกำลังจะบอกใบ้อะไรกลายๆ กับเม่าหรือเปล่าว่า กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรภายในบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศที่มีประวัติอันยาวนาน 60 กว่าปี ถ้ากลิ่น (หรือข้อมูล) มันไปแตะจมูกใคร ก็ขออภัยด้วย มันแค่เตะจมูก ไม่ได้ไปเหยียบหน้าใครนะ 5555+

กลิ่นซากเสือดำเริ่มจางหายไป…แต่กลิ่นใครสักคนเริ่มโชยออกมาชัดมาก แถมกลิ่นที่ชัดมากนี้แล้วมันก็ชวนให้หนักใจ เพราะกลิ่นมันฟ้องว่า เจ้ากำลัง “หมดรักหุ้นตัวเอง” ชอบกล !!!

แบบ 246-2 # ตอนที่ 3 EFORL CASE STUDY หนูไม่รู้จริงๆ

EFORL เป็นหุ้นอีกตัวในตลาดที่ถือว่าเป็นตำนานค้างฟ้าในทางลบ

เคยจุดพลุวิ่งปรอทแตกจาก All Time Low ที่ 0.04 บาท ไปทำ All Time High ที่ 1.98 บาท

แต่…ราคาในวันนี้ม้วนกลับลงมากองที่เดิมพอดิบพอดี 0.04 บาท Again !!!!!

สตอรี่หุ้นตัวนี้ถ้าจะเล่ากันคงต้องเล่ากันเป็นวัน เพราะซับซ้อนล้ำลึกไม่เบาทีเดียว

แต่วันนี้เราจะไม่ไปนั่งรำลึกอดีต แม้ว่าอดีตจะมีไว้เพื่อเรียนรู้ก็ตาม

เพราะเรามีพันธกิจแค่ตามล่า 10 ตำนานความขี้ลืม (แจ้ง) ของรายใหญ่

ตามที่ประกาศไว้ให้ครบ 10 ตัวอย่างก่อนจบไตรมาสแรกของปีนี้

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

จากรายชื่อการปิดสมุดทะเบียนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 พบรายนามสำคัญตามนี้

Capture

จากรายนามข้างต้น มีบุคคลที่เข้าข่ายมีหน้าที่ต้องแจ้งแบบ 246-2 จำนวน 2 คน

คือ ผู้ถือหุ้นอันดับที่ 1 และ อันดับที่ 2  ว่าแต่…คิดว่าเค้าเคยแจ้งหรือเปล่า ? ให้ทายๆ

ถูกต้อง คิดว่าไม่น่ามีใครเดาผิด ไม่เคยแจ้งเลยไม่ว่าจะเคยเคลื่อนไหวซื้อขายไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยแจ้ง

Capture

อันนี้หมายถึงเคสผู้ถือหุ้นอันดับที่ 1 นะ เพราะผู้ถือหุ้นอันดับที่ 2 โดยสถานะเป็นกรรมการของบริษัท

จึงเข้าข่ายต้องแจ้งแบบ 59-2 (แทน 246-2) ซึ่งเมื่อตามไปดูก็พบว่า อ้าวววววววววววววเฮ้ยยยยยยยพอกัน

ไม่เคยแจ้ง เหมือนกันเรยยยยยยยยยยยยยย

Capture

มาตามดูผู้ถือหุ้นอันดับที่ 1 กันก่อน พี่เค้าเริ่มเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

ปรากฎกายครั้งแรกเมื่อปี 2556 เข้ามาปุ๊บถือเกิน 5% ปั๋บ

แต่อยู่มาจนถึงปัจจุบันก็สี่ซ้าห้าปี ก็ไม่เคยมีการแจ้งแต่อย่างใด

จะมีก็แต่การเคลื่อนไหวของจำนวนหุ้นบ้างเล็กน้อย ก็อาจจะทั้งจากการซื้อ-ขายในกระดาน

หรือการแปลงวอร์เป็นหุ้นแม่ก็อาจจะได้ เพราะจำนวนวอร์แรนต์ที่ถืออยู่ก็พอจะเข้าเค้าอยู่บ้าง

Capture

ทีนี้มาดูผู้ถือหุ้นอันดับ 2 กันบ้าง เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

สรุปจะเห็นความคล้ายคลึงกันบางอย่าง นั่นคือ จุดเริ่มต้นของการเข้ามาถือหุ้นมาพร้อมๆ กัน

ส่วนจะนัดกันเข้ามาหรือเปล่า ยังไม่อาจฟันธงลงไปได้ ยกประโยชน์ให้จำเลยไปก่อน อย่าไปปรักปรำ

Capture.JPG

เพียงแต่สิ่งที่ต่างออกไป คือ ผู้ถือหุ้นอันดับที่ 2 เข้ามาครั้งแรกในสัดส่วนที่ไม่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานเพิ่งจะมาเข้าเกณฑ์ต้องรายงานก็ในจังหวะที่แปลงวอร์แรนต์เป็นหุ้นแม่ เมื่อช่วงต้นปีที่แล้วแต่ก็ไม่ได้มีการรายงานให้ถูกต้อง ซึ่งก็น่ะ เป็นเรื่องที่เราต้องทำใจเพราะสองคนนี้ดูอายุอานามก็พอสมควร อาจเป็นแฟนเพลง “หนูไม่รู้” ก็เป็นได้เนื้อเพลงเค้าร้องว่าไงนะหนูไม่รู้ จริงจริง ว่าทำไมพี่ไม่ยอมแจ้งขอโทษที โทษที โทษที ที่ไปจี้เอาผิดพี่เค้าขอโทษที ที่ไปทวงถามหาถ้าไม่ท้วงเห็นจะแย่แน่เรา

TTCL ในม่านหมอกเมฆดำกับความไม่โปร่งใสของแบบฟอร์ม 246-2

toyo eng.png

ตามกฎหมายระบุให้ กรรมการบริษัท และนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือหุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกิน 5%

ต้องทำรายงานแจ้งตลาดหลักทรัพย์ตามประเภท กรณีกรรมการบริษัทให้แจ้งฟอร์ม 59-2

(เคสกรรมการแจ้งทุกครั้งที่ทำการซื้อขาย ไม่สนใจจำนวนเปอร์เซนต์การถือครอง)

กรณีนักลงทุนให้แจ้งฟอร์ม 246-2 ซึ่งส่วนใหญ่ก็แจ้งกันเรียบร้อยดี (จริงหรือ ????)

แต่ … ก็มีไม่น้อยที่ไม่แจ้ง และน่าจะเป็นเจตนาหลบเลี่ยงไม่แจ้งเสียด้วย

แถมคนที่แจ้ง ก็แค่แจ้งๆ ไปตามกฎเกณฑ์

ส่วนแจ้งครบสาระสำคัญไหม จนท.รับแจ้งก็ไม่ได้ใส่ใจจะตรวจสอบ

เลยกลายเป็นช่องโหว่ของโจรสวมสูทกระทำการเอาเปรียบเจตนาอำพรางข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญ

(ตอนนี้เห็นรายใหญ่ไม่เคยแจ้งอยู่อีกคน 2 เคสแล้วนะ ทำงานสายการเงินด้วยนะ จะบอกไม่รู้ก็ฟังไม่ขึ้นน่ะ

กำลังคิดอยู่ว่าอยากจะช่วยแจ้งให้ แต่โดยส่วนตัวก็อยากแก่ตายอยู่น่ะ เลยยังไม่ช่วยแจ้งเข้าไปให้ 55555 )

= = = = = =

แต่ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ที่พบเห็นก็คือ ไม่แจ้งให้ครบในสาระสำคัญ

โดยเฉพาะราคาซื้อขายหลักทรัพย์  ชื่อคู่กรณีที่ซื้อขาย  บริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย

วันที่ที่กระทำการให้มีผลต่อปฏิบัติตามเงื่อนไขแจ้งฟอร์ม

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อพฤติกรรมราคาหลักทรัพย์ทั้งในช่วงกระทำการและหลังกระทำการทั้งสิ้น

แต่กลับไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่อให้มีการรายงานให้ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ

แบบนี้เอาผิดเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่เสียได้น่ะ

เพราะการละเว้นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นอย่างร้ายแรงได้

แต่…โดยรวมยังถือว่า แจ้งเว้าๆ แหว่งๆ ก็ยังดีกว่าไม่แจ้ง

เพราะอย่างน้อยนักลงทุนยังพอได้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวในการถือครองหลักทรัพย์

ถ้ามองว่าการเว้าๆ แหว่งๆ มีแนวโน้มไม่สุจริต ไม่โปร่งใส นักลงทุนอาจตัดสินใจหลีกเลี่ยงการลงทุนได้

ซึ่งหากผู้ใดแจ้งโดยหลบเลี่ยงไม่แจ้งในบางข้อมูล

ก็อยากให้พึงสังวรณ์ระวังบาปกรรมแห่งความไม่สุจริตจะทำให้ชาติหน้า

เกิดมา “ปากแหว่งเพดานโหว่” กันด้วยล่ะกัน

ขณะที่การหลบเลี่ยง ไม่แจ้งใดๆ เลยทั้งๆ ที่กระทำการเข้าข่ายเกณฑ์ต้องรายงาน

แบบนี้สิ น่ากลัว เพราะมีเจตนาทุจริต หลบเลี่ยง ซ่อนเร้นโดยชัด

= = = = = =

กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า มหกรรมเทกระจาดของราคาหุ้น TTCL ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก็ดูเหมือนจะส่อเค้าลางไม่โปร่งใส ไม่โปร่งแสง จากเคสนี้ด้วยเหมือนกัน

เริ่มตั้งแต่ TEC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ลงประกาศในหน้าเว็บไซด์ของตัวเองเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์

ย้ำว่า วันที่ 6 กุมภา แจ้งอย่างเปิดเผยชัดเจนว่า ได้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ออกไป

และจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมด “2.4 พันล้านเยน” (เค้าระบุตัวเลขชัดเจนเลยนะ)

ลงบุ๊คเป็นกำไรพิเศษในงบรอบสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ดูรายละเอียดเอกสาร คลิ๊กที่ลิงค์นี้


140120180206465587

การระบุตัวเลขได้แล้วว่า มีรายรับพิเศษก้อนนี้เท่าไหร่ มันควรแปลว่าอะไร

การซื้อขายได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่หรือไหมในเชิงราคาซื้อขาย

เพราะไม่อย่างนั้นจะรู้ตัวเลขสุทธิได้อย่างไร !!!!

แต่…สิ่งที่ TEC รายงานต่อกลต. ในฟอร์ม 246-2 รอบแรก คือ ขาย Big Lot ไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์

แต่เมื่อกลต. ถามหาการซื้อแจ้งว่า ขายให้กับใคร เพราะการลง Unknown เป็นเรื่องที่ไม่สมควร

เพราะเป็นการซื้อขายก้อนใหญ่ จะปฎิเสธว่าไม่ทราบว่าผู้ซื้อที่ตนเองขายให้นั้นเป็นใคร จะเป็นไปได้หรือ ?

พี่เค้าไปซื้อขายกันในถ้ำเมื่อหลายล้านปีก่อนหรืออย่างไร

ขายกัน 56 ล้านหุ้นเชียวนะ จะไม่ถามชื่อแซ่บ้านอยู่ไหนกันไว้สักหน่อยเชียวหรือ

และหากเป็นการซื้อขาย Big Lot จริง เท่ากับว่า TEC ฝ่าฝืนระเบียบของกลต. ไม่นำแจ้งบิกลอต

เพราะระยะเวลาที่ผ่านไม่ปรากฎมีการซื้อขายบิกลอตจำนวนดังกล่าวรายงานให้ตลาดทราบแต่อย่างใด

อ้ะๆ อย่าเถียง เดี๋ยวนี้น้องเม่าเค้าก็มีเรคคอร์ดสถิติการ Big Lot เก็บไว้เหมือนกันนะ

อย่าริจะมาเถียงว่าเคยแจ้งเชียว เดี๋ยวเค้างัดหลักฐานมาค้านจะหน้าหงายเอาได้

Capture

จากนั้นเมื่อกลต.ทักท้วงขอให้ชี้แจงใหม่

สิ่งที่ TEC ทำคือ แก้รายการจากการซื้อขายบิกลอตเป็นซื้อขายในกระดาน (ง่ายๆ แบบนี้เลยนะคะพี่)

ระบุเพียงแค่ว่า ขายในกระดาน ผ่านหลักทรัพย์ CNS ที่ฮ่องกง

toyo eng.jpg

คำถามที่ขอถามคือ หากทำการขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 7 ตามที่ TEC กล่าวอ้าง

ไฉนสามารถรู้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาว่า มีรายรับสุทธิจากการขายหุ้นเป็นเท่าไหร่ … ได้อย่างไร

มหัศจรรย์ วันเดอร์ฟูล ยิ่งนัก !!!!!

ที่จริงแล้ว เคสแบบนี้กลต.ควรดำเนินการตรวจสอบ transaction ของธุรกรรมนี้ของ TEC

ว่า ขายให้ใคร ทางวิธีการใดกันแน่ ซึ่งกลต.ทำได้ และพึงกระทำ

เพราะการขายหุ้นทิ้งทั้งหมดของผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ย่อมมีนัยสำคัญต่อการดำรงอยู่ความเชื่อมั่นในกิจการ

และโดยเฉพาะในกรณีที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงแบบทิ้งดิ่งภายในวันเดียวแบบนี้

แต่กลต.ก็ทำได้เพียงแค่ ทักท้วงเรื่องผู้ซื้อปลายทาง ซึ่งพอได้รับแจ้งใหม่ก็ปล่อยผ่านไป

โดยไม่ได้ไตร่ตรองครุ่นคิดว่า มันควรจะเป็นเช่นตามที่ได้รับแจ้งได้จริงๆ หรือ

จากนั้น วันที่ 13 กุมภาพันธ์ กองทุนกรุงศรีก็นำส่งรายงานแจ้งตลาดว่า ได้เข้าลงทุนหุ้น TTCL เกิน10%

โดยวันที่กระทำการให้มีผลคร่อมจุด Trigger point ให้ต้องรายงานคือ วันที่ 12 กุมภาพันธ์

ก็ปรากฎว่า ลิงค์แบบฟอร์มที่แจ้งก็ล่มไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้

เดือดร้อนอิเม่าขี้สงสัยอย่างเรา ให้ต้องให้ติดตามสอบถามเข้าไป

จึงได้มีการแก้ไขลิงค์ให้สามารถใช้การณ์ได้ เมื่อบ่ายวันนี้เองนะจ้ะ แหมๆๆๆ

ตรงนี้ขอไม่ติดใจอะไร “อาจเป็นข้อขัดข้องทางเทคนิคโดยมิได้ตั้งใจจริงๆ ” ก็เป็นได้

แต่…เมื่อลิงค์ได้รับการแก้ไขให้สามารถเข้าถึงได้

สิ่งมหัศจรรย์ก็พลันประจักษ์ว่า กองทุนผู้ดูเหมือนมากู้ชาติให้กับ TTCL นี่จริงใจจริงหรือ

จากการปิดสมุดครั้งล่าสุดของ TTCL เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 กองทุนกรุงศรีทั้งหมด ยังถือไม่ติด 5%

Untitled.jpg

(ในภาพการปิดสมุดขอตัดรายชื่อลำดับ 4-18 ออกเพราะจะทำให้ภาพใหญ่เกินไป)

ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 เพราะไม่เข้าเกณฑ์ถือครองเกิน 5%

แต่ช้า แต่…เค้าแหกตามา พอถึง 10% เค้าถึงวางยายลง (เอ๊ะ เค้าร้องกันแบบนี้ป่าว อิอิ)

เพราะใน 246-2 ที่กองทุนกรุงศรีแจ้งซื้อระบุว่า สัดส่วนการถือครองล่าสุดก่อนการซื้อเพิ่มในวันที่ 12

จนต้องเข้าเกณฑ์ต้องรายงาน คือ ซื้อเพิ่มแค่  0.21% มีของเก่าก่อนอยู่ 9.95% แน๊ะ !อ้าวววววแบบนี้ต้องที่พี่ซื้อคร่อม trigger point 5%  พี่ไม่ได้แจ้งกลต. ตามระเบียบข้อบังคับใช่อ่ะป่่าววววพี่เป็นกองทุนนะคะ พี่อย่าบอกว่า พี่ไม่รู้กฎระเบียบข้อนี้และพี่อย่าอ้างว่าพี่ลืมแจ้งค่ะ  นักลงทุนเค้ากินข้าว  ไม่ได้กินหญ้านะคะS__60801347= = = = =ถ้ามีหน้าที่ต้องรายงาน 246-2 แต่ไม่ปฎิบัติ มีความผิดอย่างไร ?ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับเพิ่มเติมวันละ 1 หมื่นบาทในกรณีเมื่อทราบแล้วยังไม่ดำเนินการรายงานให้ถูกต้องจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องแต่ปัญหาคือ การลงโทษจะดูจากเจตนาของผู้มีหน้าที่ต้องรายงานซึ่งแน่นอนว่า เป็นเหตุให้ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะมักอ้างว่า ไม่ทราบหรือเข้าใจผิดว่าไม่ต้องรายงานเป็นเหตุให้ผลลัพธ์การดำเนินการออกมาในรูปของการปรับ แถมค่าปรับก็น่าเอ็นดู เมื่อเทียบกับสัดส่วนเม็ดเงินที่ได้กระทำการลงไปคำถามคือ เราคนนอกคิดว่าเค้าไม่รุจริงๆ หรือเค้าแกล้งไม่รุ ?????อย่าลืมนะคะ ว่าพี่เป็นกองทุน การอ้างว่าไม่รู้ น่าจะยากค่ะแต่ถ้าพี่จะอ้างว่า พี่ลืมแจ้ง พี่ก็ทำได้ค่ะ ไปแก้ตัวกับกลต.เอานะคะส่วนเม่าขอบอกว่า เม่าขอย้ำกับพี่อีกทีนะคะถ้าพี่คิดจะอ้างว่าพี่ลืม เพราะถ้าพี่ลืมจริงๆ ฟังดูมันดิสเครดิตตัวเองนะคะคนทำงานระดับนี้ เรื่องแค่นี้ยังดูแลรับผิดชอบไม่ได้ เรื่องใหญ่ถ้ามีอะไรขึ้นมาจะดูแลไหวเหรอค่ะพี่แล้วแบบนี้นักลงทุนเค้าจะกล้าฝากเงินเค้าให้พี่ดูแลต่อไปดีไหม น่าคิดๆ 

Can I see your 59-2 # AMANAH (2)

Capture.JPG

พี่ก็ทำเกินไป พี่มีหัวใจหรือเปล่า ????

รอบแรกพี่เค้าแจ้ง 59-2  ข้ามมาอีกไม่กี่วันทำการ  รอบนี้พี่เค้ามาแจ้ง 246-2

หัวจงหัวใจอะไรจะเปรี้ยวอย่างนั้น เล่นกันแบบนี้เม่าหนักใจ ไล่ตามไม่ค่อยจาทัน

= = = = =

เท้าความตอนเดิมอีกรอบ

17/08/2017 ท่านผู้บริหาร ฐาพล แจ้งขายหุ้น Amanah 46 ล้านหุ้น ราคา 0.90 บาท

โดยระบุวันที่จำหน่ายเป็นวันที่ 15/08/2017 (กรุณาท่องไว้นะจ้ะ วันที่ 15 เด๋วเราจะมีโยงภาคต่อตรงนี้อีกที)

ขายในฐานะผู้บริหารจ้ะ เลยต้องแจ้งใน 59-2

Untitled.png

ซึ่งเราก็เม้าท์มอยถึงความหอยหลอดตรงนี้กันไปใน Can I see your 59-2 Season1 ไปแล้ว

ว่าช่างแจ้งขายในกระดานในราคาที่ไม่ปรากฎในกราฟและวอลุ่มไม่สอดคล้องกับกราฟ

พี่ก็ทำได้ลงคอนะคะ

เอาเหอะค่ะ Season แรกจบไปค่ะ

พอวันที่ 22/08/2017 พี่เค้าก็แจ้งเราใหม่

Untitled.png

แต่อ๊ะ อ้ะ รอบนี้มาแจ้งใน 246-2 ทำไมๆๆๆๆ

ไม่เป็นผู้บริหารแล้วสิท่า ถึงต้องมารายงานฟอร์มนี้แทน

ยังไงๆ เด๋วก่อนๆ คุยกันก่อนสิ

พี่ก็แจ้งว่า พี่ขายวันที่ 15/08/2017 นะคะ

= = = = =

ถ้างั้นหนูขอถามค่ะ หนูมันไอ้หนูจำไมขี้สงสัยนิดนึงนะคะ ถามเยอะหน่อยก็แล้วกัน

ข้อแรก ถ้าพี่ขาย 15/08/2017 ทำไมพี่ไม่แจ้งเป็นก้อนเดียวกันใน 59-2 ไปเลยค่ะ ?

หรือว่า พี่ขายรอบเช้าในฐานะผู้บริหาร และลาออกมาขายต่อตอนบ่ายเป็นคนนอก

เลยต้องแยกแจ้งเป็น 2 สถาน โอ้วววว ไม่เอาค่ะ ถึงหนูไม่ฉลาด แต่หนูไม่โง่นะคะพี่

ข้อสอง เป็นไปได้ไหมคะ ที่ฉบับแรก 59-2 พี่ไม่ได้ขายวันที่ 15/08/2017 !!!!!

เพราะตัวเลขการซื้อขายในกระดานไม่มีราคานี้ และวอลุ่มเทรดทั้งวันก็ไม่รับกันกับจำนวนที่พี่แจ้งขายด้วยอ่ะ

ถ้าให้หนูเดา ขายตั้งแต่ 10/02/2017 ไหมค่ะ ทุกอย่างดูเหมาะเจาะลงตัวพอดี๊ พอดี

แต่…ถ้าใช่ พี่ก็ทำผิดกฎตลาดนะคะ

เพราะเค้ากำหนดให้ผบห.ซื้อขายแล้วให้รีบแจ้งภายใน 3 วันนับแต่ทำการซื้อขาย

ของพี่นี่ถ้าใช่ตามที่หนูเดา พี่แจ้งช้าไป 6 เดือนเอร้งงงงงง

ฟังดูก็อาจจะ…ไม่นานเท่าไหร่ในสายตาพี่

ค่าปรับเค้าคิดตามวันนะคะ แต่ก็นะ ใครจะมานั่งตรวจสอบ

ตลาดเค้าก็ให้เกียรติพี่ในฐานะผู้บริหารที่น่าจะพึงมี “ธรรมาภิบาล” เน๊าะ

ข้อสาม ทำไมต้องขายทอดตลาด หุ้นที่พี่บริหารมาเองกับมือ

มันแย่หรือเลวร้ายถึงป่านนั้นเลยหรือไร

แล้วขายกันราคาแบบนี้ มีใจคิดถึงเม่าที่ดอยอยู่ 2.64 บ้างไหมน๊า…

ว่าแต่ ใครรับหุ้นก้อนนี้ไปหว่ะ งบก็ดูเน่าหนอน ราคาก็ดูต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

แต่เอาๆ มองแค่ดี ขายทอดตลาดให้ต่ำกว่าราคาในกระดานมากมาย

เอามาปาเช้าวันที่ 23 ทิ้งให้หมดก็ยังกำไรล่ะเว้ยเฮ้ยย

Untitled

ข้อสี่ ก็ไม่เชิงสงสัย เอาเป็นว่า หนูอยากให้บริษัททุกแห่ง

รายงานข่าวกับตลาดแบบฉับไวกว่านี้ ให้ทันกินกว่านี้

เพราะถ้า 15/08/2017 ขายต้องแจ้งฟอร์ม 246-2 ก็แสดงว่า

การลาออกได้มีเกิดขึ้นอย่างน้อยช้าที่สุดก็ 15/08/2017

แต่การที่แจ้งตลาด 22/08/2017 โดยจะอ้างว่ารอผลการประชุมบริษัท

แบบนี้ดูไม่สง่างามคะ มันเนิ่นช้าเกินไป เพราะการอยู่หรือไปของเบอร์ 1 มันสำคัญมากนะนายจ๋า

อย่าให้เม่าเม้าท์ได้คะ มันไม่งาม ไม่อายตัวเองที่กล้าทำ แต่ต้องหัดอายเม่านะคะUntitled

= = = = =

ปล.ทั้งหมดที่หนูพิมพ์มา หนูแค่มโนนะคะ พี่อย่าร้อนตัวนะคะ

ถ้าพี่ไม่ได้ทำ ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ แต่ออกมาชี้แจงก็ดีนะคะ เม่าจะได้เข้าใจให้มันถูกต้อง

อยากได้ยินว่าจริงใจ เอร้ยยย เพลงเค้าร้องว่า อยากได้ยินว่า…รักกัน  ใช่ๆ เพลงเค้าร้องแบบนี้ ^___^

 

 

 

 

Can I see your 59-2 # AMANAH

Untitled

ถ้าเป็นปกติ ผึ้งคงไม่เอะใจอะไรมากนัก

แม้ที่ผ่านมาจะรุสึกว่า ทำไมตลาดไม่เคยเปิดเผยเอกสารใบจริงให้เม่าได้อ่านบ้าง

กระดาษที่แปะแผ่นข้างบน คือ รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร

ที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า 59-2 กระดาษแผ่นนี้สำคัญที่เม่าอย่างเราต้องตามมาอ่านกันทุกสิ้นวัน

59-2 คือ อะไร สำคัญตรงไหน ผึ้งเคยเขียนไปแล้ว หาอ่านในโพสต์เก่าๆ เอานะ

แต่เพราะงบที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินกับตัวเลขราคาขายที่ต่ำตมกว่าราคาในกระดานมาก

อีกทั้งจำนวนหุ้นที่ถูกขายออกมา มันช่างมหาศาลพอที่จะพลิกเกมให้กลับข้าง

ทำให้อาการคิ้วกระตุกต้องบังเกิดขึ้น

เพราะเราเป็นสายกราฟ เราก็ต้องเปิดกราฟมาหาร่องรอย

พี่จ้าวท่านเอ่ยวจีแถลงว่า ท่านขายออก 15 สิงหาคม 2560

จำนวน 46 ล้านหุ้น (ครึ่งหนึ่งของที่เจ้าตัวถืออยู่เลยนะ) ที่ราคา 90 ตังค์

ช่างเป็นการขายแบบแกรนด์เซลล์มาก เพราะตลาดเทรดกัน ave. 1.30 บาท

จริงๆ ราคาขายไม่ใช่ประเด็น การซื้อขายเป็นเรื่องความสมัครใจ

ถ้าคนขายยอมขาย เค้าจะขายในราคาเท่าไหร่ก็ย่อมได้ ถ้าคนซื้อพอใจและยอมซื้อจากเขา

แต่…….ปัญหาคือ การซื้อขายของพี่จ้าวไม่ปรากฎความแท้ทรู (True) ในทางที่เหมาะสม

ไม่มีรายการแจ้ง Big Lot ในตลาด ณ วันนั้น

แถมในแท่งเทียนกราฟก็ไม่ปรากฎประจักษ์พยานว่า ได้ซื้อขายกันในกระดานตามปกติชนเค้าทำกัน

เพราะราคา Low ของวันที่ 15 คือ 1.23 ไม่ใช่ 0.90 ตามที่พี่ท่านได้กล่าวให้การไว้ในรายงาน

Capture

ตกลงพี่ไปซื้อไปขายกันที่ไหนค่ะ ดาวอังคาร ดาวเนปจูน หรือดาวพลูโต

หรือที่หลังบ้านพี่ ????????????

ไม่ว่าพี่จะซื้อขายกันที่ไหน สิ่งที่พี่ควรรู้คือ วัตถุประสงค์ของการกำหนดให้ผบห.ต้องยื่นแบบ 59-2

เพื่อ…………………………?

เพื่อธรรมาภิบาลอันดีงาม ในการที่จะทำให้ท่านผู้บริหารยืนในสังคมได้อย่างสง่างาม

แล้วถ้าพี่ไปแอบซ่อนลักลอบซื้อขาย ในกระดานก็ไม่ใช่ ในบิกลอตก็ไม่มีแบบนี้

ตอนนี้ไม่อยากดูแล้วค่ะ Can I see your voice ?

ขอกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปดู Can I see your 59-2 ? แทนได้ไหมค่ะ